หมึกยักษ์มีหลักฐาน แต่คราเคนในตำนานพิสูจน์ได้แค่ไหน
* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ
ภาพในหนังมักทำให้หมึกยักษ์ดูราวกับสัตว์ที่ยึดเรือได้ทั้งลำ แต่ตัวจริงก็ใหญ่พอให้คนสมัยก่อนตกใจ เพราะมีตัวอย่างที่บันทึกความยาวรวมได้เกือบ 13 เมตร ตัวเลขนี้นับรวมแขนและหนวด ไม่ใช่ลำตัวอย่างเดียว ส่วนเรื่องเล่าคราเคนก็มีสัตว์ทะเลขนาดมหึมา ความคล้ายนี้พอจะบอกไหมว่าเป็นสัตว์ตัวเดียวกัน? ต้องดูทั้งวิธีวัดขนาดและชนิดของหลักฐานที่เรามี
หมึกยักษ์ใช้ชีวิตในทะเลลึก จึงพบตัวเป็น ๆ ได้ยาก ในอดีตผู้คนมักเห็นซากที่ลอยขึ้นมาหรือถูกคลื่นซัดเข้าฝั่งมากกว่า หลักฐานไม่ได้ยืนยันว่าคราเคนทุกเรื่องเล่าคือหมึกชนิดนี้ Smithsonian Ocean เสนอว่าซากหมึกขนาดใหญ่เหล่านี้อาจเป็นแรงบันดาลใจให้เรื่องสัตว์ประหลาดทะเลอย่างคราเคน นี่เป็นความเป็นไปได้ที่ช่วยอธิบายต้นทางของภาพจำบางส่วน ไม่ใช่การระบุว่าตำนานทุกฉบับเล่าถึงสัตว์ชนิดเดียวกัน
หมึกยักษ์ตัวอย่างที่ยาวที่สุดมีความยาวรวมเกือบ 13 เมตร แต่แมนเทิลซึ่งเป็นลำตัวหลักยาวราว 2.25 เมตร นักวิจัยจึงใช้แมนเทิลเป็นตัววัดลำตัว เพราะแขนหรือหนวดที่หลุดหรือถูกยืด รวมถึงซากที่บวมหลังตาย ทำให้การวัดความยาวรวมคลาดเคลื่อนได้ เลข 13 เมตรจึงนับถึงปลายหนวด ไม่ใช่ลำตัวใหญ่เท่ารถบัส
หมึกยักษ์อยู่ลึกจากผิวน้ำราว 500–1,000 เมตร จึงพบตัวเป็น ๆ ได้ยาก ก่อนมีกล้องสำรวจน้ำลึก นักวิทยาศาสตร์ต้องอาศัยซากชายฝั่งและร่องรอยอย่างรอยดูดบนตัววาฬเป็นหลัก คลื่น การเน่าเปื่อย และสัตว์อื่นที่กินซากอาจเปลี่ยนรูปร่างที่คนเห็น
มีการบันทึกหมึกยักษ์เป็น ๆ ในปี 2006 ต่อมาในปี 2012 นักวิทยาศาสตร์จากพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติญี่ปุ่นร่วมกับ NHK และ Discovery ถ่ายมันในถิ่นธรรมชาติได้เป็นครั้งแรก จากเดิมที่เห็นเพียงซาก จึงเริ่มมีภาพของสัตว์ที่ยังมีชีวิตจริง แต่การถ่ายครั้งนั้นไม่ได้แปลว่าเรารู้ทุกอย่างเกี่ยวกับมัน เพราะการสำรวจทะเลลึกยังทำได้ยาก
บันทึกยุโรปมีตัวอย่างที่อาจช่วยอธิบายการจำแนกสิ่งที่พบผิดไป เช่น เรื่องเล่าจากเดนมาร์กในศตวรรษที่ 16 กล่าวถึงซากคล้ายมนุษย์ทะเลที่เรียกว่า “นักบวชทะเล” เกือบสามร้อยปีต่อมา นักวิชาการเทียบลักษณะหนวดและลำตัวกับหมึกขนาดใหญ่ จึงอธิบายได้ว่าซากบางชิ้นเป็นหมึก ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตครึ่งคนครึ่งปลา ส่วนที่ดูเหมือนใบหน้าหรือเสื้อคลุมอาจเกิดจากความตกใจและจินตนาการ การระบุซากได้จึงแก้ความเข้าใจผิดบางกรณี แต่ไม่ได้ยืนยันตำนานทะเลทุกเรื่อง
หมึกยักษ์มีแขนแปดเส้นและหนวดจับเหยื่อยาวสองเส้น ไม่ได้มีหนวดสิบเส้นเหมือนกันทั้งหมด หนวดยาวใช้คว้าเหยื่อแล้วส่งให้แขนพาเข้าปาก ภาพว่ามันจงใจโจมตีเรือมาจากงานเล่าและภาพยนตร์มากกว่าบันทึกธรรมชาติ โดย Smithsonian ระบุว่าไม่เคยมีรายงานว่าหมึกยักษ์โจมตีเรือจริง
นิยาย “ใต้ทะเลสองหมื่นโยชน์” ของฌูล แวร์นมีฉากหมึกขนาดใหญ่โจมตีเรือดำน้ำ แต่เป็นเรื่องแต่ง ไม่ใช่บันทึกการพบตัวจริง เมื่อเรื่องเล่า ภาพวาด และข้อมูลซากสัตว์ถูกส่งต่อกัน ภาพจำของสัตว์ทะเลลึกลับจึงอาจปะปนสิ่งที่รู้กับสิ่งที่แต่งเพิ่มเพื่อความตื่นเต้น
ข้อสรุปคือหมึกยักษ์เป็นสัตว์จริง และอาจเป็นแรงบันดาลใจส่วนหนึ่งของคราเคน แต่หลักฐานไม่พอยืนยันว่าคราเคนทุกเรื่องเล่าหมายถึงหมึกชนิดนี้ หรือมีสัตว์ตัวเดียวโจมตีเรือตามภาพจำ แยกสองอย่างนี้ออกจากกันแล้ว เราจะเห็นทั้งความน่าทึ่งของสัตว์จริงและวิธีที่ผู้คนสร้างตำนานจากสิ่งที่ยังอธิบายไม่ได้
ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
ปฐมเทศนาเริ่มจากทางสายกลาง ก่อนแจกแจงอริยสัจ 4 อย่างไร?
ย้อนรอย 5 ภาพยนตร์ฮอลลีวูดชื่อดัง ที่แอบมาเนรมิตประเทศไทยให้กลายเป็นประเทศอื่น
รู้จัก 5 สถาบันในไทยที่เปิดสอนวิศวกรรมศาสตร์ พร้อมจุดเด่นแต่ละแห่ง
เปิดรายชื่อ 8 มหาเศรษฐีระดับโลก ที่เลือกเมืองไทยเป็นจุดหมายพักผ่อนสุดหรู
ช็อกโกแลตมีฝ้าขาวทั้งที่ยังไม่หมดอายุ กินได้ไหม?
ทำไมคนอินเดียบางพื้นที่จึงใช้มือกินอาหารแทนช้อนส้อม ?
ทำไมเทพไทร์จึงยอมเสียมือให้หมาป่าเฟนรีร์?
เปิด 8 วรรณกรรมไทยที่เดินทางข้ามภาษา สู่ชั้นหนังสือในยุโรป
เจาะโพยเจ๊เขียว งวด 1 พ.ย. 69 เปิดเลข 130 พร้อมเลข 2 ตัว 13-10-30 แยกจุดเด่นและความเชื่อมโยง
เปิดประวัติ 5 คนไทยผู้เคยดำรงตำแหน่งสำคัญบนเวที UN จากประธานสมัชชาโลกถึงผู้เชี่ยวชาญสิทธิมนุษยชน
ประวัติศาสตร์อบเชย เรื่องราวของเครื่องเทศล้ำค่าที่เคยถูกเผาทิ้งเพื่อรักษาตลาด
“มังกรเมรัย” ประจำวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ... “เลขนี้ท่านได้แต่ใดมา”




