หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เปิดรายชื่องูหายากของไทย แต่ละภาคมีชนิดไหนที่พบเฉพาะพื้นที่บ้าง

เขียนโดย Gario

ประเทศไทยไม่ได้มีเพียงงูเห่า งูเหลือม หรืองูเขียวหางไหม้ที่พบเห็นได้ตามธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังมีงูอีกหลายชนิดที่มีการกระจายพันธุ์จำกัดอยู่ในบางจังหวัด บางแนวภูเขา หรือพื้นที่ป่าที่มีสภาพแวดล้อมเฉพาะ งูบางชนิดมีชื่อเชื่อมโยงกับจังหวัดที่ค้นพบ ขณะที่บางชนิดเพิ่งได้รับการจำแนกเป็นชนิดใหม่จากงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์

ข้อมูลจากฐานข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทยและงานวิจัยด้านสัตว์เลื้อยคลานแสดงให้เห็นว่า การกระจายพันธุ์ของงูไม่ได้แบ่งตามภาคอย่างตายตัว งูบางชนิดพบได้หลายจังหวัด แม้จะมีชื่อที่ชวนให้เข้าใจว่าพบเฉพาะพื้นที่เดียวก็ตาม

1. ภาคเหนือ งูที่พบในพื้นที่ป่าและภูเขา

ภาคเหนือมีพื้นที่ภูเขาและป่าหลากหลายประเภท ตั้งแต่ป่าดิบเขาไปจนถึงป่าเบญจพรรณ จึงเป็นแหล่งอาศัยของงูหลายชนิด อย่างไรก็ตาม การจะระบุว่างูชนิดใดเป็นงูเฉพาะถิ่นของภาคเหนือต้องมีข้อมูลการกระจายพันธุ์รองรับ ไม่ใช่เพียงพบงูชนิดนั้นในจังหวัดทางเหนือเท่านั้น

งูที่พบในพื้นที่ภูเขาบางแห่ง ได้แก่ งูในกลุ่มงูเขียวหางไหม้และงูแฮ่มภูเขา ซึ่งแต่ละชนิดมีถิ่นอาศัยและการกระจายพันธุ์แตกต่างกันไป

สำหรับงูหางแฮ่มกาญจน์ แม้ชื่อจะทำให้หลายคนคิดว่าเป็นงูของภาคตะวันตกเท่านั้น แต่ข้อมูลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับงูในกลุ่มนี้แสดงให้เห็นว่า การจำแนกชนิดและขอบเขตการกระจายพันธุ์มีรายละเอียดซับซ้อนกว่าการแบ่งตามชื่อจังหวัด จึงควรตรวจสอบชื่อวิทยาศาสตร์และข้อมูลล่าสุดก่อนสรุปว่าเป็นงูเฉพาะภาคใด

2. ภาคกลาง งูที่พบในพื้นที่ราบลุ่มและชุมชน

ภาคกลางมีแม่น้ำ คลอง พื้นที่เกษตรกรรม และชุมชนเมืองจำนวนมาก งูที่พบในภูมิภาคนี้จึงมีทั้งชนิดที่อาศัยตามพื้นดินและชนิดที่หากินบนต้นไม้

ตัวอย่างที่รู้จักกันดีคือ งูเห่าไทย ซึ่งมีการกระจายพันธุ์ในหลายภูมิภาคของประเทศ จึงไม่ใช่งูเฉพาะถิ่นของภาคกลาง ส่วนงูเขียวหางไหม้ท้องเหลืองก็มีรายงานการพบในหลายจังหวัด ตั้งแต่ภาคตะวันออก ภาคกลาง ไปจนถึงภาคใต้

ดังนั้น หากพบงูชนิดใดชนิดหนึ่งในกรุงเทพฯ หรือจังหวัดภาคกลาง ก็ไม่ได้หมายความว่างูชนิดนั้นมีเฉพาะในพื้นที่ดังกล่าว การกระจายพันธุ์ของงูอาจครอบคลุมพื้นที่กว้างกว่าที่คนทั่วไปคาดคิด

3. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ งูเขียวไผ่หางเขียว

งูที่น่าสนใจชนิดหนึ่งคือ งูเขียวไผ่หางเขียว มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Trimeresurus vogeli ซึ่งมีรายงานการพบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก

งูชนิดนี้อยู่ในกลุ่มงูเขียวหางไหม้ที่มีพิษ จึงไม่ควรเข้าใกล้หรือจับด้วยตัวเอง สีเขียวของลำตัวอาจทำให้กลมกลืนกับใบไม้และพืชพรรณได้ดี แต่การใช้สีเพียงอย่างเดียวเพื่อแยกชนิดงูนั้นไม่แม่นยำ เพราะงูเขียวในประเทศไทยมีหลายชนิด

การพบงูเขียวไผ่หางเขียวในภาคอีสานจึงเป็นตัวอย่างของการกระจายพันธุ์ที่เชื่อมโยงกับพื้นที่หลายภูมิภาค ไม่ใช่หลักฐานว่างูชนิดนี้พบเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเท่านั้น

4. ภาคตะวันออก งูเขียวหางไหม้ชนิดใหม่ที่พบในจังหวัดสระแก้ว

หนึ่งในข้อมูลที่น่าสนใจจากงานวิจัยล่าสุดคือ การค้นพบงูเขียวหางไหม้ชนิดใหม่ในจังหวัดสระแก้ว ซึ่งได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ Taprobanica เมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2568

งานวิจัยระบุว่างูชนิดใหม่นี้อยู่ในกลุ่มงูพิษที่อาศัยตามภูเขาหินปูน และมีข้อมูลตัวอย่างที่ใช้ศึกษาเพียงสองตัวในขณะตีพิมพ์ โดยพบในพื้นที่หินปูนที่ค่อนข้างจำกัดของจังหวัดสระแก้ว ใกล้ชายแดนไทย–กัมพูชา นักวิจัยระบุว่ายังต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการกระจายพันธุ์ ชีววิทยา และสถานภาพการอนุรักษ์ของงูชนิดนี้

การค้นพบดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า แม้ประเทศไทยจะมีการศึกษาสัตว์เลื้อยคลานมาเป็นเวลานาน แต่พื้นที่ธรรมชาติบางแห่งก็ยังมีความหลากหลายทางชีวภาพที่รอการค้นพบและตรวจสอบเพิ่มเติม

แหล่งข้อมูล: งานวิจัยเรื่องงูพิษที่อาศัยในภูเขาหินปูนของจังหวัดสระแก้ว ตีพิมพ์ในวารสาร Taprobanica ปี 2025

5. ภาคตะวันตก งูหางแฮ่มกาญจน์

งูหางแฮ่มกาญจน์ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Trimeresurus kanburiensis เป็นงูพิษในกลุ่มงูเขียวหางไหม้ที่มีรายงานการพบในจังหวัดกาญจนบุรี โดยข้อมูลขององค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติระบุว่าพื้นที่ที่ทราบแน่ชัดอยู่ในจังหวัดกาญจนบุรีทางภาคตะวันตกของไทย

งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในปี พ.ศ. 2535 กล่าวถึงการพบตัวอย่างงูชนิดนี้ใกล้กาญจนบุรี หลังจากก่อนหน้านั้นมีข้อมูลตัวอย่างอยู่น้อยมาก ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่างูบางชนิดอาจพบได้ยากและต้องอาศัยการสำรวจภาคสนามอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม การจำแนกงูในกลุ่มนี้มีความซับซ้อน เพราะงานวิจัยในเวลาต่อมาพบว่ามีงูหลายชนิดที่มีความใกล้เคียงกันทางรูปร่าง การตรวจสอบชนิดจึงต้องใช้ทั้งลักษณะทางกายภาพและข้อมูลทางพันธุกรรมประกอบกัน

แหล่งข้อมูล: งานวิจัยเรื่องการค้นพบและการจำแนกงู Trimeresurus kanburiensis ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Transactions of the Royal Society of Tropical Medicine and Hygiene ปี 1992

6. ภาคใต้ งูเขียวหางไหม้ภูเก็ต

งูเขียวหางไหม้ภูเก็ต มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Trimeresurus phuketensis เป็นหนึ่งในงูที่มีข้อมูลการกระจายพันธุ์เชื่อมโยงกับพื้นที่เฉพาะอย่างชัดเจน

ฐานข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทยระบุว่า งูชนิดนี้อาศัยอยู่ในป่าดิบชื้น และมีข้อมูลการกระจายพันธุ์ในจังหวัดภูเก็ต โดยเฉพาะบริเวณเขาพระแทวและพื้นที่ใกล้เคียง นอกจากนี้ ฐานข้อมูลยังระบุสถานภาพการอนุรักษ์ของงูชนิดนี้ในประเทศไทยตามการประเมินที่เผยแพร่ในช่วงเวลาต่าง ๆ

ตัวอย่างนี้แสดงให้เห็นว่าพื้นที่เกาะอาจเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ที่มีการกระจายพันธุ์จำกัด และทำให้การรักษาป่าธรรมชาติมีความสำคัญต่อการคงอยู่ของสิ่งมีชีวิตเหล่านี้

แหล่งข้อมูล: ฐานข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย โดยสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

7. ภาคใต้ตอนบน งูหางแฮ่มชุมพร

งูอีกชนิดที่ได้รับความสนใจจากนักวิจัยคือ งูหางแฮ่มชุมพร มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Trimeresurus kraensis ซึ่งได้รับการจำแนกเป็นชนิดใหม่จากการศึกษางูในกลุ่ม Trimeresurus kanburiensis

ข้อมูลจากพิพิธภัณฑ์และแหล่งเผยแพร่ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ของไทยระบุว่า งูชนิดนี้มาจากบริเวณเขาหินปูนในจังหวัดชุมพร งานวิจัยใช้การเปรียบเทียบลักษณะภายนอกและข้อมูลดีเอ็นเอเพื่อแยกงูชนิดนี้ออกจากงูที่มีความใกล้เคียงกัน

การค้นพบงูหางแฮ่มชุมพรมีความสำคัญ เพราะแสดงให้เห็นว่ากลุ่มงูเขียวหางไหม้ที่เคยถูกจัดรวมกันในอดีต อาจประกอบด้วยหลายชนิดที่มีขอบเขตการกระจายพันธุ์แตกต่างกัน

8. ภาคใต้ฝั่งอันดามัน งูหางไหม้เขาหินปูน

งูหางไหม้เขาหินปูน มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Trimeresurus ciliaris เป็นงูที่ได้รับการจำแนกเป็นชนิดใหม่จากตัวอย่างในจังหวัดตรัง งานวิจัยเกี่ยวกับงูชนิดนี้ตีพิมพ์ในช่วงปี พ.ศ. 2566

งูชนิดนี้เป็นอีกตัวอย่างที่สะท้อนความสำคัญของพื้นที่หินปูนในภาคใต้ เพราะภูเขาหินปูนมีลักษณะทางธรณีวิทยาและระบบนิเวศเฉพาะตัว สัตว์บางชนิดจึงอาจมีการกระจายพันธุ์จำกัดอยู่ในบริเวณที่มีลักษณะภูมิประเทศเช่นนี้

อย่างไรก็ตาม การพบงูชนิดนี้ในบางพื้นที่ของภาคใต้ไม่ได้หมายความว่าจะพบได้เฉพาะจังหวัดตรังเท่านั้น ขอบเขตการกระจายพันธุ์ที่แท้จริงต้องอาศัยการสำรวจและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เพิ่มเติม

ตารางสรุปงูที่มีการกระจายพันธุ์จำกัดหรือมีข้อมูลเฉพาะพื้นที่

ชื่อสามัญ| ชื่อวิทยาศาสตร์| พื้นที่ที่มีข้อมูลการพบ

งูหางแฮ่มกาญจน์| Trimeresurus kanburiensis| จังหวัดกาญจนบุรี

งูเขียวหางไหม้ภูเก็ต| Trimeresurus phuketensis| จังหวัดภูเก็ต โดยเฉพาะบริเวณเขาพระแทวและพื้นที่ใกล้เคียง

งูหางแฮ่มชุมพร| Trimeresurus kraensis| จังหวัดชุมพร

งูหางไหม้เขาหินปูน| Trimeresurus ciliaris| มีข้อมูลตัวอย่างจากจังหวัดตรัง

งูเขียวหางไหม้ชนิดใหม่จากสระแก้ว| ชื่อวิทยาศาสตร์ตามงานวิจัยปี 2025| พื้นที่หินปูนในจังหวัดสระแก้ว

ตารางนี้เป็นตัวอย่างงูที่มีข้อมูลการกระจายพันธุ์จำกัดหรือมีการค้นพบจากพื้นที่เฉพาะ ไม่ใช่รายชื่อทั้งหมดของงูเฉพาะถิ่นในประเทศไทย และข้อมูลอาจได้รับการปรับปรุงเมื่อมีงานวิจัยใหม่

ทำไมประเทศไทยจึงยังค้นพบงูชนิดใหม่ได้

สาเหตุสำคัญคือพื้นที่ธรรมชาติของไทยมีความหลากหลายมาก โดยเฉพาะภูเขาหินปูน ป่าดิบชื้น และพื้นที่ที่มีลักษณะภูมิประเทศแยกจากกัน งูบางกลุ่มมีรูปร่างคล้ายกันมากจนต้องใช้การศึกษาทางพันธุกรรมเพื่อยืนยันว่าเป็นคนละชนิด

นอกจากนี้ การสำรวจสัตว์เลื้อยคลานในพื้นที่ห่างไกลยังมีข้อจำกัด การพบงูเพียงไม่กี่ตัวอาจทำให้นักวิจัยยังไม่สามารถสรุปขอบเขตการกระจายพันธุ์ได้อย่างครบถ้วน การค้นพบชนิดใหม่จึงไม่ได้หมายความว่างูเพิ่งเกิดขึ้นในธรรมชาติ แต่หมายถึงนักวิทยาศาสตร์เพิ่งมีหลักฐานเพียงพอที่จะจำแนกและอธิบายชนิดนั้นอย่างเป็นทางการ

สรุป

หากถามว่างูชนิดใดพบเฉพาะพื้นที่ของประเทศไทย ตัวอย่างที่มีข้อมูลน่าสนใจ ได้แก่ งูหางแฮ่มกาญจน์ในจังหวัดกาญจนบุรี งูเขียวหางไหม้ภูเก็ตในจังหวัดภูเก็ต งูหางแฮ่มชุมพรในจังหวัดชุมพร งูหางไหม้เขาหินปูนจากจังหวัดตรัง และงูเขียวหางไหม้ชนิดใหม่ที่พบในพื้นที่หินปูนของจังหวัดสระแก้ว

ข้อมูลเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่า งูไม่ได้กระจายพันธุ์ตามการแบ่งภาคอย่างง่าย ๆ บางชนิดอาจพบเฉพาะพื้นที่เล็ก ๆ ขณะที่บางชนิดพบได้หลายจังหวัด การใช้ชื่อวิทยาศาสตร์และข้อมูลจากงานวิจัยจึงเป็นวิธีที่แม่นยำกว่าการอาศัยชื่อสามัญเพียงอย่างเดียว

ที่สำคัญ งูหลายชนิดในกลุ่มที่กล่าวถึงเป็นงูพิษ หากพบในบ้านหรือสวน ไม่ควรจับหรือเข้าไปถ่ายภาพใกล้ ๆ ควรรักษาระยะห่างและติดต่อผู้เชี่ยวชาญเพื่อจัดการอย่างปลอดภัย

เนื้อหาโดย: Gario
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Gario's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 18 ครั้ง
เขียนโดย Gario
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ทำไมเงินไทยถึงเรียกว่า “บาท” ทั้งที่หลายประเทศใช้คำว่า ดอลลาร์ ปอนด์ หรือเยน?เบื้องหลังธุรกิจที่เสี่ยง แต่รายได้ดี หลายๆคู่เลือกใช้บริการ10 จังหวัดที่มีคนจนมากที่สุดในไทย ทำไมบางพื้นที่ยังเผชิญความยากจนจังหวัดที่มี "สนามบิน 2 แห่ง" ในจังหวัดเดียว7 ประเทศที่มีสอนวิชาภาษาไทย คนไทยอาจไม่รู้ว่าภาษาบ้านเราไปไกลถึงต่างแดน!ไขปริศนา “นกฮูก” นักล่าไร้เสียงแห่งราตรี! ทำไมปีกของมันถึงบินได้เงียบกริบจนเหยื่อไม่ทันรู้ตัว?ทำไมแมลงเม่าถึงชอบบินเข้าหาหลอดไฟในคืนที่ฝนตก ? เผยเหตุผลที่หลายคนอาจไม่เคยรู้เสือตกถังพลังเงินดี งวด 16 ต.ค. 2569 เปิดเลขเด่น 1 เลขรอง 5 พร้อมชุด 2 ตัว 3 ตัว และเลขเบิ้ลทำไมประเทศนี้จึงเขียน Laos แต่ออกเสียง ลาวกิ้งก่ากับแย้ต่างกันอย่างไรเปิด 5 จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยและนักศึกษาจำนวนมาก จนกลายเป็น “เมืองมหาวิทยาลัย” ของไทยทำไมธนาคารชาติทั่วโลกถึงแห่ “กว้านซื้อทองคำ” มากที่สุดในประวัติศาสตร์? สัญญาณเตือนภัยเศรษฐกิจโลกที่คนธรรมดาต้องรู้!
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
7 ประเทศที่มีสอนวิชาภาษาไทย คนไทยอาจไม่รู้ว่าภาษาบ้านเราไปไกลถึงต่างแดน!จับคู่ให้ถูกจาน: อาหารบางอย่างกินด้วยกันแล้วร่างกายใช้ประโยชน์ได้ดีขึ้นอำเภอที่คนจีนนิยมไปที่สุด มีคนจีนมาเที่ยวมากที่สุดในไทยทำไมซองอาหารบางชนิดถึงต้องใช้กรรไกร ทั้งที่ซองขนมทั่วไปฉีกด้วยมือได้?กิ้งก่ากับแย้ต่างกันอย่างไรเบื้องหลังธุรกิจที่เสี่ยง แต่รายได้ดี หลายๆคู่เลือกใช้บริการ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
มีเลขจดแจ้งแล้วปลอดภัยจริงไหม? สิ่งที่ควรเช็กก่อนซื้อเครื่องสำอางออนไลน์7 ประเทศที่มีสอนวิชาภาษาไทย คนไทยอาจไม่รู้ว่าภาษาบ้านเราไปไกลถึงต่างแดน!ทำไมซองอาหารบางชนิดถึงต้องใช้กรรไกร ทั้งที่ซองขนมทั่วไปฉีกด้วยมือได้?เบื้องหลังธุรกิจที่เสี่ยง แต่รายได้ดี หลายๆคู่เลือกใช้บริการ
ตั้งกระทู้ใหม่