ทำไมแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อจึงนิยมใช้ความเข้มข้น 70%
เวลาพวกเราได้รับบาดเจ็บเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างมีดบาดมือหรือแผลถลอกจากการหกล้ม หลายคนมักนึกถึงแอลกอฮอล์เป็นสิ่งแรก เพราะคุ้นเคยกันว่าเป็นน้ำยาสำหรับฆ่าเชื้อโรค แต่เคยสงสัยไหมว่าทำไมข้างขวดจึงมักระบุความเข้มข้นเอาไว้ที่ 70% ทำไมไม่ใช้แบบ 95% หรือเข้มข้นเกือบบริสุทธิ์ไปเลย เพื่อให้ฆ่าเชื้อได้มากกว่าเดิม
คำตอบคือ ประสิทธิภาพของแอลกอฮอล์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับหลักว่า “ยิ่งเข้มข้นยิ่งดี” เพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับชนิดของแอลกอฮอล์ ปริมาณน้ำ ระยะเวลาที่สัมผัสเชื้อ และชนิดของเชื้อโรคด้วย
อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่ควรทำความเข้าใจก่อนคือ แอลกอฮอล์ 70% เหมาะกับการฆ่าเชื้อบน ผิวหนังที่ยังไม่เป็นแผล เช่น การเช็ดผิวหนังก่อนเจาะเลือด รวมถึงการฆ่าเชื้อบนพื้นผิวบางชนิด ไม่ควรเทแอลกอฮอล์ลงในแผลเปิดโดยตรง เพราะอาจทำให้แสบ ระคายเคือง และทำลายเซลล์ที่กำลังช่วยซ่อมแซมบาดแผลได้
ทำไมแอลกอฮอล์ 70% จึงฆ่าเชื้อได้ดี
แอลกอฮอล์ออกฤทธิ์ต่อเชื้อโรคด้วยการรบกวนเยื่อหุ้มและทำให้โปรตีนภายในเสียสภาพ น้ำที่ผสมอยู่ในแอลกอฮอล์ 70% จะช่วยให้กระบวนการนี้เกิดขึ้นได้อย่างเหมาะสม อีกทั้งยังช่วยลดความเร็วในการระเหย ทำให้แอลกอฮอล์สัมผัสบริเวณที่ต้องการฆ่าเชื้อได้นานขึ้น
ข้อมูลจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริการะบุว่า เอทิลแอลกอฮอล์ในช่วงความเข้มข้นประมาณ 60–80% มีฤทธิ์ต่อไวรัสหลายชนิดได้ดี ส่วนผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดมือโดยทั่วไปควรมีแอลกอฮอล์อย่างน้อย 60% จึงจะออกฤทธิ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อเชื้อหลายชนิด
ด้วยเหตุนี้ ความเข้มข้น 70% จึงเป็นระดับที่พบได้บ่อย เพราะอยู่ในช่วงที่ออกฤทธิ์ได้ดี ใช้งานสะดวก และไม่ระเหยรวดเร็วเท่าแอลกอฮอล์ที่มีความเข้มข้นสูงมาก
แล้วแอลกอฮอล์ 95% ฆ่าเชื้อไม่ได้หรือ
แอลกอฮอล์ 95% ยังคงมีฤทธิ์ต่อเชื้อโรค และไม่ได้หมายความว่าจะฆ่าเชื้อไม่ได้เลย เพียงแต่การมีน้ำอยู่น้อยทำให้ระเหยเร็วกว่า จึงอาจมีเวลาสัมผัสพื้นผิวสั้นลง นอกจากนี้ ประสิทธิภาพยังขึ้นอยู่กับวิธีใช้และชนิดของเชื้อ ไม่ควรสรุปว่าแอลกอฮอล์ 70% สามารถฆ่าเชื้อทุกชนิดได้ดีกว่า 95% ในทุกสถานการณ์
คำอธิบายที่มักได้ยินว่าแอลกอฮอล์เข้มข้นทำให้โปรตีนบริเวณผิวของเชื้อแข็งตัวจนกลายเป็นเกราะหุ้ม อาจช่วยให้เห็นภาพในเบื้องต้น แต่เป็นการอธิบายที่ง่ายเกินไป ในการใช้งานจริง ปัจจัยสำคัญประกอบด้วยปริมาณน้ำ ระยะเวลาที่น้ำยาสัมผัสเชื้อ ปริมาณสิ่งสกปรก และชนิดของจุลชีพที่ต้องการกำจัด
อีกเรื่องที่ต้องจำคือ แอลกอฮอล์ไม่ได้กำจัดเชื้อโรคได้ทุกชนิดอย่างสมบูรณ์ โดยเฉพาะสปอร์ของแบคทีเรีย และประสิทธิภาพอาจลดลงเมื่อพื้นผิวมีคราบสกปรกหรือสารอินทรีย์ปกคลุมอยู่ จึงไม่สามารถใช้แทนกระบวนการทำให้ปราศจากเชื้อของอุปกรณ์ทางการแพทย์ได้
แผลสดควรทำความสะอาดอย่างไร
สำหรับแผลถลอกหรือแผลบาดตื้น ๆ สิ่งที่ควรทำเป็นอันดับแรกคือ ล้างมือให้สะอาด ห้ามเลือดด้วยผ้าสะอาด จากนั้นล้างแผลด้วยน้ำสะอาดไหลผ่าน และทำความสะอาดผิวหนังบริเวณรอบแผลอย่างอ่อนโยน
ไม่ควรเทแอลกอฮอล์ลงไปในเนื้อแผลโดยตรง เพราะอาจระคายเคืองเนื้อเยื่อและรบกวนกระบวนการสมานแผล แนวทางปฐมพยาบาลของ Mayo Clinic แนะนำให้ล้างบาดแผลด้วยน้ำสะอาด และใช้สบู่ทำความสะอาดเฉพาะบริเวณรอบแผล โดยหลีกเลี่ยงไม่ให้สบู่เข้าไปในแผล
หลังล้างแผลควรซับให้แห้งและปิดด้วยผ้าก๊อซหรือวัสดุปิดแผลที่สะอาด โดยเปลี่ยนเมื่อเปียกหรือสกปรก หากแผลลึก แผลอ้า มีสิ่งแปลกปลอมฝัง เลือดไหลไม่หยุด หรือเริ่มมีอาการบวมแดง ร้อน ปวดมาก มีหนอง หรือมีไข้ ควรไปพบแพทย์
แผลที่เกิดจากของสกปรก ตะปู สัตว์กัด หรือแผลลึก ยังควรตรวจสอบประวัติการฉีดวัคซีนบาดทะยักและขอคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์เพิ่มเติม
ใช้แอลกอฮอล์อย่างไรให้ถูกจุด
ก่อนใช้ควรอ่านฉลากให้แน่ใจว่าเป็นผลิตภัณฑ์ประเภทใด เพราะแอลกอฮอล์สำหรับเช็ดผิวหนัง น้ำยาทำความสะอาดมือ และน้ำยาฆ่าเชื้อพื้นผิวอาจมีส่วนประกอบและวิธีใช้แตกต่างกัน
ควรหลีกเลี่ยงการใช้บริเวณดวงตา ปาก เยื่อบุ และแผลเปิด รวมถึงไม่ควรใช้ใกล้เปลวไฟ ประกายไฟ หรือแหล่งความร้อน เนื่องจากแอลกอฮอล์ติดไฟได้ง่าย หลังใช้ควรปิดฝาให้สนิทและเก็บให้พ้นมือเด็ก
ดังนั้น เหตุผลที่เราพบแอลกอฮอล์ 70% ได้ทั่วไป จึงเป็นเพราะเป็นความเข้มข้นที่อยู่ในช่วงออกฤทธิ์ฆ่าเชื้อได้ดีและมีน้ำช่วยให้สัมผัสพื้นผิวได้นานพอ ไม่ใช่เพราะตัวเลข 70% เป็นสูตรวิเศษที่เหมาะกับทุกเชื้อและทุกการใช้งาน
สิ่งที่ควรจำที่สุดคือ แอลกอฮอล์ 70% เหมาะสำหรับฆ่าเชื้อบนผิวหนังปกติหรือพื้นผิวตามที่ฉลากกำหนด แต่ไม่ควรใช้เทลงในแผลสดโดยตรง เมื่อเกิดแผลเล็ก ๆ การล้างด้วยน้ำสะอาดอย่างถูกวิธีมักเป็นจุดเริ่มต้นที่เหมาะสมและอ่อนโยนต่อเนื้อเยื่อมากกว่า
SOURCES:
Centers for Disease Control and Prevention, Mayo Clinic
REFERENCES:
https://www.cdc.gov/infection-control/hcp/disinfection-sterilization/chemical-disinfectants.html
https://www.cdc.gov/clean-hands/data-research/facts-stats/hand-sanitizer-facts.html
https://www.mayoclinic.org/first-aid/first-aid-cuts/basics/art-20056711
https://www.mayoclinic.org/first-aid/first-aid-puncture-wounds/basics/art-20056665
เหรียญ 10 มูลค่า 1 ล้านบาท
5 โรงพยาบาลรัฐน่าสนใจ สำหรับตรวจสุขภาพประจำปีแบบคุ้มค่า
นิทานธรรมะ เรื่องผีหยุมหัว
4 รถแห่ที่มีค่าจ้างที่แพงที่สุด
10 รถจักรยานยนต์ยุค 80 รุ่นดัง ที่หลายคนยังจดจำ
เลขเด็ดปฏิทิน "หลวงปู่สรวง" งวดวันที่ 1 สิงหาคม 69..ชอบเลขไหน จัดได้เลย!
ประวัติศาสตร์หวยไทย มีมาตั้งแต่ 200 ปีก่อน จนกลายมาเป็นลอตเตอรี่ในปัจจุบัน
ซื้อรถ EV ยี่ห้อไหนดี? เปิด 5 แบรนด์ที่เด่นเรื่องศูนย์บริการและสถานีชาร์จ
มารู้จัก “ตะขบยักษ์” ผลไม้พื้นบ้านลูกโต รสหวาน ปลูกง่าย
วงจรปิดชัด!หนุ่มเพื่อนบ้านควงปืนบุกยิงอริร้านรับซื้อของเก่า โชคดีกระสุนด้าน
10 ความเชื่อผิด ๆ เรื่องชาร์จแบตมือถือ ที่หลายคนยังเข้าใจคลาดเคลื่อน
คำคมเพลโตอายุ 2,500 ปี ทำไมยังตรงกับสังคม และจริงแค่ไหน
นิทานธรรมะ เรื่องผีหยุมหัว
เลขเด็ดปฏิทิน "หลวงปู่สรวง" งวดวันที่ 1 สิงหาคม 69..ชอบเลขไหน จัดได้เลย!
5 โรงพยาบาลรัฐน่าสนใจ สำหรับตรวจสุขภาพประจำปีแบบคุ้มค่า
พายุฝนถล่มต้นฉ่ำฉายักษ์โค่นทับสายไฟกระชากเสาไฟหักโค่นทับรถพังยับ คนขับรอด เชื่อบารมีพ่อท่านคล้าย
หนุ่มบอกเดตสาววัย 30 แล้วได้ “กลิ่นแก่” กลิ่นนี้มีจริงไหม วิทยาศาสตร์อธิบายอย่างไร
คำคมเพลโตอายุ 2,500 ปี ทำไมยังตรงกับสังคม และจริงแค่ไหน




