หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เครื่องดูดฝุ่นเริ่มต้นมาจากใหน ใครสร้าง

เขียนโดย สร้อยนกเขา

        

 

          เครื่องดูดฝุ่นมีต้นกำเนิดมาจากไหน ใครเป็นผู้คิดค้นและผลิตเป็นคนแรก

ในยุคปัจจุบัน เครื่องดูดฝุ่นถือเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีความสำคัญต่อชีวิตประจำวันของผู้คนเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นบ้านพักอาศัย สำนักงาน โรงแรม ห้างสรรพสินค้า หรือโรงงานอุตสาหกรรม ต่างก็มีการนำเครื่องดูดฝุ่นมาใช้เพื่อช่วยทำความสะอาด เพราะสามารถกำจัดฝุ่นละออง เศษผง เส้นผม และสิ่งสกปรกที่อยู่ตามพื้น พรม โซฟา และซอกมุมต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกสบาย แต่เคยสงสัยกันหรือไม่ว่า เครื่องดูดฝุ่นมีต้นกำเนิดมาจากไหน ใครเป็นผู้คิดค้นขึ้นมาเป็นคนแรก และกว่าจะกลายมาเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เราเห็นกันอยู่ในทุกวันนี้ ต้องผ่านการพัฒนามาอย่างไรบ้าง

 

          หากเราย้อนกลับไปในอดีต ก่อนที่จะมีเครื่องดูดฝุ่นใช้กันอย่างแพร่หลาย ผู้คนต้องทำความสะอาดบ้านด้วยวิธีการแบบดั้งเดิม เช่น การใช้ไม้กวาดกวาดพื้น การใช้แปรงปัดฝุ่น และการนำพรมออกไปตบเพื่อให้ฝุ่นที่ฝังตัวอยู่หลุดออกมา แม้วิธีเหล่านี้จะช่วยทำความสะอาดได้ แต่ก็มีข้อเสียอยู่ไม่น้อย เพราะเมื่อปัดกวาดหรือตบพรม ฝุ่นละอองบางส่วนจะฟุ้งกระจายขึ้นไปในอากาศ ทำให้ผู้ทำความสะอาดต้องสูดดมฝุ่นเข้าไปโดยไม่รู้ตัว

 

           ด้วยเหตุนี้ นักประดิษฐ์ในอดีตจึงพยายามคิดค้นเครื่องมือที่จะช่วยกำจัดฝุ่นให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น จนเกิดเป็นแนวคิดในการสร้างเครื่องทำความสะอาดที่สามารถดูดฝุ่นออกจากพรมและพื้นผิวต่าง ๆ ได้โดยตรง

 

           จุดเริ่มต้นของเครื่องดูดฝุ่น

เรื่องราวของเครื่องดูดฝุ่นเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 ในยุคนั้นมีนักประดิษฐ์หลายคนพยายามสร้างเครื่องมือสำหรับทำความสะอาดพรม บางเครื่องใช้แรงมือในการทำงาน ขณะที่บางเครื่องใช้กลไกช่วยปัดหรือเป่าฝุ่นออกจากพื้นผิว

 

          ต่อมาในปี ค.ศ. 1860 แดเนียล เฮสส์ (Daniel Hess) ชาวอเมริกัน ได้รับสิทธิบัตรสำหรับอุปกรณ์ทำความสะอาดพรมที่ใช้กลไกสูบลมเพื่อช่วยดูดฝุ่น แม้เครื่องมือดังกล่าวจะยังไม่ใช่เครื่องดูดฝุ่นไฟฟ้าแบบที่เราคุ้นเคยในปัจจุบัน แต่ก็ถือเป็นหนึ่งในความพยายามยุคแรก ๆ ที่นำหลักการดูดฝุ่นมาใช้ในการทำความสะอาด

 

          หลังจากนั้น นักประดิษฐ์อีกหลายคนก็พยายามพัฒนาเครื่องทำความสะอาดให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น จนกระทั่งเข้าสู่ช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 จึงเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ของเครื่องดูดฝุ่น

 

          ฮิวเบิร์ต เซซิล บูธ ผู้คิดค้นเครื่องดูดฝุ่นแบบใช้แรงดูด

บุคคลสำคัญคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ของเครื่องดูดฝุ่นคือ ฮิวเบิร์ต เซซิล บูธ (Hubert Cecil Booth) วิศวกรชาวอังกฤษ ซึ่งมีชีวิตอยู่ระหว่างปี ค.ศ. 1871 ถึง 1955

ในปี ค.ศ. 1901 บูธได้ชมการสาธิตเครื่องทำความสะอาดชนิดหนึ่งที่ใช้ลมเป่าฝุ่นออกจากพรมและพื้นผิวต่าง ๆ เขาเกิดความคิดว่า หากเปลี่ยนจากการเป่าฝุ่นออกมาเป็นการดูดฝุ่นเข้าไปเก็บไว้ในภาชนะ น่าจะช่วยให้การทำความสะอาดมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม เพราะฝุ่นจะไม่ฟุ้งกระจายออกไปในอากาศมากเหมือนวิธีการเป่าลม

 

          จากแนวคิดดังกล่าว เขาจึงทดลองออกแบบเครื่องจักรที่ใช้แรงดูดอากาศผ่านตัวกรอง เพื่อให้ฝุ่นและสิ่งสกปรกถูกเก็บรวบรวมไว้ภายในเครื่อง

ในที่สุด บูธก็ได้พัฒนาเครื่องดูดฝุ่นที่ใช้พลังงานจากเครื่องยนต์ โดยเครื่องรุ่นแรกมีขนาดใหญ่มาก ไม่สามารถยกเข้าไปใช้งานภายในบ้านได้อย่างสะดวก จึงต้องติดตั้งเครื่องไว้บนรถและลากไปยังสถานที่ที่ต้องการทำความสะอาด จากนั้นจึงลากท่อดูดฝุ่นผ่านหน้าต่างเข้าไปภายในอาคาร

 

            เครื่องดูดฝุ่นรุ่นแรกของบูธมีชื่อเล่นว่า พัฟฟิง บิลลี (Puffing Billy) และได้รับการจดสิทธิบัตรในปี ค.ศ. 1901 ต่อมาเขาได้ก่อตั้งบริษัท British Vacuum Cleaner Company เพื่อดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องดูดฝุ่นและบริการทำความสะอาด

แม้เครื่องรุ่นนี้จะมีขนาดใหญ่ เสียงดัง และมีราคาสูง แต่ก็ถือเป็นก้าวสำคัญของเทคโนโลยี เพราะแสดงให้เห็นว่าการใช้แรงดูดสามารถนำมาใช้กำจัดฝุ่นได้จริง และเป็นหลักการสำคัญที่เครื่องดูดฝุ่นในยุคต่อมานำไปพัฒนาต่อยอด

 

          เจมส์ เมอร์เรย์ สแปงเกลอร์ ผู้พัฒนาเครื่องดูดฝุ่นไฟฟ้าแบบเคลื่อนย้ายได้

แม้เครื่องดูดฝุ่นของบูธจะทำงานได้ดี แต่ด้วยขนาดที่ใหญ่โตและการใช้งานที่ยุ่งยาก จึงยังไม่เหมาะสำหรับครัวเรือนทั่วไป คนส่วนใหญ่ยังต้องอาศัยไม้กวาดและอุปกรณ์ทำความสะอาดแบบเดิม

 

          ต่อมาในปี ค.ศ. 1907 เจมส์ เมอร์เรย์ สแปงเกลอร์ (James Murray Spangler) ชาวอเมริกัน ซึ่งทำงานเป็นภารโรงในห้างสรรพสินค้า ได้พัฒนาเครื่องดูดฝุ่นไฟฟ้ารุ่นใหม่ขึ้นมา

สแปงเกลอร์ต้องทำความสะอาดพรมอยู่เป็นประจำ และพบว่าฝุ่นที่ฟุ้งกระจายระหว่างทำงานสร้างความลำบากให้แก่เขา เขาจึงพยายามคิดค้นเครื่องมือที่จะช่วยให้การทำความสะอาดง่ายขึ้น

 

          สิ่งที่น่าสนใจคือ เครื่องต้นแบบของเขาไม่ได้เกิดจากโรงงานขนาดใหญ่หรือห้องทดลองที่ทันสมัย แต่เกิดจากการนำอุปกรณ์ที่หาได้มาประกอบเข้าด้วยกัน เขาใช้มอเตอร์พัดลมไฟฟ้า กล่องสำหรับเก็บฝุ่น ด้ามจับ และปลอกหมอนที่ดัดแปลงให้ทำหน้าที่เป็นถุงเก็บฝุ่น

 

          นอกจากนี้ เขายังนำแปรงหมุนมาใช้ช่วยดึงฝุ่นและสิ่งสกปรกออกจากพรม ทำให้เครื่องสามารถทำความสะอาดได้ดีขึ้น

ในปี ค.ศ. 1908 สแปงเกลอร์ได้รับสิทธิบัตรสำหรับเครื่องดูดฝุ่นไฟฟ้าที่เขาพัฒนาขึ้น อย่างไรก็ตาม เขายังขาดเงินทุนที่จะผลิตเครื่องออกจำหน่ายในปริมาณมาก จึงจำเป็นต้องหาผู้ลงทุนเพื่อช่วยให้สิ่งประดิษฐ์ของเขากลายเป็นสินค้าที่ผู้คนสามารถซื้อไปใช้งานได้จริง

 

          วิลเลียม ฮูเวอร์ ผู้ทำให้เครื่องดูดฝุ่นเป็นสินค้าที่แพร่หลาย

บุคคลที่เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อจากสแปงเกลอร์คือ วิลเลียม เฮนรี ฮูเวอร์ (William Henry Hoover) นักธุรกิจชาวอเมริกัน ซึ่งเดิมประกอบธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องหนังและอุปกรณ์สำหรับม้า

เมื่อฮูเวอร์ได้รู้จักกับเครื่องดูดฝุ่นที่สแปงเกลอร์ประดิษฐ์ขึ้น เขามองเห็นโอกาสทางธุรกิจ จึงเข้ามาลงทุนและรับสิทธิในการผลิตเครื่องดังกล่าวออกจำหน่าย

 

          จากนั้นจึงมีการปรับปรุงเครื่องดูดฝุ่นให้มีความแข็งแรง ใช้งานสะดวก และเหมาะสำหรับการทำความสะอาดภายในบ้านมากขึ้น บริษัทเริ่มจำหน่ายเครื่องดูดฝุ่นภายใต้ชื่อ Hoover และพัฒนาวิธีการขายด้วยการนำเครื่องไปสาธิตให้ลูกค้าทดลองใช้งานถึงบ้าน

วิธีการดังกล่าวช่วยให้ผู้บริโภคเข้าใจประโยชน์ของเครื่องดูดฝุ่นได้อย่างชัดเจน เพราะสามารถเห็นได้ด้วยตาตนเองว่าเครื่องดูดฝุ่นช่วยกำจัดสิ่งสกปรกออกจากพรมได้มากเพียงใด

 

          บริษัทของฮูเวอร์เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง และในปี ค.ศ. 1922 บริษัทได้เปลี่ยนชื่อเป็น Hoover Company ชื่อ Hoover จึงกลายเป็นชื่อที่ผู้คนจำนวนมากรู้จักเมื่อพูดถึงเครื่องดูดฝุ่น

ดังนั้น หากถามว่าใครเป็นผู้คิดค้นเครื่องดูดฝุ่นไฟฟ้าแบบเคลื่อนย้ายได้ที่ประสบความสำเร็จในเชิงพาณิชย์ คำตอบสำคัญคือ เจมส์ เมอร์เรย์ สแปงเกลอร์ ส่วนวิลเลียม ฮูเวอร์เป็นนักธุรกิจที่ช่วยนำสิ่งประดิษฐ์ดังกล่าวมาผลิตและจำหน่ายอย่างแพร่หลาย ทั้งสองคนมีบทบาทแตกต่างกันแต่สำคัญต่อประวัติศาสตร์ของเครื่องดูดฝุ่นเป็นอย่างมาก

           เครื่องดูดฝุ่นพัฒนามาเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าสมัยใหม่ได้อย่างไร

หลังจากเครื่องดูดฝุ่นเริ่มได้รับความนิยม ผู้ผลิตหลายบริษัทก็แข่งขันกันพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อให้เครื่องมีประสิทธิภาพสูงขึ้น

เครื่องดูดฝุ่นในยุคแรกมีขนาดใหญ่ น้ำหนักมาก และบางรุ่นต้องใช้ถุงเก็บฝุ่นขนาดใหญ่ ต่อมาจึงมีการปรับปรุงให้ตัวเครื่องเล็กลง น้ำหนักเบาลง และสามารถเคลื่อนย้ายไปตามห้องต่าง ๆ ได้สะดวกขึ้น

 

          ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 20 เครื่องดูดฝุ่นไฟฟ้าเริ่มเข้าสู่ครัวเรือนมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงหลายทศวรรษหลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ซึ่งผู้คนเริ่มให้ความสนใจกับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ช่วยลดภาระงานบ้าน

ผู้ผลิตยังได้พัฒนาแปรงหมุนสำหรับทำความสะอาดพรม ระบบกรองฝุ่น ถุงเก็บฝุ่นที่ถอดเปลี่ยนได้ และระบบควบคุมการทำงานที่ใช้งานง่ายกว่าเดิม

 

           เมื่อเทคโนโลยีก้าวหน้ามากขึ้น เครื่องดูดฝุ่นก็มีรูปแบบหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดูดฝุ่นแบบตั้งตรง แบบถัง แบบมือถือ แบบไร้สาย และแบบหุ่นยนต์ที่สามารถเคลื่อนที่ทำความสะอาดพื้นได้ด้วยตัวเอง

เครื่องดูดฝุ่นบางรุ่นยังได้รับการออกแบบให้มีระบบกรองอนุภาคขนาดเล็ก เพื่อช่วยลดการปล่อยฝุ่นกลับสู่อากาศ ขณะที่เครื่องดูดฝุ่นแบบไร้สายใช้แบตเตอรี่แทนการเสียบปลั๊ก ทำให้สามารถนำไปทำความสะอาดบริเวณต่าง ๆ ได้สะดวกยิ่งขึ้น

 

          ส่วนหุ่นยนต์ดูดฝุ่นก็เป็นอีกหนึ่งพัฒนาการที่แสดงให้เห็นว่า เทคโนโลยีการทำความสะอาดสามารถผสมผสานเข้ากับระบบเซนเซอร์ ซอฟต์แวร์ และระบบนำทางอัตโนมัติได้อย่างน่าสนใจ

ใครเป็นผู้ผลิตเครื่องดูดฝุ่นในปัจจุบัน

 

          ปัจจุบันเครื่องดูดฝุ่นไม่ได้ผลิตโดยบริษัทใดบริษัทหนึ่งเพียงแห่งเดียว แต่มีผู้ผลิตจากหลายประเทศทั่วโลก โดยแต่ละบริษัทต่างพัฒนาเทคโนโลยีและรูปแบบสินค้าให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้บริโภค

ตัวอย่างบริษัทที่เป็นที่รู้จัก ได้แก่

 

           1. Hoover บริษัทที่มีบทบาทสำคัญในการนำเครื่องดูดฝุ่นไฟฟ้ามาผลิตจำหน่ายอย่างแพร่หลายในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20

 

           2. Electrolux บริษัทจากสวีเดนที่มีประวัติการพัฒนาเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน รวมถึงเครื่องดูดฝุ่นมาอย่างยาวนาน

 

           3. Dyson บริษัทจากอังกฤษที่มีชื่อเสียงด้านการพัฒนาเครื่องดูดฝุ่นและเทคโนโลยีการแยกฝุ่นออกจากกระแสอากาศ

 

          4. Samsung บริษัทจากเกาหลีใต้ที่ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าหลากหลายชนิด รวมถึงเครื่องดูดฝุ่นหลายรูปแบบ

 

          5. LG บริษัทจากเกาหลีใต้ที่พัฒนาเครื่องดูดฝุ่นสำหรับใช้ภายในบ้าน ทั้งแบบมีสายและแบบไร้สาย

 

          6. Philips บริษัทที่มีผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าหลายประเภท รวมถึงเครื่องดูดฝุ่นสำหรับครัวเรือนในบางตลาด

นอกจากนี้ ยังมีผู้ผลิตจากประเทศจีน ญี่ปุ่น และประเทศอื่น ๆ อีกจำนวนมาก โดยเฉพาะบริษัทที่เน้นเครื่องดูดฝุ่นไร้สายและหุ่นยนต์ดูดฝุ่น

 

          อย่างไรก็ตาม บริษัทที่กล่าวมาข้างต้นเป็นเพียงตัวอย่างของผู้ผลิตที่มีชื่อเสียง ไม่ใช่รายชื่อทั้งหมดของผู้ผลิตเครื่องดูดฝุ่นทั่วโลก

 

          จากเครื่องจักรขนาดใหญ่สู่ผู้ช่วยทำความสะอาดประจำบ้าน

เมื่อมองย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ จะเห็นได้ว่าเครื่องดูดฝุ่นไม่ได้เกิดขึ้นจากความคิดของบุคคลเพียงคนเดียวแล้วกลายเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าสมัยใหม่ในทันที แต่เป็นผลจากความพยายามของนักประดิษฐ์และนักธุรกิจหลายคนที่ช่วยกันพัฒนาเทคโนโลยีให้ก้าวหน้าขึ้นตามลำดับ

 

          แดเนียล เฮสส์เป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกแนวคิดการใช้แรงดูดในการทำความสะอาดพรม ฮิวเบิร์ต เซซิล บูธมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเครื่องดูดฝุ่นแบบใช้กำลังเครื่องยนต์ ส่วนเจมส์ เมอร์เรย์ สแปงเกลอร์ได้พัฒนาเครื่องดูดฝุ่นไฟฟ้าแบบเคลื่อนย้ายได้ที่ประสบความสำเร็จในเชิงพาณิชย์ และวิลเลียม ฮูเวอร์เป็นผู้ช่วยนำสิ่งประดิษฐ์นั้นไปผลิตและจำหน่ายอย่างกว้างขวาง

 

           จากเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่ต้องจอดอยู่นอกอาคารและใช้ท่อยาวดูดฝุ่นผ่านหน้าต่าง วันนี้เครื่องดูดฝุ่นได้พัฒนากลายเป็นอุปกรณ์ขนาดกะทัดรัดที่สามารถนำไปทำความสะอาดได้แทบทุกมุมของบ้าน บางรุ่นมีน้ำหนักเบาจนถือด้วยมือเดียวได้ ขณะที่บางรุ่นสามารถทำงานโดยอัตโนมัติ

 

          เรื่องราวของเครื่องดูดฝุ่นจึงเป็นตัวอย่างที่ดีของการพัฒนานวัตกรรมจากปัญหาในชีวิตประจำวัน เมื่อมนุษย์มองเห็นข้อจำกัดของวิธีการแบบเดิม แล้วนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมมาประยุกต์ใช้ ก็สามารถสร้างสิ่งประดิษฐ์ที่ช่วยให้ชีวิตสะดวกสบายขึ้นได้

 

          เครื่องดูดฝุ่นที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบันจึงไม่ใช่เพียงเครื่องใช้ไฟฟ้าธรรมดา แต่ยังเป็นผลลัพธ์ของความคิดสร้างสรรค์ การทดลอง และความพยายามของผู้คนที่ช่วยกันเปลี่ยนวิธีทำความสะอาดบ้านของมนุษย์ไปอย่างสิ้นเชิง

เนื้อหาโดย: สร้อยนกเขา
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
สร้อยนกเขา's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 25 ครั้ง
เขียนโดย สร้อยนกเขา
ฉันชอบเขียนบทความต่าง ๆทั้งจดจำและเรียบเรียงมาเองตั้งแต่สมัยยังเป็นนักศึกษา
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: Wisdom Insight
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
รู้จัก “ซาฟฟรอน มายา สนูค” สาวไทยผงาด Miss Global 2026 โปรไฟล์ไม่ธรรมดา จบเกียรตินิยมอันดับ 1 จากอังกฤษ4 นิสัยชาร์จแบตมือถือผิดๆ ที่ทำแบตพังโดยไม่รู้ตัวเลข บอล.ชุปเปอร์บอล งวด 16 ต.ค 69ทำไมสัญลักษณ์หยิน–หยางต้องมีสองสี? เผยความหมายของจุดขาวดำที่หลายคนสงสัยอำเภอที่มีคนอยู่น้อยกว่า 5000 คน เพียง 2 อำเภอเท่านั้นในไทยมั่นใจอีกแล้ว! งวด 16 ตุลาคม 2569 เปิดเลขเด่น 3 บน 9 ล่าง พร้อมชุด 2 ตัวและ 3 ตัวเปิดประวัติศาสตร์ "ระเบิดขวดโมโลตอฟ" (Molotov Cocktail): อาวุธทำมือสุดคลาสสิกที่เปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์สงครามประเทศที่ยังไม่มี 7-Eleven มีที่ไหนบ้าง?รวม เลขปฏิทินจีน งวด 16/10/69สรุปพิเศษ ยี่ปั๊ว งวด 16 ตุลาคม 2569 เปิดเลขวงกลมเด่น 2-3 จับตาชุด 927 และเลขท้าย 2 ตัวแนวทางเลขเด็ด "ทักษาเศรษฐี งวด 16 ต.ค.69 มีทั้งเลขเด่น เลขรอง และเลขท้าย 2 ตัวไขปริศนา "พี่น้องฝาแฝดนิ่งเงียบ" (June and Jennifer Gibbons): เรื่องราวลึกลับของสองสาวที่สื่อสารกันเองและคำสาบานที่สะเทือนขวัญ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
จังหวัดของไทยที่ขึ้นชื่อว่า “ผู้หญิงสวยที่สุด” มีเอกลักษณ์และเสน่ห์โดดเด่นมากที่สุดทำไมสัญลักษณ์หยิน–หยางต้องมีสองสี? เผยความหมายของจุดขาวดำที่หลายคนสงสัยเปิดประวัติศาสตร์ "ระเบิดขวดโมโลตอฟ" (Molotov Cocktail): อาวุธทำมือสุดคลาสสิกที่เปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์สงครามอำเภอที่มีคนอยู่น้อยกว่า 5000 คน เพียง 2 อำเภอเท่านั้นในไทยแนวทางเลขเด็ด "ทักษาเศรษฐี งวด 16 ต.ค.69 มีทั้งเลขเด่น เลขรอง และเลขท้าย 2 ตัว
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เปิดมหาวิทยาลัยไทยที่เดินไปเรียนเหนื่อยที่สุด ใครเคยเรียนต้องรู้!ทำไมสัญลักษณ์หยิน–หยางต้องมีสองสี? เผยความหมายของจุดขาวดำที่หลายคนสงสัยเปิดประวัติศาสตร์ "ระเบิดขวดโมโลตอฟ" (Molotov Cocktail): อาวุธทำมือสุดคลาสสิกที่เปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์สงครามไขปริศนา "พี่น้องฝาแฝดนิ่งเงียบ" (June and Jennifer Gibbons): เรื่องราวลึกลับของสองสาวที่สื่อสารกันเองและคำสาบานที่สะเทือนขวัญ
ตั้งกระทู้ใหม่