หน้าแรก เว็บบอร์ด หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype Pic Post ตรวจหวย ควิซ Page คำนวณ คำคม คลิปวิดีโอ สเปซ เกม Play ไดอารี่ อัลบั้ม แต่งรูป กริตเตอร์ ดาวน์โหลดรูปจาก IG
 
ติดต่อเว็บไซต์ติดต่อโฆษณาแจ้ง Report เนื้อหาเงื่อนไขการให้บริการ
 
เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ด ตั้งกระทู้ใหม่

น้ำมันปลามีประโยชน์

โพสท์โดย mata

 

ช่วงนี้ได้คุยกับน้องในสเปซบ่อย  ก็เลยทำให้นึกถึงสุขภาพและร่างกายของน้องๆ มากขึ้น  คงต้องพักเรื่องดวงดาวสักระยะเพราะเดี๋ยวจะเบื่อกันเสียก่อน  เวลาที่ใครพูดถึงน้ำมันปลา  หลายๆ คนโดยเฉพาะคนรุ่นเก่าๆ ก็มักจะนึกถึงน้ำมันตับปลาทีพ่อกับแม่คอยซื้อมาให้รับประทานเพราะมีประโยชน์ต่อร่างกาย  แต่ ณ ปัจจุบันคงไม่มีใครไม่รู้จักโอเมก้า 3 ประโยชน์ในปลาทะเลน้ำลึก  วันนี้ก็เลยหาข้อมูลเกี่ยวกับประโยชน์ของน้ำมันปลามาฝากกัน  สำหรับใครที่ขี้เกียจอ่านก็อ่านแต่หัวข้อก็ได้นะครับ  

กรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว ถือว่าเป็นสารอาหารที่สำคัญยิ่งต่อร่างกาย โดยเฉพาะกรดไขมันชนิดโอเมก้า-3 ซึ่งส่วนใหญ่กรดไขมันชนิดนี้พบได้ในไขมันจากสัตว์ เช่น น้ำมันปลา ซึ่งถือว่าเป็นแหล่งจากธรรมชาติที่พบมากและมีคุณภาพดี ปัจจุบันความสนใจทางการแพทย์เกี่ยวกับกรดไขมันโอเมก้า-3 จากน้ำมันปลาเริ่มมีมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเริ่มจากข้อมูลที่ว่า ชาวเอสกิโมมีเปอร์เซ็นต์ของผู้ที่เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดอุดตันต่ำ เมื่อศึกษาถึงโภชนาการ จึงพบว่าอาหารที่ชาวเอสกิโมรับประทานในชีวิตประจำวัน คือ ปลาและแมวน้ำ ซึ่งเป็นแหล่งที่มีโอเมก้า-3 ปริมาณสูง ปัจจุบันจึงมีการยืนยันทางการแพทย์ถึงประโยชน์ที่สำคัญของกรดไขมันโอเมก้า-3 ต่อร่างกายในการลดความเสี่ยงหรือป้องกันการเกิดโรคต่างๆ เช่น

  1. โรคหัวใจและสมองขาดเลือด
  2. ช่วยลดระดับไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์ในเลือด ลดความดันโลหิต
  3. ช่วยบรรเทาอาการอักเสบของข้อเสื่อม ข้อรูมาตอยด์
  4. ช่วยบำรุงสมอง ป้องกันความเสื่อมของสมอง โรคซึมเศร้า และบำรุงสายตา
  5. บรรเทาอาการของโรคผิวหนังบางชนิด เช่น สะเก็ดเงิน โรคเรื้อนกวาง
  6. ป้องกันหรือบรรเทาโรคหอบหืด
  7. ปวดไมเกรน
  8. เบาหวาน

น้ำมันปลาเป็นสารอาหารประเภทไขมัน ซึ่งประกอบด้วยกรดไขมันในกลุ่ม Omega-3 Polyunsaturated Fatty Acid ซึ่งมีกรดไขมันที่สำคัญอยู่ 2 ชนิด คือ

  1. EPA (Eicosapentaenoic Acid) กรดไขมันชนิดนี้ มีส่วนช่วยลดระดับไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์ในเลือด ป้องกันไขมันอุดตันหลอดเลือด ป้องกันการเกาะตัวของเกล็ดเลือด ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุในการเกิดโรคหัวใจและสมองอุดตัน 

  2. DHA (Docosahexaenoic Acid) กรดไขมัน DHA มีบทบาทที่สำคัญและจำเป็นต่อการพัฒนาสมองและสายตา ช่วยเสริมสร้างและป้องกันความเสื่อมของสมอง การเรียนรู้ และความจำ รวมถึงระบบสายตา ให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

น้ำมันปลา.....สำคัญต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด

  1. ป้องกันโรคหัวใจและสมองขาดเลือด น้ำมันปลาจะช่วยยับยั้งการเกาะตัวของเกล็ดเลือดและลดไขมันในเลือด จึงช่วยป้องกันการอุดตันของหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงส่วนต่างๆ โดยเฉพาะหัวใจและสมอง ซึ่งจากผลการวิจัยพบว่ากลุ่มผู้ป่วยโรคหัวใจที่รับประทานน้ำมันปลาวันละ 3,000 มิลลิกรัม ร่วมกับวิตามินอีธรรมชาติ 200-400 ยูนิต สามารถลดอัตราการตายเนื่องจากหัวใจล้มเหลวลง 15% เมื่อเทียบกับผู้ป่วยที่ไม่ได้รับประทานน้ำมันปลา
    ภาวะไขมันอุดตันที่หลอดเลือด จนอาจทำให้เกิดการขาดเลือดของ หัวใจและสมอง
  2. ป้องกันโรคหลอดเลือดอุดตัน กรดไขมันโอเมก้า-3 ในน้ำมันปลา เป็นสารตั้งต้นของสารกลุ่มไอโคซานอยด์ (Eicosanoids) อันได้แก่ พรอสตาแกลนดิน-3 (Prostaglandins-3) และทรอมบอกแซน-3 (Thromboxan-3) ซึ่งสารกลุ่มนี้จะช่วยยับยั้งการเกาะตัวของเกล็ดเลือด จึงมีส่วนช่วยป้องกันการอุดตันของหลอดเลือด และช่วยให้หลอดเลือดขยายตัว ทำให้ระบบการไหลเวียนของเลือดในร่างกายดีขึ้น ลดการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติ 

  3. ช่วยลดระดับไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์ในเลือด ไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์สูงในเลือด ถือได้ว่าเป็นสาเหตุหนึ่งที่สำคัญในการก่อให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด
  4. ลดความดันโลหิตสูง ผลในการลดความดันโลหิต สำหรับผู้ป่วยความดันโลหิตสูงไม่มาก

น้ำมันปลา.....เพิ่มคุณภาพชีวิต ลดอาการข้อเสื่อม ข้อรูมาตอยด์

รายงานเกี่ยวกับน้ำมันปลาต่ออาการข้อเสื่อม (Osteoarthritis) และข้อรูมาตอย์ (Rheumatoid arthritis) น้ำมันปลาจึงเป็นทางเลือกหนึ่งของผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับข้อเสื่อม ข้ออักเสบเรื้อรังเพื่อช่วยบรรเทาอาการปวด แทนที่การรับประทานยาแก้ปวด NASIDs ซึ่งจะมีผลข้างเคียงต่อกระเพาะอาหาร ตับ และไตค่อนข้างมาก

น้ำมันปลา.....สำคัญต่อระบบสมอง

  1. ลดเซลล์สมองเสื่อม ป้องกันโรคสมองเสื่อม และหลงลืม 
  2. ลดภาวะซึมเศร้า จากการวิจัยพบว่าผู้ที่บริโภคปลาเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง มีอัตราเป็นโรคซึมเศร้าต่ำ

 

น้ำมันปลา.....หลากหลายประโยชน์ต่อสุขภาพ

  1. เบาหวาน เบาหวานที่พบบ่อย คือ เบาหวานชนิดที่สองที่มักพบในผู้ใหญ่ที่อ้วน ซึ่งนักวิจัยชาวเนเธอร์แลนด์ค้นพบว่า กรดไขมัน EPA ในน้ำมันปลา จะช่วยควบคุมน้ำตาลในเลือดให้ดีขึ้นในผู้ป่วยเบาหวาน 

  2. ปวดไมเกรน กรดไขมัน EPA ในน้ำมันปลา จะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของสารพรอสตาแกลนดิน และลดการหลั่งสารซีโลโทนิน ทำให้การเกาะตัวของเกร็ดเลือดลดลงในระยะที่มีการบีบตัวของหลอดเลือดในสมองลจึงมีส่วนช่วยลดอาการไมเกรนได้ 

  3. หอบหืด การรับประทานน้ำมันปลาจะช่วยลดสารที่ก่อให้เกิดการอักเสบ ที่เป็นตัวการสำคัญให้เกิดอาการของหอบหืดขึ้น คือ สารลิวโคไตรอิน และพรอสตาแกลนดิน ดังนั้นการรับประทานนักมันปลาอย่างต่อเนื่องจากช่วยบรรเทาอาการหอบหืดได้

น้ำมันปลาที่ดีต้องปลอดสารพิษ คือ น้ำมันปลาคุณภาพยา

ปัจจัยที่สำคัญที่ต้องคำนึงถึงสำหรับการเลือกผลิตภัณฑ์น้ำมันปลา คือ คุณภาพและความปลอดภัย แต่กลับพบว่า น้ำมันปลาคุณภาพต่ำส่วนใหญ่ที่ผลิตภายใต้มาตรฐานอาหารทั่วไป มักพบสารปนเปื้อนจำพวกตะกั่ว ปรอท สารหนู และยาฆ่าแมลง เจือปนมาจากขั้นตอนการผลิต  จึงเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคควรพิจารณาก่อนการตัดสินใจซื้อ 

อย่าลืมนะครับ  หากคิดจะรับประทานน้ำมันปลาก็สังเกตุคุณภาพของน้ำมันปลาที่มี % EPA และ DHA สูงขึ้นในสัดส่วน EPA 30% และ DHA 20% แต่ราคาก็จะแพงกว่า 3-4 เท่า  ด้วยความเป็นห่วง.....mata

ขอบคุณภาพประกอบ  Google.co.th

เรียบเรียงโดย: mata
ที่มา: megawecare.co.th
⚠ Report เนื้อหา 


โพสท์โดย: mata
 
น้ำมันปลามีประโยชน์
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ

ฮาคนเดียวไม่มัน ต้องแบ่งปันกันฮา

เปิดภาพ ‘โบอิง 747-400’ ทำไม ‘นักบิน’ ต้องเรียกร้องสิทธิ แล้วให้ผู้โดยสารไปนั่งที่อื่น

สะดุด! หนังสือที่ เหม่เหม อ่านยิ่งทำให้รู้ว่าร้ายกาจขนาดไหน!?

ส่องภาพล่าสุดบ้าน “อาม ชุติมา” หลังถูก “ประจักษ์” เรียก 2 ล้านค่าฉีกสัญญา

ส่องบ้านหลังใหม่ “ต่าย อรทัย” ที่ทุ่มทุนสร้างให้ “แม่-ยาย” ถึงแม้จะรวยเป็นร้อยล้าน แต่ก็ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย!
Hot Topic อื่นๆของ mata
ไฮโดรเจล (Hydrogel) วัสดุใหม่ที่น่าจับตามองเจ้าพระยาคนสุดท้ายของประเทศไทยหุ่นยนตร์ช้าง ที่สร้างเมือปี 1950สนามกอล์ฟดอนเมือง สนามกอล์ฟแปลกที่สุดในโลก
ตั้งกระทู้ใหม่