"เมื่อสมเด็จพระนเรศทรงเอ่ยเรียกหญิงชาวบ้านเยี่ยงพระมารดา"....
"เมื่อสมเด็จพระนเรศทรงเอ่ยเรียกหญิงชาวบ้านเยี่ยงพระมารดา"....
.......ในพงศาวดาร วัน วลิต กล่าวไว้ว่า เย็นวันหนึ่ง พระนเรศวรและคณะเพียงไม่กี่คนล่องเรื่อไปตามแม่น้ำขณะนั้นเกิดพายุฝนห่าใหญ่จึงไม่สามารถเสด็จกลับวังได้ จึงให้แวะพักหลบฝนที่บ้านหลังหนึ่ง บนบ้านมีหญิงชราคนหนึ่งแลเห็นคณะเดินทางก็ตกใจและกล่าวว่า
"...ลูกแม่เจ้าไม่รู้ดอกหรือว่าพระเจ้าแผ่นดินจะเสด็จมาบริเวณนี้..."
พระองค์ทรงตรัสว่า "...เป็นอะไรเล่าหากพระองค์พระประสงค์จะฆ่าลูก ก็นับว่าเป็นคราวเคราะห์ของลูกเอง..."
นางบอกให้เงียบเสียงลงเพราะกลัวจะได้ยินถึงพระมหากษัตริย์ แต่ผู้ปลอมตัวมาก็เสียงแข็งมากขึ้นทำทีไม่เกรงกลัวต่อพระบารมี จากนั้นพระองค์ก็ทรงเอ่ยขอดื่มกระแช่จากนางผู้นั้นให้คลายหนาว แต่นางก็ห้ามและติงว่า
" ...ในช่วงเข้าพรรษาเขาห้ามดื่มของมึนเมา...."
จากนั้นนางก็หาเสื้อผ้าแห้ง ๆ มาให้พระนเรศวรผู้ที่ปลอมตัวเป็นชาวบ้านธรรมดาเปลี่ยน และจัดการจัดสำรับข้าวปลาอาหาร และยอมยกกระแช่เหล้าที่เก็บเอาไว้มาให้ พระองค์ทรงบอกกับนางหญิงชาวบ้านว่า พระองค์ไม่ต้องการที่จะผูกมัดตัวเองตามกฏหมายที่เข็มงวดจนเกินไปของพระเจ้าแผ่นดิน
หลังจากที่พระองค์สนทนากับหญิ่งแก่ชาวบ้านคนนี้ทำให้พระองค์ได้รับรู้ว่าราษฎรของพระองค์อยู่กันอย่างเดือดร้อนอย่างไร คืนวันนั้นพระนเรศวรทรงบรรทมที่บ้านหลังนี้
และเมื่อเช้ามืด นางก็ปลุกและบอกให้ขายผู้มาค้างแรมและคณะให้รีบกลับอย่างเงียบ ๆ ตั่งแต่ตะวันยังไม่ขึ้น เพื่อจะได้ไม่เป็นการส่งเสียงดังให้พระเจ้าแผ่นดินได้ยินจนเป็นเหตุให้เกิดความโชคร้ายแก่ตัว
และในวันรุ่งขึ้นอีกวันพระนเรศวรทรงเรือหลวงกับคณะมายังบ้านหญิงแก่ยากจนผู้นี้อีก และรับสั่งให้ทหารเอาเสื้อผ้าใหม่ไปให้หญิงแก่เปลี่ยนและให้นำตัวมาเฝ้าพระองค์ที่เรือพระที่นั่ง หญิงชราตกใจเมื่อรู้ว่ามีทหารมากมายมาที่เรือนตน เพราะกลัวว่ามีคนนำความไปบอกทางการจนรู้ถึงพระกรรณ์ของพระเจ้าแผ่นดิน และกำลังจะจับนางไปรับพระราชอาญา นางจึงขัดขืน แต่ทหารก็จับนางเปลี่ยนเสื้อผ่าและนำมาเข้าเฝ้าพระนเรศวรจนได้ และนเรศวรจับมือหญิงผู้นั้นและบอกว่า
"...อย่าเกรงกลัวไปเลย เราเองคือผู้ที่มาพักในวันก่อน เมื่อแม่เจอเราก็เรียกเราว่า"ลูก"และเลี้ยงดูเราเป็นอย่างดี เหตุใดเราจะเรียกแม่ท่านว่า"แม่"ไม่ได้..."
หลังจากนั้นพระนเรศวรก็รับตัวนางยากจนผู้นี้เข้าไปอยู่ในพระราชวัง ปลูกเรือนให้อยู่และหาคนมาคอยรับใช้เลี้ยงดูอย่างดี จนนางสิ้นอายุไขก็ได้รับการพระราชทานเพลิงศพ และได้รับเกียรติ์ให้เป็นเชื้อพระวงศ์ด้วย .....
ข้อมูล : กรมศิลปากร ปีที่พิมพ์ 2548 , รวมบันทึกประวัติศาสตร์อยุธยาของฟาน ฟรีต (วัน วลิต)
.......ในพงศาวดาร วัน วลิต กล่าวไว้ว่า เย็นวันหนึ่ง พระนเรศวรและคณะเพียงไม่กี่คนล่องเรื่อไปตามแม่น้ำขณะนั้นเกิดพายุฝนห่าใหญ่จึงไม่สามารถเสด็จกลับวังได้ จึงให้แวะพักหลบฝนที่บ้านหลังหนึ่ง บนบ้านมีหญิงชราคนหนึ่งแลเห็นคณะเดินทางก็ตกใจและกล่าวว่า
"...ลูกแม่เจ้าไม่รู้ดอกหรือว่าพระเจ้าแผ่นดินจะเสด็จมาบริเวณนี้..."
พระองค์ทรงตรัสว่า "...เป็นอะไรเล่าหากพระองค์พระประสงค์จะฆ่าลูก ก็นับว่าเป็นคราวเคราะห์ของลูกเอง..."
นางบอกให้เงียบเสียงลงเพราะกลัวจะได้ยินถึงพระมหากษัตริย์ แต่ผู้ปลอมตัวมาก็เสียงแข็งมากขึ้นทำทีไม่เกรงกลัวต่อพระบารมี จากนั้นพระองค์ก็ทรงเอ่ยขอดื่มกระแช่จากนางผู้นั้นให้คลายหนาว แต่นางก็ห้ามและติงว่า
" ...ในช่วงเข้าพรรษาเขาห้ามดื่มของมึนเมา...."
จากนั้นนางก็หาเสื้อผ้าแห้ง ๆ มาให้พระนเรศวรผู้ที่ปลอมตัวเป็นชาวบ้านธรรมดาเปลี่ยน และจัดการจัดสำรับข้าวปลาอาหาร และยอมยกกระแช่เหล้าที่เก็บเอาไว้มาให้ พระองค์ทรงบอกกับนางหญิงชาวบ้านว่า พระองค์ไม่ต้องการที่จะผูกมัดตัวเองตามกฏหมายที่เข็มงวดจนเกินไปของพระเจ้าแผ่นดิน
หลังจากที่พระองค์สนทนากับหญิ่งแก่ชาวบ้านคนนี้ทำให้พระองค์ได้รับรู้ว่าราษฎรของพระองค์อยู่กันอย่างเดือดร้อนอย่างไร คืนวันนั้นพระนเรศวรทรงบรรทมที่บ้านหลังนี้
และเมื่อเช้ามืด นางก็ปลุกและบอกให้ขายผู้มาค้างแรมและคณะให้รีบกลับอย่างเงียบ ๆ ตั่งแต่ตะวันยังไม่ขึ้น เพื่อจะได้ไม่เป็นการส่งเสียงดังให้พระเจ้าแผ่นดินได้ยินจนเป็นเหตุให้เกิดความโชคร้ายแก่ตัว
และในวันรุ่งขึ้นอีกวันพระนเรศวรทรงเรือหลวงกับคณะมายังบ้านหญิงแก่ยากจนผู้นี้อีก และรับสั่งให้ทหารเอาเสื้อผ้าใหม่ไปให้หญิงแก่เปลี่ยนและให้นำตัวมาเฝ้าพระองค์ที่เรือพระที่นั่ง หญิงชราตกใจเมื่อรู้ว่ามีทหารมากมายมาที่เรือนตน เพราะกลัวว่ามีคนนำความไปบอกทางการจนรู้ถึงพระกรรณ์ของพระเจ้าแผ่นดิน และกำลังจะจับนางไปรับพระราชอาญา นางจึงขัดขืน แต่ทหารก็จับนางเปลี่ยนเสื้อผ่าและนำมาเข้าเฝ้าพระนเรศวรจนได้ และนเรศวรจับมือหญิงผู้นั้นและบอกว่า
"...อย่าเกรงกลัวไปเลย เราเองคือผู้ที่มาพักในวันก่อน เมื่อแม่เจอเราก็เรียกเราว่า"ลูก"และเลี้ยงดูเราเป็นอย่างดี เหตุใดเราจะเรียกแม่ท่านว่า"แม่"ไม่ได้..."
หลังจากนั้นพระนเรศวรก็รับตัวนางยากจนผู้นี้เข้าไปอยู่ในพระราชวัง ปลูกเรือนให้อยู่และหาคนมาคอยรับใช้เลี้ยงดูอย่างดี จนนางสิ้นอายุไขก็ได้รับการพระราชทานเพลิงศพ และได้รับเกียรติ์ให้เป็นเชื้อพระวงศ์ด้วย .....
ข้อมูล : กรมศิลปากร ปีที่พิมพ์ 2548 , รวมบันทึกประวัติศาสตร์อยุธยาของฟาน ฟรีต (วัน วลิต)
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
256 VOTES (4/5 จาก 64 คน)
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เลขเด็ด "เสือตกถังพลังเงินดี" งวดวันที่ 1 สิงหาคม 69..งวดนี้ 5 มาแรง!!
4 รถแห่ที่มีค่าจ้างที่แพงที่สุด
ใครสร้างปราสาทพนมรุ้ง? รู้จัก “นเรนทราทิตย์” ผู้สร้างเทวสถานบนภูเขาไฟ
ใจสั่น เวียนหัว เลี่ยงที่คนเยอะ อาจเป็นสัญญาณแพนิคที่ซ่อนอยู่
มารู้จัก “ตะขบยักษ์” ผลไม้พื้นบ้านลูกโต รสหวาน ปลูกง่าย
ทำไมเขตสัมพันธวงศ์จึงมีพื้นที่เล็กที่สุดในกรุงเทพฯ
ทำไม "ทรายจากทะเลทราย" ถึงเอามาสร้างตึกสร้างบ้านไม่ได้
เหรียญ 10 มูลค่า 1 ล้านบาท
10 รถจักรยานยนต์ยุค 80 รุ่นดัง ที่หลายคนยังจดจำ
ทำไมรูปภาพถึงแตกและไม่คมชัด หลังอัปโหลดลงโซเชียลมีเดีย
10 นักร้องลูกทุ่งไทยที่มีค่าจ้างงานแสดงสูงที่สุด
วิธีแก้ผ้าเช็ดตัวเหม็นอับ หลังแขวนตากไว้ในห้องน้ำHot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ใครสร้างปราสาทพนมรุ้ง? รู้จัก “นเรนทราทิตย์” ผู้สร้างเทวสถานบนภูเขาไฟ