เปิด 10 จังหวัดไทยที่มีสัดส่วนคนจนสูง ปัจจัยอะไรทำให้รายได้ของคนแต่ละพื้นที่แตกต่างกัน
เปิด 10 จังหวัดไทยที่มีสัดส่วนคนจนสูง ปัจจัยอะไรทำให้รายได้ของคนแต่ละพื้นที่แตกต่างกัน
แม้ประเทศไทยจะมีทั้งเมืองเศรษฐกิจขนาดใหญ่ แหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง และพื้นที่อุตสาหกรรมที่สร้างรายได้มหาศาล แต่ในอีกด้านหนึ่ง ยังมีประชาชนจำนวนไม่น้อยที่ต้องเผชิญกับปัญหารายได้ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต ความแตกต่างระหว่างพื้นที่ไม่ได้เกิดจากความขยันหรือความสามารถของคนเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับโอกาสในการทำงาน การเข้าถึงการศึกษา ระบบขนส่ง สภาพภูมิประเทศ และการลงทุนทางเศรษฐกิจด้วย
รายงานสถานการณ์ความยากจนของประเทศไทยปี 2567 ระบุว่า ประเทศไทยมีประชากรที่อยู่ใต้เส้นความยากจนประมาณ 3.43 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 4.89 ของประชากรทั้งประเทศ โดยเส้นความยากจนอยู่ที่ 3,078 บาทต่อคนต่อเดือน ตัวเลขนี้ใช้วัดระดับรายจ่ายที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตขั้นพื้นฐาน ไม่ได้หมายความว่าทุกคนในพื้นที่นั้นมีรายได้เท่ากันหรือมีฐานะยากจนเหมือนกันทั้งหมด
เมื่อพิจารณาสัดส่วนคนจนรายจังหวัด พบว่ามีหลายจังหวัดที่เผชิญปัญหานี้ในระดับสูง และบางแห่งติดอยู่ในกลุ่มจังหวัดที่มีความยากจนสูงมาเป็นเวลานาน ปัจจัยสำคัญคืออะไร และเหตุใดคนในบางพื้นที่จึงมีโอกาสสร้างรายได้แตกต่างจากคนในเมืองเศรษฐกิจใหญ่
1. แม่ฮ่องสอน จังหวัดภูเขาที่โอกาสทางเศรษฐกิจเข้าถึงไม่เท่ากัน
แม่ฮ่องสอนมีสัดส่วนคนจนสูงที่สุดในข้อมูลปี 2567 อยู่ที่ร้อยละ 25.69 จังหวัดนี้มีภูมิประเทศเป็นภูเขาสลับซับซ้อน หลายชุมชนอยู่ห่างไกลจากตัวเมืองและศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ ทำให้การเดินทางไปทำงาน การขนส่งสินค้า และการเข้าถึงบริการบางอย่างมีข้อจำกัดมากกว่าพื้นที่ราบ
ประชาชนส่วนหนึ่งประกอบอาชีพเกษตรกรรม ค้าขาย และทำงานด้านบริการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว แต่รายได้จากอาชีพเหล่านี้อาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล จำนวนผู้มาเยือน และราคาสินค้าเกษตร
การมีแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติไม่ได้หมายความว่าทุกชุมชนจะได้รับรายได้จากการท่องเที่ยวเท่ากัน เพราะผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจมักกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปถึงสะดวก ขณะที่ชุมชนห่างไกลอาจยังมีข้อจำกัดด้านถนน สัญญาณอินเทอร์เน็ต เงินทุน และช่องทางจำหน่ายสินค้า
อีกปัจจัยหนึ่งคือการเข้าถึงการศึกษาและการพัฒนาทักษะอาชีพ หากคนในพื้นที่มีทางเลือกในการทำงานจำกัด ก็อาจต้องพึ่งพารายได้จากอาชีพเดิม แม้รายได้นั้นจะไม่แน่นอนก็ตาม
2. ยะลา จังหวัดชายแดนที่มีทั้งเกษตรกรรมและธุรกิจบริการ
ยะลามีสัดส่วนคนจนร้อยละ 25.41 อยู่ในอันดับที่ 2 ของประเทศตามข้อมูลปี 2567 จังหวัดนี้มีทั้งพื้นที่เมือง พื้นที่เกษตรกรรม และชุมชนที่มีความเชื่อมโยงกับการค้าชายแดน
เศรษฐกิจของหลายชุมชนเกี่ยวข้องกับการเกษตร การค้าปลีก การขนส่ง และธุรกิจบริการ รายได้ของครัวเรือนจึงขึ้นอยู่กับทั้งราคาสินค้า ต้นทุนการผลิต จำนวนลูกค้า และความต่อเนื่องของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
แม้บางพื้นที่จะมีโอกาสทางการค้าหรือมีธุรกิจที่สร้างรายได้ดี แต่โอกาสเหล่านั้นไม่ได้กระจายไปถึงทุกครัวเรือนอย่างเท่าเทียมกัน ผู้ที่มีทุน มีทักษะเฉพาะทาง หรือเข้าถึงตลาดได้สะดวกอาจมีทางเลือกมากกว่าผู้ที่ต้องพึ่งพางานรับจ้างรายวัน
นอกจากนี้ สถานการณ์ความไม่สงบในบางพื้นที่ชายแดนภาคใต้ยังอาจเพิ่มความไม่แน่นอนให้กับการดำเนินธุรกิจ การเดินทาง และการตัดสินใจลงทุนในบางช่วงเวลา อย่างไรก็ตาม ไม่ควรเหมารวมว่าทุกอำเภอหรือทุกชุมชนในยะลามีสภาพเศรษฐกิจเหมือนกัน
3. ปัตตานี จังหวัดชายฝั่งที่รายได้ผูกพันกับทรัพยากรธรรมชาติ
ปัตตานีมีสัดส่วนคนจนร้อยละ 25.39 อยู่ในอันดับที่ 3 ของประเทศ จังหวัดนี้มีทั้งพื้นที่ชายฝั่งทะเล ชุมชนประมง พื้นที่เกษตรกรรม และเขตเมืองที่มีธุรกิจการค้าและบริการ
ครัวเรือนที่ทำประมงหรือเกี่ยวข้องกับอาหารทะเลอาจได้รับผลกระทบจากปริมาณสัตว์น้ำ ต้นทุนเชื้อเพลิง สภาพอากาศ และราคาที่ผู้รับซื้อกำหนด หากต้นทุนเพิ่มขึ้นแต่ราคาขายไม่เพิ่มตาม รายได้สุทธิของครัวเรือนก็อาจลดลงได้
ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการที่สามารถแปรรูปอาหารทะเล สร้างแบรนด์ หรือจำหน่ายสินค้าไปยังตลาดที่กว้างขึ้น อาจมีโอกาสสร้างมูลค่าเพิ่มได้มากกว่าการขายวัตถุดิบเพียงอย่างเดียว แต่การพัฒนาธุรกิจเช่นนี้ต้องใช้เงินทุน ความรู้ด้านการตลาด มาตรฐานสินค้า และระบบขนส่งที่เหมาะสม
ปัญหาความยากจนจึงไม่ได้หมายความว่าพื้นที่ไม่มีทรัพยากรหรือไม่มีอาชีพให้ทำ แต่อาจเกี่ยวข้องกับความสามารถในการเปลี่ยนทรัพยากรที่มีอยู่ให้กลายเป็นรายได้ที่มั่นคงและเพียงพอต่อค่าใช้จ่ายของครัวเรือน
4. นราธิวาส จังหวัดชายแดนที่ต้องพัฒนาช่องทางสร้างรายได้
นราธิวาสมีสัดส่วนคนจนร้อยละ 21.07 อยู่ในอันดับที่ 4 ของประเทศ เศรษฐกิจในจังหวัดมีทั้งการเกษตร การประมง การค้าขาย และธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้องกับชุมชนและการเดินทาง
ครัวเรือนที่พึ่งพาการทำสวนหรือการเกษตรอาจมีรายได้ขึ้นอยู่กับผลผลิตในแต่ละฤดูกาล ราคาตลาด และต้นทุนปุ๋ย ยา เครื่องมือ และแรงงาน ขณะที่ผู้ประกอบการรายย่อยอาจมีข้อจำกัดด้านเงินทุนและตลาดรองรับ
การมีพื้นที่ติดชายแดนสามารถสร้างโอกาสทางการค้าได้ แต่การใช้ประโยชน์จากโอกาสดังกล่าวยังขึ้นอยู่กับระบบขนส่ง ความสะดวกในการค้าขาย ความต้องการของตลาด และความพร้อมของผู้ประกอบการ
หากชุมชนมีเพียงช่องทางขายสินค้าไม่กี่ทาง ผู้ผลิตก็อาจมีอำนาจต่อรองจำกัด การเพิ่มช่องทางจำหน่าย การพัฒนาการแปรรูปสินค้า และการฝึกทักษะอาชีพจึงเป็นแนวทางที่อาจช่วยให้รายได้ของครัวเรือนมีความหลากหลายมากขึ้น
5. อุบลราชธานี จังหวัดใหญ่ที่รายได้ระหว่างชุมชนแตกต่างกัน
อุบลราชธานีมีสัดส่วนคนจนร้อยละ 20.34 อยู่ในอันดับที่ 5 จังหวัดมีพื้นที่กว้าง มีทั้งเขตเมือง พื้นที่เกษตรกรรม ชุมชนริมแม่น้ำ และพื้นที่ติดชายแดน ทำให้โครงสร้างเศรษฐกิจของแต่ละอำเภอแตกต่างกัน
ประชาชนจำนวนหนึ่งประกอบอาชีพเกษตรกรรม เช่น ปลูกข้าวและพืชเศรษฐกิจอื่น ๆ ขณะที่ในเขตเมืองมีงานด้านการค้า การศึกษา การรักษาพยาบาล การขนส่ง และบริการต่าง ๆ
ความแตกต่างสำคัญอยู่ที่โอกาสในการเข้าถึงงานที่ให้ค่าตอบแทนสูงกว่า คนที่อยู่ใกล้แหล่งงานอาจมีทางเลือกมากกว่าผู้ที่ต้องเดินทางไกล หรือมีข้อจำกัดในการย้ายไปทำงานในเมือง
สำหรับครัวเรือนเกษตรกรรม รายได้ยังอาจผันผวนตามสภาพอากาศ ปริมาณน้ำ ผลผลิต และราคาขาย หากมีหนี้สินหรือมีค่าใช้จ่ายจำเป็นสูง เงินที่เหลือหลังหักต้นทุนก็อาจไม่เพียงพอสำหรับการลงทุนรอบถัดไป
จังหวัดขนาดใหญ่จึงไม่จำเป็นต้องมีรายได้ดีเท่ากันทุกพื้นที่ เพราะความเจริญของเขตเมืองอาจไม่ได้กระจายไปถึงชุมชนชนบทในระดับเดียวกัน
6. สระแก้ว จังหวัดชายแดนที่โอกาสทางการค้ายังแตกต่างกัน
สระแก้วมีสัดส่วนคนจนร้อยละ 16.00 อยู่ในอันดับที่ 6 ของประเทศ จังหวัดนี้มีทั้งพื้นที่เกษตรกรรม ชุมชนชนบท และพื้นที่การค้าชายแดนที่เชื่อมโยงกับประเทศกัมพูชา
การค้าชายแดนสามารถสร้างงานในด้านขนส่ง คลังสินค้า ร้านค้า และบริการที่เกี่ยวข้อง แต่รายได้จากกิจกรรมเหล่านี้ไม่ได้ตกถึงทุกครัวเรือนเท่ากัน ผู้ที่มีธุรกิจ มีทุน หรือมีทักษะตรงกับความต้องการของตลาดอาจมีโอกาสมากกว่าผู้ที่ทำงานรับจ้างทั่วไป
ในพื้นที่เกษตรกรรม รายได้ยังขึ้นอยู่กับชนิดพืชที่ปลูก ต้นทุนการผลิต ปริมาณผลผลิต และราคาที่ขายได้ หากเกษตรกรขายผลผลิตสดโดยไม่มีช่องทางแปรรูปหรือไม่มีทางเลือกในการจำหน่าย ก็อาจเผชิญความเสี่ยงเมื่อราคาตลาดลดลง
การพัฒนาอาชีพจึงไม่ควรจำกัดอยู่แค่การเพิ่มผลผลิต แต่ควรช่วยให้ผู้ผลิตเข้าถึงตลาด มีข้อมูลราคา และสามารถเพิ่มมูลค่าสินค้าของตนได้ด้วย
7. พัทลุง จังหวัดเกษตรกรรมที่ต้องรับมือกับความผันผวนของรายได้
พัทลุงมีสัดส่วนคนจนร้อยละ 15.74 อยู่ในอันดับที่ 7 จังหวัดมีพื้นที่เกษตรกรรมและทรัพยากรธรรมชาติหลายประเภท โดยประชาชนประกอบอาชีพทั้งการทำนา ทำสวน ประมง และค้าขาย
อาชีพเกษตรกรรมมีข้อดีตรงที่สามารถสร้างรายได้จากทรัพยากรในท้องถิ่น แต่รายได้ไม่ได้เข้ามาอย่างสม่ำเสมอทุกเดือน บางครัวเรือนอาจมีรายได้ก้อนใหญ่หลังเก็บเกี่ยว ขณะที่ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายในการผลิตตลอดช่วงก่อนหน้านั้น
หากเกิดน้ำท่วม ฝนไม่เป็นไปตามฤดูกาล หรือราคาผลผลิตลดลง ครัวเรือนอาจต้องเผชิญปัญหารายได้ไม่พอกับค่าใช้จ่าย การมีอาชีพเสริมและช่องทางจำหน่ายหลายทางจึงมีความสำคัญต่อการลดความเสี่ยง
ขณะเดียวกัน การแปรรูปสินค้าเกษตรและการพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนอาจสร้างโอกาสเพิ่มเติมได้ หากดำเนินการอย่างเหมาะสมและมีตลาดรองรับ ไม่ใช่ทุกชุมชนจะสามารถพึ่งพาการท่องเที่ยวได้ในระดับเดียวกัน
8. ศรีสะเกษ จังหวัดเกษตรกรรมที่ต้องเพิ่มมูลค่าผลผลิต
ศรีสะเกษมีสัดส่วนคนจนร้อยละ 14.08 อยู่ในอันดับที่ 8 ของประเทศ เศรษฐกิจของจังหวัดเกี่ยวข้องกับการเกษตรและการค้าขาย โดยมีทั้งครัวเรือนที่ผลิตสินค้าเพื่อจำหน่ายและครัวเรือนที่ทำงานรับจ้าง
ความท้าทายของเกษตรกรไม่ได้อยู่ที่ปริมาณผลผลิตเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงต้นทุนการผลิต การเข้าถึงแหล่งน้ำ การเก็บรักษาสินค้า และอำนาจต่อรองกับผู้รับซื้อด้วย
เกษตรกรที่สามารถขายสินค้าในช่วงเวลาที่เหมาะสม มีคุณภาพตรงตามความต้องการของตลาด หรือแปรรูปผลผลิตเพื่อเพิ่มมูลค่า อาจมีโอกาสสร้างรายได้มากกว่าการขายวัตถุดิบโดยไม่มีการจัดการเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม การลงทุนเพื่อเพิ่มมูลค่าต้องใช้เงินทุนและความรู้ หากไม่มีการวางแผนตลาดที่ดี การลงทุนเพิ่มก็อาจกลายเป็นภาระหนี้สินได้เช่นกัน
การพัฒนาทักษะอาชีพ การรวมกลุ่มผู้ผลิต และการเข้าถึงข้อมูลตลาดจึงเป็นปัจจัยที่อาจช่วยให้ครัวเรือนมีทางเลือกในการสร้างรายได้มากขึ้น
9. เชียงราย จังหวัดท่องเที่ยวที่ไม่ได้ทำให้ทุกคนมีรายได้สูง
เชียงรายมีสัดส่วนคนจนร้อยละ 13.69 อยู่ในอันดับที่ 9 ของประเทศ จังหวัดมีทั้งพื้นที่ภูเขา พื้นที่เกษตรกรรม เมืองท่องเที่ยว และชุมชนที่อยู่ห่างจากศูนย์กลางเศรษฐกิจ
แม้เชียงรายจะเป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งท่องเที่ยว แต่รายได้จากการท่องเที่ยวขึ้นอยู่กับทำเล ประเภทกิจการ จำนวนผู้มาเยือน และความสามารถในการดึงดูดลูกค้า ผู้ประกอบการที่อยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยวสำคัญอาจมีโอกาสมากกว่าผู้ที่อยู่ห่างออกไป
นอกจากนี้ งานในภาคการท่องเที่ยวบางประเภทอาจมีรายได้ไม่สม่ำเสมอ โดยเฉพาะกิจการที่ขึ้นอยู่กับฤดูกาลหรือวันหยุด หากไม่มีรายได้จากอาชีพอื่นมาช่วยรองรับ ก็อาจเกิดความไม่มั่นคงทางการเงินได้
สำหรับชุมชนเกษตรกรรม ปัญหายังเกี่ยวข้องกับราคาสินค้าและต้นทุนการผลิตเช่นเดียวกับจังหวัดอื่น การสร้างรายได้จึงต้องอาศัยทั้งการพัฒนาอาชีพ การเพิ่มมูลค่าสินค้า และการเชื่อมโยงเศรษฐกิจระหว่างเมืองกับชนบท
10. ตาก จังหวัดที่มีทั้งพื้นที่เศรษฐกิจและชุมชนห่างไกล
ตากมีสัดส่วนคนจนร้อยละ 13.37 อยู่ในอันดับที่ 10 ของประเทศ จังหวัดมีภูมิประเทศหลากหลาย ทั้งภูเขา พื้นที่เกษตรกรรม ชุมชนเมือง และพื้นที่การค้าชายแดน
แม้บางพื้นที่จะมีโอกาสจากการค้าและการขนส่ง แต่ชุมชนที่อยู่ห่างจากศูนย์กลางทางเศรษฐกิจอาจมีทางเลือกในการทำงานจำกัดกว่า การเดินทางที่ใช้เวลานานยังเพิ่มค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ที่ต้องเดินทางไปทำงานหรือขนส่งสินค้า
ประชาชนที่ทำงานรับจ้างหรือเกษตรกรรมอาจมีรายได้ไม่แน่นอน ขณะที่ผู้ประกอบการต้องเผชิญต้นทุนสินค้า การขนส่ง และความเปลี่ยนแปลงของตลาด
ปัญหาจึงไม่ใช่ว่าจังหวัดไม่มีโอกาสทางเศรษฐกิจ แต่เป็นเรื่องที่โอกาสเหล่านั้นอาจกระจุกตัวอยู่ในบางพื้นที่หรือบางกลุ่มอาชีพ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการเพิ่มทักษะแรงงานจึงมีส่วนสำคัญต่อการขยายโอกาสในการหารายได้
ทำไมคนในแต่ละจังหวัดจึงมีรายได้แตกต่างกัน
เมื่อพิจารณาทั้ง 10 จังหวัด จะเห็นว่าปัญหาความยากจนไม่ได้เกิดจากปัจจัยเดียว แต่มีหลายเรื่องที่เกี่ยวข้องกัน
1. โอกาสในการทำงานไม่เท่ากัน
เมืองที่มีโรงงาน บริษัท โรงพยาบาล สถาบันการศึกษา และธุรกิจบริการจำนวนมาก มักมีตำแหน่งงานให้เลือกหลากหลายกว่า ขณะที่พื้นที่ห่างไกลอาจมีงานจำกัด ทำให้บางคนต้องประกอบอาชีพเดิมหรือเดินทางไปทำงานต่างจังหวัด
2. การพึ่งพาเกษตรกรรมและรายได้ตามฤดูกาล
ครัวเรือนที่พึ่งพาผลผลิตทางการเกษตรอาจได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง น้ำท่วม ต้นทุนการผลิต และราคาสินค้า หากรายได้เข้ามาเป็นช่วง ๆ แต่ค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นทุกเดือน การบริหารเงินในครัวเรือนก็ยิ่งมีความสำคัญ
3. ระยะทางและต้นทุนการขนส่ง
พื้นที่ที่อยู่ห่างจากตลาดหรือศูนย์กลางเศรษฐกิจอาจมีต้นทุนในการขนส่งสินค้าและเดินทางไปทำงานสูงขึ้น ต้นทุนเหล่านี้ลดเงินที่เหลืออยู่ในมือของครัวเรือน และอาจทำให้ผู้ผลิตรายย่อยแข่งขันกับผู้ประกอบการขนาดใหญ่ได้ยาก
4. การเข้าถึงการศึกษาและทักษะอาชีพ
งานที่ต้องใช้ทักษะเฉพาะทางมักเปิดโอกาสให้แรงงานเลือกงานได้หลากหลายขึ้น แต่การฝึกทักษะต้องอาศัยทั้งเวลา เงินทุน และโอกาสเข้าถึงการศึกษา หากแรงงานไม่สามารถเข้าถึงการฝึกอบรมได้ ก็อาจติดอยู่ในงานที่มีค่าตอบแทนต่ำหรือมีความไม่แน่นอนสูง
5. เงินทุนและโอกาสในการขยายธุรกิจ
ผู้ที่มีเงินทุนสามารถลงทุนซื้อเครื่องมือ เพิ่มกำลังผลิต หรือพัฒนาสินค้าให้ตรงกับความต้องการของตลาดได้มากกว่า ส่วนผู้ที่มีเงินทุนจำกัดอาจไม่สามารถลงทุนเพิ่มเติม แม้จะมีความรู้หรือมีสินค้าที่มีศักยภาพก็ตาม
6. ภาระค่าใช้จ่ายและหนี้สินของครัวเรือน
รายได้เท่ากันไม่ได้หมายความว่าทุกครัวเรือนจะมีฐานะเท่ากัน เพราะแต่ละครอบครัวมีจำนวนสมาชิก ภาระเลี้ยงดูบุตร ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ และภาระหนี้สินแตกต่างกัน เงินที่เหลือหลังหักค่าใช้จ่ายจึงไม่เท่ากัน
ความยากจนไม่ได้หมายความว่าคนในพื้นที่ไม่ขยัน
การที่จังหวัดหนึ่งมีสัดส่วนคนจนสูง ไม่ได้หมายความว่าประชาชนในจังหวัดนั้นขาดความพยายามหรือไม่ต้องการพัฒนาชีวิต หลายครัวเรือนทำงานหนักทั้งในภาคเกษตร การรับจ้าง และการค้าขาย แต่ยังต้องเผชิญข้อจำกัดด้านต้นทุน โอกาสทางเศรษฐกิจ และความไม่แน่นอนของรายได้
การแก้ปัญหาจึงต้องมองมากกว่าการเพิ่มรายได้เพียงระยะสั้น แต่ควรพิจารณาว่าประชาชนสามารถเข้าถึงงานที่มีค่าตอบแทนเหมาะสมได้หรือไม่ มีระบบขนส่งที่ช่วยลดต้นทุนหรือไม่ และมีโอกาสพัฒนาทักษะเพื่อประกอบอาชีพที่หลากหลายขึ้นหรือไม่
อีกเรื่องที่สำคัญคือการพัฒนาแต่ละจังหวัดควรสอดคล้องกับสภาพพื้นที่ เช่น พื้นที่เกษตรกรรมอาจต้องการระบบน้ำ ตลาด และการแปรรูปสินค้า ขณะที่พื้นที่ชายแดนอาจต้องการโครงสร้างพื้นฐานและโอกาสทางการค้าที่เข้าถึงได้จริง ส่วนพื้นที่ภูเขาห่างไกลอาจต้องให้ความสำคัญกับการเดินทาง การศึกษา และบริการพื้นฐาน
สรุป
ข้อมูลปี 2567 ระบุว่า แม่ฮ่องสอน ยะลา ปัตตานี นราธิวาส และอุบลราชธานี เป็น 5 จังหวัดแรกที่มีสัดส่วนคนจนสูงที่สุดของประเทศ ตามด้วยสระแก้ว พัทลุง ศรีสะเกษ เชียงราย และตาก
แม้แต่ละจังหวัดจะมีภูมิประเทศและโครงสร้างเศรษฐกิจแตกต่างกัน แต่ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความยากจนมีหลายอย่างร่วมกัน ทั้งความไม่แน่นอนของรายได้จากเกษตรกรรม การเข้าถึงตลาด ต้นทุนการเดินทาง โอกาสในการทำงาน และความแตกต่างด้านทักษะอาชีพ
ตัวเลขความยากจนจึงไม่ได้บอกเพียงว่าพื้นที่ใดมีคนรายได้น้อย แต่ยังชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้เข้าถึงประชาชนได้อย่างทั่วถึง เพราะการที่คนในแต่ละพื้นที่มีโอกาสทำงาน มีรายได้มั่นคง และสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเองได้ ย่อมเป็นส่วนสำคัญของการลดความเหลื่อมล้ำในระยะยาว
10 จังหวัดที่มีคนจนมากที่สุดในไทย ทำไมบางพื้นที่ยังเผชิญความยากจน
รู้หรือไม่? เมืองไทยมีถนนสวยราวกับภาพวาด 10 เส้นทางนี้ต้องไปให้ได้สักครั้ง
เปิด 5 จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยและนักศึกษาจำนวนมาก จนกลายเป็น “เมืองมหาวิทยาลัย” ของไทย
เอลนีโญจ่อรุนแรงเป็นประวัติการณ์ ! WMO เตือนลากยาวถึง ก.พ. 2570 เสี่ยงโลกร้อนจัด ภัยแล้ง–น้ำท่วม
เปิด 5 จังหวัดที่มีทุเรียนราคาสูงที่สุดในไทย จังหวัดไหนครองตลาดพรีเมียม
ทำไมเงินไทยถึงเรียกว่า “บาท” ทั้งที่หลายประเทศใช้คำว่า ดอลลาร์ ปอนด์ หรือเยน?
ส่องด่วนก่อนเกลี้ยงแผง! รวมเลขเด็ดปฏิทินจีน งวด 16 ตุลาคม 2569 ตรงกับช่วงกินเจพอดี บุญหล่นทับรับโชคใหญ่
4 อาหารเพื่ออายุยืน ที่แนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญวัย 64 ปี
GPT ลองวิเคราะห์เลขงวด 16 ต.ค. 69 คัด 3 ตัวหน้า–3 ตัวท้าย จากตัวเลขที่น่าจับตา
ทำไมถุงป๊อปคอร์นไมโครเวฟถึงพองตัว? ความลับคือแผ่นสร้างความร้อนที่ซ่อนอยู่
7 ประเทศที่มีสอนวิชาภาษาไทย คนไทยอาจไม่รู้ว่าภาษาบ้านเราไปไกลถึงต่างแดน!
เปิด 5 อบต. รายได้รวมสูงที่สุดในไทย ปี 2569 ตัวเลขทะลุพันล้าน!
ข้าวเหนียวไทยไปไกลแค่ไหน? เปิดตลาดต่างประเทศที่นิยมข้าวเหนียวจากประเทศไทย
เปิดรายได้คนขับรถบรรทุกในไทย วิ่งงานหนึ่งเที่ยวมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง
งู 8 ชนิดที่อาจพบได้ใกล้บ้าน วิธีสังเกตและข้อควรระวังเมื่อพบเจอ
10 สะพานที่มีชื่อเสียงในประเทศไทย สร้างขึ้นเพื่อแก้ปัญหาอะไรและมีความสำคัญอย่างไร
8 ประเทศที่ใช้ระบบการศึกษาแตกต่างจากไทยอย่างเห็นได้ชัด แต่ละประเทศเรียนกันอย่างไร