ภูเขาโรไรม่า (Mount Roraima) มนตร์เสน่ห์แห่งดินแดนดึกดำบรรพ์บนเกาะกลางท้องฟ้า
7
ภูเขาโรไรม่า (Mount Roraima) มนตร์เสน่ห์แห่งดินแดนดึกดำบรรพ์บนเกาะกลางท้องฟ้า
หากมีสถานที่แห่งใดบนโลกที่ทำให้เรารู้สึกราวกับกำลังเดินทางเข้าสู่ดินแดนที่หลุดออกมาจากนิยายแฟนตาซี ภูเขาโรไรม่า (Mount Roraima) ในทวีปอเมริกาใต้ก็คงเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ชวนให้จินตนาการเช่นนั้นได้อย่างง่ายดาย ด้วยภูเขายอดราบขนาดมหึมา หน้าผาหินสูงชันที่ตั้งตระหง่านเหนือผืนป่า และหมอกที่เคลื่อนตัวผ่านยอดเขาอยู่เสมอ ภูมิประเทศแห่งนี้ดูแตกต่างจากภูเขาทั่วไปอย่างสิ้นเชิง
แต่เบื้องหลังภาพอันน่าพิศวงยังมีเรื่องราวทางธรณีวิทยาที่ย้อนกลับไปไกลกว่าประวัติศาสตร์ของมนุษย์หลายร้อยล้านปี ตลอดจนสิ่งมีชีวิตที่ปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมเฉพาะตัว จนภูเขาโรไรม่าได้รับการขนานนามในเชิงเปรียบเปรยว่าเป็นเกาะกลางท้องฟ้า
ภูเขายอดแบนที่มีอายุเกือบสองพันล้านปี
ภูเขาโรไรม่าอยู่ในบริเวณที่ราบสูงกายอานา (Guiana Highlands) ทางตอนเหนือของทวีปอเมริกาใต้ บริเวณรอยต่อระหว่างประเทศเวเนซุเอลา บราซิล และกายอานา พื้นที่ส่วนใหญ่ของภูเขาอยู่ในเวเนซุเอลา ภายในเขตอุทยานแห่งชาติคานาอิมา (Canaima National Park) ซึ่งเป็นพื้นที่ธรรมชาติขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศและมรดกทางวัฒนธรรมของภูมิภาค
ภูเขาแห่งนี้จัดอยู่ในกลุ่มภูเขาที่เรียกว่า เทปุย (Tepui) ซึ่งมีลักษณะคล้ายโต๊ะขนาดยักษ์ กล่าวคือมียอดเขาค่อนข้างราบและมีหน้าผาสูงชันล้อมรอบ ลักษณะเช่นนี้แตกต่างจากภูเขาที่มียอดแหลมซึ่งเกิดจากกระบวนการทางธรณีวิทยาและการกัดเซาะในรูปแบบอื่น
หินทรายและชั้นหินในบริเวณนี้มีอายุประมาณ 1.8–2 พันล้านปีหรือมากกว่านั้นในบางส่วน จัดอยู่ในกลุ่มหินเก่าแก่ของโล่กายอานา (Guiana Shield) อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวหมายถึงอายุของชั้นหินและประวัติทางธรณีวิทยา ไม่ได้หมายความว่ารูปร่างภูเขาในปัจจุบันคงอยู่ในรูปเดิมมาตั้งแต่เวลานั้นทั้งหมด
ตลอดช่วงเวลายาวนาน น้ำฝน ลม และกระบวนการกัดเซาะได้ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงภูมิประเทศ จนเกิดเป็นหน้าผา หุบลึก ร่องหิน และพื้นผิวขรุขระที่มีรูปร่างแปลกตา สิ่งที่เราเห็นในปัจจุบันจึงเป็นผลลัพธ์ของกระบวนการทางธรรมชาติที่ดำเนินต่อเนื่องมายาวนานอย่างเหลือเชื่อ
ยอดเขาสูงเหนือทะเลหมอก
ภูเขาโรไรม่าสูงประมาณ 2,700–2,810 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล โดยจุดที่มักได้รับการกล่าวถึงว่าเป็นยอดสูงสุดคือบริเวณที่เรียกว่า Maverick Rock ความสูงที่รายงานอาจแตกต่างกันเล็กน้อยตามแหล่งข้อมูลและวิธีการวัด
สิ่งที่ทำให้ภูเขาแห่งนี้โดดเด่นไม่ได้มีเพียงความสูง แต่คือความแตกต่างระหว่างยอดเขาราบกับหน้าผาที่ลดระดับลงอย่างรวดเร็ว หน้าผาบางส่วนสูงหลายร้อยเมตร จนทำให้ภูเขาดูคล้ายป้อมปราการหินขนาดมหึมาที่ตั้งอยู่เหนือผืนป่า
เมื่อมองจากระยะไกล ยอดเขามักดูเหมือนลอยอยู่เหนือทะเลหมอก เพราะเมฆสามารถก่อตัวและเคลื่อนผ่านบริเวณที่สูงได้บ่อย สภาพอากาศบนยอดเขาจึงเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็ว บางช่วงอาจมองเห็นท้องฟ้าเปิดและแนวหินได้ชัดเจน ขณะที่อีกไม่นานหมอกก็อาจปกคลุมจนทัศนวิสัยลดลง
ความงดงามนี้มีอีกด้านหนึ่งซึ่งไม่ควรมองข้าม นั่นคือสภาพอากาศที่เย็น ชื้น และแปรปรวน รวมถึงพื้นหินที่ลื่นได้ง่าย ทำให้การสำรวจภูเขาโรไรม่าแตกต่างจากการเดินเที่ยวในสวนสาธารณะหรือการเดินเขาทั่วไปอย่างมาก
โลกอีกใบที่ซ่อนอยู่บนยอดเขา
พื้นที่ยอดเขาของภูเขาโรไรม่าเปรียบเสมือนเกาะที่แยกตัวออกจากภูมิประเทศโดยรอบด้วยกำแพงหน้าผาสูงชัน การเดินทางของสิ่งมีชีวิตระหว่างยอดเขากับพื้นที่ด้านล่างจึงมีข้อจำกัด โดยเฉพาะสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่ไม่สามารถข้ามหน้าผาหรือเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่อื่นได้ง่าย
การแยกตัวทางภูมิศาสตร์เป็นเวลายาวนาน ประกอบกับสภาพแวดล้อมเฉพาะของยอดเขา ทำให้สิ่งมีชีวิตบางชนิดวิวัฒนาการและปรับตัวจนมีลักษณะเฉพาะตัวสูง อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตทุกชนิดบนยอดเขาที่พบได้เฉพาะที่นี่ และความเป็นพืชหรือสัตว์เฉพาะถิ่นต้องพิจารณาเป็นรายชนิด
พื้นที่ยอดเขามีทั้งแอ่งหิน ทางน้ำขนาดเล็ก พื้นที่ชุ่มน้ำ และบริเวณที่พืชขึ้นได้อย่างจำกัด สภาพดินที่มีธาตุอาหารต่ำในหลายบริเวณทำให้พืชต้องปรับตัวเพื่อดำรงชีวิต ขณะที่ความชื้นและอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงตามระดับความสูงก็มีผลต่อการกระจายตัวของสิ่งมีชีวิตเช่นกัน
ด้วยเหตุนี้ นักวิทยาศาสตร์จึงสนใจภูเขาเทปุยในฐานะห้องทดลองธรรมชาติสำหรับศึกษาวิวัฒนาการ ชีวภูมิศาสตร์ และความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสภาพแวดล้อมที่แยกตัวออกจากพื้นที่อื่น
พืชกินแมลง ผู้เชี่ยวชาญด้านการอยู่รอดในดินที่ขาดแคลนสารอาหาร
หนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่ทำให้ภูเขาโรไรม่าน่าสนใจคือพืชกินแมลง โดยเฉพาะพืชในกลุ่มหม้อข้าวหม้อแกงลิงสกุล Heliamphora ซึ่งมีหลายชนิดอาศัยอยู่ในบริเวณที่ราบสูงของกายอานาและพื้นที่เทปุยบางแห่ง
พืชกลุ่มนี้มีใบที่ดัดแปลงเป็นภาชนะคล้ายถ้วย ใช้กักเก็บน้ำและช่วยดักจับสัตว์ขนาดเล็ก เช่น แมลง จากนั้นพืชจะได้รับธาตุอาหารบางส่วนจากการย่อยสลายเหยื่อ ซึ่งเป็นประโยชน์ในสภาพแวดล้อมที่ดินมีสารอาหารบางชนิดจำกัด
อย่างไรก็ตาม พืชกินแมลงไม่ได้ดำรงชีวิตด้วยการกินแมลงเพียงอย่างเดียว เพราะยังสังเคราะห์แสงเพื่อสร้างอาหารจากพลังงานแสงอาทิตย์เช่นเดียวกับพืชสีเขียวทั่วไป การจับแมลงเป็นกลไกเสริมในการได้รับสารอาหาร ไม่ใช่สิ่งทดแทนการสังเคราะห์แสง
พืชที่เติบโตบนยอดเขาเหล่านี้ยังต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่ชื้นและเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ตลอดจนพื้นที่สำหรับหยั่งรากที่อาจมีจำกัด การปรับตัวของพืชจึงสะท้อนให้เห็นว่า สิ่งมีชีวิตสามารถพัฒนาวิธีใช้ทรัพยากรให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมที่ท้าทายได้หลากหลายเพียงใด
กบตัวจิ๋วที่เดินมากกว่ากระโดด
เมื่อพูดถึงสัตว์ที่มีเอกลักษณ์บนภูเขาโรไรม่า หนึ่งในชนิดที่น่าสนใจคือกบคางคกโรไรม่า หรือ Roraima bush toad มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Oreophrynella quelchii
มันเป็นสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกขนาดเล็ก ลำตัวสีเข้มและมีผิวขรุขระ มักพบตามพื้นผิวหินและพืชพรรณบนพื้นที่สูง พฤติกรรมของมันต่างจากกบหลายชนิดที่เราคุ้นเคย เพราะมักเคลื่อนที่ด้วยการเดินหรือปีนป่ายไปตามโขดหิน และกระโดดน้อยมากเมื่อเทียบกับกบทั่วไป
ลักษณะนี้ทำให้มันเป็นที่รู้จักในหมู่นักธรรมชาติวิทยา แต่การกล่าวว่ามันไม่สามารถกระโดดได้เลยอาจเด็ดขาดเกินไป เพราะสิ่งที่พบจากการสังเกตคือมันแทบไม่ใช้การกระโดดเป็นวิธีเคลื่อนที่หลัก
อีกหนึ่งลักษณะที่น่าสนใจคือการสืบพันธุ์แบบพัฒนาตรง (direct development) ซึ่งหมายความว่าลูกจะพัฒนาจากไข่ไปเป็นตัวอ่อนที่มีรูปร่างคล้ายตัวเต็มวัย โดยไม่มีระยะลูกอ๊อดที่ว่ายน้ำอย่างอิสระเหมือนกบหลายชนิด การสืบพันธุ์เช่นนี้เหมาะกับสภาพแวดล้อมที่แหล่งน้ำสำหรับการดำรงชีวิตของลูกอ๊อดอาจมีจำกัดหรือไม่เหมาะสม
กบชนิดนี้มีการกระจายพันธุ์ค่อนข้างจำกัด โดยพบที่ยอดเขาโรไรม่าและบริเวณยอดเขาใกล้เคียงบางแห่ง การมีถิ่นอาศัยเฉพาะพื้นที่ทำให้มันเปราะบางต่อการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม การรบกวนจากมนุษย์ และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ภูเขาที่สร้างแรงบันดาลใจให้โลกแห่งจินตนาการ
ภูมิประเทศของภูเขาโรไรม่าเป็นแรงบันดาลใจให้กับงานเขียนและจินตนาการเกี่ยวกับดินแดนที่ยังไม่ถูกสำรวจอย่างกว้างขวาง หนึ่งในตัวอย่างสำคัญคือ The Lost World นวนิยายผจญภัยของเซอร์อาเธอร์ โคนัน ดอยล์ ซึ่งตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 1912 และเล่าเรื่องการเดินทางไปยังที่ราบสูงห่างไกลที่มีสิ่งมีชีวิตยุคดึกดำบรรพ์หลงเหลืออยู่
การสำรวจพื้นที่เทปุยของนักธรรมชาติวิทยาในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 รวมถึงการเดินทางขึ้นยอดเขาโรไรม่าโดยเอเวอราร์ด อิม เธิร์น (Everard im Thurn) ในปี ค.ศ. 1884 เป็นส่วนหนึ่งของบริบทที่ช่วยกระตุ้นจินตนาการเกี่ยวกับโลกที่ถูกตัดขาดจากภายนอก
แม้จะมีการเปรียบเทียบภูเขาโรไรม่าเข้ากับภาพยนตร์และเรื่องแต่งแนวแฟนตาซีอยู่เสมอ แต่ควรแยกแรงบันดาลใจทางวัฒนธรรมออกจากข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ เพราะการมีภูมิประเทศคล้ายกับโลกในจินตนาการไม่ได้หมายความว่าภาพยนตร์ทุกเรื่องที่นำเสนอภูเขาลึกลับจะอ้างอิงจากโรไรม่าหรือใช้สถานที่นี้เป็นต้นแบบโดยตรง
ถึงอย่างนั้น ความรู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่บนโลกอีกใบก็เป็นสิ่งที่ทำให้ภูเขาแห่งนี้ตราตรึงใจผู้คนมาหลายรุ่น และทำให้ธรรมชาติกลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญของวรรณกรรมผจญภัย
การเดินทางสู่ยอดเขา ไม่ใช่เรื่องง่าย
การขึ้นภูเขาโรไรม่าโดยทั่วไปเป็นการเดินป่าหลายวัน โดยเส้นทางท่องเที่ยวที่ใช้กันเป็นหลักเริ่มจากฝั่งเวเนซุเอลา นักเดินทางต้องเดินผ่านพื้นที่ทุ่งหญ้า ลำธาร และป่าบริเวณเชิงเขา ก่อนปีนขึ้นทางลาดและเส้นทางหินเพื่อเข้าสู่ยอดเขา
แม้ภูเขาจะมีลักษณะเป็นหน้าผาสูงชันรอบด้าน แต่มีเส้นทางขึ้นตามธรรมชาติอยู่บางส่วน อย่างไรก็ตาม เส้นทางดังกล่าวยังต้องใช้กำลังกาย ความอดทน และการเตรียมพร้อมที่เหมาะสม สภาพอากาศอาจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้การเดินทางล่าช้าหรือยากลำบากกว่าที่คาดไว้
ผู้เดินทางมักพักค้างคืนตามจุดตั้งแคมป์ระหว่างทางและบนยอดเขา การสำรวจจึงต้องคำนึงถึงน้ำดื่ม อาหาร เสื้อผ้าสำหรับสภาพอากาศเย็นและชื้น รวมถึงการดูแลไม่ให้ขยะหรือกิจกรรมของมนุษย์สร้างผลกระทบต่อระบบนิเวศ
สำหรับผู้สนใจเดินทางจริง ควรตรวจสอบสถานการณ์ความปลอดภัย กฎการเข้าอุทยาน และข้อกำหนดการเดินทางจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนเสมอ เพราะการเข้าถึงพื้นที่ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในแต่ละช่วงเวลา
จุดพรมแดนสามประเทศและแอ่งหินธรรมชาติ
หนึ่งในจุดที่นักเดินทางสนใจคือบริเวณจุดพรมแดนสามประเทศ หรือ Triple Point ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เขตแดนของเวเนซุเอลา บราซิล และกายอานามาบรรจบกัน บริเวณนี้มีหลักเขตและเป็นจุดหมายสำคัญของเส้นทางสำรวจยอดเขา
อย่างไรก็ตาม การไปถึงจุดดังกล่าวต้องเป็นไปตามเส้นทางและข้อกำหนดการเข้าถึงพื้นที่ ไม่ใช่สถานที่ที่สามารถเดินทางไปได้อย่างอิสระจากทุกประเทศหรือทุกทิศทาง
บนยอดเขายังมีแอ่งหินธรรมชาติและแอ่งน้ำที่เกิดจากการกัดเซาะของน้ำเป็นเวลายาวนาน บางแห่งมีน้ำใสและมีรูปร่างคล้ายสระเล็ก ๆ ซ่อนอยู่ท่ามกลางโขดหิน แต่สภาพน้ำ ความลึก และความปลอดภัยแตกต่างกันไปในแต่ละบริเวณ จึงไม่ควรเข้าใจว่าแอ่งน้ำทุกแห่งเหมาะสำหรับลงเล่นน้ำ
บริเวณขอบหน้าผาเป็นอีกจุดที่เผยให้เห็นทัศนียภาพอันกว้างไกล สามารถมองเห็นผืนป่าและภูเขาเทปุยลูกอื่นที่ตั้งตระหง่านอยู่ในระยะไกล แต่หมอก ลมแรง และพื้นหินที่เปียกลื่นทำให้บริเวณเหล่านี้ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ
มรดกธรรมชาติที่ต้องได้รับการดูแล
ภูเขาโรไรม่าไม่ได้มีความสำคัญเฉพาะในฐานะจุดหมายการผจญภัย แต่ยังเป็นพื้นที่ธรรมชาติที่มีคุณค่าทางธรณีวิทยา ชีววิทยา และวัฒนธรรมของชนพื้นเมืองในภูมิภาค
สำหรับชุมชนพื้นเมือง เช่น ชาวเปมอน (Pemón) และกลุ่มชนพื้นเมืองอื่น ๆ ในบริเวณใกล้เคียง ภูเขาเทปุยมีความหมายทางจิตวิญญาณและมีเรื่องเล่าที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน การทำความเข้าใจภูเขาโรไรม่าให้ครบถ้วนจึงไม่ควรจำกัดอยู่แค่ความสวยงามของทิวทัศน์หรือการพิชิตยอดเขา แต่ควรให้ความสำคัญกับผู้คนที่มีความสัมพันธ์กับภูมิประเทศแห่งนี้มาอย่างยาวนานด้วย
ขณะเดียวกัน การท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นอาจก่อให้เกิดการรบกวนสัตว์เฉพาะถิ่น การทิ้งขยะ ความเสียหายต่อพืช และผลกระทบต่อพื้นที่ธรรมชาติที่ฟื้นตัวได้ช้า การปฏิบัติตามกฎของพื้นที่ ไม่จับหรือเคลื่อนย้ายสัตว์ป่า และไม่ทิ้งสิ่งของไว้บนยอดเขาจึงเป็นส่วนสำคัญของการอนุรักษ์
ดินแดนดึกดำบรรพ์ที่ยังมีชีวิต
ภูเขาโรไรม่าเป็นสถานที่ที่ทำให้เราเห็นว่าโลกธรรมชาติมีความหลากหลายและซับซ้อนเพียงใด ชั้นหินที่มีอายุเก่าแก่ หน้าผาที่ถูกกัดเซาะเป็นเวลายาวนาน พืชกินแมลงที่ปรับตัวเข้ากับดินที่ขาดแคลนสารอาหาร และกบตัวเล็กที่เคลื่อนที่ไปตามโขดหิน ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศที่ไม่เหมือนพื้นที่ทั่วไป
แม้ภาพของภูเขาแห่งนี้จะชวนให้นึกถึงโลกยุคดึกดำบรรพ์ แต่สิ่งมีชีวิตบนยอดเขาไม่ได้หยุดนิ่งอยู่กับอดีต พวกมันยังคงดำรงชีวิต สืบพันธุ์ และปรับตัวภายใต้สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
ความมหัศจรรย์ของภูเขาโรไรม่าอาจไม่ได้อยู่ที่การเป็นดินแดนลึกลับซึ่งแยกขาดจากโลกอย่างสมบูรณ์ แต่อยู่ที่การเป็นหลักฐานมีชีวิตของประวัติศาสตร์โลกอันยาวนาน และเป็นเครื่องเตือนใจว่าบนโลกใบเดียวกับที่เราอาศัยอยู่ ยังมีระบบนิเวศและภูมิประเทศอีกมากมายที่รอให้มนุษย์เรียนรู้ด้วยความเคารพและความรับผิดชอบ
เขียนโดย dukedick
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
ชัยวัฒน์เปิดข้อมูลใหม่ ปมที่ดินสามีดาราดัง ตั้งข้อสงสัยเจ้าหน้าที่รัฐเอี่ยวขายที่ดินป่า จี้ดำเนินคดีให้ครบทุกข้อหา
บอล ซุปเปอร์บอล งวด 1 พ.ย. 69 เปิดชุดเลข 3 ตัว เลขเด่น 2 ตัว เลขรอง 2 ตัว พร้อมเลขวิ่ง 26
วิเคราะห์เจาะลึก 10 อันดับเลขขายดี วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เทียบชัด 3 สำนัก
หมอของขวัญลองโอนเอง 7 ล้าน โทรถาม RM เช็กวงเงินแบงก์ปมสลิปฉาว
อาจารย์หนู งวด 1 พ.ย. 2569 เปิดเลขเด่น 1-8 และ 0-5 พร้อมเลขมงคล 1 ชุด 2 ตัว 3 ตัว และเลขมงคล 0 ครบ 9 ชุด
พระสูตรให้ระลึกถึงอะไรเนือง ๆ เพื่อคลายความประมาท?
เลข AI งวด 1 พฤศจิกายน 2569 วิเคราะห์สถิติย้อนหลัง 10 ปี เปิดเลขท้าย 2 ตัว เลขหน้า 3 ตัว เลขท้าย 3 ตัว
รู้หรือไม่ชื่ออะโวคาโดในภาษาแอซเท็ก แปลว่าลูกอัณฑะ
ชวนเที่ยว 5 จุดถ่ายรูปสวยในเซี่ยงไฮ้ สาย City Walk และคาเฟ่ห้ามพลาด !
น้ำอัดลมเจ้าแรกของประเทศไทยคือโค้กหรือไม่ ย้อนดูจุดเริ่มต้นปี 2492
ทักษาโหรธานี อ.ออร่า โหรธานี งวด 1 พ.ย. 69 เลขเด่น 1940 จับคู่ 2 ตัว แตกเลข 3 ตัวจากตาราง 6 เลข
รู้จัก 5 สถาบันในไทยที่เปิดสอนวิศวกรรมศาสตร์ พร้อมจุดเด่นแต่ละแห่ง
ชัยวัฒน์เปิดข้อมูลใหม่ ปมที่ดินสามีดาราดัง ตั้งข้อสงสัยเจ้าหน้าที่รัฐเอี่ยวขายที่ดินป่า จี้ดำเนินคดีให้ครบทุกข้อหา
รู้หรือไม่ชื่ออะโวคาโดในภาษาแอซเท็ก แปลว่าลูกอัณฑะ
พระสูตรให้ระลึกถึงอะไรเนือง ๆ เพื่อคลายความประมาท?
ชวนเที่ยว 5 จุดถ่ายรูปสวยในเซี่ยงไฮ้ สาย City Walk และคาเฟ่ห้ามพลาด !
เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ ทำไมจึงมีหัวเรือเป็นหงส์?
เล่นมือถือในที่มืดอันตรายอย่างไร? ผลกระทบต่อสายตาและวิธีป้องกันที่ถูกต้อง





