Share Facebook LINE Twitter
หน้าแรก เว็บบอร์ด Chat ตรวจหวย ควิซ คำนวณ Pageแชร์ลิ้ง
หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

มากัสซาร์ "ขบถมักกะสัน" ประวัติศาสตร์ที่อ่านสนุกครับ

โพสท์โดย mata

ขบถมักกะสัน   

 ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช กรุงศรีอยุธยาได้ชื่อว่าเป็นมหานครนานาชาติเนื่องจากเป็นศูนย์กลางการค้าที่สำคัญที่สุดของภูมิภาคนี้ ทั้งยังมีชนชาติต่าง ๆ เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารเป็นอันมาก ทว่าการมีชนต่างชาติเข้ามาอยู่เป็นจำนวนมากนั้น ย่อมนำไปสู่ความขัดแย้งระหว่างชนชาติเหล่านั้นอย่างเลี่ยงไม่ได้

(พระราชวังของสมเด็จพระนารายณ์ที่ลพบุรี)

แต่เดิมนั้น เมื่อช่วงต้นรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์ กลุ่มชนต่างชาติที่มีอำนาจทางการเมืองสูงสุดคือ ชาวเปอร์เซียซึ่งเป็นผู้นับถือศาสนาอิสลาม ทว่าหลังการเข้ามาของ ชายชาวกรีก นามว่า คอนสแตนติน ฟอลคอน ซึ่งในเวลาต่อมาได้รับตำแหน่งเป็น เจ้าพระยาวิชาเยนทร์ อัครมหาเสนาบดีแห่งสยาม อำนาจของชาวเปอร์เซียรวมทั้งพวกมุสลิมอื่นๆในสยามก็เสื่อมถอยลง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังจาก คอนสแตนติน ฟอลคอน ได้รับตำแหน่งเจ้าพระยาวิชเยนทร์แล้ว บรรดาตำแหน่งสำคัญ ๆ เกี่ยวหับการค้าและการดูแลเมืองท่าต่างๆก็ถูกเปลี่ยนย้ายจากชาวมุสลิมมาอยู่ในมือชาวยุโรปทั้งสิ้น

(เจ้าพระยาวิชาเยนทร์)

การสูญเสียอำนาจทางการเมืองและเศรษฐกิจทำให้ขุนนางชาวมุสลิมจำนวนมากไม่พอใจเจ้าพระยาวิชาเยนทร์ขณะที่บางกลุ่มนั้นถึงกับเกิดความขัดเคืองในองค์สมเด็จพระนารายณ์ที่ไม่ทรงโปรดปรานพวกตนเช่นดังก่อน จึงทำให้ขุนนางมุสลิมกลุ่มหนึ่งวางแผนโค่นบัลลังก์สมเด็จพระนารายณ์ โดยยืมมือนักรบชาวมากัสซาร์หรือที่ชาวอโยธยาเรียกกันว่า พวกมักกะสัน ให้เป็นผู้ก่อการ

แต่เดิมชาวมากัสซาร์เป็นพวกมุสลิมที่อาศัยอยู่ในเกาะเซลีเบสของอินโดนีเซีย เป็นชนชาติที่ดุร้ายและเชี่ยวชาญในการรบ ต่อมา ชาวมากัสซาร์ถูกชาวฮอลันดาเข้ารุกรานจนสู้ไม่ได้ ต้องอพยพออกจากถิ่นฐานเดิม พวกมากัสซาร์กลุ่มหนึ่งนำโดยหัวหน้าชื่อ เจ้าดาย ได้เข้ามาขอพึ่งพระบรมโพธิสมภารสมเด็จพระนารายณ์ พระองค์จึงโปรดให้พวกนี้ตั้งบ้านเรือนอยู่นอกกำแพงพระนคร (บ้านเรือนอยู่ย่านคลองตะเคียน นอกพระนครศรีอยุธยา)

โดย "มักกะสัน" เพี้ยนจากชื่อหมู่เกาะมากัสซาร์ (Makassar ปัจจุบันอยู่ในประเทศอินโดนีเซีย) แต่คนที่ถูกเรียกว่า แขกมักกะสัน มีทั้งมาจากเกาะมากัสซาร์และเกาะซูลาเวซี (เซเลบีส)

ตามบันทึกของชาวต่างชาติร่วมสมัยได้กล่าวไว้ว่า พวกมากัสซาร์มีความแข็งแกร่งและทรหดกว่าชนชาติอื่นๆ ทั้งยังมีนิสัยดุร้าย เหี้ยมโหด โดยพวกนี้มีธรรมเนียมชนิดหนึ่งชื่อ ลาม็อก ซึ่งหมายถึงการทำการในยามที่จนตรอกอย่างที่สุด โดยเมื่อเข้าลาม็อกแล้ว พวกมากัสซาร์จะสู้อย่างบ้าเลือดและจะสังหารทุกชีวิตที่พวกเขาพบเห็นไม่ว่าจะเป็น ผู้ชาย ผู้หญิง เด็กหรือ คนชรา โดยพวกนี้เชื่อว่า ยิ่งเขาสังหารคนได้มากเท่าใด ก่อนตาย วิญญาณของผู้ที่ถูกสังหารเหล่านั้น ก็จะกลายเป็นทาสของพวกเขาบนสรวงสวรรค์

(นักรบมากัสซาร์)

การก่อกบฎครั้งนี้เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2229 โดยกลุ่มขุนนางมุสลิมที่วางแผนก่อการได้ส่งคนไปติดต่อกับรองหัวหน้าพวกมากัสซาร์ให้ยุยงพรรคพวกให้กระด้างกระเดื่อง โดยทำเป็นบอกว่า ตนเห็นดวงดาวบนท้องฟ้าแสดงสัญลักษณ์วิปริต เป็นนิมิตหมายว่า อาจเกิดเหตุเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลต่อชาวมุสลิมทั้งปวงแลอาจเกิดเหตุร้ายต่อชาวมุสลิมทั้งหลาย ซึ่งที่รองหัวหน้าผู้นี้กล่าวดังนี้ก็เพื่อทาบทามหาผู้ร่วมก่อการและก็สามารถระดมคนได้ดังที่ตั้งใจ ทั้งหมดจึงตกลงนัดหมายวันที่จะนำกำลังบุกเข้าไปพระมหาราชวังและปลงพระชนม์สมเด็จพระนารายณ์จากนั้นก็จะยกพระอนุชาขึ้นเป็นกษัตริย์โดยบังคับให้นับถือศาสนาอิสลามและเปลี่ยนให้สยามเป็นรัฐอิสลามเสีย

ทว่าก่อนวันก่อการไม่กี่วัน ได้มีขุนนางมุสลิมผู้หนึ่งในกลุ่มผู้ก่อการ คิดกลับใจนำความไปแจ้งเจ้าพระยาวิชาเยนทร์ จากนั้นได้มีการจับกุมพวกขุนนางที่เป็นต้นคิดก่อขบถ ประหารชีวิตเสียและได้เตรียมกำลังพลเพื่อพร้อมรับมือพวกมากัสซาร์ ซึ่งเมื่อพวกมากัสซาร์ได้รู้ว่าแผนก่อกบฎล้มเหลวเช่นนั้น จึงเกิดคร้ามเกรงและขอเจรจา โดยยื่นเงื่อนไขว่า เจ้าดายและนักรบมากัสซาร์ชั้นหัวหน้าจำนวน 50 คนจะอพยพออกจากสยาม ขอเพียงแต่เจ้าพระยาวิชาเยนทร์จะไม่เอาโทษพวกตนและญาติพี่น้องที่ยังอยู่ในสยาม

เจ้าพระยาวิชาเยนทร์ตอบตกลง จากนั้นเจ้าดายกับพวกจึงลงเรือสำเภาลำหนึ่งแล่นออกจากพระนคร ทว่าเมื่อเรือของเจ้าดายไปถึงป้อมที่เมืองบางกอก กลับพบว่าโซ่ที่ขึงขวางกั้นแม่น้ำนั้นยังไม่ได้ถูกออกไป เนื่องจากเจ้าพระยาวิชาเยนทร์ได้ลอบสั่งการให้ ออกพระศักดิสงครามหรือ กัปตัน ฟอร์แบง นายทหารชาวฝรั่งเศสจับกุมหัวหน้าขบถเหล่านั้นทั้งหมด

เมื่อเห็นว่า ตนถูกหักหลัง พวกมากัสซาร์ จึงสู้กับกองทหารของฟอร์แบงอย่างบ้าเลือด ชาวมากัสซาร์ 20 คนถูกสังหารที่ป้อม ขณะที่ฝ่ายอโยธยาก็เสียทหารไปเกือบ 100 นาย ส่วนเจ้าดายและพวกขบถที่เหลือได้หนีขึ้นฝั่งและไล่ฆ่าชาวบ้านทุกคนที่พบเห็นไม่เว้นพระภิกษุ เด็ก และสตรี ซึ่งกว่าที่ กองทหารของฟอร์แบงจะจัดการกับพวกขบถได้ทั้งหมด ก็มีชาวบ้านถูกฆ่าไปกว่า 300 คน

อย่างไรก็ตาม เจ้าดายกับพวกขบถบางคนสามารถหนีรอดกลับมาถึงอยุธยาได้และแจ้งกับพรรคพวกของตนที่หมู่บ้านมักกะสันถึงเรื่องที่เกิดขึ้น พวกมากัสซาร์จึงได้ระดมกำลังนักรบหลายร้อยเตรียมเข้าโจมตีตอบโต้ ทว่าในเวลานั้นเอง เจ้าพระยาวิชาเยนทร์ก็ได้ระดมกำลังทหารกว่า 7,000 นายพร้อมเรือรบ 200 ลำ และนายทหารชาวยุโรปอีก 60 นาย ยกมาโจมตีหมู่บ้านมักกะสัน 

(การปราบกบฎมักกะสัน)

การรบเปิดฉากด้วยการที่นายทหารชาวยุโรปขว้างลูกแตกหรือระเบิดเข้าใส่หมู่บ้านชาวมากัสซาร์เพื่อข่มขวัญ ทว่าฝ่ายนั้นกลับกรูกันออกมาพร้อมอาวุธอย่างดุร้ายและเข้าโจมตีกำลังส่วนหน้าของฝ่ายอโยธยาที่ขึ้นบกมาก่อนอย่างบ้าเลือดจนฝ่ายอโยธยาล้มตายเกลื่อนและต้องล่าถอย จนเมื่อกองหนุนทั้งหมดยกมาพร้อมกันแล้ว ฝ่ายอโยธยาจึงเข้าตีอีกครั้ง การรบดำเนินไปอย่างดุเดือด ไพร่พลทั้งฝ่ายล้มตายหลายร้อยนาย รวมทั้งเจ้าดายผู้นำพวกมากัสซาร์ก็ถูกยิงตายในการรบด้วย

จนในที่สุด กองเรืออโยธยาก็ล้อมหมู่บ้านพวกมากัสซาร์ไว้ได้และใช้ธนูเพลิงระดมยิงพร้อมกับขว้างลูกแตกเข้าไป จนไฟลุกท่วมทั้งหมู่บ้านส่งผลให้ชาวมากัสซาร์เกือบทั้งหมดถูกไฟคลอกตาย จากบันทึกของชาวต่างชาติที่อยู่ในเหตุการณ์ครั้งนั้น เล่าไว้ว่า ฝ่ายอโยธยาต้องสูญเสียไพร่พลไปเกือบ 1,000 นายกว่าจะการปราบกบฎลงได้ และหลังจากการปราบขบถเสร็จแล้ว ฝ่ายอโยธยาได้นำตัวนักรบมากัสซาร์ที่รอดชีวิตมาลงโทษประหาร ด้วยการให้เสือโคร่งแทะกินทั้งเป็นจนขาดใจตายอย่างช้าๆ

ทั้งนี้เหตุการณ์ขบถมากัสซาร์ หรือ ขบถมักกะสันนี้ได้ทำให้ทางราชสำนักอโยธยาไม่ไว้วางใจขุนนางชาวมุสลิมอีกต่อไป ทำให้อำนาจของเหล่าขุนนางมุสลิมในสยามที่เคยเฟื่องฟูมาแต่ครั้งต้นรัชกาล ต้องปิดฉากลง

ที่มา: http://www.komkid.com, th.wikipedia.org
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
mata's profile


โพสท์โดย: mata
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
36 VOTES (4/5 จาก 9 คน)
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
รอยแยก "ลานหินแตก" ผาแต้ม – มหัศจรรย์ธรรมชาติแห่งอุบลราชธานีอบรมเสร็จ ครูไม่ได้กลับมือเปล่า! ชาวเน็ตฮือฮาเห็นของเต็มสองมือทึ่งทั่วไทย : คูเมืองเชียงใหม่ หนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของเมืองเชียงใหม่“คิงอับดุลลอห์สปอร์ตซิตี” แลนด์มาร์กกีฬาแห่งซาอุฯ ความยิ่งใหญ่กลางทะเลทรายต้นหนุมานประสานกายเรื่องกล้วย​ๆ ที่ไม่ใช่​แค่​กล้วย​ทึ่งทั่วไทย : "ไข่น้ำแร่แจ้ซ้อน" ไข่จาระเม็ดในตำนาน เสิร์ฟร้อนๆ พร้อมน้ำจิ้มแซ่บลืมโลก!แผ่นดินไหวล่าสุด อาฟเตอร์ช็อก 305 ครั้ง ไทยเจอ 11 ครั้งในรอบ 24 ชม.ประชากรแฝงในไทยพุ่ง! สธ.เผยต่างด้าวกว่า 5 ล้าน พบป่วย-ต้องเฝ้าระวัง 1.7 ล้านคน
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
แผ่นดินไหวล่าสุด อาฟเตอร์ช็อก 305 ครั้ง ไทยเจอ 11 ครั้งในรอบ 24 ชม.“คิงอับดุลลอห์สปอร์ตซิตี” แลนด์มาร์กกีฬาแห่งซาอุฯ ความยิ่งใหญ่กลางทะเลทราย
ตั้งกระทู้ใหม่
หน้าแรกเว็บบอร์ดหาเพื่อนChatหาเพื่อน Lineหาเพื่อน SkypePic PostตรวจหวยควิซคำนวณPageแชร์ลิ้ง
Postjung
เงื่อนไขการให้บริการ ติดต่อเว็บไซต์ แจ้งปัญหาการใช้งาน แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม ข่าวประชาสัมพันธ์ ลงโฆษณา
เว็บไซต์นี้ใช้ Cookie
เพื่อประสบการณ์ที่ดีและการใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ดูข้อมูลเพิ่มเติม อ่านนโยบายการใช้งาน
ตกลง