ตำนานเสือสมิง
เรื่องยาวหน่อย อ่านดูไปเรื่อยๆครับ..น่าสนใจดี
ตำนานเสือสมิง
(โดยหลวงพ่อลุนวัดโพนแพง)
หลวงพ่อลุนท่านได้เมตตาเล่าให้ฟังถึงความเป็นไปและตำนานต่างๆ
ของเสือสมิงว่า เสือสมิงนั้น จัดเป็นปีศาจชนิดหนึ่งอยู่ในตระกูลอมนุษย์ มี 2 ประเภทแบ่งออกตามรากฐานของการกำเนิดดังนี้
เสือสมิงประเภทแรก
เกิดจากการที่ผู้มีวิชาอาคมแก่กล้า ฝึกเรียนวิชาแปลงตนให้กลายเป็นเสือสมิง
ด้วยนับถือว่าหากสามารถฝึกฝนจนสำเร็จแล้วจะ มีอิทธิฤทธิ์มากมาย อาทิ
ร่างกายจะอยู่ยงคงกระพันฟันแทงไม่เข้า ทรงตบะอำนาจเป็นที่เกรงขามของมนุษย์และเทวดา
มีอิทธิฤทธิ์สามารถล่องหนหายตัวกำบังตาผู้คนทั่วไปได้ ไม่เกรงกลัวต่ออำนาจคุณไสยใดๆ
ทั้งคาถาและยาพิษทั้งปวง แต่โดยส่วนมากผู้ที่ฝึกวิชานี้มักจะต้องกลายเป็นเสือสมิงไปเกือบทั้งสิ้นเหตุเพราะ
วิชานี้มีการถือขลำหรือข้อห้ามปฏิบัติหลายอย่าง และหากกระทำผิดข้อห้าม เพียงไม่กี่ครั้ง
ภาษาทางไสยศาสตร์เรียกว่า ผิดขลำหรือผิดสัจจะที่ได้ให้ไว้แก่ครูบาอาจารย์ เมื่อร่างกลายเป็นเสือไปแล้วจึงไม่สามารถกลับคืนร่างเดิมได้อีก
นอกจากนี้การถือกำเนิดของเสือสมิงประเภทแรกยังอาจมีสาเหตุมาจากการเกิดความผิดพลาดบางประการของผู้ที่เริ่มฝึกวิชานี้เป็นใหม่ๆ
กล่าวคือ ในการเรียนวิชาเสือสมิงนั้น ผู้ศึกษาต้องเรียนแบบครอบครูคู่ หมายถึงต้องเรียนสองคน
พร้อมกันโดย หากคนหนึ่งฝึกวิธีแปลงตนเป็นเสือสมิงอีกคนหนึ่งจะต้องฝึกวิธีทำน้ำมนต์ล้างอาถรรพณ์
คนที่ฝึกแปลงเป็นเสือสมิงนั้นเวลาทำแรก ๆ จะใช้วิธีนอนหมอบภาวนาคาถาแปลงตนโดยนำผ้าขาวคลุมร่างให้มิด
แล้วภาวนาคาถาเสือสมิงไปเรื่อย ๆ จนกว่าวิญญาณจะกลายเป็นเสือไปจริง ๆ
การฝึกวิชานี้นั้นเมื่อสำเร็จในขั้นแรก ผู้ฝึกจะมีลักษณะอาการคล้ายหลับฝันคือจะฝันไปว่าดวงวิญญาณของตนนั้นได้ถอดออกมา
จากร่างแล้วกลายไปเป็นเสือไปท่องเที่ยว ตามสถานที่ต่างๆ ในขณะฝึก เมื่อสำเร็จในขั้นที่สอง
เวลาดวงวิญญาณถอดออกจากร่าง จะมองเห็นด้วยตาเปล่าชัดๆ เลย เป็นดวงไฟสีแดง บ้างเขียวบ้าง
ฯลฯ แล้วแต่ว่าใครจะมีกำลังจิตแข็งแค่ไหน ลอยพุ่งออกไปเป็นสายคล้ายผีพุ่งใต้ออกจากร่างของผู้เรียนวิชาแปลงตน
ขั้นนี้ผู้ฝึกสามารถเนรมิตร่างให้ปรากฏพบเห็นต่อสายตาคนธรรมดาทั่วไปได้ และจะเห็นเป็น2อย่างเท่านั้นคือเป็น...ับเป็นคนรูปร่างหน้าตาเหมือนตอนฝึกวิชา โดยส่วนมากเรียนกันถึงขั้นนี้ก็เรียกว่าสำเร็จแล้วแต่ถ้าจะให้ถึงขั้นสุดยอดต้องภาวนาคาถาจนกว่าร่างกายเนื้อของผู้ฝึกจะกลายเป็นเสือไปจริง
ๆ ขั้นนี้ละที่โดยส่วนใหญ่เมื่อสำเร็จแล้วจะคืนร่างเดิมไม่ได้ ประการแรก เพราะเมื่อฝึกจนชำนาญแล้วเวลากลายเป็นเสือสมิงความรู้สึกนึกคิดของมนุษย์จะดับๆ
มา ๆ เสมอและยิ่งหากเผลอตัวไปกินของสด ๆ คาว ๆ ด้วยแล้วละก็จะขาดสติไปนาน ทีเดียวระยะเวลาตั้งแต่สามวันขึ้นไปหาก
เลย 7วันไปแล้วเป็นอันว่าหมดสิทธิ์คืนร่างทีเดียวสำหรับข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติของผู้ฝึกวิชาเสือสมิงนี้ก็คือ
ข้อห้ามของผู้เรียนวิชาเสือสมิง
1 ห้ามกินของสดของคาวเด็ดขาด
2 ห้ามกินเดนอาหารของคนและสัตว์ของเซ่นไหว้ทุกชนิด
3 เวลาคนคลอดบุตรห้ามไปเยี่ยมเด็ดขาดเพาะอาจทำให้ทั้งแม่และเด็กถึงแก่ชีวิตในเวลาต่อมาได้
4 งานศพอย่างหนึ่ง
ข้าวปลาอาหารที่จัดมาจากงานศพอย่างหนึ่งห้ามกินเด็ดขาด เอาแค่นี้พอสังเขปฯลฯ
เสือสมิงประเภทที่สอง
เกิดจากดวงวิญญาณผีป่าหรือผีตายโหงที่มีคาถาอาคมมีฤทธิ์แก่กล้า ต้องการจะไปผุดไปเกิดจึงเข้าไปสิงร่างเสือเพื่อฆ่าคนล้างอาถรรพณ์ให้ตนได้ไปเกิดใหม่ลักษณะเช่นนี้เรียกว่า
หาตัวตายตัวแทน และเสือสมิงประเภทนี้จักหากินได้ก็แต่เขตป่าที่มีอาถรรพณ์ การตายโหงเท่านั้น
คำว่าป่าตายโหงนี้ บางทีก็เรียกป่าผีโขมดบ้าง ป่าผีภูบ้าง แล้วแต่จะเรียก
แต่ลักษณะดังกล่าวจะมีลักษณะการ ถูกฆ่าตายอย่างสยดสยองทั้งคนและสัตว์ป่า จะเป็นด้วยสาเหตุใดก็ตาม
จะเกิดซ้ำ ๆ แต่ในบริเวณนั้นทุกครั้งที่มีการตายเกิดขึ้น จะต้องมีเลือดสด
ๆไหลนองทั่วไป ในบริเวณดังกล่าวเสมอซ้ำแล้วซ้ำเล่า ป่าลักษณะนี้ ล่ะที่เสือสมิงชอบอาศัยอยู่
ดังนั้นดวงวิญญาณทนทุกข์ทรมานวนเวียนอยู่ในบริเวณนี้
จึงมากด้วยอิทธิฤทธิ์ เพราะถูกอำนาจอาถรรพณ์ผูกมัดไว้ ทำให้ไปเกิดมิได้
หากจะไปเกิดได้ต้องหาตัวตายตัวแทน ตัวที่มีอาคมแก่กล้านิยมเข้าสิงสู่ในร่างเสือ หรือแปลงตนให้กลายเป็นเสือเพื่อรอดักฆ่าคนที่หลงเข้ามาในเขตดังกล่าว
เป็นการหาตัวตายตัวแทน เมื่อสำเร็จฆ่าได้ครบตามจำนวนที่ถูกสาปไว้เช่น12 คนเป็นอย่างน้อย จึงจะได้ไปเกิด ส่วนวิญญาณของผู้ที่ถูกฆ่าตายก็จะมาเป็นเสือสมิงแทนต่อไป
ตราบจนกว่าจะพบผู้มีบุญญาธิการแก่กล้า ผู้วิชาอาคมแก่กล้า หรือพรานป่ารู้เก่งกาจ ได้ทำการฆ่าเสือสมิงทิ้ง
จึงหมดเวรหมดกรรมกันไป
อิทธิฤทธิ์ของเสือสมิง
ในเรื่องของอิทธิฤทธิ์เสือสมิงนั้นแต่ละประเภทจะมีอิทธิฤทธิ์แตกต่างกันไปกล่าวคือเสือสมิงที่เกิดจาก
ผู้ที่เรียนวิชาแปลงตนเป็นเสือสมิงนั้นจะมีอิทธิฤทธิ์มากกว่าประเภทที่สองเพราะตามธรรมดาคนที่จะมีโอกาสจะได้เรียนวิชาเสือสมิงนี้จะต้องสำเร็จวิชาไสยศาสตร์ขั้นพื้นฐานมาก่อนอันประกอบด้วยวิชา
อยู่ยงคงกระพัน มหาอุดแคล้วคลาด กำบังตาเป็นต้นดังนั้นเมื่อพลาดท่ากลายเป็นเสือสมิงไปแล้วจึงมีอิทธิฤทธิ์มากกว่าก่อนที่จะมาเรียนวิชาเท่าที่พอทราบจะมีอิทธิฤทธิ์ดังนี้
1.ร่างกายอยู่ยงคงกระพันฟันแทงไม่เข้า
2.ไม่เกรงกลัวคาถาอาคมธรรมดา
3.ล่องหนกำบังตาคนได้
4.สามารถจำแลงแปลงกายให้มีรูปร่างเหมือนคนที่มันเคยฆ่าเป็นเหยื่อและแปลงร่างเป็นญาติพี่น้องของเหยื่อที่ต้องการฆ่าก็ได้แต่จะทำได้แต่เฉพาะในเวลากลางคืนเท่านั้น
โดยส่วนใหญ่เสือสมิงมีจุดประสงค์ในการแปลงตนเพื่อหลอกเหยื่อให้ตายใจหลงกลจากนั้นจึงถือโอกาสตอนเผลอฆ่าเสีย
เสือสมิงนิยมแปลงร่างเป็นคนเพศชายหรือหญิงก็ได้บางที ถือตะเกียงหรือคบเพลิง และมักมาบอกข่าวว่าญาติทางบ้านป่วยหนักเสมอหรือบางทีก็แปลงเป็นหญิงงามวิ่งมาขอความช่วยเหลือต่างๆนาๆ
แต่จะใช้เฉพาะตอนที่เหยื่อนอนอยู่บนต้นไม้หรือยิงสัตว์ที่สูงๆ เท่านั้น
วิธีฆ่าเสือสมิง
วิธีที่1
จุดอ่อนของเสือสมิงนั้นอยู่ตรงที่ร่างกายของเสือสมิงจะพ่ายแพ้อาถรรพณ์ของอาวุธที่ทำจากเงินบริสุทธิ์ดังนั้น
พรานป่าและหมออาคมแก่กล้าแต่โบราณจะรู้ดีว่าหากจะฆ่าเสือสมิงจะต้องใช้ปืนกระสุนเงินบริสุทธิ์ยิงให้โดนตรงบริเวณหัวใจของมันเท่านั้น
หากในกรณีที่เสือสมิงแปลงร่างกลายเป็นคน ตะเกียงหรือคบเพลิงมันถือมา คือส่วนหัวใจของเสือสมิง
ต้องยิงไปให้โดนจุดนั้นมันจึงจะตาย หากยิงไปโดนจุดอื่น เช่น
ตัวแขนขาของคนที่ถือคบเพลิงมา จะไม่โดนหัวใจของเสือสมิง อาจทำได้แค่ทำให้มันบาดเจ็บเล็กน้อยไม่ถึงกับชีวิต
วิธีที่2
วิธีฆ่าเสือสมิงอีกวิธีหนึ่งก็คือการใช้คาถาอาคมฆ่า
เสือสมิงกระทำได้โดย เคล็ดวิธีหนามยอกเอาหนามบ่งซึ่งหมายถึง การใช้วิญญาณ ฆ่า
วิญญาณ โดยการเสกหุ่นพยนต์ต่างๆ ออกสู้กับเสือสมิงเช่นวัวธนู เสือแดง
หุ่นพยนต์คนธรรพณ์ หุ่นพยนต์พญายักษ์เวสสุวัณ ฯลฯ
แต่บุคคลที่สามารถเสกหุ่นพยนต์ออกสู้กับเสือสมิงได้นั้น ก็ใช่ว่าจะสามารถฆ่าเสือสมิงได้เสมอไป
เหตุเพราะเสือสมิงเป็นดวงวิญญาณที่มีอิทธิฤทธิ์มาก่อนซึ่งแต่เดิมก็ร่ำเรียนวิชาอาคมต่าง
ๆมามากมาย จนแก่กล้าดีแล้วสารพัด
ฉะนั้นหากตบะหรือกำลังสมาธิของผู้เสกหุ่นพยนต์แก่กล้าน้อยกว่า อิทธิฤทธิ์ของเสือสมิง
ผลที่ตามมาก็คือหุ่นพยนต์ที่ปล่อยออกไปสู้กับเสือสมิงนั้นจะเป็นฝ่ายแพ้ และผู้ที่ตายก็คือ
ผู้ที่ปล่อยหุ่นพยนต์นั่นเอง
ธุดงค์ภูเขาควายตอนคาถาท้าวเวสสุวัณปราบเสือสมิง
ในพรรษาที่ 23 ของการอุปสมบทหลวงพ่อลุนท่านตั้งใจจะธุดงค์ไปที่ป่าภูเขาควายเพื่อเสาะแสวงหาพระอาจารย์ผู้เก่งกล้าทางอภิญญาและคาถาอาคม
ท่านมีโอกาสได้กราบฝากตัวเป็น ศิษย์หลวงปู่หวล ฐิตสีโล (ขณะนั้นท่านมีอายุได้ 98
พรรษา) เป็นพระป่ากรรมฐาน อาจารย์ฝ่ายกสิณธาตุ (ศิษย์สายสำเร็จลุน) เชี่ยวชาญกรรมฐานประเภทกสิณธาตุและคาถาอาคมต่าง
ๆ หลวงปู่หวลท่านสำเร็จอภิญญา อิทธิฤทธิ์ชั้นสูงถือธุดงค์วัตรตลอดชีวิต
ด้วยความที่ท่านเป็นพระผู้สำเร็จอภิญญา ท่านจึงมีปฏิปทาที่น่าอัศจรรย์ใจคือ
- เวลานอนท่านมักนอนบนยอดไม้สูงเป็นประจำ (โดยที่ร่างกายและเครื่องอัฐบริขารไม่ตกลงมาสู่พื้นดิน)
- ในทุกๆวันพระขึ้น 8 ค่ำ และ15ค่ำ พอตะวันตกดินจะต้องไปเดินจงกรมบนผิวน้ำ
- ไม่เคยบิณฑบาตแต่มีโยมมาถวายอาหารให้ทุกวัน เวลานั่งสมาธิมักนั่งติดต่อกันเป็นระยะเวลา
3วันต่อหนึ่งครั้ง
- ท่านไม่เคยอาบน้ำและร่างกายท่านไม่มีกลิ่นเหม็น
ดังนั้นเมื่อหลวงพ่อลุนได้พบท่านครั้งแรก จึงเกิดศรัทธามากและตรงเข้าฝากตัวกราบขอเป็นศิษย์ทันที
หลวงปู่หวลได้ให้ความเมตตาถ่ายทอดวิชาอาคมทั้งหมดให้กับหลวงพ่อลุน จนกระทั่งสำเร็จเพียงพอ
ท่านจึงแยกทางไปจากหลวงพ่อลุน ปล่อยให้หลวงพ่อลุนธุดงค์เพียงองค์เดียวอยู่ในป่าแถบภูเขาควายเรื่อยไปเพื่อฝึกกำลังจิตสมาธิให้เข้มแข็งสืบไป
วันหนึ่งเมื่อหลวงพ่อลุนธุดงค์ผ่านมาถึงป่าอาถรรพณ์แห่งใหม่ ภูมิเทวดาเจ้าที่
ได้แสดงตนปรากฏในนิมิตกรรมฐาน เพื่อบอกกับหลวงพ่อลุนว่า เขตป่านี้อันตรายมากชุกชุมไปด้วยภูตผีปีศาจ
และมีเสือสมิงสามตัวอยู่หากิน ถ้าหลวงพ่อจะธุดงค์ผ่านไปจะต้องระวังตัวทุกฝีก้าวจะประมาทมิได้
กล่าวแล้วภูมิเทวดาจึงหายไป
ในระหว่างช่วงสามคืนแรกที่หลวงพ่อลุนปักกลดอยู่บริเวณป่านี้ท่านมิได้พบเสือสมิงแต่อย่างใด
คงเจอแต่ดวงวิญญาณของผู้ทุกข์ยากมิได้ไปผุดไปเกิดมาขอส่วนบุญเป็นจำนวนมาก บ้างเป็นเปรต
บ้างเป็นผีป่า บ้างก็เป็นผีโป่ง ฯลฯ ดวงวิญญาณบางดวงขอร้องให้หลวงพ่อลุนเมตตาช่วยปลดปล่อยอาถรรพ์ซึ่งผูกมัดตนทำให้ไปผุดเกิดมิได้
เมื่อทุกดวงวิญญาณได้รับส่วนบุญเสร็จก่อนจากไป ต่างบอกกับหลวงพ่อลุนว่าให้ระวังอันตรายจากเสือสมิงสามตัวที่ปกครองป่าแถบนี้
เมื่อหลวงพ่อลุนแสดงอาการรับรู้ทุกดวงวิญญาณจึงจากไปด้วยอาการสงบ
ในคืนที่สี่อันตรายที่น่าสะพรึงกลัวก็ได้บังเกิดขึ้นหลวงพ่อลุนท่านเล่าว่าประมาณยาม2
( ตี2 ) เห็นจะได้ขณะที่ท่านกำลังนอนหลับอยู่ในกลดนั้นจู่ๆท่านก็ได้ยินเสียงชายผู้หนึ่งร้องปลุกท่านว่า
หลวงพ่อตื่นเร็วเสือมาแล้ว3 ครั้งเมื่อท่านตื่นขึ้นสัญชาติญาณของพระป่าได้ลุกโชติสว่างขึ้นทันทีเพราะขณะนั้นท่านได้กลิ่นสาบของเสือคลุ้งเต็มบริเวณที่ปักกลดเต็มไปหมด
หลวงพ่อลุนรีบเข้าสมาธิแผ่เมตตาอย่างไม่รอช้า แต่เสียงชายหนุ่มผู้หวังดีกลับดังขึ้นมาอีกครั้งนี้เตือนว่า
ไม่มีประโยชน์หรอกหลวงพ่อรีบๆบริกรรมคาถาป้องกันตัวเถอะ ผมคุ้มครองหลวงพ่อได้อีกไม่นานหรอก
สิ้นเสียงชายหนุ่มผู้หวังดีหรืออาจจะเป็นเสียงของเหล่าภูมิเทวดาแจ้งเหตุ เสียงอีกเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นอีกครั้ง
ระวังตัวๆๆๆ สมิงมาแล้วๆ เร็วทันทีกว่าที่ใครจะตั้งตัว
เสียงฝีเท้าและเสียงคำรณของเสือได้เกิดขึ้นบริเวณรอบๆ กลดของหลวงพ่อลุน
อันตรายกำลังคืบคลานเข้ามา ทีละน้อยๆ และในที่สุดการจู่โจมจึงเริ่มขึ้น
ใช้กสิณไฟปราบเสือสมิง
เมื่อเสือลายพาดกลอนตัวหนึ่งขนาดใหญ่พอ ๆ กับลูกม้าแรกคลอดได้กระโจนวิ่งตรงเข้ามาในกลดแต่เมื่อมันเข้ามาใกล้กองไฟที่หลวงพ่อลุนก่อไว้
แสงไฟเกิดลุกสว่างร้อนวาบดังพรึบขึ้นมาทันที สิ่งที่ผู้เขียนคาดการณ์ได้เพียงอย่างเดียวตอนนี้ก็คือขณะนั้นหลวงพ่อลุนกำลังเจริญเตโชกสิณหรือทำสมาธิให้เกิดเปลวไฟขึ้นเต็มที่
ซึ่งด้วยอำนาจวิชากสิณไฟธาตุตามตำรับสายสำเร็จลุนแล้วเมื่อสมาธิแก่กล้า อะไรก็ฝ่าแสงตบะบารมีแห่งกสิณๆไฟเข้ามาไม่ได้
ทำให้เจ้าสมิงลายพาดกลอนตัวใหญ่ถึงกับชะงัดทันที
ตามธรรมดาแล้วสัตว์ป่าย่อมต้องกลัวแสงไฟแต่เสือสมิงที่ภูเขาควายนี้กระหายเลือดเกินกว่าที่แสงไฟจะทำให้มันกลัวได้
ไม่นานจู่ๆเสือลายพาดกลอนอีกตัวหนึ่งก็กระโจนเข้ามาทางด้านหลังกลดของหลวงพ่อลุนอีกครั้ง
แต่มันก็ต้องชะงัดลงอีกเมื่อเปลวไฟจากกองเพลิงที่หลวงพ่อลุนสุมไว้ลุกโชติขึ้นอย่างแรงจนทำให้เกิดสะเก็ดถ่านดังเปรี๊ยะๆๆๆ
เพียงเท่านี้ก็สามารถหยุดการจู่โจมของเสือสมิงแห่งภูเขควายลงได้ แต่นั่นมิได้หมายความว่าจะทำให้มัจจุราชลายพาดกลอนเกิดความเกรงกลัวถึงขนาดหนีกลับเข้าป่าไปตามเดิม
สัตว์มัจจุราชทั้งสองได้พยายามเดินไปรอบ ๆ บริเวณกลดของหลวงพ่อลุนผู้เขียนคาดว่ามันเข้ามาไม่ได้
เพราะอำนาจกสิณไฟบวกกับธาตุไฟที่กองไฟยังคงมีอยู่ แต่ถ้าไฟมอดเมื่อไหร่นั้นหมายถึงการจู่โจมอีกครั้งของเสือสมิงทั้งสองตัว
ข้อนี้หลวงพ่อลุนท่านกล่าวชมผู้เขียนว่าเป็นความจริงลำพังอาศัยอำนาจสมาธิอย่างเดียวทำอะไรไม่ได้หรอกจะต้องมีธาตุต่าง
ๆ เข้ามาประกอบด้วย ยกตัวอย่างเช่น การสร้างวัตถุมงคลท้าวเวสสุวัณ หรือการสร้างวัตถุมงคลของสำนักต่าง
ๆ จำเป็นต้องไปเสาะแสวงหามวลสารวิเศษต่างๆ มาประกอบสร้างให้ครบสูตรจึงจะมีฤทธิ์ได้ตามตำรา
แต่ถ้าอาศัยกำลังสมาธิเสกของอย่างเดียวแล้วเกิดฤทธิ์ตามตำราได้จริง วิชาตำรับการสร้างและหามวลสารวิเศษต่าง
ๆ เช่นว่านยา ผงอิทธิเจ ผงวิเศษต่าง ๆ นา ๆ ชนิด ที่มีสืบทอดต่อ ๆกันมา
นับพันปีคงไม่ต้องไปเรียนกันให้ลำบากเสียเวลา เพราะไม่สำคัญเท่าใดนัก
ผูกหุ่นพยนต์นักรบเข้าต่อสู้
ในขณะที่กสิณไฟของหลวงพ่อลุนซึ่งดำรงอำนาจอาถรรพณ์คุ้มครองรักษาอยู่ที่กองเพลิง
ยังคงอยู่ทำให้รอบขอบเขตบริเวณกลดของท่านเป็นเขตปลอดภัยแต่อำนาจความศักดิ์สิทธิ์นี้คงอยู่ได้ไม่นานหรอกหากเมื่อใดที่ไฟมอดดับสิ้น
นั่นคืออันตรายอีกครั้งที่จะเริ่มขึ้นหลวงพ่อลุนท่านทราบเหตุปัจจัยข้อนี้เป็นอย่างดี
จึงถือโอกาสในช่วงที่ไฟยังติดอยู่นี้ หยิบสิ่งวิเศษสิ่งหนึ่งของพระสงฆ์ขึ้น มาอาราธนานั่นก็คือผ้ารัดอกของท่านเอง
นำมาลงอักขระอย่างรวดเร็วและชำนาญ จากนั้นจึงนำด้ายมาผูกให้เป็น5 เปราะ สำเร็จเป็นรูปคน จึงเสกเข็มเย็บจีวร ด้วยคาถาอาวุธพระพุทธเจ้าเพื่อให้กลายเป็นอาวุธ
เมื่อเตรียมทุกอย่างพร้อมดีแล้ว หลวงพ่อลุนท่านจึงใช้เวลาทั้งหมดที่มีอยู่ รวบรวมกำลังสมาธิทั้งหมดเท่าที่มีในตอนนี้บริกรรมคาถาตำรับวิชาผูกหุ่นพยนต์ขึ้นตัวหนึ่ง
จนกระทั้งบังเกิดนิมิตในกรรมฐานสำเร็จเป็นนักรบหนุ่มฉกรรจ์ถือดาบแหลมยาว 1 คน
เมือสำเร็จดีแล้วหลวงพ่อลุนท่านจึงโยนหุ่นพยนต์ตัวนั้นออกไปนอกกลดแล้วบริกรรมคาถาสั่งว่าให้ช่วยขับไล่เสือสมิงออกไปให้ไกลจากเขตนี้ทันทีที่หุ่นพยนต์ตกหลังกอหญ้า
เสียงตึก ๆ ตัก ๆคล้ายการสู้รบจึงเริ่มเกิดขึ้นหลวงพ่อลุนท่านจึงเริ่มหลับตาบริกรรมหนุนธาตุกสิณเข้าช่วยหุ่นพยนต์ของท่านไม่นานเสียงร้องของเสือตัวหนึ่งได้โหยหวนขึ้นประหนึ่งว่ากำลังทรมานอย่างมาก
แต่ก่อนที่เสียงจะหายไปหลวงพ่อลุนก็รู้สึกเหมือนว่าถูกของหนักกระแทกเข้าที่ด้านกลางหลังอย่างแรง
จนทำให้ท่านถึงกับเลือดกำเดาออกทีเดียวนิมิตหมายเช่นนี้หมายความว่าหุ่นพยนต์ของท่านได้ถูกเสือสมิงทั้งสองตัวทำลายเสียแล้วแต่ด้วยหัวใจความเป็นพระป่ากรรมฐาน
ความเจ็บปวดเพียงเล็กน้อยเท่านี้ไม่สามารถทำให้ท่านหวาดกลัวได้แม้แต่น้อย ท่านเริ่มจึงลืมตาขึ้นใหม่อีกครั้งคราวนี้ท่านได้นำสิ่งที่สำคัญอีกอย่างของพระป่ามาจบเหนือหัวด้วยความเคารพอย่างสูงแล้วอธิษฐานว่า
"ข้าแต่คุณพระศรีรัตนะตรัย คุณพ่อ คุณแม่ และคุณครูอาจารย์ทุกพระองค์ข้าพเจ้าขอฝากชีวิตทั้งหมดไว้กับท่าน"
จากนั้นจึงอธิษฐานว่าอิมังสังฆะติงอธิฏฐามิ ทุติยัมปิอิมังสังฆาติงอธิฏฐามิ ตะติยัมปิอิมังสังฆติงอธิฏฐามิ
จากนั้นจึงนำด้ายมาผูกให้ได้5เปราะอีกครั้งสำเร็จเป็นรูปคนตัวใหญ่จึงเริ่มบริกรรมพระคาถาผูกหุ่นพยนต์อีกครั้ง
ทันทีที่กระแสจิตของท่านได้เริ่มแผ่ออกไปทำให้เสือสมิงทั้งสอง ซึ่งตัวหนึ่งยังคงบาดเจ็บอยู่
สัมผัสล่วงรู้ว่า หลวงพ่อลุนกำลังทำหุ่นพบยนต์ขึ้นอีกครั้ง
ทำให้มันตัดสินใจหลบไปตั้งหลักก่อน
เมื่อมัจจุราชทั้งสองถอยกลับไปมันได้นำพากลิ่นสาบ...ลับไปด้วย ทั่วทั้งบริเวณกลดกลิ่นสาปเสือ
ได้จางลงๆๆและหายไปในที่สุดก็เป็นเวลาพอดีที่แสงอาทิตย์ยามเช้าทอแสงขึ้นมา มรณานุสติเกิดขึ้นในจิตของหลวงพ่อลุนทันที
หลวงพ่อลุนท่านคิดว่าความตายจะต้องพึงบังเกิดแก่เราอย่างแน่นอนไม่วันนี้ก็พรุ่งนี้แต่วันนี้เรายังโชคดีอยู่เสียงภูมิเทวดาดังขึ้นอีกครั้ง
ว่าพักผ่อนเถอะครับหลวงพ่อสว่างแล้วผมจะพาหลวงพ่อออกไปจากเขตนี้หลวงพ่อลุนท่านจึงล้มตัวลงนอนหลับทันทีด้วยความเหนื่อยอ่อน
ประมาณสาย ๆ เห็นจะได้หลวงพ่อลุนท่านตื่นขึ้นมาก็พบกับชายชาวบ้านผู้หนึ่งหน้าตาดีแต่งตัวสะอาดนำอาหารมาถวายพอถวายแล้วก็ไม่รอรับพรกราบลาท่านกลับไปเลยจึงไม่ได้คุยอะไรเมื่อหลวงพ่อฉันเสร็จท่านได้ตัดสินเก็บเครื่องอัฐบริขารต่าง
ๆแล้วรีบเดินทางมุงหน้าหาทางออกจากเขตป่าอาถรรพณ์นี้ทันที
จะขอสู้ตาย
หลังจากที่ท่านเดินทางล่วงเลยเวลามาจนกระทั่งถึงเวลาเย็นปรากฏว่าสถานที่ท่านตัดสินใจปักกลดนั้นก็คือสถานที่ๆท่านปักกลดเมื่อคืนนี้นั่นเองจะด้วยเหตุผลใดก็ตามหลวงพ่อลุนท่านตัดสินใจว่าจะขอสู้ตาย
ภัยอำนาจมืดที่หมายเอาชีวิตของท่านอยู่ที่นี่จนกว่าจะตายกันไปข้างหนึ่งในช่วงก่อนที่เวลาจะค่ำมืดหลวงพ่อลุนท่านได้ทำวัตรเย็นเจริญพระพุทธมนต์เต็มภูมิความรู้ทั้งหมดเท่าที่ท่านท่องจำได้จากนั้นจึงนำฟืนไม้แห้งออกมาสุมไฟไว้เป็นจำนวนมากเสร็จแล้ว
หลวงพ่อลุนจึงนำผ้าสังฆาฏิของท่านออกมาผูกด้าย 5 เปราะสำเร็จเป็นตัวคนแล้วบริกรรมพระคาถาผูกหุ่นพยนต์ครั้งนี้ท่านตัดสินใจผูกหุ่นพยนต์เป็นรูปยักษ์ท้าวเวสสุวัณอย่างดี
แล้วปลุกเสกเรื่อยมาไม่ยอมพักผ่อนจนกระทั้งถึงเวลา2 ยามของค่ำวันนั้นจู่ๆ
ฝนได้ตกลงมาอย่างหนักทำให้กองไฟที่ท่านสุมไว้ดับลงสนิท แต่หลวงพ่อลุนก็ยังคงบริกรรมสมาธิต่อไปอย่างไม่ยอมหยุด
หุ่นพยนต์ท้าวเวสสุวัณปราบเสือสมิง
จนกระทั้งเมื่อฝนหยุดตกได้ปรากฏพรานป่าผู้หนึ่งเนื้อตัวมีสภาพเต็มไปด้วยเลือดวิ่งหกล้มลุกล้มแล้วจึงค่อยๆคลานเข้ามา
ปากร้องเสียงดังว่าหลวงพ่อครับช่วยผมด้วย หลวงพ่อช่วยผมที เสือครับเสือๆ ทำให้หลวงพ่อลุนลืมตาขึ้น
ภาพที่ท่านเห็นก่อให้เกิดความสลดใจอย่างมาก ท่านรีบลุกเดินออกมาจากกลดหมายตรงเข้าทำการช่วยเหลือพรานป่าผู้เคราะห์ร้ายทันที
แต่ก่อนที่หลวงพ่อลุนจะออกพ้นบริเวณนอกเขตกลดนั้น จู่ ๆได้บังเกิดลมบ้าหมูอย่างแรงพัดเอาผ้าสังฆาฏิที่ท่านปลุกเสกไว้ปลิวเข้าไปทับร่างของพรานป่าผู้นั้น
เสียงโหยหวนของพรานป่าได้เปลี่ยนไป ในทันทีกลายเป็นเสียงร้องเจ็บปวดปางตายของเสือลายพาดกลอนตัวใหญ่
ซึ่งกำลังสะบัดหัวอย่างแรงเพื่อให้ผ้าสังฆาฏิของหลวงพ่อลุนหลุดออกไปจากหัวของมัน แต่ก็เปล่าประโยชน์ยิ่งมันแรงเท่าไหร่ผ้าสังฆาฏิผืนนั้นก็ไม่ยอมหลุดเหมือนประหนึ่งทากาวตราช้างติดไว้
เมื่อหลวงพ่อลุนเห็นจะจะกับตาว่าพรานป่าได้กลายเป็นเสือไปแล้วท่านถึงกับยืนตกตลึงไปพักหนึ่ง
รีบนั่งสมาธิลงทันทีอย่างลืมตัวเพราะทำไปตามสัญญาติพระป่ากรรมฐาน จากนั้นคาถาบริกรรมปลุกหุ่นพยนต์ยักษ์ท้าวเวสสุวัณจึงเริ่มดังขึ้นว่า
อะตักโขเวสสุวัณโณมหาราชาทัตถะทัตถาสะโมคะตา ปิสัจเจสัพเพยักขาปะลายันติ
อิสาทะโรเวสสุวัณโณภะคะวันตังเอตะโวจะ เวสสุวัณโณโลกะวิทู กันนะกันนากันนิกันนีกันนุกันนูกันเนกันโนกันนังกันนะ
นะกันนังกันโนกันเนกันนูกันนุกันนีกันนิกันนากันนะกันปิสัจเจสัพเพยักขาปะลายันติ
คำภาวนานี้ทำให้หลวงพ่อลุนได้สติท่านจึงหยุดภาวนาเสียงดังกลับมาภาวนาจนบังเกิดสมาธิดิ่งลึกขึ้นมาทันที
ปรากฏนิมิตเป็นรูปยักษ์หนึ่งตนกำลังต่อสู้กับเสืออยู่ 3 ตัวอย่างพัลวันแต่เสือตัวหนึ่งถูกยักษ์จับหักคอได้ก่อนจึงสิ้นใจลงขณะที่เสือตัวแรกกำลังจะตายเสืออีกสองตัวกระโจนรุมเข้ามากัดที่แขนและขาของยักษ์ตนนั้นทันทีแต่ร่างกายของยักษ์แข็งปานหินเสือจึงกัดไม่เข้าแถมยังโดนยักษ์ง้างกระบองฟาดลงไปที่หัวเสืออย่างแรง
ทำให้เสือตัวที่กัดยักษ์นั้นขาดใจตายทันที และก่อนที่อีกตัวหนึ่งจะหนีไปได้ยักษ์ตนนั้นได้กระโดดขึ้นไปขี่ที่หลังเสือ
และหักคอเสือทันทีเสียงกระดูกคอเสือลั่นดังกรึบครั้งเดียว สิ้นใจตาย
เมื่อเสือทั้ง3ตนได้สิ้นใจลงเพราะถูกยักษ์ฆ่านั้นยักษ์ได้อ้าปากขึ้นจึงปรากฏเป็นแสงสีเขียว
ลอยออกมาจากตัวเสือพุ่งตรงหายเข้าไปในปากยักษ์ตนนั้น ผู้เขียนคิดว่าดวงวิญญาณเสือสมิงทั้งสามดวงนี้คงจะต้องถูกยักษ์จับกลับไปนรกเป็นแน่แท้
ทุกอย่างก็สงบในลำดับต่อมายักษ์ได้หายตัวไปพร้อมกลิ่นสาบเสือ หลวงพ่อลุนท่านจึงลืมตาขึ้นพบว่าเสือสามตัวนั้นได้หายไปแล้วคงเหลือแต่ผ้าสังฆาฏิของท่านที่ผูกไว้เป็นรูปหุ่นพยนต์ตกอยู่เพียงอย่างเดียว
หลวงพ่อลุนท่านได้แต่สันนิษฐานว่าเสือทั้งสามตัวนั้นคงเป็นวิญญาณเป็นแน่มิเช่นนั้นถ้าเสือตายลงศพเสือต้องอยู่ให้เห็นแต่นี่เมื่อเสือตายลงไม่ปรากฏสิงใดให้เห็นเลยเหลือเพียงแต่ผ้าสังฆาฏิของท่านผืนเดียวเท่านั้น






จังหวัดที่พูดภาษาเขมรมากที่สุดในประเทศไทย
5 ความเจริญของไทย ภาพลักษณ์ใหม่ที่ชาวต่างชาติแห่ชื่นชม
2 ภาษา ที่มีคนใช้น้อยที่สุดในโลก
นิสัยจากวันเกิด
10 โรงเรียนเอกชน ที่เก่าแก่สุดในประเทศไทย
ภาษาท้องถิ่นในไทยที่ไม่มีตัวอักษรและไม่สามารถเขียนได้
คณะที่เรียนยากที่สุด แต่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาว
เปิดแอร์ 24 ชม. จ่ายกี่บาท?
เพิ่งรู้ว่า มี 9 ประเทศแล้ว ทึ่แบนโซเชียลสำหรับเยาวชน
“จังหวัดไหนในไทย น่าอยู่ที่สุดในปีนี้?”
ไม้มงคลที่ควรปลูกมากที่สุด
5 จังหวัดที่กำลังจะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 จังหวัดไหนพุ่งแรงสุด
"เพ้นท์มือ"สิ่งที่ต้องทำเมื่อไปเที่ยวอินเดีย ชุยปุระนครสวยงามมาก
ลดกินหวาน ต้านความชรา
เปิดโผ 5 จังหวัดรวยเงียบ รายได้ต่อหัว (GPP) สูงปรี๊ดจนคนกรุงเทพฯ ยังอึ้ง
19 คุณประโยชน์ของ ‘สะระแหน่’ สมุนไพรใกล้ตัวที่หลายคนมองข้าม
7 ถ้ำสุดประหลาดและมหัศจรรย์ที่สุดในโลกธรรมชาติมักสร้างสรรค์สิ่งมหัศจรรย์ให้เราประหลาดใจอยู่เสมอ
ตำรวจฝรั่งเศสช่วยเด็ก 9 ขวบ ถูกพ่อขังในรถตู้ สภาพอิดโรยไม่สามารถเดินได้