หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ดรามาจนได้เรื่อง จวก "ทูไนท์โชว์" ฟอกผิด "หมอบอนด์"?


โพสท์โดย น้องสาวเถ้าแก่เนี้ย

       จิตแพทย์ชื่อดังโพสต์วิจารณ์ "ทูไนท์โชว์" ของ "ต๋อย ไตรภพ" หลังเสนอเรื่องราวสุดดรามาของ "หมอบอนด์" พิธีกรเวิร์คพอยท์ทีวีที่สังคมกำลังเคลือบแคลงสารพัดวุฒิหมอของจริงของปลอม? ซัดเห็นแก่ได้เบี่ยงประเด็น ทั้งที่รู้ว่าคนดูอาจจะเข้าใจผิด หลงเชื่อ และมีโอกาสตกเป็นเหยื่อคนพวกนี้

 

         กลายเป็นประเด็นขึ้นมาทันทีสำหรับการออกอากาศในช่วงทอล์กโชว์ของรายการ "ทูไนท์โชว์" ดำเนินรายการโดย "ต๋อย ไตรภพ ลิมปพัทธ์" เมื่อคืนที่ผ่านมา (22) ทางช่อง 3 กับการนำเสนอเรื่องราวชีวิตของ นพ.ปิยะวงศ์ เศรษฐวงศ์ ซึ่งในรายการให้ข้อมูลว่าเจ้าตัวกำลังจะเรียนจบหมอ แต่ต้องลาออกกะทันหัน มาเล่นดนตรีตามร้าน ก่อนชีวิตจะพลิกผันอีกครั้งเมื่อต้องมาเห็นเพื่อนสนิทตาย แฟนเป็นเจ้าหญิงนิทรา พ่อเป็นโรคหัวใจ ขณะที่น้องสาวของตนเอง "ปิยะนุช เศรษฐวงศ์" ที่มาร่วมออกรายการด้วย ก็ป่วยเป็นโรคลูคีเมีย หรือมะเร็งในเม็ดเลือด ทำให้เจ้าตัวตัดสินใจกลับมาเรียนแพทย์อีกครั้งจนจบออกมาพร้อมกับตั้งปณิธานไว้ว่าชีวิตที่เหลือจะอยู่เพื่อช่วยเหลือสังคมต่อไป
       
        ทั้งนี้เหตุที่กลายเป็นประเด็นขึ้นมาก็เนื่องจากที่ผ่านมานั้นตัวแขกรับเชิญของรายการอย่าง นพ.ปิยะวงศ์ เศรษฐวงศ์ เองกำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักถึงที่มาของวุฒิการศึกษาซึ่งเจ้าตัวได้ระบุไว้ว่าเรียนจบการศึกษาจากหลายสาขา ทั้งวิทยาศาสตร์บัณฑิต, แพทยศาสตร์บัณฑิต, เศรษฐศาสตร์บัณฑิตจากประเทศเนเธอร์แลนด์ ปริญญาเอกจากประเทศสหรัฐอเมริกา รวมทั้งใบประกาศนียบัตรอีกนับสิบใบ ฯ ทั้งที่้เจ้าตัวเพิ่งจะมีอายุเพียง 29 ปีเท่านั้น
       
        โดยทันทีที่รายการได้ออกอากาศไปก็เป็นทางด้านของ นพ.กัมปนาท ตันสิถบุตรกุล จิตแพทย์ชื่อดัง จากรพ.สมิติเวชศรีนครินทร์ และเป็นอดีตวิทยากรรายการ "ชูรักชูรส" ทางช่อง 3 ที่ได้ออกมาวิจารณ์ถึงเรื่องนี้ผ่านเฟสบุ๊คของตนเอง (นพกัมปนาท-ตันสิถบุตรกุล-Kampanart-Tansithabudhkun-MD) ระบุว่ารู้สึกแปลกใจมากที่ทางรายการได้นำเสนอเนื้อหาดังกล่าวราวกับเสมือนว่าจะเป็นการสร้างภาพลักษณ์และเปิดโอกาสให้คนที่กำลังถูกสังคมสงสัยถึงความไม่โปร่งใสได้แก้ตัว ซึ่งอาจจะทำให้คนดูเกิดความสับสนได้

 


      
        ...ที่แปลกใจ เพราะรู้ทั้งรู้ว่าแขกรับเชิญคนนึงในสองคนนั้น มีปัญหาเรื่องความโปร่งใสเรื่องความถูกต้องในคุณวุฒิการศึกษา ที่สังคมกำลังจับตามองอย่างหนัก รอการพิสูจน์อีกมากมาย แต่รายการประเภทนี้ก็สะท้อนตัวตนของความเป็นสื่อช่องนี้ คือ อะไรเป็นข่าวดัง เรตติ้งดี ไม่ว่าจะถูกผิดก็จะนำมาออกอากาศเสมอ แม้ว่าจะสามารถตัดต่อหรือทำใหม่ได้ (เนื่องจากทราบมาว่ามีการบันทึกเทปมาก่อนล่วงหน้าหลายเดือน พอมีเวลาจัดแจงใหม่ได้ หากอะไรยังไม่เหมาะสมจะนำมาออกอากาศ) แม้ว่าแขกรับเชิญอีกท่านจะน่าสงสาร น่าเห็นใจและเป็นตัวอย่างที่ดีของสังคมก็ตาม แต่เนื่องจากความเกี่ยวพันตรงนี้ การนำเสนอออกมาแบบนี้ ก็ทำให้คนดูยิ่งสับสนและดูเสมือนว่าจะเป็นการสร้างภาพลักษณ์และเปิดโอกาสให้แก้ตัวสำหรับบางคนที่สังคมกำลังจับตามองว่าไม่โปร่งใสอยู่
       
        ผมว่าคนทำสื่อส่วนใหญ่คงจะรู้ดีว่าความเหมาะสมอยู่ตรงไหน ถ้าหากว่าจะพูดถึงจริยธรรมในการนำเสนอ กับค่าใช้จ่ายที่บันทึกรายการไปแล้วนั้น ...เราคงเดาได้ว่าสื่อบางจำพวกจะเลือกอะไร ไม่งั้นเราคงไม่เห็นรายการต่างๆหรือพิธีกรรายการและแขกรับเชิญต่างๆที่สร้างเรื่องราวมากมายให้กะสังคม ว่อนอยู่ในช่องนี้ เต็มไปหมด ....ผมว่าอย่ามาอ้างว่ายังไม่ได้พิสูจน์อะไรก็ยังคงออกอากาศได้เลย ที่ผ่านมาขนาดฟ้องร้องขึ้นโรงขึ้นศาลกัน ก็ยังออกอากาศกันลอยหน้าลอยตาเต็มไปหมด ...นับประสาอะไรกับคณะแพทย์จุฬา และ สสส.ที่มีหนังสืออกมาชี้แจง ปานประหนึ่งว่าสิ่งที่แขกรับเชิญคนนึงในรายนี้ได้กระทำไปและเป็นการ แหกตาประชาชนทั้งประเทศนั้น ไม่ใช่เรื่องจริงเลยสักนิด แต่โดนกลั่นแกล้งจากมือแฮกเกอร์ อะไรทำนองนั้น นี่ยังไม่นับรวมข่าวคราวจากในเว็บที่มีนักสืบตัวยงสืบมาให้ว่า อาจจะมีการปลอมแปลงลายเซ็นต์ของมหาวิทยาลัยจากต่างประเทศ (ซึ่งคงจะต้องไปตามสืบแถวถนนข้าวสารอีกแน่ๆ เพราะมีเยอะเหลือเกิน) .....อะไรก็ไม่สำคัญเท่าความจริงที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สถาบันเดียวกันกับผมนั่นแหละ เท่าที่ทราบมาเขามีข้อมูลเบื้องหลังละครฉากนี้อยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว ถามคนที่นั่น เพื่อนๆเขาคงจะรู้กันดีครับ
       
        ผมนั่งฟังน้องหมอนั่งพล่ามเรื่องสาเหตุการถูกให้ออกจากมหาวิทยาลัย ก็อดอมยิ้มไม่ได้ว่า นี่เรื่องจริงหรือ เพราะถ้าใครสังเกตดีๆก็จะไม่สามารถจับประเด็นได้ว่า ออกเพราะอะไร การอ้างแค่ปัญหาในครอบครัว ไม่เห็นชัดเจนอะไรเลย ...เพราะความจริงก็รู้ๆกันอยู่ว่าไม่ใช่ และในสื่ออนไลน์ก็พูดกันเยอะมากว่าเป็นเรื่องการทำร้ายกันและแฉกันจนคนอื่นเดือดร้อนอย่าสาหัส
       
        หรือแม้กระทั่งเรื่องแฟนสาวที่อยู่ดีๆก็หมดสติไป แต่ก็มิได้บอกสาเหตุและวินิจฉัยโรคที่ชัดเจน ทั้งๆที่ประด็นนี้น่าเห็นใจและเจ้าตัวก็พยายามนำเสนอมายาวนานและเป็นจุดขายของตัวเองมาตลอด ฟังดูยิ่งงงๆว่าตกลงมันเกิดอะไรขึ้น มีการข้ามช็อตของสิ่งที่น่าสนใจ เพื่อนำไปสู่ประเด็นที่ต้องการคือการดราม่า อวยกันทั้งพิธีกรและแขกรับเชิญ จนบางทีก็แทบจะทนดูไม่ไหว ...แต่ต้องดูเพราะอยากรู้ 555
       
        ส่วนเรื่องที่บอกว่า ลิ้นหัวใจรั่วนั้น ผมว่า ถ้ามีหลักฐานเหมือนรูปผมร่วงจากการให้คีโมแบบของน้องสาวมาให้ดูแบบนั้น ยังน่าเชื่อถือซะมากกว่าเสียอีกนะครับ คำพูด(ที่ดู)ดีๆ จนคนปรบมือสนั่นห้องอัดรายการว่า "ชีวิตที่เหลืออยู่ จะอุทิศเพื่อทำประโยชน์ให้สังคม" ........แล้วที่เขาต้องมานั่งจับผิดกันทั้งประเทศ ที่องค์กรต่างๆออกมาปฏิเสธว่าคุณวุฒิที่คุณแสดงต่อสังคมมันไม่ใช่ของจริง ไม่มีใครรับรองนั้น มันหมายความว่าอย่างไร คนดูรายการหลายคนก็อดสงสัยไม่ได้ว่า ช่วงเวลาที่เหลืออยู่ มีไว้เพื่อ"แหกตา"ประชาชนหรือเปล่า? ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ผมว่าคงมีหลายคนภาวนาให้คุณเลือกคำตอบแรก(คือจบชีวิต)มากกว่าคำตอบที่สอง(คือจะสู้ต่อไป) เป็นแน่แท้นะครับ ...ผมว่าคุณพ่อเขาพูดถูกว่าเขาไม่เหมาะที่จะเป็นหมอ และคำพูดนี้ คุณพ่อคงได้รับคำแนะนำจากคนที่รู้เบื้องหลังเขาดีว่าเขาไม่ควรเป็นหมออีกต่อไป ...เพราะอะไรเจ้าตัวคงรู้ดี....ก็น่าแปลกใจที่บางสถาบันยังอุตส่าห์รับเข้าไปเรียนต่อโดยไม่เฉลียวใจ?
       
        ติดตามดูนะครับว่ารายการต่อไปที่จะให้เขามาออก คือรายการอะไร หลายคนคงเดาได้ ...และไม่น่าแปลกใจ เพราะเส้นทางของคนพวกนี้ วิธีการและคำพูดเหล่านี้ หาดูได้ตามท้องตลาด เป็นวิธีการของคน(ที่อยาก)ดังในสังคมไทย เช่น ออกทีวีให้เยอะเข้าไว้ ออกมันทุกรายการ บางคนไม่ใช่เรื่องที่ตัวเองให้ความรู้ได้ ก็จะออก เพราะเกรงว่าตัวตนจะหายไปจากสื่อ เขียนพ็อกเก็ตบุ๊ค เปิดเฟซบุ๊คให้คนกดไลค์เยอะๆ ต่อไปก็สร้างฐานอำนาจ สร้างสาวก(ที่ไร้สติมีแต่อารมณ์ดราม่า ขุ่นมัว ก้าวร้าว หูเบา) ออกรายการตอน 22 น.ของบางช่อง ออกรายการของ Mr. W ออกรายการชอง Mr. S (ผู้ฉาวโฉ่เรื่องการคอรัปชั่น) เป็นต้น ....แหม ดูๆไปก็เหมือนนักการเมืองหลายๆคนแล้วเนี่ย โชคดีที่วงการจิตเวช เขี่ยออกไปเสียก่อน แค่นี้ก็โดนพาดพิงจนอ่วมแล้ว จนจิตแพทย์หลายคนเต้นไปตามๆกัน เพราะทำให้ภาพลักษณ์วงการเสียหาย ฐานเอาความรู้ทางจิตเวชและจิตวิทยาที่อ้างว่าเชี่ยวชาญ แต่ผิดทั้งเพ มาเที่ยวนำเสนอออกสื่อ (โดยเฉพาะในอินเตอร์เน็ต)
       
        จะว่าไปนะ สื่อบางจำพวก ก็เหมาะเจาะกับคนบางจำพวกเสียจริงไรจริง...ก็ได้แต่ภาวนาว่าดราม่าครั้งนี้ คงจะจำกัดวงอยู่ที่เรื่องราว แต่ไม่ปฏิบัติอะไรให้ประชาชนตำดำๆที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ต้องเดือดร้อนมากมายนะครับ นอกเหนือไปจากเรื่องรำคาญหัวใจและถูกหลอก เท่านั้น ....แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าแพทยสภาจะว่ากระไรบ้าง บรรดาหมอๆและประชาชนตาดำๆ รอคำตอบจากความขึงขังของท่านคณะกรรมการแพทยสภาอยู่...

 

      สำหรับ นพ.ปิยะวงศ์ เศรษฐวงศ์ หรือ "หมอบอนด์" ซึ่งเป็นพิธีกรรายการ "เค้าว่ากันว่า" ทาง Workpoint TV และนักเขียนบทความประจำนิตยสารอีกหลายต่อหลายเล่มนั้น เจ้าตัวเพิ่งจะกลายเป็นประเด็นขึ้นมาหลังจากได้มีคนตั้งข้อสงสัยถึงการได้มาของวุฒิการศึกษามากมาย อาทิ (วท.บ.) (พ.บ.) (ศ.ม.) (ศ.ด.) (ปร.ด.) Dr. Med. Piyawong Setthawong, (B.Sc.) (M.D.) (M.Econ.) (D.Econ.) (Ph.D.)" โดยหลังเรื่องนี้กลายเป็นข่าวออกมา ปรากฏว่าในเฟสบุ๊คและบล็อกส่วนตัวของเขา ไม่ว่าจะเป็น www.facebook.com/Dr.Bond.Writer , http://doctorpiyawong.blogspot.com , www.facebook.com/piyawong.setthawong และ http://doctorpiyawong.blogspot.com ต่างก็ถูกลบข้อมูลต่างๆ ไปจนหมด
       
        เมื่อผู้สื่อข่าวโดยสำนักข่าวอิศราได้ทำการสอบถามไปยังเจ้าตัวก็ได้รับคำตอบว่าเป็นผู้ลบข้อความทั้งหมดออกไปเองโดยให้เหตุผลว่าถูกคนแฮกเข้ามาเพิ่มเติมข้อมูลเรื่องวุฒิการศึกษาและเอางานเขียนไปแอบอ้างพร้อมกับบอกว่าที่ไม่สามารถหาข้อมูลเกี่ยวกับวุฒิการศึกษาต่างๆ มายืนยันได้ก็เพราะบางส่วนถูกน้ำท่วมไป ก่อนจะบอกว่าจะไม่ขอตอบโต้เรื่องนี้อีกไม่ว่าใครจะพูดอย่างไร รวมถึงจะขอหยุดการทำหน้าทีพิธีกรทางทีวีไปก่อนเนื่องจากเรื่องเหล่านี้กระทบจิตใจกับตนเองมาก
       
        นอกจากนี้เมื่อมีการตรวจสอบไปยังวุฒิการศึกษาที่เจ้าตัวระบุว่ามีตำแหน่งเป็นแพทย์ประจำบ้าน สาขาจิตเวชเด็กและวัยรุ่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็ได้มีการชี้แจงที่ ศธ 0512.13/0537 ในนามคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยระบุว่า ในความเป็นจริงแล้ว ดร.นพ.ปิยะวงศ์ เคยฝึกอบรมสาขาจิตเวชเด็กและวัยรุ่น ที่คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จริง แต่ได้ลาออกไปตั้งแต่เดือนเมษายน 2555 แล้ว ดังนั้น ดร.นพ.ปิยะวงศ์ จึงไม่ได้เป็นแพทย์ประจำบ้าน สาขาจิตเวชศาสตร์เด็กและวัยรุ่น และจิตแพทย์อย่างที่กล่าวอ้าง จึงขอให้ ดร.นพ.ปิยะวงศ์ แก้ไขข้อมูลเรื่องวุฒิการศึกษาให้ถูกต้องโดยด่วนด้วย เพราะทำให้คนเข้าใจผิดว่าเป็นจิตแพทย์ หรือกำลังศึกษาทางจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
       
        ขณะที่ในส่วนของนายแพทย์กัมปนาท ตันสิถบุตรกุล เอง เมื่อต้นปีเจ้าตัวก็เคยตกเป็นข่าวมาแล้วเมื่อเขาได้ออกมาวิจารณ์การทำงานของช่อง 3 หลังมีการแบนละครเรื่อง "เหนือเมฆ 2" พร้อมกับประกาศขอลาออกจากการทำหน้าที่ในรายการ "ชูรัก ชูรส" ที่ทำอยู่

 

 

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
52 VOTES (4/5 จาก 13 คน)
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดเดียวในประเทศไทยที่ไม่มีแม่น้ำ..แม้แต่สายเดียวก็ไม่มี4 อันดับประเทศที่มีความสุขที่สุดในเอเชีย ปี2026"น้าเสือจัดให้" แนวทางรวยงวดประจำวันที่ 1 เมษายน 256910 อันดับโรงเรียนสาธิตที่มีจำนวนนักเรียน ระดับมัธยมปลายมากที่สุดเจ๊นุ๊ก บารมีมหาเฮง งวดวันที่ 1 เมษายน 2569 แนวทางคนงบน้อยเน้นรวยชื่อจังหวัดในภาคกลางที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์สมัยอยุธยาประเทศที่ซื้อ นํ้าตาล จากไทยมากที่สุด5 แมวพันธุ์ไทยยอดนิยม สัญลักษณ์แห่งโชคลาภและสิริมงคลคู่บ้านต้นไม้ที่คนเข้าใจผิดกันมาก ในพุทธประวัติ ว่าพระพุทธเจ้าท่านเคยประสูติใต้ต้นไม้ต้นนี้ "ต้นสาละอินเดีย"5 พฤติกรรมที่คนจนทำทุกวันโดยไม่รู้ตัว (คนรวยไม่ทำ)ไขคำตอบ เพรียงเกาะวาฬกับเต่าทะเล มีประโยชน์หรือโทษกันแน่"เลขเด็ดจากดวงดาว" งวดวันที่ 1 เมษายน 69..เลขไหนมา เอาปากกาจดเลย!
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ขุมทรัพย์สวรรค์เปิด! เจาะลึกรหัสรวย "รางวัลที่ 1" งวด 1 เมษายน 2569 ฉบับบารมีองค์เทพเจ้าไฉ่ซิ่งเอี้ยทำไม สว. ชอบแทงสวน ขุดกระบวนการคัดเลือก สว. หาต้นตอการทำงานสุดเฟียสในสภา4 เม.ย. นี้ ไทยเริ่ม “วันไร้เงา” เงาหายจริงทั้งประเทศ นักดาราศาสตร์เฉลยแล้ว10 อาชีพที่ AI กำลังแทนที่เร็วที่สุดในไทย (มีของคุณไหม)มิติใหม่แห่งการขอหวย เมื่อ "อี ดงอุค" เผยเลขเด็ด 3 ตัว ชัดๆ ตรงๆ ตามคำขอของ FC
ตั้งกระทู้ใหม่