หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ แชร์ลิ้ง Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม

5 กระทรวงที่ได้รับงบประมาณสูงในปี 2569 แต่ละแห่งต้องนำเงินไปทำอะไรบ้าง

เขียนโดย Gario

งบประมาณแผ่นดินเป็นเงินที่รัฐบาลจัดสรรเพื่อบริหารประเทศ ตั้งแต่การจัดการศึกษา การรักษาความสงบเรียบร้อย การก่อสร้างถนน ไปจนถึงการดูแลระบบการเงินของประเทศ แต่ละปีรัฐบาลต้องแบ่งงบประมาณให้หน่วยงานต่าง ๆ ตามภารกิจและความจำเป็นในการดำเนินงาน

สำหรับปีงบประมาณ 2569 ประเทศไทยมีงบประมาณรายจ่ายรวม 3,780,600 ล้านบาท หรือประมาณ 3.78 ล้านล้านบาท โดยในบรรดากระทรวงต่าง ๆ กระทรวงการคลังได้รับงบประมาณสูงที่สุด ตามด้วยกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม และกระทรวงคมนาคม

อย่างไรก็ตาม เงินงบประมาณที่ได้รับไม่ได้หมายความว่าทุกบาทจะนำไปสร้างโครงการใหม่ได้ทั้งหมด เพราะงบประมาณยังต้องใช้สำหรับเงินเดือนบุคลากร ค่าใช้จ่ายประจำ เงินอุดหนุน การดำเนินงานของหน่วยงาน และโครงการลงทุนที่มีภาระผูกพันอยู่เดิมด้วย

ข้อมูลจากสำนักงบประมาณและรายงานเปรียบเทียบงบประมาณปี 2569 ระบุว่า กระทรวงทั้ง 5 แห่งได้รับงบประมาณตามวงเงินที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

อันดับ 1 กระทรวงการคลัง ได้รับงบประมาณประมาณ 397,856.7 ล้านบาท

กระทรวงการคลังเป็นกระทรวงที่ได้รับงบประมาณสูงที่สุดในปี 2569 ด้วยวงเงินประมาณ 397,856.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2568 ประมาณ 8,197 ล้านบาท

เหตุผลสำคัญที่ทำให้กระทรวงนี้ได้รับงบประมาณจำนวนมาก คือมีภารกิจเกี่ยวข้องกับการบริหารการเงินการคลังของประเทศ ไม่ได้ทำหน้าที่จัดเก็บภาษีเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีหน่วยงานที่ดูแลรายได้ของรัฐ การเบิกจ่ายเงินแผ่นดิน การบริหารทรัพย์สินของรัฐ และการบริหารหนี้สาธารณะ

เงินงบประมาณนำไปใช้ทำอะไรบ้าง

1. บริหารหนี้สาธารณะ

ส่วนสำคัญของงบประมาณเกี่ยวข้องกับภารกิจบริหารหนี้ภาครัฐ ซึ่งรวมถึงการจัดการภาระหนี้และต้นทุนทางการเงินตามแผนการบริหารหนี้สาธารณะ รายการเหล่านี้เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ต้องระมัดระวังเมื่อนำงบของกระทรวงการคลังไปเปรียบเทียบกับกระทรวงอื่น เพราะงบประมาณส่วนนี้ไม่ได้เป็นเงินสำหรับสร้างอาคารหรือซื้ออุปกรณ์ของกระทรวงทั้งหมด

2. จัดเก็บรายได้ให้รัฐบาล

กรมสรรพากร กรมสรรพสามิต และกรมศุลกากรเป็นหน่วยงานสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บภาษีและอากร โดยมีค่าใช้จ่ายในการบริหารระบบจัดเก็บรายได้ การตรวจสอบ การให้บริการประชาชน และการบังคับใช้กฎหมายตามหน้าที่

3. ดูแลการเบิกจ่ายและบัญชีภาครัฐ

กรมบัญชีกลางมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลการเบิกจ่ายเงิน การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ และระบบบัญชีภาครัฐ เพื่อให้หน่วยงานราชการสามารถใช้เงินงบประมาณตามกฎหมายและระเบียบที่กำหนด

4. บริหารทรัพย์สินและนโยบายการคลัง

กรมธนารักษ์ดูแลทรัพย์สินของรัฐบางประเภท ขณะที่หน่วยงานด้านเศรษฐกิจการคลังมีภารกิจวิเคราะห์สถานการณ์เศรษฐกิจและจัดทำนโยบายที่เกี่ยวข้อง

จากรายละเอียดเหล่านี้จึงเห็นได้ว่า งบประมาณของกระทรวงการคลังไม่ได้หมายถึงเงินที่สามารถนำไปแจกจ่ายหรือใช้กระตุ้นเศรษฐกิจได้โดยอิสระทั้งหมด แต่มีภารกิจหลายด้านที่ต้องดำเนินการตามกฎหมายและแผนการเงินการคลังของประเทศ

ข้อมูลหน่วยงานและรายการงบประมาณสามารถตรวจสอบได้จาก "สำนักงบประมาณ" (https://www.bb.go.th/) และ "ระบบบริการข้อมูลการคลังของกระทรวงการคลัง" (https://dataservices.mof.go.th/)

อันดับ 2 กระทรวงศึกษาธิการ ได้รับงบประมาณประมาณ 355,108.5 ล้านบาท

กระทรวงศึกษาธิการได้รับงบประมาณประมาณ 355,108.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2568 ประมาณ 14,333.9 ล้านบาท เป็นหนึ่งในกระทรวงที่ได้รับงบประมาณเพิ่มขึ้นมากที่สุดเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

งบประมาณจำนวนนี้เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานและภารกิจของหน่วยงานภายใต้กระทรวง ซึ่งมีทั้งโรงเรียน ครู บุคลากรทางการศึกษา และระบบสนับสนุนการเรียนรู้ของนักเรียนทั่วประเทศ

เงินงบประมาณนำไปใช้ทำอะไรบ้าง

1. จ่ายเงินเดือนครูและบุคลากร

ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรเป็นองค์ประกอบสำคัญของงบกระทรวงศึกษาธิการ เพราะระบบการศึกษาของรัฐมีครูและเจ้าหน้าที่จำนวนมากที่ต้องได้รับเงินเดือนและค่าตอบแทนตามสิทธิ

2. สนับสนุนการเรียนของนักเรียน

งบประมาณส่วนหนึ่งเกี่ยวข้องกับเงินอุดหนุนและโครงการสนับสนุนการศึกษา เช่น ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเรียน หนังสือเรียน อุปกรณ์การเรียน เครื่องแบบนักเรียน และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ตามหลักเกณฑ์และโครงการที่กำหนด

3. พัฒนาโรงเรียนและคุณภาพการศึกษา

โรงเรียนจำเป็นต้องใช้งบประมาณในการบำรุงรักษาอาคารเรียน จัดหาอุปกรณ์การสอน พัฒนาห้องเรียน และสนับสนุนการเรียนการสอนให้เหมาะกับผู้เรียนในแต่ละพื้นที่

4. พัฒนาหลักสูตรและทักษะที่จำเป็น

การปรับปรุงหลักสูตร การพัฒนาครู การส่งเสริมทักษะภาษา เทคโนโลยี และความสามารถที่จำเป็นต่อการทำงานในอนาคต เป็นอีกส่วนหนึ่งของภารกิจด้านการศึกษา

ข้อมูลจากกระทรวงศึกษาธิการระบุว่า โครงสร้างงบประมาณปี 2569 จำนวนประมาณ 355,108.45 ล้านบาท แบ่งเป็นงบบุคลากรราว 61.47% งบเงินอุดหนุน 27.27% งบดำเนินงาน 3.87% งบลงทุน 3.83% และงบรายจ่ายอื่น 3.56%

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า งบประมาณส่วนใหญ่ไม่ได้ถูกนำไปสร้างโรงเรียนใหม่ แต่ต้องใช้กับบุคลากรและการสนับสนุนระบบการศึกษาที่มีอยู่แล้วด้วย

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก "เว็บไซต์กระทรวงศึกษาธิการ" (https://www.moe.go.th/)

อันดับ 3 กระทรวงมหาดไทย ได้รับงบประมาณประมาณ 301,265 ล้านบาท

กระทรวงมหาดไทยได้รับงบประมาณประมาณ 301,265 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2568 ราว 6,852.3 ล้านบาท

กระทรวงนี้มีภารกิจเกี่ยวข้องกับการบริหารราชการส่วนภูมิภาค การปกครองท้องที่ การทะเบียนราษฎร การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงการพัฒนาพื้นที่และการให้บริการประชาชนผ่านหน่วยงานที่อยู่ในสังกัด

เงินงบประมาณนำไปใช้ทำอะไรบ้าง

1. สนับสนุนการบริหารจังหวัดและอำเภอ

จังหวัดและอำเภอมีบทบาทสำคัญในการประสานงานระหว่างรัฐบาลกับประชาชน ทั้งการดำเนินนโยบายภาครัฐ การจัดบริการประชาชน และการติดตามปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่

2. พัฒนาระบบสาธารณูปโภคและชุมชน

งบประมาณที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาพื้นที่อาจครอบคลุมโครงการปรับปรุงระบบสาธารณูปโภค งานพัฒนาชุมชน และโครงการที่เกี่ยวข้องกับการยกระดับคุณภาพชีวิต ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแผนงานและหน่วยงานที่รับผิดชอบ

3. ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

ภารกิจด้านภัยพิบัติครอบคลุมการเตรียมความพร้อม การประสานงานช่วยเหลือประชาชน และการดำเนินการในสถานการณ์ฉุกเฉินตามอำนาจหน้าที่ของหน่วยงาน

4. สนับสนุนงานทะเบียนและการปกครอง

การให้บริการด้านทะเบียนราษฎร บัตรประจำตัวประชาชน และงานปกครองเป็นภารกิจสำคัญที่ต้องมีงบประมาณสำหรับบุคลากร ระบบข้อมูล และการให้บริการในพื้นที่ทั่วประเทศ

5. สนับสนุนหน่วยงานในสังกัดตามภารกิจ

กระทรวงมหาดไทยมีหน่วยงานหลายแห่งที่ทำหน้าที่แตกต่างกัน จึงต้องแบ่งงบประมาณเพื่อดำเนินงานตามภารกิจเฉพาะของแต่ละหน่วยงาน

สิ่งที่ควรทำความเข้าใจคือ งบประมาณของกระทรวงมหาดไทยจำนวน 301,265 ล้านบาทไม่ใช่งบประมาณทั้งหมดขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะงบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีการแสดงเป็นรายการแยกต่างหากในเอกสารงบประมาณระดับประเทศ

ดังนั้น หากต้องการทราบว่ารัฐบาลใช้เงินพัฒนาถนนท้องถิ่น ระบบน้ำ หรือบริการชุมชนมากเพียงใด จำเป็นต้องตรวจสอบงบของหน่วยงานและโครงการที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ไม่ควรนำงบของกระทรวงมหาดไทยเพียงตัวเลขเดียวไปแทนงบพัฒนาท้องถิ่นทั้งหมด

อันดับ 4 กระทรวงกลาโหม ได้รับงบประมาณประมาณ 204,434.7 ล้านบาท

กระทรวงกลาโหมได้รับงบประมาณประมาณ 204,434.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2568 ราว 4,713.4 ล้านบาท

กระทรวงนี้มีภารกิจหลักในการป้องกันประเทศ รักษาอธิปไตยและความมั่นคง ตลอดจนเตรียมความพร้อมของกำลังพลและระบบสนับสนุนทางทหาร โดยมีหน่วยงานสำคัญ ได้แก่ กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และกองบัญชาการกองทัพไทย

เงินงบประมาณนำไปใช้ทำอะไรบ้าง

1. เงินเดือนและสวัสดิการกำลังพล

กองทัพมีทหารประจำการและบุคลากรหลายประเภท จึงต้องใช้งบประมาณสำหรับเงินเดือน ค่าตอบแทน สวัสดิการ และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่

2. จัดซื้อและบำรุงรักษายุทโธปกรณ์

ยุทโธปกรณ์และระบบสนับสนุนทางทหารต้องได้รับการจัดหา ตรวจสอบ ซ่อมบำรุง และปรับปรุงตามความจำเป็น โดยโครงการจัดซื้อแต่ละรายการต้องเป็นไปตามงบประมาณและกระบวนการที่เกี่ยวข้อง

3. ฝึกอบรมและเตรียมความพร้อมกำลังพล

การฝึกทางทหาร การฝึกภาคสนาม การฝึกปฏิบัติการร่วม และการเตรียมความพร้อมด้านต่าง ๆ จำเป็นต้องใช้งบประมาณสำหรับการฝึก อุปกรณ์ และการสนับสนุนกำลังพล

4. ดูแลฐานทัพและสิ่งอำนวยความสะดวก

หน่วยทหารต้องมีงบประมาณสำหรับดูแลอาคาร สถานที่ ระบบสื่อสาร ยานพาหนะ และโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการปฏิบัติหน้าที่

5. สนับสนุนภารกิจรักษาความมั่นคง

นอกจากการป้องกันประเทศแล้ว ยังมีภารกิจช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์ภัยพิบัติ และการสนับสนุนหน่วยงานอื่นเมื่อได้รับมอบหมายตามกฎหมาย

งบประมาณที่ได้รับไม่ได้หมายความว่าเงินทั้งหมดจะถูกใช้ซื้ออาวุธ เพราะมีทั้งค่าใช้จ่ายประจำ เงินเดือน การฝึก การบำรุงรักษา และการดำเนินงานของหน่วยทหารหลายแห่ง

ข้อมูลวงเงินงบประมาณของกระทรวงกลาโหมและการเปรียบเทียบกับปีก่อนหน้าเผยแพร่ไว้ในรายงานงบประมาณปี 2569 ของ "Thai PBS" (https://www.thaipbs.or.th/now/infographic/454)

อันดับ 5 กระทรวงคมนาคม ได้รับงบประมาณประมาณ 200,756.2 ล้านบาท

กระทรวงคมนาคมได้รับงบประมาณประมาณ 200,756.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2568 ราว 7,403 ล้านบาท

กระทรวงนี้มีภารกิจเกี่ยวข้องกับระบบขนส่งและโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ทั้งถนน ทางราง การขนส่งทางบก และการเดินทางทางน้ำ โดยงบประมาณส่วนสำคัญเกี่ยวข้องกับการพัฒนาและดูแลโครงข่ายคมนาคมที่ประชาชนใช้เดินทางและภาคธุรกิจใช้ขนส่งสินค้า

เงินงบประมาณนำไปใช้ทำอะไรบ้าง

1. ก่อสร้างและปรับปรุงถนน

กรมทางหลวงเป็นหน่วยงานสำคัญที่ได้รับงบประมาณสำหรับพัฒนาและบำรุงรักษาทางหลวง รวมถึงการก่อสร้าง ปรับปรุงผิวถนน และแก้ไขปัญหาจุดเสี่ยงด้านการจราจรตามแผนงาน

2. พัฒนาถนนชนบท

กรมทางหลวงชนบทมีภารกิจพัฒนาและดูแลถนนที่เชื่อมโยงชุมชน รวมถึงเส้นทางที่ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงสถานศึกษา โรงพยาบาล แหล่งงาน และตลาดได้สะดวกขึ้น

3. พัฒนาระบบขนส่งและความปลอดภัย

งบประมาณส่วนหนึ่งเกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลการขนส่งทางบก การพัฒนาระบบขนส่งทางราง และภารกิจด้านความปลอดภัยของการเดินทางตามหน้าที่ของหน่วยงาน

4. ดูแลโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่เดิม

นอกจากการก่อสร้างโครงการใหม่แล้ว ยังต้องใช้งบประมาณซ่อมแซมถนน สะพาน และโครงสร้างพื้นฐานที่เสื่อมสภาพ เพื่อให้ประชาชนเดินทางได้อย่างปลอดภัยและลดต้นทุนการขนส่ง

5. สนับสนุนโครงการลงทุนระยะยาว

โครงการคมนาคมขนาดใหญ่มักใช้เวลาหลายปีในการดำเนินงาน จึงอาจมีงบประมาณผูกพันจากปีที่ผ่านมา ซึ่งต้องนำมาพิจารณาร่วมกับงบสำหรับโครงการใหม่

ข้อมูลการอภิปรายงบประมาณปี 2569 ระบุว่า ในส่วนของหน่วยงานราชการภายใต้กระทรวงคมนาคม กรมทางหลวงได้รับงบประมาณประมาณ 131,932.2 ล้านบาท และกรมทางหลวงชนบทได้รับประมาณ 53,598.9 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนบทบาทของงานถนนในงบประมาณของกระทรวงนี้

อย่างไรก็ตาม กระทรวงคมนาคมมีงบประมาณในส่วนอื่นด้วย การดูเฉพาะงบกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทจึงยังไม่ใช่ภาพรวมของงบทั้งหมด

สามารถตรวจสอบรายละเอียดภารกิจและโครงการได้จาก "สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร" (https://www.otp.go.th/)

ตารางสรุป 5 กระทรวงที่ได้รับงบประมาณสูงในปี 2569

อันดับ| กระทรวง| งบประมาณปี 2569 โดยประมาณ| ภารกิจสำคัญ

1| กระทรวงการคลัง| 397,856.7 ล้านบาท| บริหารการเงินการคลัง จัดเก็บรายได้ และบริหารหนี้สาธารณะ

2| กระทรวงศึกษาธิการ| 355,108.5 ล้านบาท| เงินเดือนครู เงินอุดหนุนการศึกษา และพัฒนาคุณภาพโรงเรียน

3| กระทรวงมหาดไทย| 301,265 ล้านบาท| การบริหารจังหวัดและอำเภอ งานทะเบียน และภารกิจพัฒนาพื้นที่

4| กระทรวงกลาโหม| 204,434.7 ล้านบาท| เงินเดือนกำลังพล การฝึก การบำรุงรักษา และการป้องกันประเทศ

5| กระทรวงคมนาคม| 200,756.2 ล้านบาท| ถนน ระบบขนส่ง ความปลอดภัย และโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม

ตัวเลขข้างต้นอ้างอิงวงเงินงบประมาณปี 2569 ที่เผยแพร่ในเอกสารและรายงานสรุปงบประมาณ โดยปัดเศษเพื่อให้อ่านง่าย

ทำไมกระทรวงที่ได้รับงบมากที่สุดจึงไม่ได้หมายความว่าจะมีเงินเหลือใช้มากที่สุด

การพิจารณาว่ากระทรวงใดได้รับงบประมาณสูง ไม่ควรดูเฉพาะตัวเลขรวม เพราะแต่ละแห่งมีลักษณะรายจ่ายไม่เหมือนกัน

กระทรวงการคลังมีภารกิจเกี่ยวกับการบริหารการเงินของประเทศและหนี้สาธารณะ กระทรวงศึกษาธิการต้องดูแลบุคลากรและระบบโรงเรียนทั่วประเทศ ส่วนกระทรวงคมนาคมมีโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องใช้เงินจำนวนมากและอาจมีภาระผูกพันหลายปี

ขณะเดียวกัน กระทรวงกลาโหมต้องดูแลกำลังพลและความพร้อมของกองทัพ ส่วนกระทรวงมหาดไทยมีภารกิจบริหารราชการในพื้นที่กว้างขวาง

ดังนั้น การเปรียบเทียบประสิทธิภาพการใช้งบประมาณควรดูข้อมูลมากกว่าวงเงินที่ได้รับ เช่น จำนวนประชาชนที่ได้รับประโยชน์ ผลสำเร็จของโครงการ ระยะเวลาดำเนินงาน การเบิกจ่ายจริง และต้นทุนต่อหน่วยบริการ

ตัวอย่างเช่น หากกระทรวงหนึ่งได้รับงบประมาณเพิ่มขึ้น แต่ประชาชนยังต้องรอรับบริการเป็นเวลานาน ก็จำเป็นต้องตรวจสอบว่าปัญหาเกิดจากการจัดสรรงบประมาณ บุคลากรไม่เพียงพอ การบริหารงาน หรือข้อจำกัดด้านอื่น ขณะที่โครงการก่อสร้างที่ใช้งบสูงก็ควรพิจารณาว่าช่วยลดเวลาเดินทาง ลดต้นทุนขนส่ง หรือเพิ่มความปลอดภัยได้จริงเพียงใด

สรุป เงินงบประมาณปี 2569 สะท้อนภารกิจสำคัญของประเทศ

งบประมาณปี 2569 แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลต้องจัดสรรเงินจำนวนมากเพื่อดูแลภารกิจพื้นฐานของประเทศ ตั้งแต่ระบบการเงินการคลัง การศึกษา การบริหารพื้นที่ ความมั่นคง ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม

กระทรวงการคลังได้รับงบประมาณสูงที่สุด ตามด้วยกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงมหาดไทย ขณะที่กระทรวงกลาโหมและกระทรวงคมนาคมอยู่ในอันดับถัดมา แต่ละกระทรวงมีภารกิจและโครงสร้างค่าใช้จ่ายแตกต่างกัน จึงไม่สามารถสรุปได้จากตัวเลขรวมเพียงอย่างเดียวว่าเงินถูกนำไปใช้ได้คุ้มค่ามากน้อยเพียงใด

สิ่งที่ประชาชนควรติดตามต่อจากนี้คือ งบประมาณที่ได้รับถูกเบิกจ่ายจริงเท่าใด โครงการสำคัญดำเนินการแล้วเสร็จตามกำหนดหรือไม่ และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้มากน้อยเพียงใด เพราะท้ายที่สุดแล้ว ความสำคัญของงบประมาณไม่ได้อยู่ที่จำนวนเงินที่ได้รับเท่านั้น แต่อยู่ที่การใช้เงินภาษีให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

เนื้อหาโดย: Gario
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Gario's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 17 ครั้ง
เขียนโดย Gario
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
1 VOTES (1/5 จาก 1 คน)
VOTED: pakpranang
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เหตุผลที่โลโก้ 7-ELEVEn ใช้ตัว n เล็ก ที่ใครหลายๆคนยังไม่รู้ตะลึง! พบดาบโบราณ 3,400 ปี ในเยอรมนี สภาพสุดทึ่ง!ปฏิทินจีน 1 พ.ย. 69 เปิดเลขวงกลม 504-318 แตกมุมมองเลข 2 ตัวจากชุดเด่นบิ๊กซีทยอยปิดสาขาต่างจังหวัด ไม่ใช่สัญญาณเจ๊ง แต่คือการผ่าตัดพอร์ตครั้งใหญ่ของเครือ BJCเลขในฝัน งวด 1 พ.ย. 69 รวมตัวเด่น 4–2 ชุดสองหลัก วงกลม 49–29 พร้อมชุดสามหลักเลขสนั่นเมือง งวด 1 พ.ย. 69 เปิดเลขวิ่งบน–ล่าง เจาะชุด 2 ตัวบน–ล่าง พร้อมเลข 3 ตัวร้านแอปเปิลในฝรั่งเศสถูกปล้นระหว่างการจลาจล บริษัทแอปเปิลจึงเข้าแทรกแซง! สินค้าที่ถูกขโมยไปถูกล็อกและใช้งานไม่ได้ทันทีบอล ซุปเปอร์บอล งวด 1 พ.ย. 69 เปิดชุดเลข 3 ตัว เลขเด่น 2 ตัว เลขรอง 2 ตัว พร้อมเลขวิ่ง 26เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.0 ริกเตอร์ในทิเบต คร่าชีวิตผู้คนไป 16 ราย! เกิดแผ่นดินไหวตามมาอีก 413 ครั้ง ผู้รอดชีวิตต่างพากันหนีเอาชีวิตรอดโดยห่อตัวด้วยผ้าห่มรู้จัก 5 สถาบันในไทยที่เปิดสอนวิศวกรรมศาสตร์ พร้อมจุดเด่นแต่ละแห่งส่องแนวทางเลข "แม่น้ำหนึ่ง" วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569จัดอันดับโรงเรียนที่มีค่าเทอมสูงในไทย แยกตามหลักสูตรปกติ สองภาษา และนานาชาติ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ร้านแอปเปิลในฝรั่งเศสถูกปล้นระหว่างการจลาจล บริษัทแอปเปิลจึงเข้าแทรกแซง! สินค้าที่ถูกขโมยไปถูกล็อกและใช้งานไม่ได้ทันทีเหตุผลที่โลโก้ 7-ELEVEn ใช้ตัว n เล็ก ที่ใครหลายๆคนยังไม่รู้ตะลึง! พบดาบโบราณ 3,400 ปี ในเยอรมนี สภาพสุดทึ่ง!มหาเศรษฐีที่ประกาศจะยกมรดกให้การกุศลอาจารย์หนู งวด 1 พ.ย. 2569 เปิดเลขเด่น 1-8 และ 0-5 พร้อมเลขมงคล 1 ชุด 2 ตัว 3 ตัว และเลขมงคล 0 ครบ 9 ชุด
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เปิด 5 โรงเรียนวิชาชีพเฉพาะทางในไทย ที่คนส่วนใหญ่อาจไม่เคยรู้ว่ามีอยู่การส่งพิซซ่าที่ไกลที่สุดในประวัติศาสตร์เหตุผลที่โลโก้ 7-ELEVEn ใช้ตัว n เล็ก ที่ใครหลายๆคนยังไม่รู้จังหวัดที่ห้างใหญ่แข่งขันกันดุเดือด เปิดดูว่าทำเลแบบไหนดึงดูดผู้ประกอบการได้มากที่สุด
ตั้งกระทู้ใหม่