หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เหตุที่ทำให้มีองค์เทพฯ


โพสท์โดย

เหตุที่ทำให้มีองค์เทพฯ ปฐมเหตุของการเกิดร่างทรงองค์เทพมากมายในยุคนี้กล่าวกันว่า เมื่อครั้งพุทธกาล ก่อนที่องค์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้ายังทรงพระชนชีพอยู่พระพุทธองค์ได้ตรัสกับพุทธบริษัททั้งหลายว่า พระพุทธศาสนาของพระพุทธเจ้าองค์แต่ก่อนมีอายุ 5,000 ปี แต่ของพระองค์นั้น ต้องการจะให้พระศาสนามีอายุเพียง 2,500 ปี เท่านั้นพระอานนท์จึงทูล ถามว่า เหตุใดพระองค์จึงมิให้พระศาสนาดำรงอยู่จนครบ 5,000 ปี ดังพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆพระพุทธองค์ทรงตรัสว่า แล้วผู้ใดเล่าจะเป็นผู้ดูแลพระศาสนา พระอานนท์จึงทูลว่า

 

 

 

 

 

“ขอให้พระภิกษุสงฆ์ สามเณร ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา ผู้เป็นพุทธบริษัทเป็นผู้ดูแลและบำรุงรักษาพระพุทธศาสนากึ่งหนึ่งเป็นเวลา 2,500 ปี“
พระพุทธเจ้าท่านก็ทรงอนุญาตแล้ว ทรงถามต่อไปอีกว่าใครจะขออะไรบ้าง
ปวงเทพทั้งหลายทุกเหล่าชั้น อันได้แก่ พระอินทร์ พระพรหม พระยม พระกาฬ เหล่าเทพเทวาทั้งหลาย จึงพร้อมใจกันกราบทูล ขอให้ปวงเทพได้ดูแลและบำรุงพระพุทธศาสนาต่อไปอีกครึ่งหนึ่งของ พระอานนท์คือ 1,250 ปี

 
พระพุทธเจ้าท่านก็ทรงอนุญาตอีก แล้วทรงถามต่อไปว่าใครจะขออะไรอีก
เหล่าพญาครุฑ คนธรรพ์ นาคราช ท้าวกุเวร กินนร กินนรี และภูติผีปีศาจ จึงกราบทูลขอดูแลอายุพระศาสนาเท่าที่เหลือ 1,250 ปี ให้พวกเขาได้ดูแลรักษา จนกว่าพระศาสนาจะค่อย ๆ เรียวเล็กลงไป ยุคนั้นมนุษย์จะ มีร่างกายเล็กลงไปตามลำดับ ถึงกับต้องปีนบันไดสอยลูกมะเขือ หรือเก็บเม็ดพริกพระสงฆ์สาวกก็จะร่อยหรอแทบว่าจะไม่มีเหลือ จะเหลือเพียง ผ้าเหลืองผืนน้อย ๆ ห้อยอยู่ที่หู เพื่อให้เป็นที่สังเกตุว่าเป็นพระสงฆ์เท่านั้น พระศาสนาก็จะเสื่อมถอยลงไปจนหมดพอดี 5,000 ปี

ร่างทรงองค์เทพ

 
มื่อได้คุยกันถึงเรื่องความเข้าใจผิดหรือความหลงผิดของมนุษย์มาแต่ครั้งพุทธกาลแล้วความคิดเหล่านี้ก็ยังมีอยู่ในทุกยุคทุกสมัยจนบางครั้งดูเป็นความหลงผิดอย่างมหันต์

ช่นความเชื่อในเรื่องไสยศาสตร์ต่าง ๆโดยขาดการพิจารณาไตร่ตรองหลงยึดติดในเรื่องอิทธิฤทธิ์ จนเกินไปทำให้หลงเป็นเหยื่อของเหล่า 18 มงกุฎที่ชอบอวดอ้างตนเองตั้งตัวเองเป็นเกจิอาจารย์ใช้เล่ห์กลมายาและหน้าม้าขบวนการหลอกล่อกระทำเรื่องราวต่าง ๆ อวดอ้างเป็นผู้วิเศษในเรื่องราวต่าง ๆจนผู้คนหลงเชื่อในที่สุดก็ต้องสูญเสียเงินทองไปกับกลุ่มคนเหล่านี้อย่างช่วยไม่ได้

การเจ็บป่วยของมนุษย์นั้นจัดได้ว่าเป็นความทุกข์อย่างหนึ่งที่พบเห็นกันอยู่ทุกวันดังได้กล่าวมาแล้วหากเกิดจากดินฟ้าอากาศแปรปรวน เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาวก็อาจเจ็บป่วยเป็นไข้หวัดไอหรือจามเพียงกินยาหรือหาหมอก็หายบางคนอาจมีวิตกจริตมากชอบคิดถึงเรื่องราวต่างๆอย่างมากมายจนเกิดความเครียด นำไปสู่โรคหัวใจ โรคประสาทก็เป็นไปได้

แต่บางโรคเพียรพยายามจะรักษาอย่างไรก็ไม่หายกินยากันเป็นปีผ่าตัดกันเป็นประจำ ก็ไม่หายดังนั้นหนทางแห่งการแก้ไขก็เลยหนีจากทางวิทยาศาสตร์การแพทย์มาเป็นไสยศาสตร์หาร่างทรงองค์เทพกันไปหายก็มี ไม่หายก็มี เพราะถ้าโชคดี พบกับผู้มีภูมิความรู้จริงๆ ก็คงจะหายแต่ถ้าพบผู้แอบอ้างแฝงมาหากิน ก็คงจะเสียเงินมากกว่าจะหายสิ่งหนึ่งที่มักจะพบเห็นมักได้แก่ถูกทักทายว่ามีองค์และจะต้องครอบขันธ์ครูรับองค์เทพไปบูชามิฉะนั้นจะไม่หายป่วยบางทีอาจถึงตายคนเรามาถึงขั้นนี้มีหรือจะไม่ยอมส่วนใหญ่จะยอมรับขันธ์กันเพราะอยากหายและอยากรวยดังนั้นเมื่อถูกทักว่ามีองค์ก็อย่าเพิ่งหลงดีใจเพราะอาจจะเป็นก้าวแรกที่ท่านจะต้องเสียเงินให้
แก่ตำหนักนี้อีกเรื่อย ๆเช่น การครอบขันธ์ งานไหว้ครู เป็นต้น

ปัญหาจึงอยู่ที่ว่าท่านมีองค์จริงหรือ ? … .หรือว่า ถูกหลอก!

 

ตามพุทธฎีกาที่กำหนดไว้เมื่อถึงกึ่งพุทธกาล 2,500 ปี เป็นต้นมา จึงเป็นหน้าที่ของเทพพรหมเทวาทั้งหลายที่จะมาทำหน้าทีอุปถัมภ์ค้ำชูทนุบำรุงสืบพระศาสนาขององค์สมณโคดม ตามที่ได้ทูลขอกับพุทธองค์ไว้ จึงเป็นเหตุในเกิดมีร่างทรงองค์เทพมากมายในปัจจุบัน ดัง นั้นการที่องค์เทพจะมาเกี่ยวข้องกับมนุษย์นั้นก็ด้วยเหตุ 2 ประการ คือ

1. ญาณจุติ หมายถึงภาระหน้าที่ในการเกิดเป็นมนุษย์ตามวาระ และเป็นส่วนหนึ่งของเทพที่ลงมาจุติ เพื่อมารับกรรมบางอย่างและเพื่อทำหน้าที่ในการเป็นผู้นำทางศาสนา เช่น พระสงฆ์ อุบาสก อุบาสิกา ผู้เลื่อมใสในพระพุทธศาสนา เป็นผู้นำทางฝ่ายสงฆ์หรือฆราวาสก็ตาม ที่เป็นผู้ใฝ่ในการปฏิบัติจนได้ญาณหรือฌาณ และมักจะลำบากในช่วงแรกแต่จะสบายในช่วงปลาย

2. ญาณแฝง หมายถึง องค์เทพในระดับต่าง ๆ ที่ยังไม่ถึงวาระการเกิดเป็นมนุษย์ แต่มีความเลื่อมใส ปรารถนาจะช่วยส่งเสริมและมีส่วนร่วมในการสืบพระศาสนาด้วย ครั้นจะลงมาเกิดใหม่เพื่อสร้างบุญ ก็จะต้องรอเวลาอีกนานกว่าจะถึงเวลานั้น ญาณนี้แหละทีมักถูกเรียกกันว่า “องค์ ” มีภาระหน้าที่ตามความสัมพันธ์ในอดีต คือให้การอารักขาผู้ที่ได้มาจุติเป็นมนุษย์ เพราะเคยเกี่ยวสัมพันธ์กันมาแต่ชาติปางก่อน เมื่อร่างนี้ได้ทำบุญและแผ่เมตตาให้ ก็จะได้ร่วมอนุโมทนาบุญด้วยกัน ขณะเดียวกันก็จะคอยปกป้องคุ้มครอง ช่วยเหลือการทำมาหากิน ดลจิตดลใจ หรือเกิดเป็นลางสังหรณ์ในเรื่องราวต่าง ๆ จะพาสร้างบารมีทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา บางครั้งเวลาสวดมนต์นั่งกรรมฐานองค์เทพท่านจะพาสวดมนต์เป็นภาษาเบื้องบนหรือภาษาเทพไปเลยก็มี 

 

หลักการปฏิบัติเบื้องต้นของผู้มีองค์เทพ


๑ . งดหรือห้ามรับประทานเนื้อวัวควายตลอดชีวิต


๒ . ห้ามรับประทานเครื่องเซ่นบวงสรวงของคนอื่น (เครื่อง เซ่นบวงสรวง ของตัวเอง สามารถนำมารับประทานได้ครับ ของเซ่นไหว้บรรพบุรุษ หรือผีไม่มีญาติควรงดครับ เครื่องเซ่นที่ปักธูปดอกเดียว ควรงดครับ)


๓ . ห้ามรับประทานอาหารหรือของกินต่างๆในงานศพงานแต่งหากจำเป็นต้องไป ให้จุดธูปกลางแจ้ง ๑๖ ดอกบอกกล่าวขออนุญาติต่อองค์เทพ ที่ว่าไม่ควรกินอาหารที่งานศพ ด้วยเหตุว่า
       ๑. ไม่ทราบว่าสะอาดหรือไม่
       ๒. ถ้าไปงานแล้วอยู่ไม่กี่ชั่วโมง ให้ทานอาหารจากบ้านไปครับ
       ๓. ถ้าอยู่ช่วยงานทั้งวัน เวลาจะกินให้ตักไปกินนอกศาลาครับ ให้จุดธูปบอกกล่าวต่อเทพเทวาหรือพนมมือตั้งจิตอธิฐาน ว่ามีเหตุจำเป็นเพราะ ผู้ที่ล่วงลับเป็นญาติผู้ใหญ่ จำต้องร่วมงานและช่วยงานศพให้ลุล่วงด้วยดี เป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทิตา


๔ . สวดมนต์เป็นประจำ ชีวิตจะรุ่งเรือง (ให้เปิดตาสวดมนต์ การนั่งสมาธิเพียงให้ใจสงบ ห้ามหักโหม)

๕ . ก่อนที่จะไปทำการรับขันธ์ ต้องทำพิธีอาบน้ำมนต์ ๓ ครั้งก่อนหากดวงท่านต้องรับขันธ์หรือเดินสายเทพครับ  การรับขันธ์ อาจารย์หมอยา ขอให้เป็นทางเลือกสุดท้ายครับ

 

 

สิ่งที่ควรมีในผู้เดินสายเทพ


๑. ควรมีสัมมาคาราวะ รู้จักให้เกียรติผู้อื่น


๒. ควรมีการรู้กาละเทศะ ว่าอะไรควรไม่ควร ของแบบนี้ไม่เชื่อก็ไม่ควรลบหลู่ครับ


๓. ควรรู้จักการครองตน ไม่ใช่ว่าเรียนวิทยาคมไสย์เวทย์มาเก่งหรือปฏิบัติสายเทพมา ไปอวดอ้างหรือไปลองภูมิ ลองของคนอื่น เรียกว่าไม่ประมาณตน หากจะโปรดหรือช่วยผู้อื่นก็ขอให้เป็นไปโดยสุภาพชน ด้วยน้ำใจไมตรี


หลักแห่งการปฏิบัติที่พึงกระทำ


1.ย่อมไม่โอ้อวดตน
2.ย่อมไม่ละโมบ
3.ย่อมไม่อหังการ
4.ย่อมละทิฐิ
5.ย่อมมีเมตตาเป็นที่ตั้ง
6.ย่อมรู้จัก ละ ลด ปลด วาง
7.ย่อมไม่ขวนขวายในสิ่งอันมิชอบมาเป็นของตน

 

ที่มา: ยูทูป , ongtep.com
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Timmy Mueller's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 15,029 ครั้ง
โพสท์โดย Timmy Mueller
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
52 VOTES (4/5 จาก 13 คน)
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ภาษาท้องถิ่นในไทยที่ไม่มีตัวอักษรและไม่สามารถเขียนได้เปิดแอร์ 24 ชม. จ่ายกี่บาท?จังหวัดที่พูดภาษาเขมรมากที่สุดในประเทศไทย8 ดอกไม้ห้ามไหว้พระ5 ความเจริญของไทย ภาพลักษณ์ใหม่ที่ชาวต่างชาติแห่ชื่นชม10 โรงเรียนเอกชน ที่เก่าแก่สุดในประเทศไทยมหาวิทยาลัยและสาขา ที่ค่าเรียนแพงที่สุดในประเทศไทยคณะที่เรียนยากที่สุด แต่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาว2 ภาษา ที่มีคนใช้น้อยที่สุดในโลก7 ถ้ำสุดประหลาดและมหัศจรรย์ที่สุดในโลกธรรมชาติมักสร้างสรรค์สิ่งมหัศจรรย์ให้เราประหลาดใจอยู่เสมอไม้มงคลที่ควรปลูกมากที่สุด
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เผย 10 อันดับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุด..อันดับที่ 1 ไม่ใช่แอร์!ทำไม 2 อำเภอในไทยถึงไม่มีร้านเซเว่นเปิดแอร์ 24 ชม. จ่ายกี่บาท?ตึกที่มีความสูงมากกว่า 80 ชั้น เพียงแห่งเดียวเท่านั้นในไทย
ตั้งกระทู้ใหม่