หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ประเทศไทยค่าครองชีพสูงกว่าที่อังกฤษ!!!

โพสท์โดย ลูกสาวอบต

กาลครั้งหนึ่งกลางปี 2555....จากกระทู้ในพันทิพย์นะคะอ่านแล้วอึ้งค่ะ

ปัจจุบันมียาดีช่วยเราได้ค่ะ

 

ลองเทียบง่ายๆ เวลาไปซื้อของที่ตลาดหรือห้าง 
ที่อังกฤษ ผมซื้อของกินเข้าบ้าน 20 ปอนด์ กินได้ 1 อาทิตย์ ซื้อได้ทั้งไก่ ผัก ผลไม้ ไข่ ฯลฯ
ค่าแรงขั้นต่ำประเทศอังกฤษ ของเด็กเสริฟ์ คนล้างจาน คนเก็บขยะ อยู่ที่ ชม ละ 6 ปอนด์ 
นั้นหมายถึงว่า ทำงานประมาณ 4 ชม. ครึ่งวัน มีเงินพอซื้ออาหารกินไป 1 อาทิตย์แล้ว


พอกลับไปเมืองไทย เดินซืัอของในตลาดตกใจมาก ราคาอาหารตามสั่งก็แพง ขนมก็แพง 
ถ้าประหยัด ก็จะไปซื้อของในตลาด ให้พอกิน 1 อาทิตย์ ใช้เงินประมาณ 500-600 บาท
ในขณะที่เงินเดือนขั้นต่ำคนไทย ชม. ละ 30-40 บาท หรือวันละ 300 บาท
นั้นหมายถึงคนไทยต้องทำงาน 1-2 วันเพื่อให้ซืัอของกินได้ 1 อาทิตย์

สินค้าอื่นๆ นะ 
- ราคาโค๊กกระป๋อง ที่อังกฤษ 1 ปอนด์ ซื้อได้ 3 กระป๋อง คือทำงาน 1 ชม. (6 ปอนด์) ซื้อได้ 18 กระป๋อง
- ราคาโค๊กกะป๋องที่เมืองไทย 15 บาท (ใช่เปล่า ไม่แน่ใจ)  นั้นคือทำงาน 1 ชม. (30 บาท) ซื้อโค๊กได้ 2 กระป๋อง


- ราคาไข่ไก่ อังกฤษ ลูกละ 0.11 ปอนด์  คือทำงาน 1 ชม (6 ปอนด์) ซื้อได้ 54 ฟอง
- ราคาไข่ไก่ เมืองไทย ลูกละ 3 บาท ทำงาน 1 ชม (30 บาท) ซื้อได้ 10 ฟอง 



ที่บอกว่าเมืองไทยน่าเทียว ค่าครองชีพถูก ผมว่าสำหรับฝรั่งที่ถือเงินดอลล่าไปเที่ยวมากกว่า
แต่ถือว่าแพงมากสำหรับคนไทย ที่ใช้เงินบาท

คำว่า "ค่าครองชีพ" (Cost of Living) หมายถึง  ค่าใช้จ่ายของบุคคลหรือครัวเรือน ในการซื้อสินค้าและบริการตามชนิดและปริมาณจำนวนหนึ่ง ที่ยอมรับกันว่าจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตอยู่ และมีความเหมาะสมกับระดับแห่งการพัฒนาการทางเศรษฐกิจของประเทศในขณะนั้น และค่าครองชีพนั้น ยังใช้เป็นเกณฑ์ในการกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำอีกด้วย

                นอกจากนั้น ค่าครองชีพของประชากรในแต่ละประเทศสามารถสะท้อนได้ถึงภาวะเศรษฐกิจของประเทศนั้น ๆ ได้เช่นกัน ฉะนั้น ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก จึงได้มีการสำรวจค่าครองชีพของประชากรในประเทศ เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการวิเคราะห์สภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งแต่ละสถาบันที่ได้ทำการสำรวจ ผลลัพธ์ที่ได้มักจะไม่ต่างกันมากนัก และนี่ คือตัวอย่างผลสำรวจจากหลากหลายสถาบันที่ได้สำรวจค่าครองชีพของปี 2009

ผลสำรวจจาก 2 สถาบัน 10 เมือง ที่มีค่าครองชีพแพงที่สุด ปี 2552

สถาบันอิสระ (EIU)                        ผลสำรวจของบริษัท Mercer Consulting

1. โตเกียว (ญี่ปุ่น)                                  1. โตเกียว (ญี่ปุ่น)

2. โอซากา (ญี่ปุ่น)                                 2. โอซากา (ญี่ปุ่น)

3. ปารีส (ฝรั่งเศส)                                 3. กรุงมอสโค (รัสเซีย)

4. โคเปนเฮเกน (เดนมาร์ก)                    4. เจนีวา (สวิตเซอร์แลนด์)

5. ออสโล (นอร์เวย์)                               5. ฮ่องกง

6. ซูริค (สวิตเซอร์แลนด์)                       6. ซูริค (สวิตเซอร์แลนด์)

7. แฟรงค์เฟิร์ต (เยอรมัน)                      7. โคเปนเฮเกน (เดนมาร์ก)

8. เฮลซิงกิ (ฟินแลนด์)                          8. นิวยอร์ก (สหรัฐอเมริกา)

9. เจนีวา (สวิตเซอร์แลนด์)                    9. ปักกิ่ง (จีน)

10. สิงคโปร์                                        10. สิงคโปร์

                การจัดอันดับเรื่องค่าครองชีพของประชากรในแต่ละประเทศ นอกจากจะเป็นประโยชน์กับนักการตลาดและนักลงทุนที่จะนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ในการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ทางการตลาดและปรับเพิ่มการลงทุนทางธุรกิจของเหล่าบริษัทข้ามชาติเพื่อสอดคล้องกับเป้าหมายกิจการแล้ว ประชาชนคนทั่วไป ก็สามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลนี้เพื่อช่วยในการตัดสินใจ เช่น ผู้ที่ต้องการไปท่องเที่ยวต่างประเทศ ไปทำงาน ไปเรียนต่อที่ต้องเลือกว่าควรไปที่ใดจะประหยัดค่าใช้จ่ายได้ อย่างไรก็ดี ประเทศไทยของเราค่าครองชีพยังคงสมเหตุสมผล โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร ถึงแม้จะเป็นเมืองหลวง แต่ค่าครองชีพในกรุงเทพมหานครยังต่ำกว่าเมืองหลวงในประเทศอื่น ๆ อยู่มากทีเดียว

                เราในฐานะคนไทยก็ควรใช้จ่ายภายในประเทศ ซื้อของไทย กินของไทย เที่ยวเมืองไทย หากคิดจะเที่ยวเมืองใหญ่ ๆ กรุงเทพมหานครของเราก็มีความพร้อมในทุก ๆ ด้าน ไม่น้อยกว่าเมืองใหญ่ในประเทศอื่น ๆ ทั้งยังเคยติดอันดับเมืองที่น่าเที่ยวที่สุดในโลกมาแล้ว นอกจากจะประหยัดเงินในกระเป๋าแล้ว ยังช่วยทำให้เศรษฐกิจของกรุงเทพฯ หมุนเวียน ซึ่งจะส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศขับเคลื่อนต่อไปอีกด้วย...

จาก...หนังสือบางกอก Economy ปีที่ 4 ฉบับที่ 3 (มิถุนายน - กันยายน 2552)

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ลูกสาวอบต's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 7,626 ครั้ง
โพสท์โดย ลูกสาวอบต
ลูกสาวอบต วิเคราะห์ รวมทั้งสรุปเรื่องราว เรื่องแปลกหายากและเรื่องทั่วไปให้เข้าใจง่าย
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
32 VOTES (4/5 จาก 8 คน)
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ไขปริศนามหากาพย์: ประวัติศาสตร์ "กรุงทรอย" จากตำนานปกรณัมโบราณ มาสู่ความเป็นจริงทางด้านโบราณคดี5 สิทธิ์ฟรีของ "ประกันสังคม" ที่คนไทยจ่ายทุกเดือนแต่ไม่ค่อยรู้ว่าใช้ได้“มนุษย์เดินชน” ปะทะ “มนุษย์สายล่อฟ้า” ศึกเงียบญี่ปุ่น–นักท่องเที่ยวไขปริศนา Calvine UFO ภาพถ่ายดังที่ยังไม่มีคำตอบ5 ทริคซักผ้าให้หอมฟุ้งเหมือนร้านซักอบรีด ด้วยเงิน 20 บาทบ้านใต้ดินแห่งมาตมาตา: มรดกภูมิปัญญาสำหรับการอยู่อาศัยใต้ผืนทรายซาฮาราของชาวเบอร์เบอร์บอล ซุปเปอร์บอล มาแล้ว! แนวทางหวยงวด 1 ก.ย. 69 เน้นวิ่ง 9-65 ตำนานของเล่นในห้างยุค 90-2000 ส่องราคาอดีตกับสาเหตุที่หายไปจากชั้นวาง10 เลขขายดี "สลากใบแดง" งวดวันที่ 1 กันยายน 25695 คณะที่เรียนจบแล้วอาจต้องเจอกับการแข่งขันสูงในยุค AIเจาะโพยเด่น "หนูน้อย พรสวรรค์"! งวด 1 กันยายน 2569 อัดรูด 0 เม็ดเดียว 05 ชนสถิติ 20 ปีเปิดรายได้ "คนขายที่ปัดน้ำฝนข้างทาง" ขายดีขนาดไหน?
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ที่ปลูกทุเรียนมากที่สุด“มนุษย์เดินชน” ปะทะ “มนุษย์สายล่อฟ้า” ศึกเงียบญี่ปุ่น–นักท่องเที่ยวไขปริศนามหากาพย์: ประวัติศาสตร์ "กรุงทรอย" จากตำนานปกรณัมโบราณ มาสู่ความเป็นจริงทางด้านโบราณคดี5 ตำนานของเล่นในห้างยุค 90-2000 ส่องราคาอดีตกับสาเหตุที่หายไปจากชั้นวางจากวิญญาณผู้ช่วยสู่สัตว์ของแม่มด: ที่มาของ “Familiars”ถอดรหัส “เมนูมื้อสุดท้าย” เมื่อ 5,000 ปีก่อน! นักวิทยาศาสตร์พบหลักฐานคราบอาหารในหม้อบรอนซ์โบราณ ชี้ชนชั้นสูงยุคบรอนซ์จัดงานเลี้ยงสุดอลังการ
ตั้งกระทู้ใหม่