ชีวิตยิ่งกว่านิยาย! ลูกตามหาพ่อที่แท้เป็นเจ้านายตัวเอง!!

เป็นเรื่องราวดีๆที่เป็นเรื่องจริงแต่ประหลาดราวกับนิยาย
เมื่อ คามทรันที สาวใหญ่ชาวเวียดนาม วัย 40 ปี ได้เดินทางมาที่ไต้หวันเมื่อปี 2005
ด้วยความหวังว่าจะได้เจอหน้าพ่อบังเกิดเกล้าของเธอซึ่งตกหลุมรักกับแม่ของเธอที่ฮ่องกงในปี 1967
... แม่ของคามได้ตั้งท้อง ก่อนที่จะถูกบังคับให้เดินทางกลับเวียดนาม
เนื่องจากเหตุผลทางครอบครัว และเสียชีวิตหลังให้กำเนิดลูกสาวได้เพียง 2 เดือน ทิ้งไว้เพียงแหวนทองแกะสลักวงหนึ่ง
... แม่ของคามได้ตั้งท้อง ก่อนที่จะถูกบังคับให้เดินทางกลับเวียดนาม
เนื่องจากเหตุผลทางครอบครัว และเสียชีวิตหลังให้กำเนิดลูกสาวได้เพียง 2 เดือน ทิ้งไว้เพียงแหวนทองแกะสลักวงหนึ่ง
และรูปถ่ายของพ่อซึ่งไม่เคยรู้ว่าเธอมีตัวตนอยู่ในโลกใบนี้
ทั้งนี้คามได้รับการว่าจ้างจาก ไช่
ให้มาช่วยดูแลภรรยาของเขาที่ป่วยเป็นอัมพาต
อยู่นานถึง 7 เดือน จนภรรยาของไช่เสียชีวิต
และจากนั้นสำนักงานจัดหางานได้ย้ายคาม
ไปทำงานให้กับอีกครอบครัวหนึ่งบนเกาะจินเหมิน
เมื่อเดินทางถึงที่พักแห่งใหม่
คามนึกขึ้นมาได้ว่า ได้ลืมกระเป๋าซึ่งภายในมีแหวนและรูปถ่ายของพ่อ
อยู่ที่บ้านของเจ้านายคนก่อน คือบ้านของไช่
จึงได้แจ้งไปยังตำรวจเพื่อขอความช่วยเหลือ
เมื่อตำรวจติดต่อมายังไช่
ไช่ซึ่งได้เปิดกระเป๋าที่คามลืมทิ้งไว้ออกดูหลังได้รับแจ้งจากตำรวจ
และพบว่าสิ่งของที่อยู่ภายในกระเป๋า
เป็นของที่เขาเคยมอบไว้ให้กับแฟนสาว
จึงรู้ทันทีว่า คาม คือลูกของเขานั่นเอง!!
ทั้งนี้ผลการพิสูจน์หาสารพันธุกรรม (ดีเอ็นเอ)
ก็พบว่า ไช่และคามเป็นพ่อลูกกันจริง
และเมื่อสัปดาห์ที่แล้วคามได้เดินทางกลับไปยังเวียดนาม
เพื่อดำเนินการในเรื่องของเอกสารต่างๆ
ในการใช้ยื่นขอพักอาศัยในไต้หวันแล้ว
ทั้งนี้คามได้รับการว่าจ้างจาก ไช่
ให้มาช่วยดูแลภรรยาของเขาที่ป่วยเป็นอัมพาต
อยู่นานถึง 7 เดือน จนภรรยาของไช่เสียชีวิต
และจากนั้นสำนักงานจัดหางานได้ย้ายคาม
ไปทำงานให้กับอีกครอบครัวหนึ่งบนเกาะจินเหมิน
เมื่อเดินทางถึงที่พักแห่งใหม่
คามนึกขึ้นมาได้ว่า ได้ลืมกระเป๋าซึ่งภายในมีแหวนและรูปถ่ายของพ่อ
อยู่ที่บ้านของเจ้านายคนก่อน คือบ้านของไช่
จึงได้แจ้งไปยังตำรวจเพื่อขอความช่วยเหลือ
เมื่อตำรวจติดต่อมายังไช่
ไช่ซึ่งได้เปิดกระเป๋าที่คามลืมทิ้งไว้ออกดูหลังได้รับแจ้งจากตำรวจ
และพบว่าสิ่งของที่อยู่ภายในกระเป๋า
เป็นของที่เขาเคยมอบไว้ให้กับแฟนสาว
จึงรู้ทันทีว่า คาม คือลูกของเขานั่นเอง!!
ทั้งนี้ผลการพิสูจน์หาสารพันธุกรรม (ดีเอ็นเอ)
ก็พบว่า ไช่และคามเป็นพ่อลูกกันจริง
และเมื่อสัปดาห์ที่แล้วคามได้เดินทางกลับไปยังเวียดนาม
เพื่อดำเนินการในเรื่องของเอกสารต่างๆ
ในการใช้ยื่นขอพักอาศัยในไต้หวันแล้ว

ที่มา: เฟสยุ๊ค
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
132 VOTES (4/5 จาก 33 คน)
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
10 โรงเรียนเอกชน ที่เก่าแก่สุดในประเทศไทย
เปิดแอร์ 24 ชม. จ่ายกี่บาท?
8 ดอกไม้ห้ามไหว้พระ
จังหวัดที่พูดภาษาเขมรมากที่สุดในประเทศไทย
มหาวิทยาลัยและสาขา ที่ค่าเรียนแพงที่สุดในประเทศไทย
บริษัทท่องเที่ยว “รถราง” ในเขมร เตรียมปิดกิจการ หลังปิดด่าน-น้ำมันแพง กระทบท่องเที่ยวหนัก ลูกค้าหลักจากไทยหาย
ภาษาท้องถิ่นในไทยที่ไม่มีตัวอักษรและไม่สามารถเขียนได้
ประเทศที่ร้อนที่สุดในโลก!!
คณะที่เรียนยากที่สุด แต่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาว
5 ความเจริญของไทย ภาพลักษณ์ใหม่ที่ชาวต่างชาติแห่ชื่นชม
ไม้มงคลที่ควรปลูกมากที่สุด
2 ภาษา ที่มีคนใช้น้อยที่สุดในโลกHot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เผย 10 อันดับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุด..อันดับที่ 1 ไม่ใช่แอร์!
ทำไม 2 อำเภอในไทยถึงไม่มีร้านเซเว่น
เปิดแอร์ 24 ชม. จ่ายกี่บาท?
ตึกที่มีความสูงมากกว่า 80 ชั้น เพียงแห่งเดียวเท่านั้นในไทย