พระเจ้าตากกับการซื้อปืนจาก VOC เมื่อกรุงธนบุรีต้องหาอาวุธเพื่อสร้างบ้านเมืองขึ้นใหม่
พระเจ้าตากกับการซื้อปืนจาก VOC
เมื่อกรุงธนบุรีต้องหาอาวุธเพื่อสร้างบ้านเมืองขึ้นใหม่
หลังกรุงศรีอยุธยาแตกใน พ.ศ. 2310 สิ่งที่สมเด็จพระเจ้าตากสินต้องเผชิญ ไม่ใช่เพียงการทำสงครามกับพม่าเท่านั้น แต่คือการสร้างรัฐขึ้นมาใหม่แทบทั้งหมด
บ้านเมืองเสียหาย กำลังคนกระจัดกระจาย เสบียงขาดแคลน และที่สำคัญคือ อาวุธและยุทธปัจจัย ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากสำหรับรัฐที่เพิ่งผ่านสงครามมา
ดังนั้น ในช่วงต้นกรุงธนบุรีจึงเกิดความพยายามติดต่อกับพ่อค้าและชาติตะวันตกเพื่อจัดหาอาวุธ โดยหนึ่งในคู่ค้าที่สำคัญคือ บริษัทอินเดียตะวันออกของดัตช์ หรือ VOC ซึ่งมีฐานใหญ่อยู่ที่ปัตตาเวีย หรือจาการ์ตาในปัจจุบัน
เรื่องนี้น่าสนใจตรงที่ว่า การติดต่อไม่ได้เป็นเพียงการค้าธรรมดา แต่เกี่ยวข้องโดยตรงกับความมั่นคงของรัฐธนบุรี
ปืนจากปัตตาเวีย
หลักฐานที่เผยแพร่โดยกรมศิลปากรระบุว่า ใน พ.ศ. 2312 หรือเพียงสองปีหลังการเสียกรุง ได้มีการติดต่อระหว่างกรุงธนบุรีกับ VOC
ออกญาพิพัทธโกศาได้ส่งจดหมายไปยังข้าหลวงใหญ่ของ VOC ที่ปัตตาเวีย เพื่อชักชวนให้ดัตช์กลับมาตั้งสถานีการค้าที่กรุงธนบุรี พร้อมกับติดต่อขอซื้ออาวุธปืนจำนวน 1,000 กระบอก
แต่ VOC ตกลงส่งให้เพียง 500 กระบอก โดยให้แลกกับไม้ฝาง และหากไม้ฝางมีไม่พอ สามารถใช้ขี้ผึ้งชำระแทนได้
ตรงนี้ทำให้เห็นภาพเศรษฐกิจของกรุงธนบุรีในช่วงแรกได้ค่อนข้างชัด
ธนบุรีไม่ได้มีเงินสดจำนวนมหาศาลสำหรับซื้ออาวุธจากยุโรป แต่ยังมีทรัพยากรที่สามารถนำมาแลกเปลี่ยนได้ เช่น ไม้ฝาง ซึ่งเป็นสินค้าสำคัญของการค้าระหว่างประเทศในเวลานั้น
พูดง่าย ๆ คือ ทรัพยากรของสยามถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นอาวุธสำหรับสร้างรัฐใหม่
แล้วพระเจ้าตากซื้อปืนเองหรือไม่?
เราไม่ควรจินตนาการว่าสมเด็จพระเจ้าตากสินทรงติดต่อ VOC ด้วยพระองค์เองเหมือนกษัตริย์ยุคปัจจุบันที่สั่งซื้อสินค้าโดยตรง เพราะระบบการค้าสมัยนั้นดำเนินผ่านขุนนาง พ่อค้า เรือสำเภา และเครือข่ายการค้าหลายทอด
หลักฐานของกรมศิลปากรกล่าวถึงการติดต่อของ ออกญาพิพัทธโกศา กับ VOC ที่ปัตตาเวีย ขณะที่การซื้อขายระหว่างธนบุรีกับปัตตาเวียจำนวนมากดำเนินผ่านพ่อค้าชาวจีนที่เดินเรือระหว่างสองพื้นที่
ดังนั้น ถ้าจะพูดให้แม่นกว่าเดิม ควรใช้ว่า
“กรุงธนบุรีในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินติดต่อซื้ออาวุธจาก VOC”
มากกว่าการเขียนว่า
“พระเจ้าตากเสด็จไปซื้อปืนกับ VOC”
ความแตกต่างเล็ก ๆ นี้สำคัญ เพราะมันทำให้บทความไม่กลายเป็นเรื่องเล่าที่เกินหลักฐาน
ปืนไม่ได้ซื้อครั้งเดียว
การจัดหาอาวุธจากต่างประเทศไม่ได้จบลงใน พ.ศ. 2312
หลักฐานกรมศิลปากรระบุว่า ใน พ.ศ. 2317 กรุงธนบุรีมีการซื้อปืนจาก VOC อีกประมาณ 3,000 กระบอก
การซื้อขายเหล่านี้จำนวนมากไม่ได้เกิดขึ้นผ่านเจ้าหน้าที่ VOC ที่เดินทางเข้ามาประจำอยู่กรุงธนบุรี เพราะ VOC ไม่ได้กลับมาตั้งสถานีการค้าในธนบุรีตามที่มีการร้องขอ แต่ยังมีการติดต่อซื้อขายกันผ่านเครือข่ายพ่อค้าจีนและเส้นทางเดินเรือระหว่างสยามกับปัตตาเวีย
นี่เป็นเรื่องที่น่าสนใจ เพราะทำให้เห็นว่ากรุงธนบุรีไม่ได้โดดเดี่ยวหลังอยุธยาแตก
แม้เมืองหลวงใหม่จะยังอยู่ในภาวะสงคราม แต่เครือข่ายการค้าระหว่างประเทศยังทำงานอยู่ และรัฐสามารถนำเครือข่ายเหล่านั้นมาใช้ในการจัดหาอาวุธได้
VOC เองก็ไม่ได้ขายปืนให้ใครง่าย ๆ
อีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจคือ VOC ไม่ได้มองปืนเป็นสินค้าเหมือนข้าวหรือผ้าเสียทีเดียว
งานศึกษาล่าสุดเกี่ยวกับการค้าอาวุธระหว่างสยามกับ VOC โดยอาศัยเอกสารจดหมายเหตุของ VOC พบว่า ในช่วงอยุธยาตอนปลาย อาวุธปืนที่ VOC ส่งให้สยามจำนวนมากอยู่ในรูปของ ของกำนัลทางการทูต มากกว่าการขายอาวุธแบบการค้าปกติ และราชสำนักสยามเองก็ต้องการควบคุมอาวุธปืนไม่ให้แพร่ไปอยู่ในมือของคนทั่วไป
เรื่องนี้ช่วยให้เราเข้าใจบริบทของธนบุรีได้ดีขึ้น
สำหรับรัฐในยุคสงคราม ปืนไม่ใช่เพียงสินค้า แต่เป็น เครื่องมือทางการเมืองและอำนาจ
ใครควบคุมปืนได้ ก็มีอำนาจมากขึ้น
และสำหรับสมเด็จพระเจ้าตากสิน ซึ่งกำลังรวบรวมผู้คนและหัวเมืองต่าง ๆ ให้กลับมาอยู่ภายใต้ศูนย์กลางเดียวกัน อาวุธจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
แต่พระเจ้าตากไม่ได้พึ่ง VOC เพียงเจ้าเดียว
การจัดหาอาวุธของกรุงธนบุรีไม่ได้มีเพียงดัตช์เท่านั้น
กรมศิลปากรยังกล่าวถึง ฟรานซิส ไลต์ (Francis Light) พ่อค้าชาวอังกฤษ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการจัดหาอาวุธให้แก่สยาม โดยเฉพาะอาวุธที่ส่งผ่านเมืองถลาง
มีหลักฐานว่าถลางเคยซื้อปืนคาบศิลาจำนวน 962 กระบอก และปืนอีกประเภทหนึ่งจำนวน 900 กระบอก โดยมีการแลกเปลี่ยนกับดีบุก และมีการลำเลียงอาวุธเข้าสู่กรุงธนบุรีด้วย
ดังนั้น หากมองภาพรวม จะเห็นว่ารัฐธนบุรีพยายามใช้เครือข่ายการค้าหลายทาง ทั้งจีน ดัตช์ อังกฤษ และเครือข่ายการค้าในคาบสมุทรมลายู เพื่อจัดหาอาวุธและทรัพยากรที่จำเป็น
นี่ไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะกรุงธนบุรีเกิดขึ้นในช่วงที่สยามยังอยู่ในภาวะสงครามและต้องเตรียมรับมือกับพม่าอย่างต่อเนื่อง
ปืนจึงเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างรัฐธนบุรี
เมื่อมองเรื่องนี้ในภาพใหญ่ การซื้อปืนจาก VOC ไม่ควรถูกมองเพียงว่า
“พระเจ้าตากซื้อปืนจากฝรั่ง”
เพราะมันสะท้อนอะไรที่ใหญ่กว่านั้น
หลังปี 2310 รัฐใหม่ต้องหาเงิน หาอาหาร รวบรวมผู้คน สร้างกองทัพ และสร้างความสัมพันธ์ทางการค้ากับต่างประเทศไปพร้อม ๆ กัน
ไม้ฝาง ขี้ผึ้ง ดีบุก ข้าว และสินค้าต่าง ๆ จึงไม่ได้เป็นเพียงสินค้าเพื่อสร้างรายได้ แต่สามารถถูกเปลี่ยนเป็นสิ่งที่รัฐต้องการอย่างเร่งด่วนที่สุด นั่นคือ อาวุธ
และในโลกของศตวรรษที่ 18 ปืนคาบศิลาและอาวุธปืนจากต่างประเทศสามารถเพิ่มศักยภาพของกองทัพได้อย่างมาก
เพราะฉะนั้น เรื่องการซื้อปืนจาก VOC จึงเป็นอีกภาพหนึ่งของสมเด็จพระเจ้าตากสินที่น่าสนใจ
ภาพของพระองค์ไม่ได้มีเพียงแม่ทัพผู้กอบกู้บ้านเมืองจากพม่า แต่ยังเป็นผู้ปกครองที่ต้องคิดเรื่อง การค้า การเงิน ทรัพยากร และเครือข่ายระหว่างประเทศ เพื่อทำให้รัฐที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่สามารถดำรงอยู่ได้
ท้ายที่สุดแล้ว การสร้างกรุงธนบุรีไม่ได้เกิดจากชัยชนะในสนามรบเพียงอย่างเดียว
แต่เกิดจากความสามารถในการนำทรัพยากรทุกอย่างที่มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นกำลังคน สินค้า เครือข่ายพ่อค้า หรือความสัมพันธ์กับต่างประเทศ มาเปลี่ยนให้กลายเป็นกำลังของรัฐ
และปืนหลายร้อยหรือหลายพันกระบอกที่เดินทางจากปัตตาเวียมายังสยาม ก็เป็นหนึ่งในชิ้นส่วนเล็ก ๆ ของกระบวนการนั้น
ไทยเด้ง หลวงพี่โต้ง งวด 1 พ.ย. 2569 ถอดใบแนวทางเลขเขียนมือ แยกชุด 3 ตัว เลขวงกลม และเลขวิ่ง
รู้จักศัพท์ใหม่ Last Boss คืออะไร? ทำไมกลายเป็นคำปริศนาในคดีบุ๋ม ปนัดดา
เหรียญเงินบาทไทยที่ถูกผลิต น้อยที่สุด และหายากมาก ที่สุดในปัจจุบัน
เปิด 10 อำเภอที่ดินถูกที่สุดในไทย บางพื้นที่ราคาประเมินเริ่มเพียง 10,000 บาทต่อไร่
ลูกพลัมกับลูกพรุนใช่อย่างเดียวกันไหม ? ต่างกันยังไง ไขความเข้าใจผิดเรื่องผลไม้ชื่อคุ้นหู
รวมแนวทางเลขดังงวด 1 พ.ย. 69 แม่น้ำหนึ่ง คำชะโนด ม้าสีหมอก และเลขมงคลวันสำคัญ
เปิดอันดับโรงเรียนรัฐบาลสอบเข้า ม.1 ยากที่สุด ปี 2569
ส่องเลขเด็ดโค้งสุดท้าย วันที่ 1 พ.ย. 69 เทียบชัดเลขชน-เลขต่าง ถอดรหัสสำนักดัง ชี้เป้าตัวเด่น
"ประตูนรกดาร์วาซา" หลุมไฟลุกโชนกลางทะเลทรายที่เผาไหม้ไม่เคยดับมากว่า 50 ปี
10 เลขขายดี "สลากใบแดง" งวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569
เรื่องย่อ ผ่าจ้าน
หมู่บ้านที่ตั้งอยู่สูงที่สุดในประเทศไทยอยู่ที่ไหน
เรื่องย่อ ผ่าจ้าน
ทำไมหลายประเทศแนะประชาชนสำรองเสบียงฉุกเฉินอย่างน้อย 3 วัน ถอดบทเรียนรับมือวิกฤตอย่างมีสติ
รู้จักศัพท์ใหม่ Last Boss คืออะไร? ทำไมกลายเป็นคำปริศนาในคดีบุ๋ม ปนัดดา
หลายประเทศเริ่มเตือนประชาชนให้เตรียมเสบียงฉุกเฉิน โลกกำลังเผชิญกับความเสี่ยงอะไร แล้วคนไทยควรเตรียมตัวอย่างไร?








