บัตรประจำตัวประชาชนใบแรกเริ่มต้นใช้ตั้งแต่เมื่อไร
คำตอบคือ บัตรประจำตัวประชาชนใบแรกของประเทศไทยเริ่มใช้ในปี พ.ศ. 2486 ส่วนค่าธรรมเนียมการทำบัตรในยุคแรกนั้น มีข้อมูลระบุว่า การเปลี่ยนบัตรเมื่อหมดอายุมีค่าธรรมเนียมไม่เกิน 25 สตางค์ อย่างไรก็ตาม ต้องแยกให้ชัดเจนระหว่างค่าธรรมเนียมการทำบัตรครั้งแรกกับค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนบัตร เพราะเป็นคนละกรณีกัน
ต่อไปนี้เป็นรายงานประวัติความเป็นมาของบัตรประชาชนไทย พร้อมรายละเอียดรูปแบบบัตรในแต่ละยุค และแหล่งข้อมูลสำหรับศึกษาเพิ่มเติมครับ
ประวัติบัตรประจำตัวประชาชนใบแรกของประเทศไทย จากบัตรกระดาษในอดีตสู่บัตรประชาชนยุคดิจิทัล
จุดเริ่มต้นของบัตรประชาชนไทย
บัตรประจำตัวประชาชนเป็นเอกสารสำคัญที่คนไทยแทบทุกคนต้องมี เพราะใช้เป็นหลักฐานยืนยันตัวบุคคลในการติดต่อราชการ การสมัครงาน การทำธุรกรรมทางการเงิน การเดินทาง และการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน แต่หลายคนอาจไม่เคยทราบว่า บัตรประชาชนของประเทศไทยเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เมื่อใด ใครเป็นผู้ริเริ่ม และในยุคแรกประชาชนต้องเสียเงินทำบัตรเท่าไหร่
หากย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ จะพบว่าประเทศไทยมีการใช้เอกสารเพื่อรับรองตัวบุคคลมาก่อนที่จะมีบัตรประจำตัวประชาชนอย่างเป็นทางการ โดยในสมัยรัชกาลที่ 5 มีการออกหนังสือเดินทางสำหรับราษฎรตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. 2457 เอกสารดังกล่าวมีไว้เพื่อรับรองว่าผู้เดินทางเป็นใคร มาจากพื้นที่ใด และสามารถใช้เป็นหลักฐานในการเดินทางไปค้าขายหรือติดต่อกับบุคคลในท้องที่อื่นได้
เอกสารเหล่านี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของพัฒนาการด้านการยืนยันตัวบุคคลของประเทศไทย ก่อนที่จะมีการออกกฎหมายเกี่ยวกับบัตรประจำตัวประชาชนโดยเฉพาะในเวลาต่อมา ข้อมูลดังกล่าวปรากฏในเอกสารเรื่องวิวัฒนาการบัตรประจำตัวประชาชนของกรุงเทพมหานคร ซึ่งรวบรวมประวัติการพัฒนาบัตรประชาชนไทยเอาไว้
พ.ศ. 2486 ปีแรกที่ประเทศไทยมีบัตรประชาชน
ปีที่ถือเป็นจุดเริ่มต้นของบัตรประจำตัวประชาชนไทยอย่างเป็นทางการ คือ พ.ศ. 2486 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 ขณะนั้นรัฐบาลมีจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี
รัฐบาลได้ตราพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน พุทธศักราช 2486 ขึ้นเป็นกฎหมายฉบับแรกที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนของประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนมีเอกสารสำหรับแสดงตัวตนอย่างเป็นระบบ และช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบข้อมูลบุคคลได้สะดวกยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม การใช้บัตรประชาชนในระยะแรกยังไม่ได้ครอบคลุมประชาชนทั่วประเทศ แต่บังคับใช้เฉพาะประชาชนในจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรี ซึ่งพื้นที่ทั้งสองแห่งเป็นส่วนหนึ่งของกรุงเทพมหานครในปัจจุบัน
กล่าวได้ว่า พ.ศ. 2486 เป็นปีสำคัญที่ประเทศไทยเริ่มมีระบบบัตรประจำตัวประชาชนตามกฎหมายโดยเฉพาะ และเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาบัตรประชาชนที่คนไทยใช้กันมาจนถึงปัจจุบัน
บัตรประชาชนใบแรกมีลักษณะอย่างไร
บัตรประจำตัวประชาชนรุ่นแรกของไทยมีรูปร่างแตกต่างจากบัตรพลาสติกขนาดเล็กที่เราใช้กันในปัจจุบันอย่างมาก
เอกสารบัตรรุ่นแรกมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า พับออกเป็น 4 ตอน คล้ายกับสมุดหรือบัตรยืมหนังสือของห้องสมุด มีทั้งหมด 8 หน้า โดยแต่ละตอนมีขนาดประมาณกว้าง 4 นิ้ว และยาว 3 นิ้ว
บนปกหน้ามีรูปครุฑและข้อความระบุว่าเป็นบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมหมายเลขทะเบียนที่ใช้ในการออกบัตร ส่วนภายในประกอบด้วยข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับผู้ถือบัตร เช่น ชื่อตัว ชื่อรอง ชื่อสกุล วันเดือนปีเกิด อายุ รูปถ่าย ลายมือชื่อ และลายพิมพ์นิ้วหัวแม่มือขวา
นอกจากนี้ยังมีข้อมูลเกี่ยวกับบิดามารดา คู่สมรส ภูมิลำเนา ที่อยู่ และอาชีพของผู้ถือบัตร เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบและยืนยันตัวบุคคลได้
บัตรรุ่นแรกยังมีพื้นที่สำหรับเจ้าหน้าที่ใช้บันทึกการเปลี่ยนแปลงข้อมูลต่าง ๆ ของผู้ถือบัตร เช่น การเปลี่ยนชื่อ นามสกุล หรือที่อยู่ จึงมีลักษณะคล้ายเอกสารทะเบียนส่วนบุคคลขนาดเล็ก มากกว่าจะเป็นบัตรพลาสติกแบบที่คุ้นเคยกันในปัจจุบัน
เอกสารประวัติวิวัฒนาการบัตรประจำตัวประชาชนของกรุงเทพมหานครระบุว่า บัตรรุ่นแรกมีพื้นสีฟ้าอมเขียว มีลวดลายตกแต่ง และมีภาพแผนที่ประเทศไทย รวมถึงภาพเรือสุพรรณหงส์และวัดอรุณราชวรารามเป็นองค์ประกอบของบัตร
รายละเอียดเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า แม้เทคโนโลยีการจัดทำเอกสารในสมัยนั้นยังไม่ก้าวหน้าเท่าปัจจุบัน แต่ทางราชการก็ให้ความสำคัญกับการออกแบบเอกสารที่มีข้อมูลเฉพาะตัวและมีองค์ประกอบสำหรับใช้ตรวจสอบความถูกต้อง
บัตรประชาชนใบแรกมีราคาเท่าไหร่
คำถามที่หลายคนสนใจคือ ในสมัยที่ประเทศไทยเริ่มใช้บัตรประชาชนครั้งแรก ประชาชนต้องจ่ายเงินทำบัตรกี่บาท
ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่รวบรวมไว้ในเอกสารวิวัฒนาการบัตรประจำตัวประชาชนของกรุงเทพมหานครระบุว่า บัตรประชาชนรุ่นแรกมีอายุการใช้งาน 10 ปี เมื่อบัตรหมดอายุ ผู้ถือบัตรต้องยื่นคำร้องขอเปลี่ยนบัตร โดยเสียค่าธรรมเนียมไม่เกิน 25 สตางค์
จุดนี้จำเป็นต้องทำความเข้าใจให้ถูกต้อง เพราะตัวเลข 25 สตางค์ที่ปรากฏในเอกสารเป็นค่าธรรมเนียมสำหรับการเปลี่ยนบัตรเมื่อหมดอายุ ไม่ใช่หลักฐานยืนยันโดยตรงว่าการทำบัตรครั้งแรกมีค่าใช้จ่ายเท่ากันทุกกรณี
ดังนั้น หากถามว่าบัตรประชาชนใบแรกของประเทศไทยมีราคาเท่าไหร่ คำตอบที่มีหลักฐานรองรับชัดเจนจากเอกสารที่ตรวจสอบได้ คือ ค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนบัตรรุ่นแรกเมื่อหมดอายุไม่เกิน 25 สตางค์
ส่วนค่าธรรมเนียมการขอมีบัตรครั้งแรกใน พ.ศ. 2486 นั้น ยังไม่ควรสรุปเป็นตัวเลขแน่นอนโดยไม่มีหลักฐานกฎหมายหรือประกาศค่าธรรมเนียมฉบับเดิมมายืนยัน
หากนำเงิน 25 สตางค์ในอดีตมาเปรียบเทียบกับเงินในปัจจุบัน ก็ต้องคำนึงถึงความแตกต่างของระดับราคาและกำลังซื้อในแต่ละยุคด้วย เพราะเงินจำนวนเท่ากันในช่วงเวลาต่างกันย่อมมีมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่เท่ากัน
ใครบ้างที่ต้องมีบัตรประชาชนในยุคแรก
ตามข้อมูลประวัติศาสตร์ บัตรประชาชนรุ่นแรกกำหนดให้บุคคลที่มีอายุตั้งแต่ 16 ปีบริบูรณ์จนถึง 70 ปีบริบูรณ์ต้องมีบัตรตามกฎหมาย และกำหนดให้ยื่นคำร้องภายใน 60 วันนับแต่วันที่ถึงกำหนดต้องมีบัตร
บัตรรุ่นแรกมีอายุใช้งาน 10 ปี ผู้ถือบัตรจึงต้องดำเนินการขอเปลี่ยนบัตรเมื่อครบกำหนด รวมถึงต้องแจ้งแก้ไขข้อมูลเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวข้องกับรายการในบัตร
ข้อกำหนดเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลในยุคนั้นเริ่มวางระบบเอกสารประจำตัวของประชาชนให้มีหลักเกณฑ์ชัดเจนขึ้น ทั้งในด้านอายุผู้มีหน้าที่ต้องทำบัตร การยื่นคำร้อง และการปรับปรุงข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง
อย่างไรก็ตาม ระบบในยุคแรกยังมีข้อจำกัดหลายประการ โดยเฉพาะการบังคับใช้ที่ครอบคลุมเพียงจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรี ทำให้ประชาชนในพื้นที่อื่นยังไม่ได้อยู่ภายใต้ระบบบัตรประชาชนแบบเดียวกันทั่วประเทศ
พ.ศ. 2506 จุดเปลี่ยนสำคัญของบัตรประชาชนไทย
เมื่อเวลาผ่านไป ประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และการบริหารราชการ บัตรประชาชนรุ่นแรกซึ่งมีลักษณะพับหลายตอนก็เริ่มแสดงข้อจำกัด เพราะมีขนาดใหญ่และไม่สะดวกต่อการพกพาติดตัว
รัฐบาลจึงปรับปรุงกฎหมายและรูปแบบบัตรประจำตัวประชาชน โดยมีการตราพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. 2505 และเริ่มใช้บัตรประชาชนรุ่นที่สองตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2506
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญ เพราะเป็นการขยายระบบบัตรประชาชนให้ใช้กับประชาชนไทยทั่วประเทศ โดยมีกรมการปกครองเป็นหน่วยงานรับผิดชอบในการออกบัตร
บัตรรุ่นที่สองมีรูปร่างเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดเล็กลง พกพาสะดวกขึ้น และมีข้อมูลผู้ถือบัตรอยู่บนบัตรสองด้าน รูปถ่ายเป็นภาพขาวดำ รายการข้อมูลพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ดีดและเคลือบด้วยพลาสติกใส
นอกจากนี้ กฎหมายฉบับใหม่ยังกำหนดอายุผู้มีหน้าที่ต้องทำบัตรไว้ตั้งแต่อายุ 17 ปีบริบูรณ์จนถึง 70 ปีบริบูรณ์ และกำหนดค่าธรรมเนียมการออกบัตรหรือเปลี่ยนบัตรไว้ฉบับละ 5 บาท
เมื่อเปรียบเทียบกับบัตรรุ่นแรก จะเห็นว่ารูปแบบบัตรและหลักเกณฑ์ทางกฎหมายมีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน ทั้งขนาดของบัตร อายุการใช้งาน และขอบเขตการบังคับใช้
จากบัตรกระดาษสู่บัตรพลาสติกและบัตรอิเล็กทรอนิกส์
หลังจาก พ.ศ. 2506 บัตรประชาชนไทยยังมีการปรับปรุงต่อเนื่อง ทั้งด้านรูปแบบ วัสดุ การพิมพ์ข้อมูล และระบบการจัดเก็บทะเบียนราษฎร
ในช่วงต่อมา มีการพัฒนาบัตรที่มีรูปถ่ายสีและใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ที่ทันสมัยขึ้น เพื่อช่วยให้การตรวจสอบข้อมูลทำได้สะดวกและลดปัญหาการปลอมแปลงเอกสาร
เมื่อเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์พัฒนาก้าวหน้า การจัดทำบัตรประชาชนก็เปลี่ยนจากกระบวนการที่ต้องอาศัยการพิมพ์ข้อมูลด้วยเครื่องพิมพ์ดีด มาเป็นการจัดเก็บและเชื่อมโยงข้อมูลด้วยระบบคอมพิวเตอร์
ต่อมา ประเทศไทยได้พัฒนาบัตรประจำตัวประชาชนแบบอเนกประสงค์หรือบัตรที่มีชิปอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งช่วยให้สามารถจัดเก็บข้อมูลและนำไปใช้ในระบบบริการอิเล็กทรอนิกส์ได้มากขึ้น
พัฒนาการเหล่านี้ทำให้บัตรประชาชนไม่ได้เป็นเพียงเอกสารสำหรับแสดงชื่อและรูปถ่ายอีกต่อไป แต่ยังเป็นส่วนสำคัญของระบบทะเบียนราษฎรและการพิสูจน์ตัวตนในการให้บริการต่าง ๆ ของภาครัฐ
อย่างไรก็ตาม แม้รูปแบบบัตรจะเปลี่ยนแปลงไปหลายครั้ง แต่จุดประสงค์หลักยังคงเดิม คือการใช้ยืนยันตัวบุคคลและช่วยให้การติดต่อระหว่างประชาชนกับหน่วยงานต่าง ๆ เป็นไปอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ
สรุปประวัติบัตรประชาชนใบแรกของประเทศไทย
หากสรุปข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับบัตรประจำตัวประชาชนใบแรกของไทย สามารถเรียบเรียงได้ดังนี้
ประเทศไทยเริ่มใช้บัตรประจำตัวประชาชนตามกฎหมายฉบับแรกใน พ.ศ. 2486 ในสมัยรัชกาลที่ 8 โดยรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงครามเป็นผู้ริเริ่มออกกฎหมายดังกล่าว
ในระยะแรก บัตรประชาชนใช้เฉพาะประชาชนในจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรี บัตรมีลักษณะเป็นเอกสารพับ 4 ตอน รวม 8 หน้า มีข้อมูลส่วนบุคคล รูปถ่าย ลายมือชื่อ และลายพิมพ์นิ้วหัวแม่มือขวา
บัตรรุ่นแรกมีอายุการใช้งาน 10 ปี และเอกสารประวัติศาสตร์ระบุว่าการเปลี่ยนบัตรเมื่อหมดอายุมีค่าธรรมเนียมไม่เกิน 25 สตางค์ ส่วนค่าธรรมเนียมการทำบัตรครั้งแรกยังไม่สามารถยืนยันเป็นตัวเลขแน่นอนได้จากหลักฐานที่ตรวจสอบในครั้งนี้
ต่อมาใน พ.ศ. 2506 ประเทศไทยเริ่มใช้บัตรประชาชนรุ่นที่สอง ซึ่งมีขนาดเล็กลงและสามารถพกพาได้สะดวก พร้อมขยายการใช้บัตรให้ครอบคลุมประชาชนทั่วประเทศ
จากเอกสารพับหลายหน้าที่ใช้ในอดีต จนถึงบัตรพลาสติกและบัตรอิเล็กทรอนิกส์ในปัจจุบัน ประวัติของบัตรประชาชนจึงเป็นส่วนหนึ่งของพัฒนาการด้านการบริหารราชการและเทคโนโลยีของประเทศไทย
บัตรประชาชนใบเล็ก ๆ ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ จึงมีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 80 ปี และเป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยจากอดีตมาจนถึงปัจจุบันแหล่งข้อมูลอ้างอิง
๑. เอกสารเรื่องวิวัฒนาการบัตรประจำตัวประชาชน — กรุงเทพมหานคร มีข้อมูลเกี่ยวกับบัตรรุ่นแรก พ.ศ. 2486 รูปแบบบัตร อายุการใช้งาน และค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนบัตรไม่เกิน 25 สตางค์
[อ่านเอกสารวิวัฒนาการบัตรประจำตัวประชาชน](https://webportal.bangkok.go.th/upload/user/00000057/News/KM/DusitShowCase/02-showcase.pdf?utm_source=chatgpt.com)
๒. วารสารกรมสรรพากร มีบทความเกี่ยวกับประวัติและพัฒนาการของเอกสารยืนยันตัวบุคคลในประเทศไทย
[อ่านวารสารกรมสรรพากร](https://www.rd.go.th/fileadmin/eMagazines/RD_June_2016_internet_single.pdf?utm_source=chatgpt.com)
๓. เอกสารเกี่ยวกับบัตรประจำตัวประชาชนจากรัฐสภา ใช้ประกอบการศึกษาพัฒนาการของบัตรประชาชนไทย
[อ่านเอกสารจากรัฐสภา](https://prt.parliament.go.th/bitstreams/0421b4a2-de42-417d-af49-66bcbe4fa121/download?utm_source=chatgpt.com)
หมายเหตุ: แหล่งข้อมูลที่ระบุค่าธรรมเนียม 25 สตางค์กล่าวถึงการเปลี่ยนบัตรเมื่อหมดอายุ จึงไม่ควรนำไปยืนยันว่าเป็นราคาของการทำบัตรครั้งแรกโดยตรงครับ
เขียนโดย สร้อยนกเขา
สำรวจจังหวัดเดียวของไทยที่ยังมีการทำเหมืองแร่ดีบุกในปัจจุบัน
ส่องเลข สุนารี ราชสีมา เหมาลอตเตอรี่ยกแผง โชว์ชุดเลขสวย 2 ตัว 3 ตัว ลุ้นโชคงวด 1 พฤศจิกายน 2569
ธนบัตรของไทยแรกเริ่มใช้ปี พ.ศ.ใด
ใบเขียว งวด 1 พ.ย. 69 เผยสูตรคำนวณใหม่ พร้อมแนวทางจากกรอบตัวเลข
10 ชื่อ ที่คนไทยใช้มากที่สุด ชื่อเดียวมากถึงหลักแสนคน
นามสกุลที่ซ้ำกันมากที่สุดในไทย เปิด 10 อันดับที่มีคนใช้หลักหมื่นคน
ปุ๊ก สรปุก ยอมรับผิดเอง ปมลงเลขบัญชีรับบริจาคผิด เผยค้น Google แล้วนำเลขแรกมาโพสต์ ยันไม่ได้ตั้งใจ พร้อมเดินหน้าปิดบัญชี
เลขมงคล "เจ้าแม่ตะเคียนทองให้โชค" ประจำวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569
อ่านหนังสือก่อนนอน: หนังสือกระดาษช่วยให้หลับ แต่จอสว่างอาจทำให้นอนแย่ลง
ก้าวต่อไปของรถหุ้มเกราะไทย จากรถถังล้อยาง สู่รถถังตีบตะขาบ
สาวทักแชทขอบคุณ "วง POTATO" ที่ทำให้รู้ความจริง..เห็นแฟนควงชู้ไปดูคอนเสิร์ต
ชายวัย 65 ปี เสียชีวิตจากไฟฟ้าช็อต เนื่องจากถ่มน้ำลายออกมาจากระเบียงบ้านโดนสายไฟฟ้าแรงสูง
5 อาชีพสำคัญในไทย ที่คนไทยบางส่วนไม่อยากทำ แต่ประเทศขาดไม่ได้
เลขมงคล "เจ้าแม่ตะเคียนทองให้โชค" ประจำวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569
ธนบัตรของไทยแรกเริ่มใช้ปี พ.ศ.ใด
สำรวจจังหวัดเดียวของไทยที่ยังมีการทำเหมืองแร่ดีบุกในปัจจุบัน
แนวทางเลขมงคล ริว จิตสัมผัส วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569
สาวทักแชทขอบคุณ "วง POTATO" ที่ทำให้รู้ความจริง..เห็นแฟนควงชู้ไปดูคอนเสิร์ต
ธนบัตรของไทยแรกเริ่มใช้ปี พ.ศ.ใด
Basmati Rice ข้าวบาสมาติ
ก้าวต่อไปของรถหุ้มเกราะไทย จากรถถังล้อยาง สู่รถถังตีบตะขาบ
ทรัมป์ไม่พอใจที่สื่อยังคงใช้คำว่า AI ไม่เปลี่ยนไปใช้คำว่า SI และประกาศว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะสั่งห้ามใช้คำว่า "AI" ในเอกสารที่เกี่ยวข้องและบริบทอื่นๆ อย่างเป็นทางการในเร็วๆ นี้

