หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ประวัติท่าตะเบ๊ะ

โพสท์โดย mata

ท่าตะเบ๊ะ เรียกเป็นทางการว่า “วันทยหัตถ์” หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า “Salute” เป็นท่าทำความเคารพของคนที่อยู่ในเครื่องแบบ และไม่มีอาวุธ (ถ้ามีอาวุธจะใช้วันทยาวุธ หรือ Present arms) โดยมักใช้แสดงความเคารพในขณะที่ปฏิบัติหน้าที่ในเครื่องแบบ ที่มีการสวมหมวก (หากไม่ได้สวมหมวกนิยมจะยกมือไหว้ทักทายแทน) โดยตามมารยาทแล้ว หากมีคนตะเบ๊ะให้เรา ถ้าเราอยู่ในเครื่องแบบที่มีหมวก ก็ให้ “ตะเบ๊ะ” กลับไป หรือถ้าไม่ได้อยู่ในเครื่องแบบ ก็ให้ยกมือไหว้แบบรับไหว้

ในยุคของอัศวินที่ขี่ม้าประลองกันของฝรั่งนั้นได้ให้กำเนิดประเพณีที่แพร่หล่ายในวงการทหารปัจจุบันเรียกว่าการทำวันทยหัตถ์ การทำความเคารพคนในเครื่องแบบหรือการตะเบ๊ะ

สมัยโบราณ อัศวินจะใส่ชุดเกราะเหล็ก จะมีหมวกเหล็กที่มีตะแกรงด้านหน้าเอาไว้ป้องกันตา เนื่องจากผู้ที่เป็นอัศวินล้วนเป็นผู้ที่มีชาติตระกูล ก่อนที่จะประลอง จะมีการเปิดตะแกรงด้านหน้าออกมาเพื่อให้ได้เห็นหน้าตาของคู่ต่อสู้ ถือว่าเป็นการให้เกียรติซึ่งกันและกัน คล้าย ๆ กับชาวจีนที่การต่อสู้แบบตัวต่อตัวนั้น จะต้องบอกชื่อของตัวเองให้อีกฝ่ายหนึ่งรู้ วิธีการเปิดตะแกรงด้านหน้าออก ทำโดยการใช้มือดันตะแกรงด้านหน้าขึ้นไป หลังจากนั้นต่อมา การแสดงความเคารพแบบนี้ก็ได้แพร่หลายในหมู่นักรบทั่วไป กลายเป็นการแสดงความเคารพในแบบปกติของชาวบ้านด้วย เนื่องจากยุโรปเป็นเมืองหนาว บุคคลทั่วไปจะสวมหมวก เวลาที่ทักทายกันโดยเฉพาะระหว่างทักทายกุลสตรี วิธีการคือใช้ปลายนิ้วมือจับปลายหมวกด้านหน้า ถอดแล้วเหวี่ยงไปถึงแขนตรงกันข้ามในลักษณะนี้มีพร้อมกับการก้มหัวเล็กน้อย แต่ต่อเมื่อที่วันๆ หนึ่งจะมีบุคคลต้องเคารพมากมายหรือเพียงแค่เร่งรีบ ชาวบ้านจึงใช้ปลายนิ้วมือจับปลายหมวกด้านหน้ายกขื้นและยกลงโดยที่ไม่ถอดหมวก จนในที่สุดการทหารก็ได้นำการทำความเคารพชนิดนี้มาใช้เป็นนโยบายหลักในการเคารพนายทหาร

การทำวันทยหัตถ์ในลักษณะที่คล้ายกับปัจจุบันเคยเกิดขึ้นมาแล้ว ฟังดูในสมัยนี้จะคล้ายเป็นเรื่องที่ตลกมาก แต่ทางการปฏิบัติเมื่อ 2000 ปีมาแล้ว ในยุคทหารโรมันที่เป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นเจ้าระเบียบ ทหารจะสวมชุดเกราะที่เป็นโลหะ เวลามีการสวนสนามบรรดานายทหารที่ใส่ชุดเกราะนั่งอยู่บนอัฒจันทร์ กลางวันแดดจ้ามากสะท้อนแสง ดังนั้นเวลาหมู่ทหารที่เดินสวนสนามอยู่ข้างล่างต้องมองไปที่เหล่านายทหาร แสงแดดสะท้อนกับชุดเกราะ แสบตา เป็นเหตุให้ทหารทำหน้าตาน่ารังเกียจ เหล่านายทหารจึงได้อนุญาตให้ยกมือขึ้นป้องหน้าเพื่อให้มองนายทหารได้ชัดเจน นายทหารที่อยู่บนนั้นเห็นว่ามันเป็นระเบียบดีขึ้นและคล้ายกับเป็นท่าที่ทำความเคารพวิธีหนึ่ง จึงกำหนดให้ท่าป้องหน้า (ตะเบ๊ะ) เป็นวิธีทำความเคารพผู้บังคับบัญชา

วิธีการตะเบ๊ะของแต่ละประเทศอาจจะไม่เหมือนกัน ก็เพราะเป็นการประยุกต์ใช้ตามความเหมาะสมของวัฒนธรรมในภูมิภาคนั้น ในยุคหลังการเคารพโดยใช้มือนั้นจะเป็นการเคารพผู้นำประเทศสูงสุดซื่งก็จะมีวิธีการที่ต่างกันไป ลักษณะที่จะนึกออกเป็นอันดับแรกไม่พ้นกองทัพของฮิตเลอร์ คือการที่จะยื่นแขนตรงไปข้างหน้า มืออยู่ที่ระดับสายตา พร้อมกับพูดว่า ฮิตเลอร์จงเจริญ เป็นสิ่งที่ได้มีการบังคับให้ใช้อย่างเข้มงวดหลังจากที่มีคนพยายามลอบฆ่าฮิตเลอร์ ทหารจะต้องทำการเคารพชนิดนี้ไห้แก่นายทหารที่ยศสูงกว่าเสมอ เป็นการแสดงถึงความจงรักภักดีต่อฮิตเลอร์ผ่านนายทหารเป็นขั้นเป็น ๆ ไป ถือว่านายทหารคือตัวแทนของฮิตเลอร์

กองทัพโปแลนด์จะทำการวันทยหัตถ์ด้วยเพียงแค่สองนิ้วและฝ่ามือหันไปด้านหน้า เปรียบเสมือนกับลูกเสือสำรองในเมืองไทย ในความหมายของกองทัพโปแลนด์สองนิ้วหมายถึงเกียรติยศและแผ่นดินแม่

กองทัพอังกฤษและกองทัพของประเทศที่เป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ เช่น ออสเตรเลีย อินเดีย แอฟริกาใต้ และแคนาดา จะมีความหมายในการเคารพนายทหารว่าเป็นการเคารพพระราชินีผ่านนายทหาร ถือว่านายทหารคือตัวแทนของพระราชินี ไม่ได้มีความหมายว่าเคารพตัวนายทหาร ในยุคปัจจุบันถึงแม้ว่าประเทศที่ได้รับเอกราชจากอังกฤษ วิธีการเคารพจะไม่มีความหมายว่าเป็นการเคารพพระราชินีแล้วก็ตาม แต่วัฒนธรรมการใช้การวันทยหัตถ์จะยังมีอยู่และโดดเด่นที่การแบฝ่ามือด้านหน้าออกไปด้านนอก มองแล้วเหมือนจะเป็นการโชว์ฝ่ามือ ซื่งในโบราณกาล การแสดงฝ่ามือถือเป็นการแสดงความเป็นมิตร เพราะผู้ที่กำลังเข้าพบอยู่สามารถมองเห็นว่าไม่ได้ถืออาวุธ นั่นคือที่มาที่ไปของการจับมือระหว่างบุคคลสำคัญเช่นกัน เพราะฉะนั้นในการทหารที่ต้องแสดงความจริงใจพร้อมกับทำความเคารพ จึงได้ใช้ท่าวันทยหัตถ์ด้วยการแบฝ่ามือออกไปด้านนอก

ถ้าย้อนกลับมาดูบ้านเรา ก็จะสังเกตได้ว่า กองทัพไทยในปัจจุบันเกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งทรงเล็งเห็นความจำเป็นและความสำคัญของกองทัพ จึงทรงปฏิรูปการบริหารการทหารมากมาย ทรงส่งพระราชโอรสหลายพระองค์ไปทรงศึกษาวิชาทหารในทวีปยุโรป ซึ่งทรงนำวิทยาการทหารสมัยใหม่มาปรับปรุงทางทหารของไทยจนเจริญทัดเทียมกับชาติตะวันตก จัดแบ่งกำลังรบ จัดกำลังไปประจำในท้องถิ่นหัวเมืองสำคัญ จัดโรงเรียนคะเด็ตทหารมหาดเล็ก และโรงเรียนนายเรือ ต่อมาจนถึงสมัยปัจจุบัน กองทัพไทยได้พัฒนาเพิ่มไปอย่างต่อเนื่องจนมีศักยภาพที่มีขีดความสามารถสูง และมีบทบาทเป็นที่ยอมรับในประชาคมโลก แต่กลับมีเอกลักษณ์ความเป็นไทยเพียงน้อยนิด การทำความเคารพซึ่งเป็นภาพลักษณ์แรกที่บุคคลทุกคนจะต้องสังเกตเห็นเพราะเป็นสิ่งแรกที่จะทำต่อเมื่อพบปะกัน แต่การเคารพของกองทัพไทยกลับไม่มีความหมายอะไรเลย วิธีการให้เกียรติในบ้านเรามีวัฒนธรรมพื้นบ้านว่าให้ไหว้อยู่แล้ว แต่ยังไม่เคยมีการพัฒนามาเป็นทางการทางสายทหาร 

การวันทยหัตถ์ที่กองทัพไทยใช้นั้นได้รับมาจากวัฒนธรรมของต่างชาติซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมเราเลย เนื่องจากชุดเกราะโบราณที่ทหารไทยใช้นั้นไม่มีหมวกที่มีหน้ากากที่จะต้องยกขื้น แถมทหารทั่วไปก็ไม่ได้มีชุดเกราะให้ใส่เพราะที่มีก็ซื้อมาจากต่างชาติ การแบหน้ามือออกเพื่อแสดงว่าไม่ได้ถืออาวุธในมือก็ไม่ได้ปรากฎในวัฒนธรรมไทยเรา และแม้แต่การถอดหมวกก็ไม่มีความหมายในบ้านเรา เพราะเหตุนี้ สิ่งที่นิยมทำกันมากจริง ๆ แล้วไม่มีความหมายเลย แต่สะท้อนให้เห็นว่าความต้องการที่จะเคารพนั้นมีอยู่และขาดไม่ได้ในองค์กรที่จำเป็นจะต้องมีระเบียบวินัย และความจำเป็นที่จะรู้สึกว่ามีเกียรติยศ แต่หากว่าสิ่งที่ทำนั้นมีความหมายที่ลึกซึ้งจะทำให้รู้สึกและสำนึกถึงนหน้าที่ของตนเอง

     ประเทศที่การทำวันทยหัตถ์ไม่มีความหมายนั้น คงจะเป็นกองทัพของสหรัฐอเมริกา ที่เป็นประเทศเดียวในโลกที่ไม่มีวัฒนธรรม เนื่องจากว่าเป็นประเทศที่ก่อตั้งมาเพียง 200 กว่าปีมาแล้ว โดยที่บรรพบุรุษของเขาเป็นชาวยุโรป อพยพไปที่นั่น และได้ทำลายวัฒนธรรมชนเผ่าในท้องถิ่น คงจะคล้ายเป็นเรื่องตลกไปหากว่าจะได้เห็นกองทัพ สหรัฐอเมริกามานั่งสูบไปป์พ่นควันเพื่อแสดงถึงมิตรภาพตามวัฒนธรรมอินเดียนแดง ซึ่งก็พอจะเข้าใจ แต่ในเมืองที่มีประวัติศาสตร์มายาวนานมากนั้น คงจะเป็นเรื่องที่ เหล่าผู้บัญชาการทหารต้องมาวิเคราะห์กันอย่างลึกซึ้ง

ที่มา: www.paisalvision.com/news/77-special-reports/5482-2010-10-06-04-07-47.html
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
mata's profile


โพสท์โดย: mata
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
52 VOTES (4/5 จาก 13 คน)
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
อำเภอในประเทศไทย ที่มีประชากรมากกว่าอำเภอเมืองของจังหวัดตัวเองแรงงานเขมร 30 คน แฉ เขมรประสบกับปัญหาเศรษฐกิจสุดย่ำแย่ประชาชนไม่มีงาน ราคาสินค้าแพง ยอมทิ้งบ้านเกิดเข้ามาหางานในประเทศไทย สุดท้ายเจ้าหน้าที่รวบตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย10 เลขฮิต "OK ล็อตเตอรี่" งวดวันที่ 17 มกราคม 69..ส่องก่อน รวยก่อน!!ปิดฉาก..ยุติออกอากาศ ช่อง JKN18 ของ แอน จักรพงษ์เผยงานวิจัยล่าสุด! "โลก" กำลังถูก "ดวงจันทร์" ดูดชั้นบรรยากาศ..เพื่อสร้างอาณานิคมใหม่นอกโลกลือหึงฝรั่งเศสเจอเอกสารลับ ช่วยไทยทวงคืนเขาพระวิหารสิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 17/1/69ห้างสรรพสินค้าในประเทศไทย ที่สวยงามและหรูหรามากที่สุด90% คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่า สามารถทำความสะอาดไมโครเวฟ ได้ด้วยมะนาวเพียงลูกเดียวสิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 17/1/69ของป่าจากประเทศไทย ที่มีมูลค่าการส่งออกสูงมากที่สุด"ฮุนมาเนต" หลุดโป๊ะเอง ลอบกัดไทย "วางบึ้มสังหาร" ยอมเอาชีวิตชาวเขมรเข้าเสี่ยง ชาวบ้านซวยลับเข้าบ้านไม่ได้
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
บาทหลวงเผยกลางงานแต่งว่าเป็นแฟนเก่าของเจ้าสาว"ดวงยังพอมี" เผยเหตุเปลี่ยนใจไม่ขึ้นขบวนมรณะลือหึงฝรั่งเศสเจอเอกสารลับ ช่วยไทยทวงคืนเขาพระวิหารชาร์จพลังชีวิตจากธรรมชาติรอบตัว ดูแลสุขภาพง่าย ๆ ไม่เสียเงินซักบาทเท้ง..โอดครวญ ผู้สมัคร สส.พรรคส้ม โดนจับคดี"เทา"อีกคนแล้ว
ตั้งกระทู้ใหม่