เรื่องการศึกษา เราไม่มีสิทธิ์ยอมแพ้
น่าคิดนะคะ เพียงแค่ไม่ถึงเดือนมีข่าวร้ายๆ เกี่ยวข้องโดยตรงกับแวดวงการศึกษาบ้านเราเข้ามาไม่ขาด ก่อนหน้านี้ไม่นาน ข้อมูลจากการประชุมของ World Economic Forum ครั้งล่าสุดจัดอันดับคุณภาพการศึกษาของประเทศในกลุ่มอาเซียน อย่างที่รู้ๆกันไทยเราอยู่รั้งท้ายเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน
เรียงตามลำดับสิงคโปร์ที่เป็นหัวแถว ตามมาด้วยมาเลเซีย บรูไน ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย กัมพูชา เวียดนาม จากนั้นถึงเป็นไทย เรื่องนี้ว่าช็อกแล้ว ล่าสุด คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เพิ่งเปิดเผยข้อมูลใหม่ที่ช็อกยิ่งกว่า ด้วยการระบุว่า มีนักเรียนชั้น ป.3 ที่ยังอ่านไม่ได้ ประมาณร้อยละ 8 ส่วนชั้น ป.6 พบว่าที่ยังอ่านหนังสือไม่ได้มีถึงร้อยละ 4 อ่านหรือเขียนไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ เด็กเหล่านี้เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่จะดำเนินชีวิตอย่างไร จะทำมาหากินอย่างไร
ข่าวแจ้งว่า นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ ให้ความสนใจกับเรื่องนี้มาก และสั่งการให้ผู้เกี่ยวข้องติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด ก็คงต้องให้ความสนใจล่ะครับ ถ้าไม่ให้ความสนใจนี่สิแปลก
แต่สนใจอย่างเดียวคงไม่พอ เพราะเรื่องนี้คือปัญหาระดับชาติ และสำคัญเหนือเรื่องอื่นๆทั้งหมด เมื่อสนใจแล้วคงต้องหาหนทางในการแก้ไขความอ่อนด้อยนี้อย่างจริงจัง ไม่ใช่พอข่าวนี้หลุดจากกระแส คนเริ่มลืมก็ปล่อยให้ผ่านๆไป
นักบริหารรุ่นใหญ่รายหนึ่งซึ่งเคยเข้าไปมีส่วนร่วมในระดับนโยบายของกระทรวงศึกษาฯมาพักใหญ่เล่าให้ฟังว่า ตัวเองเคยมุ่งมั่นอยากจะเข้าช่วยอย่างจริงจัง แต่พอเข้าไปก็รู้เลยว่าไม่ใช่เรื่องง่าย จำต้องล่าถอยออกมา เพราะขอบเขตการทำงานของกระทรวงศึกษาธิการเกี่ยวข้องกับผู้คนมหาศาล เฉพาะครูทั่วประเทศก็ปาเข้าไป 8 แสนคน ยังไม่รวมนักเรียนอีกเป็นล้าน โรงเรียนที่กระจายตัวอยู่ทั่วประเทศอีกเป็นหลักพันๆโรงเรียน ไม่มีทางที่การดูแลจะทำได้อย่างทั่วถึงได้ง่ายแน่ๆ
ถามว่าโอกาสที่เราจะปฏิรูปการศึกษาให้กลับมาทัดเทียมกับประเทศเพื่อนบ้านก็ยังคงมีความเป็นไปได้อยู่ใช่ไหม คำตอบก็คือ...ยากมากคะ
ปัญหาก็คือ ในขณะที่มีความหลากหลายเกิดขึ้นในทุกๆมิติ ทั้งโรงเรียน ครู รวมถึงนักเรียน แต่การบริหารยังรวมศูนย์อยู่ที่ส่วนกลาง "แค่ดูแลครูแปดแสนกว่าคนก็แย่แล้ว" อุปสรรคสำคัญอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งถือเป็นเรื่องแปลกเอา
มากๆ ในขณะที่ทุกคนเห็นพ้องว่าการศึกษาเป็นเรื่องสำคัญ ทว่าที่ผ่านมากระทรวงศึกษาธิการถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เลือกคนมาเป็นรัฐมนตรีผิดฝาผิดตัวมาโดยตลอด
ที่สำคัญยังเป็นกระทรวงที่เปลี่ยนตัวรัฐมนตรีเป็นว่าเล่น ทุกครั้งที่มีการปรับคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนี้ เป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในกระทรวงศึกษาฯด้วยเสมอ
มองแบบแวดวงธุรกิจ ไม่ว่าองค์กรห้างร้านอะไรก็ตามที่มีการเปลี่ยนตัวผู้บริหารบ่อยๆ คงมองเป็นอื่นไม่ได้ ขืนปล่อยให้นั่งดูแลกิจการต่อไปมีหวังผู้ถือหุ้นขาดทุนป่นปี้หมดพอดี แต่พอเป็นตำแหน่งทางการเมือง การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นมักมีเหตุผลให้เรานึกไม่ถึง
แต่ไม่ว่าจะเป็นการปรับเปลี่ยนด้วยเหตุผลอะไร ที่ได้รับผลกระทบแน่ๆ คือความต่อเนื่องในระดับนโยบาย พอจูนวิธีการทำงานลงตัว คนใหม่เข้ามาอีกแล้ว ฟังแล้วคล้อยตาม
แต่เอมเห็นต่างว่า เราไม่มีสิทธิ์ยอมแพ้ ไม่มีสิทธิ์ท้อถอยต่อการยกระดับการศึกษาเป็นอันขาด ไม่ว่าจะยากเย็นแสนเข็ญ หรือเต็มไปด้วยอุปสรรคขวากหนามขนาดไหน ยิ่งเป็นรัฐบาล ยิ่งไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธความรับผิดชอบกับเรื่องนี้ ถ้าการศึกษาบ้านเราเป็นแบบนี้ต่อไป รับรองว่าเราจะถูกเพื่อนบ้านทิ้งห่างไปเรื่อยๆ แน่นอนคะ
5 โรงเรียน ที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทย
เผย 10 อันดับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุด..อันดับที่ 1 ไม่ใช่แอร์!
คณะที่เรียนจบแล้ว มีงานทำง่ายที่สุด
อำเภอที่อากาศดีที่สุด ในประเทศไทย
น้ำมันแตะลิตรละ 60 บาท 4 ธุรกิจได้อานิสงส์ กำไรสวนทางต้นทุน
ศาลสั่งให้ Netflix คืนเงินค่าสมาชิกให้แก่ผู้ใช้งาน 7 ปีย้อนหลัง
จังหวัดที่มีชื่อแปลกที่สุดในไทย
5 อันดับเรียนคณะอะไร เงินเดือนสูงที่สุดในไทย
10 จังหวัดในประเทศไทย “ชื่อมงคลที่สุด” ความหมายดีงาม ฟังแล้วเป็นสิริมงคลตั้งแต่ชื่อเมือง
ทำไม 2 อำเภอในไทยถึงไม่มีร้านเซเว่น
ชื่อจังหวัดใดในประเทศไทยที่ได้รับอิทธิพลจากภาษาต่างประเทศ?
สิทธิจริงของ "เจ้าบ้าน" vs "เจ้าของบ้าน" ต่างกันอย่างไร ใครใหญ่กว่ากันแน่?
สงกรานต์ยังไม่มา แต่กัมพูชาเริ่มแล้ว! ปะแป้งมันส์ล่วงหน้า คนไทยเห็นแล้วมีสะดุ้งนิด ๆ
คิดจะดัด… จัดฟันทั้งทีอย่าให้มีรอบสอง
ทำไมใช่หน่วยบาร์เรล วัดน้ำมันโลก พร้อมวิธีแปลงเป็นลิตร
อย่าเพิ่งเติม! พรุ่งนี้! ดีเซลลดราคา 2.14 บาท
คณะที่เรียนจบแล้ว มีงานทำง่ายที่สุด