หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ แชร์ลิ้ง Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม

เรียนโรงเรียนรัฐบาลกับเอกชนตั้งแต่ ม.1 ถึง ม.6 ต้องใช้งบต่างกันแค่ไหน เมื่อคิดค่าใช้จ่ายตลอดหลักสูตร

เขียนโดย Gario

เรียนโรงเรียนรัฐบาลกับเอกชนตั้งแต่ ม.1 ถึง ม.6 ต้องใช้งบต่างกันแค่ไหน เมื่อคิดค่าใช้จ่ายตลอดหลักสูตร

การเลือกโรงเรียนให้ลูกเรียนต่อในระดับมัธยมศึกษาเป็นเรื่องที่ผู้ปกครองต้องคิดให้รอบด้าน เพราะนอกจากคุณภาพการศึกษาและสภาพแวดล้อมแล้ว ค่าใช้จ่ายตลอดหลักสูตร 6 ปี ตั้งแต่มัธยมศึกษาปีที่ 1 จนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 ก็เป็นภาระทางการเงินที่ไม่น้อย โดยเฉพาะครอบครัวที่มีลูกมากกว่าหนึ่งคน

 

หลายคนอาจคิดว่าโรงเรียนรัฐบาลแทบไม่ต้องเสียเงิน ส่วนโรงเรียนเอกชนมีค่าเทอมแพงกว่าอย่างชัดเจน แต่ค่าใช้จ่ายจริงยังมีทั้งเครื่องแบบ หนังสือ อุปกรณ์การเรียน ค่าเดินทาง ค่าอาหาร กิจกรรมพิเศษ และค่าเรียนเสริม ซึ่งแตกต่างกันไปตามโรงเรียนและรูปแบบการใช้ชีวิตของนักเรียน

 

หากลองคำนวณตั้งแต่วันเข้าเรียน ม.1 จนถึงวันที่จบ ม.6 จะเห็นว่าความแตกต่างของงบประมาณอาจสูงตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลักล้านบาท ขึ้นอยู่กับว่าเลือกโรงเรียนรัฐบาล โรงเรียนเอกชนหลักสูตรทั่วไป โรงเรียนเอกชนที่มีหลักสูตรภาษาอังกฤษ หรือโรงเรียนนานาชาติ

 

1. โรงเรียนรัฐบาลมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง

 

โรงเรียนรัฐบาลได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐตามนโยบายเรียนฟรี 15 ปี ซึ่งครอบคลุมการศึกษาขั้นพื้นฐานตามเงื่อนไขของโครงการ อย่างไรก็ตาม คำว่าเรียนฟรีไม่ได้หมายความว่าผู้ปกครองจะไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ เลย เพราะยังมีรายจ่ายที่เกิดขึ้นจากการใช้ชีวิตประจำวันและรายการที่อยู่นอกเหนือการสนับสนุน

 

กระทรวงศึกษาธิการระบุหมวดการสนับสนุนไว้หลายด้าน เช่น ค่าเล่าเรียน หนังสือเรียน อุปกรณ์การเรียน เครื่องแบบนักเรียน และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน โดยรายละเอียดและวงเงินขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์ของแต่ละรายการ ("กระทรวงศึกษาธิการ" (https://www.moe.go.th/%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%9F%E0%B8%A3%E0%B8%B5-15-%E0%B8%9B%E0%B8%B5-%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%84%E0%B8%B1%E0%B8%8D-2/))

 

แม้มีการสนับสนุนจากรัฐ แต่ผู้ปกครองยังอาจต้องซื้อชุดนักเรียนเพิ่มเติม รองเท้ากีฬา ถุงเท้า กระเป๋า อุปกรณ์เฉพาะวิชา และจ่ายค่าเดินทางหรือค่าอาหารในแต่ละวัน นอกจากนี้ หากนักเรียนเรียนห้องเรียนพิเศษ เช่น ห้องเรียนวิทยาศาสตร์หรือโครงการภาษาอังกฤษ อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตามประกาศของโรงเรียน

 

ดังนั้น การคำนวณงบประมาณโรงเรียนรัฐบาลควรพิจารณารายจ่ายที่ครอบครัวจ่ายจริง ไม่ใช่ดูเพียงค่าเล่าเรียนอย่างเดียว

 

2. โรงเรียนเอกชนต้องเตรียมเงินส่วนไหนเพิ่ม

 

โรงเรียนเอกชนมีรูปแบบการจัดการศึกษาและอัตราค่าเล่าเรียนที่แตกต่างกันมาก โรงเรียนเอกชนหลักสูตรทั่วไปบางแห่งมีค่าใช้จ่ายไม่สูงมาก ขณะที่โรงเรียนที่เน้นภาษาอังกฤษหรือมีโครงการพิเศษอาจเรียกเก็บค่าเล่าเรียนสูงขึ้นอย่างชัดเจน

 

ตัวอย่างเช่น โรงเรียนปลูกปัญญาประกาศค่าเล่าเรียนปีการศึกษา 2568 สำหรับระดับมัธยมศึกษาตอนต้นในหลักสูตร Intensive English Programme ที่ 50,000 บาทต่อปี และระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่ 54,000 บาทต่อปี ส่วนหลักสูตร International English Programme อยู่ที่ 105,000 บาทต่อปีทั้งสองช่วงชั้น นอกจากนี้ยังมีค่าพัฒนาวิชาการสำหรับนักเรียนเข้าใหม่ตามเงื่อนไขของโรงเรียน ("รายละเอียดค่าเล่าเรียนโรงเรียนปลูกปัญญา" (https://www.plookpanya.ac.th/th/admissions/tuition))

 

ตัวอย่างนี้แสดงให้เห็นว่าแม้จะเป็นโรงเรียนเดียวกัน แต่การเลือกหลักสูตรต่างกันก็ทำให้ค่าใช้จ่ายตลอด 6 ปีเปลี่ยนไปได้มาก

 

นอกจากค่าเทอมแล้ว ผู้ปกครองควรตรวจสอบด้วยว่าราคาที่โรงเรียนประกาศรวมค่าอาหารกลางวัน หนังสือเรียน อุปกรณ์การเรียน กิจกรรมเสริม และค่าแรกเข้าแล้วหรือยัง เพราะบางแห่งแยกเก็บค่าใช้จ่ายเหล่านี้ต่างหาก

 

3. คำนวณค่าใช้จ่ายโรงเรียนรัฐบาลตลอด 6 ปี

 

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ลองตั้งงบประมาณตัวอย่างสำหรับนักเรียนที่เรียนโรงเรียนรัฐบาลทั่วไป โดยไม่ได้อยู่ในโครงการห้องเรียนพิเศษและไม่ต้องพักหอ

 

รายการ| งบประมาณต่อปีโดยประมาณ

เครื่องแบบและรองเท้า| 1,500–3,000 บาท

อุปกรณ์การเรียนและของใช้ส่วนตัว| 1,000–2,500 บาท

ค่าเดินทาง| 3,000–12,000 บาท

ค่าอาหารและขนมระหว่างวัน| 6,000–15,000 บาท

กิจกรรมและค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด| 1,000–3,000 บาท

รวมต่อปี| 12,500–35,500 บาท

 

ตัวเลขข้างต้นเป็นงบประมาณสมมติสำหรับใช้วางแผน ไม่ใช่อัตราค่าใช้จ่ายกลางที่ใช้กับทุกโรงเรียน โดยเฉพาะค่าเดินทางและค่าอาหารซึ่งแตกต่างกันมากตามระยะทางและพฤติกรรมการใช้จ่าย

 

หากคำนวณตลอด 6 ปี โดยสมมติว่าค่าใช้จ่ายแต่ละปีใกล้เคียงกัน จะใช้งบประมาณประมาณ 75,000–213,000 บาท

 

หากครอบครัวมีรถรับส่งเอง นักเรียนเดินทางไม่ไกล และรับประทานอาหารที่บ้านเป็นส่วนใหญ่ ค่าใช้จ่ายอาจต่ำกว่าตัวอย่างนี้ได้ ในทางกลับกัน หากต้องเดินทางด้วยรถสาธารณะหลายต่อ ซื้ออาหารนอกบ้านทุกวัน หรือเรียนเสริมเป็นประจำ งบประมาณก็อาจสูงขึ้นได้เช่นกัน

 

4. คำนวณค่าใช้จ่ายโรงเรียนเอกชนตลอด 6 ปี

 

สำหรับโรงเรียนเอกชน ค่าใช้จ่ายส่วนที่ต่างจากโรงเรียนรัฐบาลอย่างชัดเจนมักเป็นค่าเล่าเรียน โดยเฉพาะโรงเรียนที่มีหลักสูตรภาษาอังกฤษหรือกิจกรรมพิเศษ

 

ลองแบ่งตัวอย่างออกเป็น 3 ระดับ เพื่อช่วยให้ผู้ปกครองเห็นภาพรวมของงบประมาณ

 

รูปแบบโรงเรียน| ค่าเล่าเรียนต่อปีที่ใช้คำนวณ| ค่าเล่าเรียน 6 ปี

เอกชนหลักสูตรทั่วไป ค่าเทอมไม่สูง| 20,000 บาท| 120,000 บาท

เอกชนหลักสูตรภาษาอังกฤษระดับกลาง| 50,000 บาท| 300,000 บาท

เอกชนหลักสูตรภาษาอังกฤษค่าเทอมสูง| 100,000 บาท| 600,000 บาท

 

ตัวเลขในตารางเป็นสถานการณ์สมมติเพื่อเปรียบเทียบงบประมาณ ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยของโรงเรียนเอกชนทั่วประเทศ และยังไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่น ๆ

 

หากใช้ตัวอย่างโรงเรียนปลูกปัญญาในหลักสูตร Intensive English Programme ที่ประกาศค่าเล่าเรียน ม.1–ม.3 ปีละ 50,000 บาท และ ม.4–ม.6 ปีละ 54,000 บาท จะได้ค่าเล่าเรียนรวม 312,000 บาทตลอด 6 ปี โดยยังต้องตรวจสอบค่าธรรมเนียมอื่นและอัตราค่าเล่าเรียนของปีที่เข้าเรียนจริงอีกครั้ง

 

ส่วนโรงเรียนที่มีค่าเทอมสูงกว่านี้มากก็มีอยู่จริง ตัวอย่างเช่น โรงเรียนเลิร์นสาธิตพัฒนาประกาศค่าใช้จ่ายระดับมัธยมศึกษาบางหลักสูตรในระดับหลายแสนบาทต่อปี จึงไม่ควรนำค่าเทอมของโรงเรียนเอกชนแห่งเดียวไปเหมารวมกับโรงเรียนเอกชนทุกประเภท ("รายละเอียดค่าเล่าเรียนโรงเรียนเลิร์นสาธิตพัฒนา" (https://lsp.ac.th/school-fees/))

 

5. เมื่อรวมค่าเดินทาง อาหาร และอุปกรณ์แล้ว ต่างกันเท่าไร

 

การเปรียบเทียบที่เป็นธรรมควรนำค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันมารวมด้วย เพราะนักเรียนทั้งโรงเรียนรัฐบาลและเอกชนต่างต้องกินอาหาร เดินทาง และซื้ออุปกรณ์การเรียน

 

สมมติให้โรงเรียนเอกชนมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ นอกเหนือจากค่าเทอมปีละ 20,000–35,000 บาท หากเรียนครบ 6 ปี จะมีค่าใช้จ่ายส่วนนี้ประมาณ 120,000–210,000 บาท

 

เมื่อนำมารวมกับค่าเทอมตามตัวอย่าง จะได้ภาพรวมดังนี้

 

รูปแบบการเรียน| ค่าใช้จ่ายรวมตลอด 6 ปีโดยประมาณ

โรงเรียนรัฐบาลทั่วไป| 75,000–213,000 บาท

เอกชนค่าเทอมปีละ 20,000 บาท| 240,000–330,000 บาท

เอกชนค่าเทอมปีละ 50,000 บาท| 420,000–510,000 บาท

เอกชนค่าเทอมปีละ 100,000 บาท| 720,000–810,000 บาท

 

ตารางนี้เป็นการจำลองงบประมาณโดยใช้สมมติฐานเดียวกันในแต่ละรูปแบบ ไม่ใช่สถิติการใช้จ่ายจริงของครัวเรือนไทย และไม่ได้หมายความว่านักเรียนทุกคนจะเสียเงินตามตัวเลขนี้

 

จากตัวอย่างจะเห็นว่าโรงเรียนเอกชนที่มีค่าเทอมปีละ 50,000 บาท อาจทำให้ครอบครัวต้องเตรียมงบประมาณรวมตลอด 6 ปีสูงกว่าโรงเรียนรัฐบาลหลายแสนบาท ขณะที่โรงเรียนเอกชนค่าเทอมสูงอาจทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมากกว่านั้นอีก

 

6. ค่าใช้จ่ายที่ผู้ปกครองมักลืมคำนวณ

 

นอกจากค่าเทอมและรายจ่ายประจำวัน ยังมีค่าใช้จ่ายบางประเภทที่ควรวางแผนไว้ล่วงหน้า ได้แก่

 

ค่าเรียนพิเศษ หากต้องการเสริมวิชาคณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ วิทยาศาสตร์ หรือเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย ค่าใช้จ่ายอาจเพิ่มขึ้นตามจำนวนวิชาและรูปแบบการเรียน

 

ค่าอุปกรณ์ดิจิทัล บางโรงเรียนกำหนดให้ใช้แท็บเล็ตหรือคอมพิวเตอร์ในการเรียน หากต้องซื้ออุปกรณ์ใหม่ ควรรวมทั้งราคาเครื่องและค่าซ่อมบำรุงไว้ในงบประมาณ

 

ค่าเดินทางไปกิจกรรม เช่น ทัศนศึกษา ค่ายวิชาการ การแข่งขันกีฬา หรือกิจกรรมที่จัดนอกสถานศึกษา โดยแต่ละโรงเรียนมีแนวทางจัดเก็บค่าใช้จ่ายไม่เหมือนกัน

 

ค่าเตรียมสอบและสมัครเรียนต่อ ในช่วง ม.6 อาจมีค่าหนังสือเตรียมสอบ ค่าสมัครสอบ และค่าเดินทางไปสอบหรือสัมภาษณ์ในสถานศึกษาต่างจังหวัด

 

หากไม่แยกเงินส่วนนี้ออกมาตั้งแต่ต้น ผู้ปกครองอาจพบว่าค่าใช้จ่ายจริงสูงกว่างบที่ตั้งไว้ แม้จะเลือกโรงเรียนที่มีค่าเทอมไม่แพงก็ตาม

 

7. วางแผนเงินอย่างไรให้เรียนครบ ม.1–ม.6 โดยไม่กระทบครอบครัว

 

วิธีง่ายที่สุดคือเริ่มจากตรวจสอบค่าใช้จ่ายจริงของโรงเรียนที่สนใจ โดยขอรายละเอียดค่าเล่าเรียนและค่าธรรมเนียมทั้งหมดตั้งแต่วันสมัครจนถึงวันจบการศึกษา จากนั้นจึงคำนวณรายจ่ายประจำวันแยกออกมาต่างหาก

 

หากตั้งเป้าว่าจะใช้เงิน 180,000 บาทตลอด 6 ปีสำหรับโรงเรียนรัฐบาลตามงบประมาณสมมติ จะเท่ากับเฉลี่ยเดือนละ 2,500 บาทเมื่อกระจายเงินตลอด 72 เดือน แต่หากเลือกโรงเรียนเอกชนและตั้งงบรวม 450,000 บาท จะต้องกันเงินเฉลี่ยเดือนละ 6,250 บาท

 

ตัวเลขนี้เป็นเพียงการเฉลี่ยเพื่อวางแผน ไม่ได้หมายความว่าจะต้องจ่ายเท่ากันทุกเดือน เพราะค่าเครื่องแบบและอุปกรณ์มักจ่ายมากในช่วงเปิดเทอม ขณะที่ค่าเล่าเรียนของโรงเรียนเอกชนมักเรียกเก็บเป็นรายภาคเรียนหรือรายปี

 

อีกเรื่องที่ควรทำคือกันเงินสำรองสำหรับค่าใช้จ่ายที่คาดไม่ถึง และสอบถามโรงเรียนว่ามีทุนการศึกษา ส่วนลดพี่น้อง หรือมาตรการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายหรือไม่ เพราะสิทธิประโยชน์เหล่านี้อาจช่วยลดภาระของครอบครัวได้

 

สรุป: เรียนรัฐบาลกับเอกชนตลอด 6 ปี งบต่างกันตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลายแสนบาท

 

หากเรียนโรงเรียนรัฐบาลทั่วไป ครอบครัวอาจวางงบประมาณสำหรับค่าใช้จ่ายที่จ่ายเองตลอด 6 ปีไว้ในระดับหลักหมื่นถึงสองแสนบาทกว่า ๆ ตามรูปแบบการเดินทางและการใช้ชีวิต ส่วนโรงเรียนเอกชนต้องพิจารณาค่าเล่าเรียนของแต่ละแห่งเป็นหลัก เพราะบางโรงเรียนมีค่าเทอมไม่สูงมาก แต่บางแห่งมีค่าใช้จ่ายระดับหลายแสนบาทต่อปี

 

สิ่งสำคัญคือไม่ควรตัดสินใจจากค่าเทอมเพียงอย่างเดียว ควรเปรียบเทียบหลักสูตร คุณภาพการเรียนรู้ ระยะทาง ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม และความพร้อมทางการเงินของครอบครัวควบคู่กันไป

 

เมื่อวางแผนงบประมาณตั้งแต่ก่อนเข้า ม.1 ผู้ปกครองจะเห็นภาพค่าใช้จ่ายตลอดหลักสูตรชัดเจนขึ้น และสามารถเลือกแนวทางการศึกษาที่เหมาะสมโดยไม่สร้างภาระทางการเงินเกินกำลังของครอบครัว

เนื้อหาโดย: Gario
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Gario's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 8 ครั้ง
เขียนโดย Gario
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
บอล ซุปเปอร์บอล งวด 1 พ.ย. 69 เปิดชุดเลข 3 ตัว เลขเด่น 2 ตัว เลขรอง 2 ตัว พร้อมเลขวิ่ง 26เลขสนั่นเมือง งวด 1 พ.ย. 69 เปิดเลขวิ่งบน–ล่าง เจาะชุด 2 ตัวบน–ล่าง พร้อมเลข 3 ตัวบิ๊กซีทยอยปิดสาขาต่างจังหวัด ไม่ใช่สัญญาณเจ๊ง แต่คือการผ่าตัดพอร์ตครั้งใหญ่ของเครือ BJCเลขในฝัน งวด 1 พ.ย. 69 รวมตัวเด่น 4–2 ชุดสองหลัก วงกลม 49–29 พร้อมชุดสามหลัก5 ที่เที่ยวหน้าหนาวสำหรับคนไม่อยากไปภูเขาเช็กราคาทองวันนี้ ! ทองครึ่งสลึงขายออก 8,112.50 บาท หลังราคาทองปรับลดจัดอันดับ กลุ่มเเอพที่มีไวมำไมปฏิทินจีน 1 พ.ย. 69 เปิดเลขวงกลม 504-318 แตกมุมมองเลข 2 ตัวจากชุดเด่นส่องแนวทางเลขธูปมงคล เซียนแปะโรงสี วัดศาลเจ้า ลุ้นโชคใหญ่รับทรัพย์งวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569"โจเซฟิน คอเครน" หญิงผู้คิดค้นเครื่องล้างจาน จากปัญหาในครัวสู่นวัตกรรมเปลี่ยนโลก !วิ่งล่างแม่นๆ แม่น้อย เปิดสถิติย้อนหลัง 12 งวด เลขเด่น-เลขวงกลมเทียบผลออกจริง พร้อมเลขเด่น 1-2 งวด 1 พ.ย. 2569ส่องแนวทางเลข "แม่น้ำหนึ่ง" วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เช็กราคาทองวันนี้ ! ทองครึ่งสลึงขายออก 8,112.50 บาท หลังราคาทองปรับลดจัดอันดับ กลุ่มเเอพที่มีไวมำไมส่องแนวทางเลขธูปมงคล เซียนแปะโรงสี วัดศาลเจ้า ลุ้นโชคใหญ่รับทรัพย์งวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569ทำไมคลองรังสิตมีคลองซอยถี่จนแผนที่เหมือนตาราง?
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
มหาเศรษฐีที่บริจาคทรัพย์สมบัติให้การกุศลเมื่อตายไปแล้วจัดอันดับอำเภอที่มีประชากรมากที่สุดในประเทศไทย อำเภอไหนมีคนอาศัยอยู่หนาแน่นจนกลายเป็นเมืองเศรษฐกิจสำคัญจากนักเรียนนายสิบสู่จ่าสิบเอก เส้นทางชีวิตทหารบกต้องผ่านอะไรบ้างกว่าจะเลื่อนชั้นยศเปิดเงินเดือนนายอำเภอทั่วไทย แต่ละระดับรับค่าตอบแทนเท่ากันหรือไม่ และมีรายได้ส่วนอื่นอะไรบ้าง
ตั้งกระทู้ใหม่