ส่งทหารถือปืนกลไปจัดการนก: สงครามเอมูปี 1932 จบอย่างไร?
* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ
วันที่ 8 พฤศจิกายน 1932 สมาชิกสภาออสเตรเลียถามนายกรัฐมนตรีถึงข่าวการใช้ปืนกลติดรถไล่อีมูในออสเตรเลีย เขาเรียกเรื่องนี้ว่า “เรื่องเหลวไหล” และถามว่าใครออกเงิน นายกฯ ตอบว่ากระทรวงกลาโหมไม่ได้จ่ายค่าเดินทางครั้งนั้น คำถามสั้น ๆ นี้กลายเป็นหน้าต่างให้เห็นว่าเหตุการณ์ถูกมองเป็นทั้งปัญหาเกษตรและเรื่องการเมืองตั้งแต่ต้น
สิ่งที่เกิดขึ้นคือการส่งทหารชุดเล็กไปช่วยเกษตรกรควบคุมสัตว์ป่า ไม่ใช่สงครามระหว่างประเทศ การใช้ปืนกลทำได้จำกัด เพราะฝูงอีมูแตกกระจายเมื่อมีอันตราย ภารกิจจึงไม่ใช่การรบที่มีฝ่ายชนะ แต่เป็นวิธีแก้ปัญหาพืชผลซึ่งสิ้นสุดลงเมื่อผลที่ได้ไม่คุ้มกับทรัพยากร ส่วนคำว่า “สงครามอีมู” เป็นฉายาที่คนหยิบไปเล่าต่อเพราะภาพทหารกับปืนกลปะทะนกดูเหลือเชื่อ
ปัญหาหนักขึ้นในช่วงแล้งปีนั้น อีมูอพยพเข้าพื้นที่ไร่ข้าวสาลีของเขตแคมเปียนในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย กินผลผลิตและเหยียบรั้วกันกระต่ายเสียหาย จนกระต่ายเข้ามาทำลายพืชต่อ ชาวไร่จำนวนหนึ่งเป็นทหารผ่านศึกที่ได้รับที่ดินทำกินหลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง พวกเขาขอความช่วยเหลือ เพราะปืนทั่วไปยิงฝูงนกที่กระจายตัวได้ยาก
ประวัติของ Harbour Trust ระบุว่าเขตแคมเปียนได้รับผลหนักที่สุด และชาวไร่มากกว่าหนึ่งในสี่ละทิ้งฟาร์มไปแล้ว ท่ามกลางภัยแล้งและเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ จึงเข้าใจได้ว่าทำไมพวกเขาจึงอยากได้วิธีที่เด็ดขาด แต่ความเดือดร้อนของชาวไร่ไม่ได้แปลว่าปืนกลจะเหมาะกับนกที่กระจายฝูงและวิ่งหนีได้เร็ว
คำตอบที่ส่งให้รัฐสภาวันที่ 22 พฤศจิกายนบอกว่า ชาวไร่ขอยืมปืนกล แต่รัฐมนตรีกลาโหมไม่ยอมให้พลเรือนใช้เอง จึงส่งพลปืนที่ผ่านการฝึกมาแทน หน่วยยิงมีนายทหารหนึ่งนาย ทหารอีกสองนาย และปืนสองกระบอก ค่าเครื่องกระสุนเป็นภาระของชาวไร่ ส่วนค่าโดยสารรถไฟรัฐบาลรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียเป็นผู้จ่าย ทหารไม่ได้รับเงินเพิ่ม และรัฐบาลกลางไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
ข้อมูลนี้ทำให้เห็นขนาดภารกิจชัดขึ้น: ไม่ใช่กองทัพยกไปทั้งประเทศ แต่เป็นทีมเล็กที่ไปช่วยชุมชนเกษตร รายงานของ Harbour Trust ระบุว่าทหารมาถึงพร้อมกระสุน 10,000 นัดและช่างภาพเพื่อบันทึกเหตุการณ์ แต่การซุ่มยิงทำได้ไม่ดี อีมูมักแตกฝูงและวิ่งหนี ทำให้ยิงได้ครั้งละไม่กี่ตัว ต่อให้มีปืนกล ก็ไม่ได้ทำให้สัตว์ที่เคลื่อนที่รวดเร็วกลายเป็นเป้านิ่ง
ในคำตอบวันที่ 22 พฤศจิกายน รัฐบาลบอกว่ารายงานจากพื้นที่มีอีมูถูกกำจัดไปหลายร้อยตัว และรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียยังอยากให้ทำต่อ แต่ยังไม่มีใครตอบได้ว่าผลจะดีพอหรือไม่ ต่อมาผู้บังคับบัญชาประเมินว่าระหว่างกลางพฤศจิกายนถึง 10 ธันวาคมอาจกำจัดอีมูได้เกือบหนึ่งพันตัว ทว่า Harbour Trust ระบุว่าตัวเลขนี้ถูกโต้แย้ง จึงไม่ควรใช้ยอดเดียวตัดสินว่าภารกิจสำเร็จหรือพ่ายแพ้เด็ดขาด
ปฏิบัติการสิ้นสุดในเดือนธันวาคมเมื่อวิธีนี้ไม่คุ้มกับแรงและทรัพยากรที่ใช้ ในปี 1934 รัฐบาลเริ่มใช้เงินรางวัลจูงใจการกำจัดอีมู และในระยะยาวรั้วกั้นเป็นวิธีป้องกันไร่ที่มีประสิทธิภาพกว่า เรื่องนี้จึงไม่ใช่ “ประเทศแพ้นก” อย่างที่มุกเล่าต่อกัน แต่เป็นตัวอย่างว่าการใช้เครื่องมือทางทหารกับสัตว์ป่าที่แตกฝูง อาจไม่แก้ปัญหาเกษตรได้ตรงจุด
ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th
“มังกรเมรัย” ประจำวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ... “เลขนี้ท่านได้แต่ใดมา”
ย้อนรอย 5 ภาพยนตร์ฮอลลีวูดชื่อดัง ที่แอบมาเนรมิตประเทศไทยให้กลายเป็นประเทศอื่น
รู้จัก 5 สถาบันในไทยที่เปิดสอนวิศวกรรมศาสตร์ พร้อมจุดเด่นแต่ละแห่ง
ช็อกโกแลตมีฝ้าขาวทั้งที่ยังไม่หมดอายุ กินได้ไหม?
เปิดแนวทางเลข วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569..จอมขมังเวทย์
ปฐมเทศนาเริ่มจากทางสายกลาง ก่อนแจกแจงอริยสัจ 4 อย่างไร?
ทำไมเทพไทร์จึงยอมเสียมือให้หมาป่าเฟนรีร์?
ชี้ขาดล่าง Sompong Saiboumthree งวด 1 พ.ย. 69 เปิดเลขวิ่ง 0 เน้นเลข 50
เปิดรายชื่อ 8 มหาเศรษฐีระดับโลก ที่เลือกเมืองไทยเป็นจุดหมายพักผ่อนสุดหรู
เจาะโพยเจ๊เขียว งวด 1 พ.ย. 69 เปิดเลข 130 พร้อมเลข 2 ตัว 13-10-30 แยกจุดเด่นและความเชื่อมโยง
ประวัติศาสตร์อบเชย เรื่องราวของเครื่องเทศล้ำค่าที่เคยถูกเผาทิ้งเพื่อรักษาตลาด
จังหวัดที่มีอำเภอติดทะเล เพียงอำเภอเดียว ภูมิศาสตร์ไทยที่หลายคนไม่รู้




