อิน้อง อิหยิบ อิลัก
ดิฉันเป็นลูกคนเล็ก มีพี่น้องสองคน ดิฉันกับพี่ชาย สมัยเด็กๆ มีแววอัจฉริยะ ถนัดมือซ้าย ก็กลายเป็นต้องบิดเบี้ยวไปเพราะโดนพี่เลี้ยงตีมือให้หัดขวา แล้วก็รู้สึกมีปมด้อย เพราะอะรัยๆ ก็มักโดนเปรียบเทียบกับพี่ชาย ซึ่งทั้งเรียนดี พฤติกรรมดี ถูกจัยพ่อแม่ไปเสียทุกสิ่งอย่าง ต่างกับดิฉันที่เรียนก็ไม่ดี ไม่เป็นที่น่าภาคภูมิจัย ให้เอาไปอวดกับลูกชาวบ้านได้ แต่ยังดีที่ไม่ว่าทำบัดซบอะรัย ก็จะมีคนในบ้าน ทั้งพ่อ แม่ พี่ คอยตามล้างตามเช็ดให้ทุกอย่าง
สมัยเรียนประถม รู้สึกไม่อยากเรียน ก็เลยเอาน้ำในห้องน้ำราดให้ตัวเปียก แล้วอ้างว่ารู้สึกไม่ค่อยสบาย ได้สิทธินอนห้องพยาบาล ตอนเด็กๆ คลับคล้ายจะระลึกได้ว่า ดิฉันจะค่อนข้างเจ้าระเบียบ ปัดกวาดเช็ดถูบ้านจนสะอาดสะอ้าน และมักเป็นคนที่ออกไปตะโกนตามจิกพี่ชาย ที่มัวแต่เล่นกับเด็กในซอยจนค่ำมืดให้กลับบ้านมาทานข้าว จนเพื่อนๆพี่แซวว่า นั่นน้องรึแม่
พอถึงระดับมัธยม grade ไม่ผ่านเกณฑ์ ก็ได้แม่ไปวิ่งเต้นผ่านสารพัด connection จนเรียนต่อได้ ตั้งแต่ ม.1 ยัน ม.4 ระหว่างนั้น แม่ก็พยามให้เดี๊ยนเรียนทั้งกวดวิชา (พ่อกับพี่ไปเฝ้ารับส่ง เดี๊ยนก็หนีไปเที่ยวเล่นกับเพื่อน) ดนตรีไทย นาฎศิลป์ เพิ่มเติมไปตามเรื่อง เพราะเป็นสิ่งที่เค้าอยากเรียนสมัยเด็ก แต่ไม่ได้เรียน ก็เลยเอามายัดเยียดให้ลูก ซึ่งดูเหมือนเดี๊ยนก็จะพอมีพรสวรรค์อยู่บ้าง เพราะเป็นครั้งแรกที่เดี๊ยนสอบเข้ามหาวิทยาลัยเดียวกับคุณพ่อได้ ด้วยความสามารถตนเอง (จะเข้ค่ะ ชื่อเครื่องคล้ายจะบ่งบอกความเป็นลูกจระเข้ของดิฉัน) แม้จะเป็นความสามารถที่ไม่ได้ด้านวิชาการก็ตาม ช่วงนั้นพอแม่ไปรับ เดี๊ยนก็ show หน้าใหญ่ สั่งอาหารมาเต็มโต๊ะ เลี้ยงเพื่อนๆ แล้วให้แม่จ่าย แล้วก็กินเหลือทิ้งเหลือขว้างกันไป สบาย
พอเข้ามหาลัย เจอสังคมใหม่ อีกทั้งเพื่อนที่โรงเรียนเก่า ก็มาชวนโดดเรียน (อีเพื่อนสมัยมัธยม มาสารภาพทีหลังว่า อิจฉาที่เดี๊ยนสอบเข้ามหาลัยของรัฐได้ ทั้งๆ เพื่อนในห้องไม่มีใครสอบเข้าได้สักคน) อาจารย์ท่านนึง ก็เรียกแม่เดี๊ยนไปคุยว่า ถ้าน้อง (หมายถึงเดี๊ยน) ยังไม่พร้อมเรียน ให้เค้า drop ไว้ก่อนก็ได้สัก 1-2 ปี พาไปปรึกษากับจิตแพทย์แล้ว ถ้าเค้าพร้อมค่อยมาเรียนต่อ ก็ยังไม่สาย แต่แม่ดิฉันก็ไม่เชื่อ พยายามช่วยเข็น ทำการบ้านให้ ไปรับส่งประกบติดแทบจะมานั่งเรียนด้วยกัน มีแวบๆ พาไปปรึกษาจิตแพทย์ตาม clinic บ้าง ดิฉันก็รู้สึกเบื่อหน่าย เลยบอกทุกคนไปว่า ฉันไม่ได้บ้า ใครบ้ามากก็ไปหาก็ไปหาหมอเอง สุดท้ายก็เข็นไม่ไหว เดี๊ยนคะแนนไม่ถึงเกณฑ์ retired ในที่สุด
จากนั้นก็ระเห็จไปเรียนมหาลัยอื่นอีกหลายแห่งหลายรอบ ก็มิวาย ไปติดผู้ชาย คนนึงตามเขาไปถึงต่างจังหวัด อีกคนอยู่ในชุมชนแออัดแถวมหาลัย ถ้าตลกคาเฟ่ ก็น่าจะมุกประมาณว่า หล่อนมันตาต่ำ ส่วนผัวก็ตาตุ่ม ดิฉันทำตัวเหลวแหลก ถึงขั้นเอาข้าวของเครื่องประดับที่พ่อแม่รับมรดกมาจากปู่ย่าตายายในบ้านไปขาย เพียงเพราะผู้ชายที่ชอบบอกว่า ร้อนเงิน จนกระทั่งช่วงแม่ดิฉันเกษียณ แกก็เอาเงินเก็บไปปลูกบ้านเดี่ยวอีกหลัง ดิฉันพาชู้รัก ซึ่งเป็นคนงานที่สร้างบ้านหลังใหม่ให้แม่นั่นแหละ (แม้จะมารู้ทีหลังว่า ญาติๆผัว ให้มาจีบอิฉันเพื่อจะได้ปอกลอกทรัพย์สินแม่อิฉัน..ใครสนล่ะ ก็รักเค้า spec เลยอ่ะ ไม่ทำการงาน เกาะผู้หญิงกิน ทำร้ายร่างกาย) ไปกวาดของในบ้านหลังเดิมที่ town house เป็น จนเกลี้ยง ไม่เหลือแม้สักชิ้น เอาน่ะ อย่างน้อย ระยะหลังถึงไม่ค่อยอยู่บ้าน เดี๊ยนก็ยังกลับมาทำความสะอาดบ้านทิ้งทวนจนไม่เหลือเครืองเรือนอะรัยให้เกะกะตา ของที่เอามา ก็เอาไปวางเร่ขายตามตลาดนัดในราคาถูกๆ (สบายไร้ต้นทุน) คนที่อุดหนุนกันดี เพราะสงสารลูกชายที่ยังเล็ก และมักกุลีกุจอเอาของใส่ถุงให้ลูกค้าที่มาซื้อ
ระหว่างออกตะลอนนอกบ้าน ไปๆมาๆ (ไม่ค่อยอยากกลับบ้านไปฟังคำติหนิติเตียน แต่ไม่มีตัง) อาศัยดำรงชีพด้วยการกระเตงลูกไปขอเงินจากญาติๆฝ่ายพ่อ เช่น คุณอา คุณย่า คนพวกนี้ก็ใจดีเหลือหลาย แค่ตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ อ้างว่าแม่ไล่ออกจากบ้าน (จริงๆ หนีออกมาเอง) ตกงาน ไม่มีเงินค่านมลูก ขี้คร้าน ก็จะให้เงินกันเดี๊ยนมาง่ายๆ มีแค่ 2 คน เท่านั้น ที่ใช้มุกนี้ไม่ได้ คนนึงเป็นเพื่อนแม่สมัยเรียน เค้าโทรถามแม่เดี๊ยน และให้เงินมาแค่ 500 บาท ก่อนบอกว่า น้าให้แค่ครั้งนี้ ครั้งเดียว ส่วนอีกคนเป็นลูกลุงพี่ชายแม่ เปิดร้านขายยา เค้าเอาธนบัตรใบละ 1000 ขยำปาใส่หน้า ทำเอาเดี๊ยนไม่กล้าไปขอเงินใครอยู่พักนึง (พอตังหมด ก็เปลี่ยนไปขอจากเพื่อนแม่ เพื่อนพี่ชาย คนอื่นๆแทน)
พอถึงวัยทำงาน เดี๊ยนก็ทำที่บริษัทใดได้ไม่ค่อยนาน ส่วนนึง เพราะขี้เกียจ อีกส่วนคือ ผู้ชายที่คบมักไประราน (ทั้งๆไม่ได้บอกมันนะ ว่าทำงานที่ไหน) หรือไปไถเงินนั่นแหละ ล่าสุด เพื่อนที่เคยชวนเดี๊ยนหนีเรียน ตั้งใจชดเชยสิ่งที่นางทำ ด้วยการรับดิฉันเข้าทำงานเป็นพนักงานในสถานีน้ำมันแห่งนึงที่นางกับสามีบริหารงานอยู่ แต่แล้วเดี๊ยนก็ทำพังด้วยการไปชอบพนักงานด้วยกัน ซึ่งเขาก็บอกว่า อย่ามายุ่งกับเขาเลย เขามีเมียแล้ว เดี๊ยนก็ยังจะเอาให้ได้ดั่งจัย สุดท้าย เพื่อนดิฉัน ก็มาบอกขอโทษที่จะต้องเลิกจ้างเดี๊ยน เพราะเขาหารือกันกับผัวแล้วว่า ต้องเอาตัวปัญหาออกไป เพื่อให้สังคมโดยรวมขององค์กรสงบสุข
ต่อมา ดิฉันไปกู้เงินจาก พวกปล่อยกู้เงินนอกระบบ เพียงเพราะมีเพื่อนที่รู้จักทาง online และผู้ชายมาบอกว่า หาเงินให้หน่อย จนกระทั่งหมวกกันน๊อกตามทวงเงินถึงหน้าบ้าน พี่ชายขอเจรจาผ่อนผัน มันก็บอกว่าไม่ได้ พอพี่บอกว่า ทำอย่างนี้ได้งัย ไม่กลัวคนแจ้งตำรวจหรือ มันก็บอกว่า อยากแจ้งก็แจ้งไป เพราะเจ้านายมันก็ตำรวจตำแหน่งใหญ่อยู่ cLear ได้อยู่แล้ว กลับกลายเป็นพี่เดี๊ยนที่ไปกู้เงินธนาคารมาใช้หนี้ให้ และตอนนี้เขาหนีออกจากบ้านไปแล้ว เพราะเบื่อที่จะตามล้างตามเช็ดภาระหนี้สินต่างๆที่เขาไม่ได้ก่อ ณ จุดๆนี้ ยังไม่รู้ชีวิตเดี๊ยนจะไปจบที่ตรงไหน รู้แค่ตราบใดที่แม่ดิฉันยังมีชีวิต เค้าก็คงตามล้างตามเช็ดทุกเรื่องให้เดี๊ยนไปตลอด ตอนนี้ ลูกสองคนที่เกิดจากผัวคนงานก่อสร้าง ก็โตขึ้นทุกวัน จะใช้มุกไปหลอกชาวบ้านว่า ไม่มีงาน ไม่มีเงินซื้อค่านมลูก ก็คงยากกว่าเดิม (เค้ารู้ทันกันหมดแล้ว)
5 มหาวิทยาลัยไทยที่อัตราการแข่งขันสูงที่สุด บางสาขาคนสมัครหลายพัน แต่รับเพียงหลักสิบ
ตารางใบเขียวเปิดเลขเด่นบน-ล่าง 6 ตัว จัดเลขเบิ้ล 6 คู่ พร้อมเลขจับคู่ 15 ชุด งวด 16 พ.ย. 69
3 อำเภอของประเทศไทย ที่ขอแยกตัวเป็นจังหวัดใหม่
เลขเด็ด เลขมาแรง เลขดัง ชุดที่11 งวดวันที่ 16 พฤศจิกายน 2569
ภาพยนตร์ไทยเรื่องแรก ที่ทำรายได้รวมมากถึง 200 ล้านบาท
5 อำเภอที่มีความเจริญมากที่สุดในประเทศไทย
เปิด 10 จังหวัดประชากรเพิ่มขึ้น สวนทางภาพรวมเด็กเกิดน้อย
ดราม่า! Coser สาวเกาหลี "Yasal" แจงคลิปไวรัลจูบปากแฟนคลับในงานจีน ยอดวิวทะลุ 50 ล้าน
ปฏิทินจีน งวด 16 พ.ย. 69 เผยเลขเด่น 426 จัดชุดสลับ 2 ตัว 3 ตัว ครบทุกตำแหน่ง
หนังที่ทำรายได้ถึง 1 แสนล้านบาท เรื่องแรกในประวัติศาสตร์โลก
เมียระแวงสามีปันใจ ประชดไปเปิดห้องกับชายอื่น สุดท้ายเดือดคว้าเก้าอี้ฟาดหัวแตก 4 เข็ม
ทำโยเกิร์ตด้วยพริกชี้หนูทั้งเม็ด: นมข้นได้จริง แต่ยังไม่ใช่โยเกิร์ตที่กินได้อย่างปลอดภัย
