“ในหลวง อย่าทิ้งประชาชนนะ” ใครกันที่ตะโกนทูลพระองค์
สวัสดีครับเพื่อนๆ ก่อนอื่นอยากเรียนให้เพื่อนๆ ที่ติดตามกันมาทราบว่า เนื่องด้วยเหตุผลทางสายตาที่ย่ำแย่ลงทุกทีกับจอประสาทตา อีกประการเพราะเดี๋ยวนี้มีผู้โพสท์สิ่งที่เป็นประโยชน์กันหลายท่าน จึงคิดว่าตัวเองถึงเวลาที่จะลดบทบาทลง ต่อไปนานๆ เราคงจะได้พบกันสักครั้งหนึ่ง ขอบคุณกับมิตรภาพที่ดีมาตลอดครับ
เพื่อนๆ หลายท่านคงได้อ่านเรื่องราวและได้ยินประโยคนี้กันมานาน ว่า "ในหลวง อย่าทิ้งประชาชนนะ" แล้วใครกันที่เป็นผู้ร้องตะโกนทูลพระองค์เช่นนั้น วันนี้ขออนุญาตคัดบทความมาเรียบเรียงให้เพื่อนๆ ได้อ่านเรื่องราวแห่งความประทับใจกันดีกว่าครับ...mata
วันเสด็จพระราชดำเนินกลับประเทศสวิตเซอร์แลนด์
พระราชนิพนธ์บันทึกประจำวันบางส่วนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ระหว่างวันเสด็จฯ จากสยามสู่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ คงพอจะสะท้อนให้เห็นถึงความรักของประชาชน ที่พร้อมใจส่งเสด็จอย่างมืดฟ้ามัวดิน
วันที่ 19 สิงหาคม พุทธศักราช 2489..."วันนี้ถึงวันที่เราจะต้องจากไปแล้ว พอถึงเวลาก็ลงจากพระที่นั่งพร้อมกับแม่ ลาเจ้านายฝ่ายใน ณ พระที่นั่งชั้นล่างนั้นแล้ว ก็ไปยังวัดพระแก้วเพื่อนมัสการลาพระแก้วมรกต และพระภิกษุสงฆ์ ลาเจ้านายฝ่ายหน้า ลาข้าราชการทั้งไทยและฝรั่ง แล้วก็ไปขึ้นรถยนต์ ตลอดทางที่รถพระที่นั่งแล่นผ่านฝูงชนที่มาส่งเสด็จอย่างล้นหลาม ได้ทอดพระเนตรเห็นประชาชนที่แสดงความจงรักภักดี บางแห่งใกล้จนทอดพระเนตรเห็นดวงหน้าและแววตาชัด ที่บ่งบอกถึงความเสียขวัญอย่างใหญ่หลวง ทั้งเต็มไปด้วยความรักและห่วงใย อันเป็นภาพที่ทำให้อยากรับสั่งกับเขาทุกคน ถึงความหวังดีที่ทรงเข้าพระทัย และขอบใจเขาเช่นกัน ขวัญของคนเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าขาดกำลังใจ ถ้าขวัญเสียมีแต่ความหวาดระแวง ประเทศจะมีแต่ความอ่อนแอและแตกสลายพอรถแล่นออกไปได้ไม่ถึง 200 เมตร มีผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามาหยุดรถแล้วส่งกระป๋องให้เราคนละใบ ราชองครักษ์ไม่แน่ใจว่าจะมีอะไรอยู่ในนั้น บางทีจะเป็นลูกระเบิด เมื่อมาเปิดดูภายหลังปรากฏว่าเป็นทอฟฟี่ที่อร่อยมาก ตามถนนผู้คนช่างมากมายเสียจริงๆ ที่ถนนราชดำเนินกลาง ราษฎรเข้ามาใกล้จนชิดรถที่เรานั่ง กลัวเหลือเกินว่าล้อรถของเราจะไปทับแข้งทับขาใครเข้าบ้าง รถแล่นฝ่าฝูงคนไปได้อย่างช้าที่สุด ถึงวัดเบญจมบพิตร รถแล่นเร็วขึ้นได้บ้าง ตามทางที่ผ่านมา ท่ามกลางเสียงโห่ร้องถวายพระพรได้ยินเสียงใครคนหนึ่งร้องขึ้นมาดังๆ เข้าพระกรรณ์ ว่า...."
"ในหลวง อย่าทิ้งประชาชนนะ"
อยากจะร้องบอกเขาลงไปว่า
"ถ้าประชาชนไม่ทิ้งข้าพเจ้าแล้ว ข้าพเจ้าจะทิ้งประชาชนอย่างไรได้"
เสียงนั้นเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้พระองค์ท่านทรงนึกถึงประชาชนอยู่ตลอดเวลา จึงได้ทรงพระวิริยะอุตสาหะศึกษาเล่าเรียน เพื่อจะได้นำความรู้ ความสามารถ พัฒนาประเทศ กลับมาดูแลประชาชนของพระองค์ และพระองค์ทรงกลับมา...กลับมาทำสิ่งเหล่านี้...ให้ประชาชนของพระองค์
เป็นที่น่าประหลาดว่า ต่อมาอีกประมาณ 20 ปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพบชายที่ร้องตะโกนทูลพระองค์ไม่ให้ทิ้งประชาชนนั้นเป็นพลทหาร และในปัจจุบันเขาออกไปทำนาอยู่ในต่างจังหวัด
เขากราบบังคมทูลสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ไม่ทรงทิ้งราษฏร เขาทูลว่าตอนที่เขาร้องไปนั้น...เขารู้สึกว้าเหว่และใจหาย ที่เห็นพระเจ้าแผ่นดินเสด็จไปจากเมืองไทย กลัวจะไม่เสด็จกลับมาอีก....
เขาดีใจมากที่ได้เฝ้าฯ อีก กราบบังคมทูลถามว่า...
"ท่านคงจำผมไม่ได้ ผมเป็นคนร้องไม่ให้ท่านทิ้งประชาชน"
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรับสั่งถามว่า "เราน่ะรึที่ร้อง"
"ใช่ครับ ตอนนั้นเห็นหน้าท่านเศร้ามาก กลัวจะไม่กลับมา จึงร้องไปเหมือนคนบ้า"
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตอบ
"นั่นแหละ ทำให้เรานึกถึงหน้าที่ จึงต้องกลับมา"
2 ประเทศในโลก ที่ไม่มีเครื่องดื่ม Coke วางขายอย่างถูกกฎหมาย
ประเทศที่คนนิยมมาซื้อบ้านในประเทศไทยมากที่สุด
วิเคราะห์หวยด้วย AI งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 69..เลขไหนมีสิทธิ์ออกมากที่สุด!
ประเทศนอกเมืองจีน ที่มีคนจีนย้ายไปอาศัยอยู่จำนวนมากที่สุด
จบยุคเดินข้ามชิล ไทยขยับจริง สร้างกำแพง–ขุดคูน้ำหนองจาน ปิดช่องทางเดิมแบบถาวร
ประเทศที่ชอบทุเรียนไทยที่สุด นำเข้าทุเรียนจากไทยมากเป็นอันดับหนึ่ง
จังหวัดในประเทศไทย ที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่นจำนวนน้อยที่สุด
ส่องเลขมงคล "ม้าวิ่ง" แนวทางเลขเด่นงวด 16 ก.พ. 69
ประเทศที่ค่าน้ำดื่มแพงที่สุดในโลก
จังหวัดไหน ที่ครองแชมป์จํานวนควายมากที่สุดในไทย
5 อันดับ ประเทศที่มีขยะมากที่สุดในโลก
7 แหล่งท่องเที่ยวด้านความ "แปลก" ในประเทศไทย
แนะนำ! เว็บไซต์ ai สามารถวาดรูป [l8+](สร้างฟรี) ผู้ใหญ่เท่านั้น
สยบดราม่าแอบอ้างชื่อคนดัง: “อ.อุ๋ย ชนิษฐา” โพสต์ขอโทษ “นุ่น-ต๊อด” ยอมรับข้อมูลทั้งหมดไม่เป็นความจริง
9 พิกัดผืนธงทรงพลัง: มรดกทางวัฒนธรรมที่ปลิวไสวเหนือแผ่นดิน
รู้จักลิง 6 ชนิด ที่สามารถพบได้ในประเทศไทย
นักการเมืองที่รวยที่สุด มีทรัพย์สินมากที่สุดอันดับหนึ่งในโลก
