เรือไบแซนไทน์พ่นไฟจากปากสิงโต: พงศาวดารเล่ากลไกไว้แค่ไหน?
* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ
ภาพเรือรบที่มีสิงโตพ่นไฟจากปากฟังเหมือนฉากแฟนตาซี แต่ภาพจำแบบนี้ไม่ได้เกิดจากหนังสมัยใหม่อย่างเดียว ในหนังสือประวัติศาสตร์ไบแซนไทน์มีคำบรรยายคล้ายกันอยู่ด้วย จุดชวนติดตามคือผู้เขียนเล่าว่าไฟมาจากตรงไหน และบอกอะไรไว้เกี่ยวกับการควบคุมมันบ้าง
แหล่งที่ว่าคือ The Alexiad หนังสือของอันนา คอมเนนา ซึ่งเล่าเหตุการณ์ในรัชสมัยของจักรพรรดิอเล็กซิออสที่ 1 ข้อความเรื่องกองเรืออยู่ในเล่มที่ 11 ฉบับแปลอังกฤษที่เปิดอ่านจัดทำโดยเอลิซาเบธ ดอว์สและตีพิมพ์ในปี 1928 จึงควรอ่านเป็นคำบรรยายในพงศาวดาร ไม่ใช่ผังอุปกรณ์ที่ช่างเขียนไว้ให้สร้างตาม หน้าเกริ่นของต้นฉบับยังบอกว่า Dawes แปลค่อนข้างชิดข้อความกรีก ส่วนฉบับ E.R.A. Sewter ซึ่งออกภายหลังใช้ภาษาอังกฤษร่วมสมัยกว่า เราจึงกำลังอ่านผ่านคำแปล ไม่ใช่ถ้อยคำกรีกตรง ๆ
ในตอนกล่าวถึงกองเรือของจักรพรรดิ อันนาเขียนว่าหัวเรือแต่ละลำมีหัวสิงโตหรือสัตว์บกชนิดอื่น ทำจากทองเหลืองหรือเหล็ก อ้าปากและปิดทองไว้ ตัวบทบอกว่ามีท่อส่งไฟผ่านปากรูปสัตว์ เพื่อให้ดูราวกับสิงโตกำลังพ่นไฟ รายละเอียดนี้ทำให้ภาพหัวเรือพ่นไฟมีหลักฐานเป็นคำบรรยายเก่า แต่ยังไม่ใช่คำตอบว่าอุปกรณ์ทุกชิ้นทำงานอย่างไร
อันนาไม่ได้หยุดแค่รูปลักษณ์ เธอเล่าว่าอเล็กซิออสเตรียมเรือเพื่อรับมือกองเรือจากเมืองปิซา และไฟที่ยิงผ่านท่อหันไปยังฝ่ายตรงข้ามได้ ข้อความยังเปรียบเทียบกับเปลวไฟทั่วไปที่มักลอยขึ้น โดยบอกว่าไฟบนเรือสามารถเล็งลงด้านล่างหรือพุ่งออกด้านข้างได้ แต่ย่อหน้านี้ไม่ได้บอกว่าไฟติดน้ำหรือใช้ส่วนผสมชนิดใด คำบรรยายนี้ชี้ว่าผู้เขียนต้องการเน้นทั้งอาวุธและทิศทางการใช้ ไม่ใช่แค่ตกแต่งหัวเรือให้ดูน่ากลัว
ช่วงต่อมาของเรื่องเล่าระบุว่ากองเรือโรมันเข้าปะทะกับฝ่ายจากปิซา และมีแม่ทัพคนหนึ่งใช้เครื่องยิงไฟใส่เรือฝ่ายตรงข้ามได้สำเร็จ เมื่อพายุซัดเข้ามา เรือชนกันและไฟทำให้ฝ่ายพิซานหวาดกลัว อันนาอธิบายว่าอีกฝ่ายไม่คุ้นกับเครื่องยิงชนิดนี้ เรื่องทั้งหมดจึงวางอาวุธไฟไว้ในฉากการรบ ไม่ใช่เล่าลอย ๆ ถึงสัตว์ประหลาดบนทะเล
ถึงอย่างนั้น สิ่งที่ยืนยันได้จากหน้านี้คือมีผู้เขียนยุคกลางบันทึกภาพหัวเรือรูปสัตว์กับไฟที่ส่งผ่านท่อ แต่ข้อความนี้ไม่ใช่หลักฐานทางวิศวกรรม พงศาวดารไม่ได้ระบุขนาดท่อ แรงดัน หรือสูตรส่วนผสม และไม่ได้อธิบายว่าลูกเรือควบคุมหัวฉีดอย่างไร คำบรรยายว่าไฟพุ่งลงหรือออกข้างจึงเป็นสิ่งที่อันนาเล่า ไม่ใช่ผลทดลองที่เราทำซ้ำจากข้อมูลในเล่มได้
อีกจุดที่ควรแยกคือหัวสิงโตเป็นส่วนที่ผู้เขียนบอกว่าติดอยู่ที่หัวเรือ ส่วนภาพเปลวไฟเหมือนสัตว์คายไฟเป็นการเปรียบเทียบผลที่มองเห็น ไม่ได้แปลว่ามีสิงโตจริงหรือมีรูปปั้นกลไกครบเหมือนในภาพประกอบสมัยใหม่ อันนาบอกว่าหัวเรือทำจากโลหะและปิดทอง แต่ไม่ได้บอกว่ามีไว้เพื่อพรางท่อหรือข่มขวัญคู่ต่อสู้ การวาดเรือพ่นไฟในหนังสือหรือเกมจึงอาจหยิบคำบรรยายไปขยายรายละเอียดเพิ่ม แต่ควรถือว่าเป็นภาพตีความ ไม่ใช่ภาพถ่ายของเรือที่เหลืออยู่
เมื่ออ่านแยกชั้นหลักฐานแล้ว คำตอบจึงพอดีกับสิ่งที่แหล่งบอก The Alexiad เล่าถึงหัวเรือรูปสัตว์ที่มีท่อส่งไฟออกทางปาก และบรรยายว่าไฟบังคับทิศได้ ส่วนกลไกจริงและส่วนผสมยังระบุจากข้อความตอนนี้ไม่ได้ เราจึงเห็นต้นทางของภาพ “สิงโตพ่นไฟ” ในบันทึกประวัติศาสตร์ได้ โดยไม่ต้องเติมสูตรลับหรือรายละเอียดเครื่องจักรที่ผู้เขียนไม่ได้ให้ไว้
ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th
รู้จัก 5 สถาบันในไทยที่เปิดสอนวิศวกรรมศาสตร์ พร้อมจุดเด่นแต่ละแห่ง
เปิดรายชื่อ 8 มหาเศรษฐีระดับโลก ที่เลือกเมืองไทยเป็นจุดหมายพักผ่อนสุดหรู
ทำไมเทพไทร์จึงยอมเสียมือให้หมาป่าเฟนรีร์?
ปฐมเทศนาเริ่มจากทางสายกลาง ก่อนแจกแจงอริยสัจ 4 อย่างไร?
ย้อนรอย 5 ภาพยนตร์ฮอลลีวูดชื่อดัง ที่แอบมาเนรมิตประเทศไทยให้กลายเป็นประเทศอื่น
ประวัติศาสตร์อบเชย เรื่องราวของเครื่องเทศล้ำค่าที่เคยถูกเผาทิ้งเพื่อรักษาตลาด
“มังกรเมรัย” ประจำวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ... “เลขนี้ท่านได้แต่ใดมา”
ทำไมคนอินเดียบางพื้นที่จึงใช้มือกินอาหารแทนช้อนส้อม ?
ช็อกโกแลตมีฝ้าขาวทั้งที่ยังไม่หมดอายุ กินได้ไหม?
เลขเด็ดพลังเต่าหับ งวด 1 พฤศจิกายน 2569 เปิดเลขวงกลมเด่น พร้อมแนวทางเลขสองตัวที่น่าจับตา
เปิด 8 วรรณกรรมไทยที่เดินทางข้ามภาษา สู่ชั้นหนังสือในยุโรป
จังหวัดที่มีอำเภอติดทะเล เพียงอำเภอเดียว ภูมิศาสตร์ไทยที่หลายคนไม่รู้




