หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ แชร์ลิ้ง Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม

ว่าวจุฬาเริ่มมีตั้งแต่เมื่อไร

เขียนโดย สร้อยนกเขา

 

ตำนานว่าวจุฬา มรดกภูมิปัญญาไทยจากอดีตสู่ปัจจุบัน

จุดกำเนิดของว่าวจุฬาและประวัติศาสตร์ที่คนไทยควรรู้

หากกล่าวถึงการละเล่นพื้นบ้านที่อยู่คู่กับสังคมไทยมาอย่างยาวนาน หนึ่งในสิ่งที่หลายคนนึกถึงย่อมหนีไม่พ้นการเล่นว่าว ภาพของว่าวหลากสีสันที่ลอยอยู่บนท้องฟ้าเหนือท้องนา หรือว่าวที่ทะยานขึ้นไปท่ามกลางสายลมบริเวณท้องสนามหลวง ล้วนเป็นภาพแห่งความทรงจำที่สะท้อนวิถีชีวิตและภูมิปัญญาของคนไทยในอดีต

ในบรรดาว่าวไทยที่มีชื่อเสียง ว่าวจุฬาถือเป็นว่าวชนิดสำคัญที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น ทั้งด้านรูปร่าง วิธีการประดิษฐ์ และความสามารถในการบังคับทิศทางเมื่ออยู่บนท้องฟ้า นอกจากนี้ ว่าวจุฬายังมีความเกี่ยวข้องกับการแข่งขันกีฬาว่าวไทย โดยเฉพาะการแข่งขันกับว่าวปักเป้า ซึ่งเป็นการละเล่นที่ต้องอาศัยทั้งความชำนาญ ความเข้าใจในทิศทางลม และประสบการณ์ของผู้เล่น

แต่คำถามที่หลายคนอาจสงสัยก็คือ ว่าวจุฬาเริ่มมีมาตั้งแต่เมื่อใด ใครเป็นผู้คิดค้น และเหตุใดว่าวชนิดนี้จึงกลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของภูมิปัญญาไทย

การจะตอบคำถามเหล่านี้ให้เข้าใจ จำเป็นต้องย้อนกลับไปศึกษาประวัติศาสตร์การเล่นว่าวของไทยตั้งแต่สมัยโบราณ

การเล่นว่าวในสมัยสุโขทัย

แม้จะไม่มีหลักฐานที่สามารถระบุวันเดือนปีเริ่มต้นการเล่นว่าวในประเทศไทยได้อย่างแน่นอน แต่ข้อมูลจากสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนระบุว่า การเล่นว่าวของไทยมีประวัติยาวนาน และมีการสันนิษฐานว่าคนไทยอาจรู้จักว่าวมาตั้งแต่ก่อนการก่อตั้งกรุงสุโขทัยด้วยซ้ำ

ข้อสันนิษฐานดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนย้ายของผู้คนในภูมิภาคเอเชียและความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมกับจีน ซึ่งเป็นดินแดนที่มีประวัติการเล่นว่าวมาอย่างยาวนาน อย่างไรก็ตาม ยังไม่อาจสรุปได้อย่างเด็ดขาดว่าคนไทยเริ่มทำว่าวขึ้นเป็นครั้งแรกในช่วงเวลาใด

เมื่อเข้าสู่สมัยสุโขทัย ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญของประวัติศาสตร์ไทย การเล่นว่าวน่าจะเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ผู้คนรู้จักและใช้เพื่อความสนุกสนาน ตลอดจนเกี่ยวข้องกับความเชื่อและพิธีกรรมบางอย่างในสังคมโบราณ

ว่าวที่มีการกล่าวถึงในข้อมูลเกี่ยวกับว่าวไทย ได้แก่ ว่าวหง่าวหรือว่าวดุ๋ยดุ่ย ซึ่งมีลักษณะเฉพาะและมีการกล่าวถึงการใช้ในพิธีกรรมพื้นบ้าน

อย่างไรก็ตาม หลักฐานที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันว่า ว่าวจุฬาในรูปแบบที่เรารู้จักในปัจจุบันมีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยแล้วหรือไม่ จึงควรแยกประวัติการเล่นว่าวของไทยออกจากประวัติการเกิดว่าวจุฬาโดยเฉพาะ

สิ่งที่กล่าวได้อย่างระมัดระวังคือ คนไทยมีวัฒนธรรมการเล่นว่าวมาเป็นเวลานาน ก่อนที่ว่าวชนิดต่าง ๆ จะได้รับการพัฒนาให้มีรูปทรงและวิธีการเล่นที่แตกต่างกันออกไปตามความนิยมของแต่ละยุคสมัย

ว่าวจุฬาปรากฏขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา

เมื่อกล่าวถึงประวัติของว่าวจุฬาโดยเฉพาะ ข้อมูลเกี่ยวกับว่าวไทยหลายแหล่งเชื่อมโยงการปรากฏชื่อว่าวจุฬาเข้ากับสมัยกรุงศรีอยุธยา โดยเฉพาะเรื่องราวในรัชสมัยสมเด็จพระเพทราชา ซึ่งครองราชย์ระหว่าง พ.ศ. ๒๒๓๑ ถึง พ.ศ. ๒๒๔๖

เรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์ที่ได้รับการถ่ายทอดต่อกันมากล่าวถึงการใช้ว่าวเป็นส่วนหนึ่งของกลอุบายในการทำสงคราม โดยมีการผูกภาชนะบรรจุดินดำเข้ากับสายป่าน แล้วใช้ว่าวชักนำไปยังบริเวณของฝ่ายตรงข้าม หวังให้เกิดเพลิงไหม้และสร้างความเสียหายแก่เมือง

เรื่องราวดังกล่าวมักถูกนำมาอธิบายถึงการปรากฏชื่อว่าวจุฬาในประวัติศาสตร์ไทย

อย่างไรก็ตาม ควรเข้าใจว่ารายละเอียดเกี่ยวกับการใช้ว่าวในสงครามนี้เป็นเรื่องที่ปรากฏในแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับประวัติว่าวไทย แต่การระบุว่าเป็นจุดกำเนิดของว่าวจุฬาโดยตรงจำเป็นต้องพิจารณาหลักฐานทางประวัติศาสตร์ประกอบ ไม่ควรถือว่าเป็นข้อยุติว่ามีผู้คิดค้นว่าวชนิดนี้ขึ้นในปีใดปีหนึ่งอย่างแน่นอน

สิ่งที่น่าสนใจคือ เรื่องราวดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า ในอดีตว่าวอาจไม่ได้เป็นเพียงของเล่นสำหรับเด็กหรือเครื่องมือสร้างความบันเทิงเท่านั้น แต่ยังสะท้อนความรู้ความสามารถของมนุษย์ในการนำวัสดุธรรมชาติมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ตามสถานการณ์

ในเวลาต่อมา ว่าวจุฬาได้รับการพัฒนาให้มีความสำคัญในฐานะการละเล่นและกีฬาพื้นบ้าน จนกลายเป็นหนึ่งในว่าวที่คนไทยรู้จักกันอย่างแพร่หลาย

ลักษณะเด่นของว่าวจุฬา

ว่าวจุฬาเป็นว่าวประเภทหนึ่งที่มีรูปร่างโดดเด่น ลักษณะโดยรวมคล้ายดาวหรือผลมะเฟืองที่ผ่าตามแนวขวาง มีส่วนแหลมและส่วนเว้าตามแบบของโครงว่าว ซึ่งต้องอาศัยความแม่นยำในการออกแบบและประกอบชิ้นส่วนต่าง ๆ

วัสดุที่นิยมใช้ทำว่าวแบบดั้งเดิม ได้แก่ ไม้ไผ่สำหรับทำโครง กระดาษสำหรับขึงเป็นตัวว่าว และเชือกหรือสายป่านสำหรับผูกและควบคุมว่าว

แม้ว่าวัสดุเหล่านี้จะดูหาได้ง่าย แต่การทำว่าวจุฬาให้สามารถลอยตัวได้ดีและบังคับทิศทางได้อย่างเหมาะสมนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ผู้ทำต้องรู้จักเลือกไม้ไผ่ที่มีคุณภาพ เหลาให้ได้ขนาดที่เหมาะสม และจัดวางโครงสร้างให้สมดุล

หากโครงว่าวหนักเกินไป เบาเกินไป หรือมีความสมดุลไม่เหมาะสม ว่าวก็อาจไม่สามารถลอยขึ้นได้ตามต้องการ

นอกจากการทำโครงแล้ว การขึงกระดาษและการจัดสายป่านก็มีความสำคัญเช่นกัน เพราะรายละเอียดเหล่านี้ส่งผลต่อการรับแรงลมและความสามารถในการควบคุมว่าว

ช่างทำว่าวที่มีประสบการณ์จึงต้องใช้ทั้งความรู้ ความชำนาญ และการสังเกตจากการทดลองจริง ไม่ใช่เพียงทำตามแบบที่เห็นเท่านั้น

นี่คือเหตุผลที่การทำว่าวจุฬาถือเป็นภูมิปัญญาช่างพื้นบ้านที่มีคุณค่า เพราะเป็นการนำความรู้เกี่ยวกับวัสดุธรรมชาติ รูปทรง และแรงลมมาผสมผสานกันอย่างลงตัว

ว่าวจุฬากับว่าวปักเป้า การแข่งขันที่เป็นเอกลักษณ์ของไทย

สิ่งที่ทำให้ว่าวจุฬาเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง คือการแข่งขันกับว่าวปักเป้า ซึ่งเป็นว่าวไทยอีกชนิดหนึ่งที่มีรูปร่างและวิธีการบังคับแตกต่างกัน

การแข่งขันทั้งสองชนิดนี้ไม่ได้อาศัยเพียงความสวยงามของว่าวเท่านั้น แต่ยังต้องใช้ทักษะในการชักสายป่าน การอ่านทิศทางลม และการควบคุมจังหวะเพื่อให้ได้เปรียบคู่แข่งขัน

ว่าวจุฬามีขนาดและโครงสร้างที่เหมาะกับการต่อสู้กลางอากาศตามกติกาของการแข่งขัน ส่วนว่าวปักเป้ามีรูปทรงและลักษณะการเคลื่อนไหวที่แตกต่างกัน ทำให้การแข่งขันมีความสนุกสนานและต้องใช้เทคนิคเฉพาะตัว

ผู้เล่นที่มีประสบการณ์จะต้องพิจารณาทิศทางลม ความตึงของสายป่าน และตำแหน่งของว่าวคู่แข่งขันอยู่ตลอดเวลา การบังคับว่าวจึงเป็นทั้งศิลปะและทักษะที่ต้องฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง

การแข่งขันว่าวจุฬาและว่าวปักเป้าได้รับการสืบทอดมาเป็นส่วนหนึ่งของกีฬาพื้นบ้านไทย และกลายเป็นกิจกรรมที่ผู้ชมสามารถร่วมเชียร์และเรียนรู้ภูมิปัญญาของบรรพบุรุษได้

นอกจากนี้ การแข่งขันยังสะท้อนให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์ของคนไทยที่สามารถเปลี่ยนการละเล่นธรรมดาให้กลายเป็นกิจกรรมที่มีแบบแผนและกติกา

ว่าวจุฬาในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์

เมื่อเข้าสู่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ การเล่นว่าวยังคงเป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมในสังคมไทย โดยเฉพาะในช่วงฤดูที่มีลมเหมาะสม

ข้อมูลประวัติว่าวไทยจากสมาคมกีฬากีฬาไทยแห่งประเทศไทยระบุว่า ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนเล่นว่าวบริเวณท้องสนามหลวง ซึ่งเป็นพื้นที่เปิดโล่งที่เหมาะสำหรับการละเล่นกลางแจ้ง

ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว การแข่งขันว่าวจุฬาและว่าวปักเป้าได้รับการส่งเสริมให้มีความสำคัญมากขึ้น มีการจัดการแข่งขันชิงถ้วยรางวัลพระราชทานตามข้อมูลที่บันทึกไว้ในประวัติว่าวไทย

การสนับสนุนจากราชสำนักมีส่วนทำให้การเล่นว่าวได้รับการยอมรับในฐานะกิจกรรมที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรม ไม่ใช่เพียงการละเล่นในหมู่เด็กหรือประชาชนทั่วไปเท่านั้น

ท้องสนามหลวงจึงกลายเป็นสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของการเล่นว่าวในกรุงเทพมหานคร ผู้คนสามารถมารวมตัวกันเพื่อชมว่าวหลากหลายชนิดลอยอยู่บนท้องฟ้า และร่วมสนุกกับการแข่งขันที่ต้องใช้ความสามารถเฉพาะด้าน

ในช่วงเวลาต่อมา การเล่นว่าวยังคงสืบทอดต่อเนื่อง แม้ว่าการขยายตัวของเมืองและการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตจะทำให้พื้นที่สำหรับเล่นว่าวลดน้อยลงก็ตาม

ว่าวจุฬากับภูมิปัญญาที่กำลังเปลี่ยนแปลง

ในปัจจุบัน การทำว่าวจุฬายังคงเป็นงานฝีมือที่ต้องใช้ความอดทนและความชำนาญ ช่างผู้ทำว่าวต้องเรียนรู้จากประสบการณ์ของคนรุ่นก่อน พร้อมทั้งปรับปรุงรูปแบบและวิธีการผลิตให้เหมาะกับความต้องการของผู้เล่นในยุคใหม่

แม้ว่าจะมีวัสดุสมัยใหม่เข้ามาช่วยในการผลิต แต่ช่างจำนวนหนึ่งยังคงให้ความสำคัญกับโครงไม้ไผ่และกระดาษแบบดั้งเดิม เพราะเป็นส่วนหนึ่งของเอกลักษณ์และความงดงามของว่าวไทย

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญคือการถ่ายทอดความรู้จากช่างรุ่นเก่าไปสู่คนรุ่นใหม่ หากไม่มีผู้สืบทอด งานฝีมือบางอย่างอาจค่อย ๆ สูญหายไปพร้อมกับผู้ที่มีความรู้ความชำนาญ

การอนุรักษ์ว่าวจุฬาจึงไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการนำว่าวมาจัดแสดงหรือจัดการแข่งขันเท่านั้น แต่ควรสนับสนุนให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้วิธีเลือกวัสดุ การทำโครงว่าว การขึงกระดาษ และการควบคุมว่าวด้วยตนเอง

โรงเรียน ชุมชน และหน่วยงานด้านวัฒนธรรมสามารถมีบทบาทสำคัญในการจัดกิจกรรมให้เด็กและเยาวชนได้สัมผัสประสบการณ์จริง เพื่อให้เข้าใจว่าวจุฬาไม่ได้เป็นเพียงวัตถุที่ลอยอยู่บนท้องฟ้า แต่เป็นผลงานจากความรู้และความคิดสร้างสรรค์ที่สั่งสมมาหลายชั่วอายุคน

นอกจากนี้ การส่งเสริมให้ช่างทำว่าวสามารถประกอบอาชีพได้อย่างยั่งยืน ยังเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยรักษาภูมิปัญญานี้ให้คงอยู่ต่อไป

บทสรุป ว่าวจุฬามรดกทางวัฒนธรรมที่ควรสืบสาน

เมื่อพิจารณาจากข้อมูลทางประวัติศาสตร์ จะเห็นได้ว่าการเล่นว่าวของไทยมีรากฐานมาอย่างยาวนาน โดยมีข้อสันนิษฐานว่าอาจเป็นที่รู้จักตั้งแต่ก่อนสมัยสุโขทัย ขณะที่เรื่องราวเกี่ยวกับว่าวจุฬาโดยเฉพาะมีการเชื่อมโยงกับสมัยกรุงศรีอยุธยา

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะระบุได้อย่างแน่ชัดว่าว่าวจุฬาถูกประดิษฐ์ขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อใด หรือใครเป็นผู้คิดค้นคนแรก

สิ่งที่ชัดเจนคือ ว่าวจุฬาได้พัฒนาจากการละเล่นพื้นบ้านไปสู่กิจกรรมการแข่งขันที่มีเอกลักษณ์ และมีความเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของคนไทยมาอย่างต่อเนื่อง

ความสำคัญของว่าวจุฬาไม่ได้อยู่ที่รูปร่างอันสวยงามหรือความสามารถในการต่อสู้กลางอากาศเท่านั้น แต่อยู่ที่ความรู้ของช่างฝีมือ ความชำนาญของผู้เล่น และความร่วมมือของผู้คนที่ช่วยกันรักษาประเพณีนี้ไว้

ในวันที่โลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ว่าวจุฬาจึงเป็นสิ่งเตือนใจให้เราระลึกถึงคุณค่าของภูมิปัญญาที่บรรพบุรุษได้สร้างสรรค์และถ่ายทอดเอาไว้

การอนุรักษ์ว่าวจุฬาไม่ใช่เพียงการรักษาของเล่นชนิดหนึ่ง แต่เป็นการรักษาความทรงจำทางวัฒนธรรมและความสามารถของคนไทยในการเรียนรู้จากธรรมชาติ

ตราบใดที่ยังมีผู้คนสนใจเรียนรู้วิธีทำว่าว ยังมีช่างฝีมือที่พร้อมถ่ายทอดความรู้ และยังมีเด็ก ๆ ที่อยากเห็นว่าวลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า ว่าวจุฬาก็ย่อมมีโอกาสสืบทอดต่อไปได้อีกหลายชั่วอายุคน

ว่าวจุฬาจึงไม่ใช่เพียงว่าวที่ลอยอยู่เหนือผืนดิน แต่เป็นสัญลักษณ์ของภูมิปัญญา ความคิดสร้างสรรค์ และมรดกทางวัฒนธรรมที่คนไทยทุกคนควรร่วมกันรักษาไว้

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

๑. มูลนิธิโครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน — ข้อมูลเรื่องว่าวและประวัติการเล่นว่าวในสมัยสุโขทัย
[สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน เรื่อง ว่าว](https://saranukromthai.or.th/oldchild/2230?utm_source=chatgpt.com)

๒. สมาคมกีฬากีฬาไทยแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ — ประวัติว่าวไทยและพัฒนาการของการแข่งขันว่าวจุฬากับว่าวปักเป้า
[ประวัติว่าวไทย](https://thaisports.org/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2/?utm_source=chatgpt.com)

๓. ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ — ข้อมูลว่าวจุฬาในฐานะงานหัตถกรรมและภูมิปัญญาไทย
[คลังข้อมูลงานศิลปหัตถกรรม ว่าวจุฬา](https://archive.sacit.or.th/handicraft/2311?utm_source=chatgpt.com)

๔. สำนักทรัพยากรการเรียนรู้คุณหญิงหลงฯ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ — ข้อมูลประวัติและการเล่นว่าวในประเทศไทย
[ฐานข้อมูลท้องถิ่น เรื่องว่าวไทย](https://clib.psu.ac.th/southerninfo/content/5/26c08f49?utm_source=chatgpt.com)

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
สร้อยนกเขา's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 22 ครั้ง
เขียนโดย สร้อยนกเขา
ฉันชอบเขียนบทความต่าง ๆทั้งจดจำและเรียบเรียงมาเองตั้งแต่สมัยยังเป็นนักศึกษา
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เลขวิ่งสนามบินน้ำ งวด 1 พ.ย. 69 เปิดแนวทางเลขเด่นจากใบเขียนมือ เทียบข้อมูลอีกงวดมีเลขอะไรน่าสนใจ10 เลขขายดี "จำเนียรอ่อนนุช" งวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 69..รวมเลขฮิต เลขดังเอาไว้เพียบ!!เลขมงคล "เจ้าแม่ตะเคียนทองให้โชค" ประจำวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569เหรียญเงินบาทไทยที่ถูกผลิต น้อยที่สุด และหายากมาก ที่สุดในปัจจุบันคุมเพลิงได้แล้ว! ห้องปฏิบัติการนิวเคลียร์สหรัฐฯ เกิดไฟไหม้และสารรั่วไหล ยืนยันไร้ผลกระทบภายนอกเกิดอุบัติเหตุรถไฟความเร็วสูงชนกันอย่างรุนแรงในสเปน10 ชื่อ ที่คนไทยใช้มากที่สุด ชื่อเดียวมากถึงหลักแสนคนพ่อแม่วิศวกรหญิงฟ้อง OpenAI อ้าง ChatGPT แนะลดยาลมชักก่อนลูกเสียชีวิต5 จังหวัดไทยที่ชื่อยาว อ่านยาก และชวนให้สะกดผิด"เก้า จิรายุ" เผยลุคใหม่! ไอ้เราก็เท่ซะด้วย..ไม่ได้อวย แต่นี่มันคือเรื่องจริงเปิดทรัพย์สินบุ๋ม ปนัดดา มีบ้าน ที่ดิน และธุรกิจอะไรบ้าง?จังหวัดที่อยู่ใกล้จุดกึ่งกลางประเทศไทยที่สุด อาจไม่ใช่จังหวัดที่คุณคิด
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
5 อาชีพสำคัญในไทย ที่คนไทยบางส่วนไม่อยากทำ แต่ประเทศขาดไม่ได้10 เลขขายดี "จำเนียรอ่อนนุช" งวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 69..รวมเลขฮิต เลขดังเอาไว้เพียบ!!คุมเพลิงได้แล้ว! ห้องปฏิบัติการนิวเคลียร์สหรัฐฯ เกิดไฟไหม้และสารรั่วไหล ยืนยันไร้ผลกระทบภายนอกจังหวัดที่อยู่ใกล้จุดกึ่งกลางประเทศไทยที่สุด อาจไม่ใช่จังหวัดที่คุณคิดเปิดเหรียญไทยหายาก! เช็กให้ชัวร์ก่อนขาย อาจพลาดเงินก้อนโต
กระทู้อื่นๆในบอร์ด พูดคุย ทั่วไป
หนังสือพิมพ์ฉบับแรกชื่ออะไรออกปี พ.ศ.อะไรรัฐเตรียมคุมเข้มมาตรฐานแบตเตอรี่ เรื่องใกล้ตัวที่คนใช้รถไม่ควรมองข้ามสารพิษที่ต้องพึงระวังในอ้อยเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยคือเจดีย์อะไรสร้างเมื่อไหร่
ตั้งกระทู้ใหม่