รถไฟฟ้ารางเบา(tram)....ระบบขนส่งมวลชนที่น่าติดตาม
รถราง (tram) เป็นพาหนะที่วิ่งบนรางชนิดหนึ่ง มีลักษณะคล้ายรถไฟแต่จะสั้นกว่าและมีน้ำหนักเบากว่า รถรางส่วนมากใช้ไฟฟ้าจากสายไฟด้านบน (pantograph) แต่ก็ยังมีบางส่วนใช้ดีเซลอยู่ ในปัจจุบันนิยมนับรถรางเป็นประเภทหนึ่งของรถไฟฟ้ารางเบาด้วย (light rail)
นักผังเมืองจากทุกสำนักยกให้ Streetcar เป็นระบบการขนส่งมวลชนที่ดีที่สุดของโลกในขณะนี้ (แล้วไม่ทราบผังเมืองไทย เริ่มคิดกันแล้วหรือยัง?)
ก่อนที่จะกล่าวถึงคุณประโยชน์ของ Streetcar
ขอจำแนกประเภทรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในเมืองที่มีใช้อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งแบ่งออกได้เป็น 5 ประเภทได้แก่
1) รถไฟฟ้าขนส่งขนาดใหญ่ (Commuter Rail) ได้แก่ รถไฟฟ้าความเร็วสูง (High Speed Rail) รถไฟฟ้าขนส่งขนาดใหญ่ระหว่างเมืองและภาค
2) รถไฟฟ้าขนส่งขนาดกลาง (Rapid Transit) ได้แก่ รถไฟฟ้าที่ใช้สำหรับขนส่งและสัญจรระหว่างเมือง ภายในเมือง และระหว่างย่าน เป็นกลุ่มรถไฟฟ้าที่ใช้ความเร็วระดับกลางซึ่งต้องใช้ระบบรางแยกออกจากการสัญจรอื่นๆ เช่น ต้องก่อสร้างรางยกระดับและก่อสร้างรางในอุโมงใต้ดิน ทั่วไปจะเรียกรถไฟฟ้าประเภทนี้ว่า Metropolitan Line ความเร็วรถน้อยกว่ารถไฟฟ้าขนส่งขนาดใหญ่
3) รถไฟฟ้ารางเบา (Light Rail Transit) ได้แก่รถไฟฟ้าขนาดเล็กที่วิ่งบริการเชื่อมต่อระหว่างย่านในเขตเมือง ระบบนี้สามารถวางรางวิ่งร่วมกับยวดยานอื่นๆ บนถนนก็ได้ หรือจัดวางรางให้เป็นการเฉพาะเช่นเดียวกับ Rapid Transit
4) รถไฟฟ้ารางเบาขนาดเล็ก (Tram) ได้แก่ รถไฟฟ้าขนาดเล็ก รู้จักกันในนามของ Streetcar หรือ Trolley มีตู้พ่วงจำนวน 3 ตู้ (หรืออาจจะมากกว่า) streetcar ใช้ความเร็วต่ำ สามารถวางรางวิ่งร่วมกับรถยนต์บนผิวถนน
5) รถไฟฟ้ารางเดี่ยว (Monorail) เป็นรถไฟฟ้าที่ออกแบบรางให้ยกระดับ โดยทั่วไปใช้สำหรับการเชื่อมต่อระหว่างสถานีบริการขนาดใหญ่ หรือในพื้นที่ซึ่งมีข้อจำกัดด้านกายภาพมาก
นอกจากระบบการขนส่งมวลชนทางรางแล้ว ยังมีระบบการขนส่งมวลชนอีกประเภทหนึ่งที่มีความยืดหยุ่นในการก่อสร้างและลงทุนมากกว่าระบบราง ได้แก่ รถบัสขนส่งมวลชน (Bus Rapid Transit หรือ BRT) ซึ่งเป็นระบบขนส่งมวลชนที่อาจจะจัดช่องทางวิ่งไว้เป็นการเฉพาะหรือวิ่งร่วมกับยวดยานประเภทอื่นๆ บนถนน
Streetcar เป็นที่นิยมในหลายสิบประเทศ ถ้านับเป็นเมือง ก็จะมากมายเลยครับ
การเติบโตอย่างชาญฉลาด (Smart Growth) กำหนดให้ระบบขนส่งมวลชนทางรางทั้ง 5 ประเภทมีผลประทบโดยตรงต่อกายภาพเมือง กิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งสรุปได้ดังนี้
1. รูปทรงของเมือง พื้นที่บริเวณสถานีขนส่งมวลชนจะมักเป็นศูนย์กลางของแต่ละย่าน หากกายภาพของพื้นที่ดั้งเดิมไม่มีแนวขอบทางภูมิศาสตร์ขวางกั้น เมืองจะแผ่ขยายเป็นรัศมีออกรอบสถานีขนส่งมวลชนในรูปวงกลมหรือวงรี โดยบริเวณรอบๆ สถานีจะมีสภาพเป็นแหล่งพาณิชยกรรม ศูนย์บริการชุมชน และที่อยู่อาศัย ที่มีความหนาแน่นกว่าพื้นที่ในบริเวณอื่น
2. การพัฒนาเศรษฐกิจ พื้นที่รอบสถานีซึ่งเป็นย่านพาณิชยกรรมตามปกติจะมีความคึกคักมีชีวิตชีวามากกว่าพื้นที่บริเวณอื่น เนื่องจากมีมวลของผู้ใช้บริการรถขนส่งมวลชนเป็นจำนวนมากที่สัญจรผ่านหรืออยู่อาศัยประกอบกิจกรรมทางเศรษฐกิจ จากการศึกษาของ Smart Growth Network และ U.S.EPA พบว่าบริเวณรอบสถานีขนส่งมวลชนจะเป็นพื้นที่ซึ่งมีศักยภาพสูงที่สุดของเมืองในการพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และเป็นศูนย์รวมของอาคารสำนักงาน รวมทั้งอาคารพักอาศัย และจากการศึกษาของ Reconnecting America ยังได้พบว่า พื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชนยังศักยภาพในการสร้างงานให้กับประชาชนมากที่สุดของเมืองด้วยเช่นกัน
3 การพัฒนาพื้นที่สองข้างราง จากการศึกษาของ Smart Growth Network และ U.S.EPA พบว่า ตามแนวถนนและสองข้างทางตามระยะการเดินถึงประมาณ 5 นาที บริเวณดังกล่าวจะเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในการลงทุนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจบริการประเภทต่างๆ นอกจากนี้ อัตราการเพิ่มขึ้นของมูลค่าทรัพย์สินในพื้นที่บริเวณนี้จะมีสัดส่วนมากกว่าพื้นที่ในบริเวณอื่นๆ ของเมือง
4. การเป็นศูนย์รวมกิจกรรมนันทนาการของประชาชน พื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชนหากได้รับการพัฒนาให้อยู่ในลักษณะของ Transit Oriented Development หรือ TOD แล้ว พื้นที่แถบนี้จะมีศักยภาพในการเป็นแหล่งนันทนาการชั้นดีของเมือง
5. การขนส่งมวลชนทางรางในฐานะโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว (Green Infrastructure) เป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างสรรค์สภาพแวดล้อมที่ดีให้กับเมือง ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้ประชาชน ลดปัญหามลภาวะและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ส่งผลต่อสภาวะโลกร้อน
Streetcar เป็นที่นิยมในหลายสิบประเทศ ถ้านับเป็นเมือง ก็จะมากมายเลยครับ
กล่าวสำหรับรถไฟฟ้าขนาดเล็กหรือ Streetcar ได้มีพัฒนาการมานานมากกว่า 100 ปีและได้พัฒนาการควบคู่กับระบบการคมนาคมขนส่งของเมืองมาโดยตลอด ( ตามลิ้งก์ http://inventors.about.com/library/inventors/blstreetcars.htm ) แม้อิทธิพลจากโครงสร้างพื้นฐานในระบบถนนและรถยนต์จะแย่งชิงการใช้พื้นที่ไปมาก แต่หลายเมืองใหญ่ในปัจจุบันก็ยังคงการใช้ Streetcar ตลอดมา และได้พัฒนาเทคโนโลยีให้มีความทันสมัยอยู่โดยตลอด บางเมืองที่ได้เลิกใช้ไปแล้วเช่น นครลอสแองเจลิสของสหรัฐฯ ก็ได้กลับมาลงทุนรื้อฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง เนื่องจากมองเห็นผลประโยชน์ที่จะได้รับในระยะยาว ทั้งนี้ ด้วยขนาดการลงทุนที่ถูกที่สุดรองมาจากระบบ Metro Line และเป็นระบบการขนส่งมวลชนในเมืองที่มีความคุ้มค่ามากที่สุด ด้วยปัจจัยที่ Reconnecting America ได้สรุปไว้ดังนี้
1. งบประมาณจัดซื้อเฉพาะตัวรถ Streetcar สูงกว่ารถบัส BRT ประมาณ 3 เท่า แต่เมื่อเทียบอายุการใช้งานแล้วมีความคุ้มค่ามากกว่า (BRT อายุการใช้งาน 10 ปี Streetcar อายุการใช้งาน 30 ปี)
2. รัฐไม่มีภาระงบประมาณการเวนคืนที่ดินสำหรับการวางราง
3. รัฐสามารถลดค่าใช้จ่ายการลงทุนด้านวิศวกรรมโยธาในการสร้างทางยกระดับและขุดอุโมงค์ลงใต้ดิน รวมทั้งสถานีขนส่งซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายของโครงการมากกว่าร้อยละ 30 เมื่อเทียบจากมูลค่าการลงทุนทั้งหมด
4. Streetcar มีอิทธิพลโดยตรงต่อการลดจำนวนการครอบครองรถยนต์และการสัญจรด้วยรถยนต์ของประชาชนในระยะยาว
5. Streetcar ช่วยส่งแสริมความงดงามของภูมิทัศน์เมืองและกายภาพเมือง รวมทั้งเป็นปัจจัยสนับสนุนให้เกิดการใช้ระบบขนส่งสีเขียว (Green Transportation) เช่น การเดิน และการใช้จักรยานมากขึ้น
ดังนั้น จึงไม่แปลกที่นักผังเมืองจากทุกสำนักยกให้ Streetcar เป็นระบบการขนส่งมวลชนในเมืองที่ดีที่สุดของโลกในขณะนี้
ปล.ถ้าประเทศไทยทำแบบนี้น่าจะเวริ์คนะครับ แต่ก็มีโปรเจ็คว่าจะสร้างเหมือนกัน


นกเพียง 4 ชนิด ที่มีชื่อเป็นสัตว์ป่าสงวนของประเทศไทย
ผู้ใช้งานกว่า 90% ไม่ทราบว่าร่องเล็กๆบนเขียงไม้ มีไว้เพื่ออะไร?
สาธารณรัฐกอทูเล "เพื่อนบ้านใหม่" ติดกับไทย
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ไม่มีอำเภอเมืองเหมือนจังหวัดอื่น
เรื่องจริงที่ชวนสับสน: เมื่อ "ไฟแช็ก" คือพี่ใหญ่ที่เกิดก่อน "ไม้ขีดไฟ" ถึง 3 ปี
ทึ่งทั่วโลก : "The Boneyard" หรือสุสานเครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดในโลก
รู้จัก QF-16 เครื่องบินรบผีสิงไร้นักบิน ดัดแปลงจาก F-16
ข้าวผัดอเมริกัน: เมนูชื่ออินเตอร์แต่สัญชาติไทยแท้ กับที่มาสุดสร้างสรรค์ในยุคสงคราม
โซฟาตัวนี้ สร้างความงุนงงให้กับนักวิทยาศาสตร์ มานานกว่า 60 ปีแล้ว!!
จาก "ขยะทะเล" สู่ "ราชาบนโต๊ะอาหาร": เมื่อล็อบสเตอร์เคยเป็นบทลงโทษสำหรับนักโทษในคุก
สรรพคุณสุดทึ่ง: เมื่อ "ซอสมะเขือเทศ" เคยถูกวางขายในฐานะยาสารพัดนึก
รสชาติจากความขัดแย้ง: "แฟนต้า" เครื่องดื่มที่ถือกำเนิดในยุคนาซีเยอรมันเพราะวิกฤตสงคราม
สินค้าของป่านำเข้าของไทย ที่มีมูลค่ามากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง










