หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ แชร์ลิ้ง Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม

แร่ลิเทียมผลิตที่ไหนมากสุด? ประเทศที่ขุดได้มากไม่จำเป็นต้องครองขั้นกลั่น

เขียนโดย evileyes

* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ

รถไฟฟ้าหนึ่งคันเก็บพลังงานไว้ในแบตเตอรี่ก็จริง แต่ก่อนจะกลายเป็นเซลล์เรียบ ๆ ในแพ็กแบตเตอรี่ วัตถุดิบอย่างลิเทียมต้องผ่านทั้งการขุด แยก และแปรรูปให้เป็นสารเคมีที่โรงงานใช้ได้ ขั้นเหล่านี้อาจเกิดคนละประเทศ

เพราะอย่างนั้น เวลาเห็นคำถามว่าประเทศไหนผลิตลิเทียมมากที่สุด ต้องถามต่อว่าหมายถึงเหมือง แหล่งสำรอง โรงกลั่น หรือโรงงานแบตเตอรี่ การเอาตัวเลขคนละขั้นมาเรียงในตารางเดียวกันก็เหมือนเอาจำนวนรถที่ออกจากโรงงานไปจัดอันดับประเทศที่ขุดเหล็ก

ข้อมูลจากเหมืองช่วยตอบได้ว่าใครขุดได้มาก แต่ไม่ได้บอกว่าใครทำแบตเตอรี่ได้มากที่สุด และคำว่า “ตันลิเทียม” ก็ไม่ใช่น้ำหนักหินทั้งก้อนที่ขุดขึ้นมา

ในตารางปี 2568 ของสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ หรือ USGS ออสเตรเลียมีตัวเลขสูงสุดในกลุ่มประเทศที่เปิดเผยข้อมูลที่ 92,000 เมตริกตัน ตามด้วยจีน 62,000 ตัน ชิลี 56,000 ตัน ซิมบับเว 28,000 ตัน และอาร์เจนตินา 23,000 ตัน แต่ตัวเลขสหรัฐฯ ถูกปิดไว้ จึงควรเรียกว่า “ประเทศที่มีตัวเลขเปิดเผยสูงสุด” ไม่ใช่ประกาศอันดับโลกแบบไม่มีข้อยกเว้น

อ่านตัวเลขจากเหมืองให้ตรงหน่วย

USGS ระบุหน่วยเป็นเมตริกตันของ “เนื้อหาลิเทียม” หรือปริมาณลิเทียมที่มีอยู่ในผลผลิต ไม่ใช่กองหินที่รถบรรทุกออกจากเหมือง เพราะหินยังมีแร่ชนิดอื่นปะปน การเอาตัวเลขนี้ไปเทียบกับน้ำหนักวัตถุดิบจึงทำให้เข้าใจขนาดการผลิตผิด

จุดที่ต้องระวังคือแถวของสหรัฐฯ ในตารางเขียนว่า “W” ซึ่ง USGS อธิบายว่าปิดข้อมูลเพื่อไม่ให้เปิดเผยตัวเลขธุรกิจของผู้ผลิตรายใดรายหนึ่ง ยอดรวมโลกประมาณ 290,000 ตันสำหรับปี 2568 จึงเป็นยอดที่ ไม่นับการผลิตของสหรัฐฯ ไม่ใช่ผลรวมครบทุกประเทศ

แม้ไม่มีตัวเลขสหรัฐฯ ให้เห็น ตารางก็ยังแสดงขนาดของผู้ผลิตรายอื่นได้ชัด ผลผลิตปี 2568 ของออสเตรเลีย จีน ชิลี ซิมบับเว และอาร์เจนตินารวมกันเท่ากับ 261,000 ตัน หรือราว 90% ของยอดโลกที่ไม่รวมสหรัฐฯ ออสเตรเลียคิดเป็นเกือบหนึ่งในสามของยอดนี้

ยอดผลิตที่ไม่รวมสหรัฐฯ เพิ่มจาก 222,000 ตันในปี 2567 เป็น 290,000 ตันในปี 2568 หรือราว 31% ตาม USGS การเพิ่มขึ้นมาจากความต้องการแบตเตอรี่และกำลังผลิตใหม่ แม้ผู้ผลิตบางรายจะลดผลผลิตหรือเลื่อนโครงการเมื่อราคาอ่อนตัว

ประเทศต่าง ๆ ใช้วัตถุดิบคนละแบบ ออสเตรเลียมีเหมืองแร่แข็งเป็นหลัก ส่วนชิลีและอาร์เจนตินาสกัดลิเทียมจากน้ำเกลือใต้ดิน ขณะที่จีนมีทั้งเหมืองแร่แข็งและแหล่งน้ำเกลือ ภูมิประเทศจึงเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้วิธีผลิตต่างกัน

“ทรัพยากร” ใต้ดินกับ “ผลผลิตรายปี” คนละค่า ตัวแรกประเมินว่ามีลิเทียมเท่าไร ส่วนอีกตัวนับที่สกัดได้ในปีนั้น จึงจัดอันดับประเทศไม่เหมือนกัน

ตัวเลขเป็นค่าประมาณที่ปรับได้เมื่อมีข้อมูลใหม่ USGS แก้ยอดปี 2567 ของอาร์เจนตินาและมาลีจากรายงานบริษัทกับการเปิดเหมืองใหม่ จึงควรดูปี หน่วย และเชิงอรรถควบคู่กัน

เหมืองกับโรงกลั่นไม่ได้เป็นแชมป์ประเทศเดียวกัน

เมื่อเปลี่ยนจาก “ใครขุดได้เท่าไร” เป็น “ใครทำวัตถุดิบให้พร้อมใช้กับแบตเตอรี่” ภาพก็เปลี่ยน รายงาน Global EV Outlook 2025 ของ IEA ใช้ข้อมูลปี 2566 ระบุว่าออสเตรเลีย ชิลี และจีนรวมกันขุดลิเทียมราว 85% ของโลก แต่ เกือบ 65% ถูกแปรรูปในจีน และ อีกราว 25% ในชิลี

IEA ใช้ข้อมูลปี 2566 ส่วน USGS ใช้ปี 2568 จึงเทียบร้อยละ 85 กับยอด 290,000 ตันตรง ๆ ไม่ได้ เพราะคนละปีและคนละขั้น

ผู้ขุดกับผู้แปรรูปจึงไม่จำเป็นต้องอยู่ประเทศเดียวกัน แร่แข็งต้องบดและแต่งให้เป็นหัวแร่เข้มข้น ส่วนน้ำเกลือต้องสกัดและแปรเป็นสารประกอบ เช่น ลิเทียมคาร์บอเนตหรือลิเทียมไฮดรอกไซด์ ก่อนผลิตวัสดุขั้วแบตเตอรี่ แต่ละขั้นใช้โรงงานและกระบวนการต่างกัน

วัตถุดิบจึงเดินทางจากเหมืองไปยังโรงงานอีกประเทศได้ ประเทศที่มีแร่จำนวนมากอาจส่งหัวแร่ออกไป ขณะที่โรงงานเคมีรับวัตถุดิบจากหลายแหล่งมาทำเป็นสารสำหรับผู้ผลิตเซลล์แบตเตอรี่ ตัวเลขที่ชิลีขุดมากแต่จีนแปรรูปมากจึงไม่ขัดกัน แต่กำลังนับคนละขั้น

“การกลั่น” ในสถิติแบตเตอรี่หมายถึงการผลิตสารเคมีลิเทียมที่ใช้ในอุตสาหกรรม ไม่ใช่การผลิตเซลล์หรือประกอบแพ็ก ซึ่งเป็นขั้นถัดไป คำว่า “ประเทศที่ครองลิเทียม” จึงต้องบอกให้ชัดว่าหมายถึงเหมือง โรงกลั่น หรือโรงงานแบตเตอรี่

สำหรับคนไทยที่อ่านข่าวรถไฟฟ้า ผลผลิตเหมืองบอกที่มาวัตถุดิบ ไม่ได้บอกว่าเซลล์ในรถประกอบที่ใดหรือราคารถจะลดเมื่อไร ต้นทุนยังขึ้นกับสารเคมี กำลังผลิตเซลล์ และเทคโนโลยีแบตเตอรี่ เพราะแบตเตอรี่แต่ละสูตรใช้วัตถุดิบต่างกัน

คำตอบคือ ออสเตรเลียมีตัวเลขเหมืองที่เปิดเผยสูงสุดในปี 2568 ส่วน IEA ระบุว่าจีนรับลิเทียมไปแปรรูปมากที่สุดในข้อมูลปี 2566 แชมป์จึงขึ้นกับว่ากำลังนับเหมืองหรือโรงงานปลายน้ำ

ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
evileyes's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 13 ครั้ง
เขียนโดย evileyes
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ทำไมโอดิสซิอุสจึงให้ลูกเรือมัดเขาไว้กับเสากระโดง?เปิดแนวทางเลข วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569..จอมขมังเวทย์รู้จัก 5 สถาบันในไทยที่เปิดสอนวิศวกรรมศาสตร์ พร้อมจุดเด่นแต่ละแห่ง“มังกรเมรัย” ประจำวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ... “เลขนี้ท่านได้แต่ใดมา”เปิดรายชื่อ 8 มหาเศรษฐีระดับโลก ที่เลือกเมืองไทยเป็นจุดหมายพักผ่อนสุดหรูอิกดราซิลในตำนานนอร์สเป็นแค่ต้นไม้ใหญ่หรือมีบทบาทอะไรอีก?ทำไมอานูบิสจึงชั่งหัวใจผู้ตายกับขนนก?เลขเด็ดพลังเต่าหับ งวด 1 พฤศจิกายน 2569 เปิดเลขวงกลมเด่น พร้อมแนวทางเลขสองตัวที่น่าจับตาเปิด 8 วรรณกรรมไทยที่เดินทางข้ามภาษา สู่ชั้นหนังสือในยุโรปย้อนรอย 5 ภาพยนตร์ฮอลลีวูดชื่อดัง ที่แอบมาเนรมิตประเทศไทยให้กลายเป็นประเทศอื่นเลขเทวดา งวด 1 พฤศจิกายน 2569 เปิดเลขเด่น 9 จับตาเลข 2 ตัว 39-49-79-89เจาะโพยเจ๊เขียว งวด 1 พ.ย. 69 เปิดเลข 130 พร้อมเลข 2 ตัว 13-10-30 แยกจุดเด่นและความเชื่อมโยง
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
จังหวัดที่มีอำเภอติดทะเล เพียงอำเภอเดียว ภูมิศาสตร์ไทยที่หลายคนไม่รู้
กระทู้อื่นๆในบอร์ด จัดอันดับ
สหรัฐฯ กับจีนได้ 40 ทองเท่ากัน แล้วใครนำตารางเหรียญปารีส?ปี 2568 ป่าฝนเขตร้อนหาย 4.3 ล้านเฮกตาร์ ประเทศไหนเสียมากสุด?วัยไหนมีอัตราว่างงานสูงสุด? ตัวเลขล่าสุดของไทยบอกอะไรไฟฟ้าในระบบไทยปี 2568 มาจากไหน? ก๊าซ 54% ไฟฟ้านำเข้า 17%
ตั้งกระทู้ใหม่