หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

วังจันทรเกษมโบราณ แห่งกรุงศรีอยุธยา


เขียนโดย

พระราชวังจันทรเกษม แห่งกรุงศรีอยุธยา

พระราชวังจันทร์เกษม แห่งกรุงศรีอยุธยา เป็นอีกหนึ่งสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
พระราชวังโบราณแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำป่าสัก
ในอดีตพระราชวังจันทร์เกษม คือ “วังหน้า” ในสมัยกรุงศรีอยุธยา
ซึ่งปรากฏหลักฐานตามพระราชพงศาวดาร
สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในรัชสมัยสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช ประมาณ พ.ศ.2120
โดยมีพระราชประสงค์ เพื่อให้เป็นที่ประทับของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (ครั้งดำรงพระยศพระมหาอุปราช)

 

พระราชวัง จันทร์เกษมนี้ ฝีนอดีตยังเคยเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์และพระมหาอุปราชที่สำคัญอีก 7 พระองค์คือ สมเด็จพระเอกาทศรถ เจ้าฟ้าสุทัศน์ สมเด็จพระนารายณ์มหาราช
ขุนหลวงสรศักดิ์ (พระเจ้าเสือ) สมเด็จพระเจ้าท้ายสระ
สมเด็จพระเจ้าบรมโกศ และ กรมพระราชวังบวรมหาเสนาพิทักษ์

ภายหลังเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ.2310
พระราชวังจันทร์เกษมลูกเผาทำลายวอดวายจึงได้ถูกทิ้งร้างไป
จนกระทั่งในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์)
จึงได้มีการบูรณะปรับปรุง ซ่อมแซมพระราชวังขึ้นใหม่
เพื่อใช้สำหรับเป็นที่ประทับ ในเวลาที่พระองค์เสด็จประพาสพระนครศรีอยุธยา

 

สิ่งก่อสร้างภายในพระราชวังนี้มีอายุเก่าแก่หลายร้อยปีแล้ว
และเพราะความเก่าแก่โบร่ำโบราณของพระราชวังเก่าแห่งนี้
จึงเป็นที่มาของเรื่องราวอาถรรพ์ เป็นที่สถิตย์ของดวงวิญญาณที่ไม่ยอมไปผุดไปเกิด

พระราชวังจันทรเกษมในสมัยหลังๆ
มักใช้เป็นที่พักของเหล่านักโบราณคดี ข้าราชการกรมศิลปากร
ที่ต้องเดินทางไปสำรวจขุดค้นโบราณสถาน ภายในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

 

หรือแม้กระทั่งเวลา “รับน้อง” คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร
หลายคนก็จะเจอะเจอเรื่องแปลกๆ เอามาเล่ากันอยู่เรื่อยๆ

มีเรื่องที่เล่าสู่กันฟังถึงรุ่นพี่นักโบราณคดีคนหนึ่ง
รุ่นพี่คนนี้ก็ได้ไปใช้ชีวิตทำงานอยู่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
และได้พักอยู่ที่พระราชวังจันทรเกษม เป็นการชั่วคราว ในหมู่พระที่นั่งพิมานรัตยา
คืนหนึ่งหลังจากแสร็จงานสำรวจที่วัดราชบูรณะ

 

รุ่นพี่และกลุ่มเจ้าหน้าที่ของกรมศิลปากร ก็พากันไปหาเหล้าดื่มกันที่ตลาดหัวรอ
ข้างพระราชวังจันทรเกษม จนเริ่มเมาจึงพากันกลับเข้าวัง
เดินกอดคออ้อๆ แอ้ๆ เก้ๆ กังๆ
ส่งเสียงดังชนิดไม่สำรวมกิริยามารยาทเข้ามาข้างใน
ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่สมควร ไม่เคารพต่อสถานที่

และก่อนที่กลุ่มคนเมา จะเดินมาถึงพระที่นั่งวิมานรัตยานั้น
ก็มีบางคนเอ่ยชวนให้ไปยืนตากลมชมวิวกันบนหอพิสัยสัญลักษณ์
เผื่อว่าลมพัดเย็นๆ จะช่วยให้สร่างเมาได้บ้าง

 

 

 

เมื่อทุกคนเห็นพ้องต้องกัน จึงพากันเดินโงนเงนไปที่หอสูงแห่งนี้
ซึ่งตามประวัตินั้น หอแห่งนี้สร้างขึ้นในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
แล้วมาถูกทำลายพังยับเยินเมื่อคราวเสียกรุงฯ ครั้งที่ 2
แต่ต่อมารัชกาลที่ 4 ท่านทรงโปรดฯให้สร้างใหม่ตามแบบศิลปะเดิมตามรากฐานเก่า
เพื่อใช้เป็นหอส่องกล้องทอดพระเนตรดวงดารา

 

กลุ่มคนเมาเดินมาหยุดนั่งพักก่อนที่จะถึงหอสูง
เมื่อทุกคนกวาดสายตามองไปยังบริเวณด้านล่างของหอสูง
แต่ละคนก็ต้องตกใจแทบสิ้นสติ !
เพราะที่บริเวณนั้นปรากฏร่างเป็นเงาตะคุ่มๆ ของใครก็ไม่ทราบหลายคนปรากฏอยู่
และกลุ่มคนพวกนี้ก็กำลังเดินใกล้เข้ามาหาพวกขี้เมาเสียด้วย
และยิ่งใกล้เข้ามาชิดตัวก็ยิ่งน่าตกใจ
เพราะแต่ละร่างที่เดินประดาหน้าเข้ามานั้น
มีเพียงส่วนท่อนบนเท่านั้น ร่างกายท่อนล่างไม่มี
ผู้ที่พบเหตุการณ์สยองขวัญบางคนถึงกับก้าวขาไม่ออก ยืนตัวสั่นอยู่กับที่
หายเมาเป็นปลิดทิ้ง
ทุกคนเจอผีเข้าแล้ว!!!

แต่มีอยู่คนหนึ่งใจกล้า ใช้ไฟฉายที่ถือมาส่องไปยังร่างเหล่านั้น
ซึ่งยิ่งส่องก็ยิ่งเห็นความน่าเกลียดน่ากลัว
เพราะเขาเห็นร่างกายส่วนที่ขาดตั้งแต่บั้นเอวลงไปนั้น
ขาดกระรุ่งกระริ่งไม่มีชิ้นดี
เมื่อเห็นอย่างนั้นแล้ว ทุกคนจึงรีบหมุนตัวกลับวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต

 

ตกลงคืนนั้นไม่มีใครข่มตาหลับได้ลงสักคน
เพราะภาพที่เห็นมันสุดจะบรรยาย
แต่ก็ทำให้ทุกคนเชื่อว่า นี่คงจะเป็นการลงโทษของดวงวิญญาณศักดิ์สิทธิ์
เจ้าที่เจ้าทางที่คุ้มครองรักษาพระราชวังสถานที่แห่งนี้
เพราะเขาคงไม่ชอบให้ใครมาเกะกะ ทำตัวไม่เคารพสถานที่
ซึ่งเคยเป็นที่ประทับของอดีตวีรกษัตริย์และเจ้านายหลายๆพระองค์
การมาปรากฏเช่นนี้ ก็คงเป็นการลงโทษสถานเบาให้หลาบจำ

ด้วยเหตุนี้ หลังจากคืนนั้นแล้วกลุ่มนักโบราณคดีและเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร
ที่ได้เผชิญเหตุการณ์สยองขวัญจึงได้นิมนต์พระสงฆ์ 9 รูป
มารับประเคนภัตตาหารและถวายสังฆทานอุทิศส่วนบุญส่วนกุศล
ไปให้กับดวงวิญญาณทุกดวงในพระราชวังจันทรเกษม
เพื่อเป็นการขอขมาลาโทษที่ประพฤติตัวไม่เหมาะสมกับสถานที่
เรื่องการพบเห็นดวงวิญญาณที่วังโบราณนี้ยังมีเล่ากันต่อมาเรื่อยๆ
ในรูปแบบต่างๆ
โดยเฉพาะกลุ่มนักศึกษาใหม่ที่ไปรับน้องที่นั่นก็มักจะเจอกันทุกปีค่ะ

ว่าไม่ได้นะคะ เรื่องราวของพระราชวังโบราณทุกที่ เจ้านายเดิม ข้าหลวง ทหารรักษาวังบางคน
ดวงวิญญาณอาจะยังคงปกปักษ์รักษาสิ่งของสำคัญบางอย่าง
ตามพัธะสัญญาที่เคยใหเแก่กันไว้

เพื่อนๆเวลาไปวังที่ไหน การสำรวมกิริยามารยาท น้องเงือกเหม็ดคิดว่าสำคัญมากเลยล่ะค่ะ
เป็นการให้เกียรติตัวเอง และให้เกียรติสถานที่ด้วยในตัวนะคะ
ภูตผีวิญญาณเห็น ท่านก็คงไม่มาเขม่นเราเอาน่ะค่ะ ^^

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
LFT♥ βỳ βåЪצ ₣∂Ҝ€ ™'s profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 1,132 ครั้ง
เขียนโดย LFT♥ βỳ βåЪצ ₣∂Ҝ€ ™
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เปิดชื่อ 7 ปลาน้ำจืด ‘ราคาสูงที่สุดในไทย’ ไม่ใช่แค่ปลาน้ำเงินต้นไม้ที่ให้ร่มเงามากที่สุด 5 อันดับอำเภอที่บริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมากที่สุดในไทย5 อาชีพในไทย ที่ เงินเดือนเริ่มต้นสูง แบบงง ๆ บางงานเด็กจบใหม่ก็แตะ 30K+มาดูอันดับความหล่อในเอเชีย หนุ่มไทยอยู่ในอันดับที่เท่าไหร่?จังหวัดที่ “คนรวยเยอะที่สุดในไทย” ไม่ใช่ที่คุณคิดอันดับแรกเงินเดือนทหารไทย VS เงินเดือนทหารกัมพูชาแบรนด์ไทย กลายเป็นสัญลักษณ์ความหรูหรา ในลาวนกหายากที่พบได้ที่เดียวบนโลก ในพื้นที่จังหวัดสระบุรีของไทยถอดรหัสเลขเด็ดปกกองสลากฯ งวดวันที่ 16 เมษายน 2569จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ไม่มี ‘อำเภอเมืองความฉลาดครบทั้ง 7 ด้าน 7Q ที่ควรรู้ ขุมทรัพย์ความฉลาด พิชิตความสำเร็จในชีวิต
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ปีนี้ ใช้สิทธิทำฟันกันหรือยัง?นกหายากที่พบได้ที่เดียวบนโลก ในพื้นที่จังหวัดสระบุรีของไทยพระเอกlอวี สุดฮอต ร้อนไฟลุกในช่วงนี้มีใครบ้าง?15 ไอเทมของวัยรุ่นยุค 90 ใครทันอันไหนเอาปากกามาวง5 อาชีพในไทย ที่ เงินเดือนเริ่มต้นสูง แบบงง ๆ บางงานเด็กจบใหม่ก็แตะ 30K+
ตั้งกระทู้ใหม่