เปิดชื่อเขื่อนขนาดใหญ่ของไทย แต่ละแห่งผลิตไฟฟ้าได้เท่าไร และมีหน้าที่มากกว่าการผลิตพลังงานอย่างไร
เปิดชื่อเขื่อนขนาดใหญ่ของไทย แต่ละแห่งผลิตไฟฟ้าได้เท่าไร และมีหน้าที่มากกว่าการผลิตพลังงานอย่างไร
เขื่อนขนาดใหญ่เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่มีบทบาทต่อชีวิตประจำวันของคนไทยมากกว่าที่หลายคนคิด เพราะนอกจากจะช่วยผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานน้ำแล้ว ยังเป็นแหล่งกักเก็บน้ำสำหรับการเกษตร การอุปโภคบริโภค และการบริหารจัดการน้ำในช่วงที่ฝนตกหนักหรือเกิดภัยแล้ง
ประเทศไทยมีเขื่อนหลายแห่งที่ติดตั้งโรงไฟฟ้าพลังน้ำ โดยเขื่อนขนาดใหญ่ที่หลายคนคุ้นชื่อ ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนศรีนครินทร์ และเขื่อนวชิราลงกรณ แต่ละแห่งมีกำลังผลิตไฟฟ้าและลักษณะการบริหารจัดการน้ำแตกต่างกัน
ข้อมูลกำลังผลิตตามสัญญาของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. ที่เผยแพร่ในเดือนสิงหาคม 2569 ระบุว่า เขื่อนภูมิพลมีกำลังผลิต 779.20 เมกะวัตต์ เขื่อนศรีนครินทร์ 720 เมกะวัตต์ และเขื่อนสิริกิติ์ 500 เมกะวัตต์ โดยตัวเลขเหล่านี้เป็นกำลังผลิตตามสัญญา ไม่ใช่ปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้จริงในทุกวัน เพราะการผลิตขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำและการเดินเครื่องของโรงไฟฟ้าด้วย
1. เขื่อนภูมิพล จังหวัดตาก กำลังผลิตไฟฟ้า 779.20 เมกะวัตต์
เขื่อนภูมิพลตั้งอยู่ที่อำเภอสามเงา จังหวัดตาก เป็นหนึ่งในเขื่อนสำคัญของประเทศไทยและเป็นเขื่อนคอนกรีตโค้งขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญต่อการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา
โรงไฟฟ้าของเขื่อนภูมิพลมีกำลังผลิตตามสัญญา 779.20 เมกะวัตต์ และสามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้เฉลี่ยประมาณ 1,062 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปีตามข้อมูลของ กฟผ.
หน้าที่สำคัญนอกเหนือจากการผลิตไฟฟ้า
- กักเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง
- สนับสนุนการจัดสรรน้ำเพื่อการเกษตรในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา
- ช่วยบริหารจัดการปริมาณน้ำในช่วงที่มีฝนตกมาก
- เป็นแหล่งประมงน้ำจืดและพื้นที่ท่องเที่ยว
- ช่วยให้สามารถวางแผนการระบายน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์น้ำ
ความสำคัญของเขื่อนภูมิพลจึงไม่ได้จำกัดอยู่ที่การผลิตพลังงาน แต่ยังเกี่ยวข้องกับการจัดการน้ำในพื้นที่ขนาดใหญ่ที่มีประชาชนและภาคเกษตรกรรมพึ่งพาอยู่ด้วย
2. เขื่อนศรีนครินทร์ จังหวัดกาญจนบุรี กำลังผลิตไฟฟ้า 720 เมกะวัตต์
เขื่อนศรีนครินทร์ตั้งอยู่ในอำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี เป็นเขื่อนที่มีความจุอ่างเก็บน้ำประมาณ 17,745 ล้านลูกบาศก์เมตร และเป็นเขื่อนที่มีความจุกักเก็บน้ำมากที่สุดในประเทศไทยตามข้อมูลของ กฟผ.
โรงไฟฟ้ามีกำลังผลิตตามสัญญา 720 เมกะวัตต์ และผลิตไฟฟ้าได้เฉลี่ยประมาณ 1,250 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี
เขื่อนแห่งนี้มีเครื่องกำเนิดไฟฟ้า 5 เครื่อง โดย 2 เครื่องเป็นระบบสูบกลับ ซึ่งสามารถสูบน้ำกลับไปเก็บไว้ในอ่างเพื่อใช้ผลิตไฟฟ้าในช่วงที่ต้องการได้ ทั้งนี้ ระบบสูบกลับต้องใช้พลังงานในการสูบน้ำ จึงไม่ใช่การสร้างพลังงานขึ้นมาใหม่โดยไม่มีต้นทุน
หน้าที่สำคัญนอกเหนือจากการผลิตไฟฟ้า
- สนับสนุนการชลประทานในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่กลอง
- กักเก็บน้ำเพื่อใช้ในช่วงที่ปริมาณน้ำตามธรรมชาติลดลง
- ช่วยบริหารจัดการน้ำเพื่อบรรเทาผลกระทบจากน้ำหลาก
- สนับสนุนการประมงและกิจกรรมท่องเที่ยว
- ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารระบบไฟฟ้าผ่านเครื่องกำเนิดไฟฟ้าระบบสูบกลับ
เขื่อนศรีนครินทร์จึงมีความสำคัญทั้งด้านน้ำและพลังงาน โดยเฉพาะการกักเก็บน้ำปริมาณมากและการช่วยให้ระบบไฟฟ้าสามารถปรับการผลิตได้ตามความต้องการ
3. เขื่อนสิริกิติ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ กำลังผลิตไฟฟ้า 500 เมกะวัตต์
เขื่อนสิริกิติ์ตั้งอยู่ที่อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นเขื่อนดินขนาดใหญ่ที่มีความจุอ่างเก็บน้ำประมาณ 9,510 ล้านลูกบาศก์เมตร และเป็นองค์ประกอบสำคัญของการบริหารจัดการน้ำในลุ่มแม่น้ำน่าน
โรงไฟฟ้าของเขื่อนสิริกิติ์มีกำลังผลิตตามสัญญา 500 เมกะวัตต์ และผลิตพลังงานไฟฟ้าได้เฉลี่ยประมาณ 1,000 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี
หน้าที่สำคัญนอกเหนือจากการผลิตไฟฟ้า
- กักเก็บน้ำจากฤดูฝนไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง
- สนับสนุนการเพาะปลูกและระบบชลประทาน
- ช่วยควบคุมและบริหารปริมาณน้ำที่ไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่าง
- สนับสนุนการประมงน้ำจืด
- เป็นแหล่งท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้กับชุมชนโดยรอบ
น้ำจากเขื่อนสิริกิติ์มีความสำคัญต่อการบริหารน้ำในลุ่มแม่น้ำน่านและลุ่มน้ำเจ้าพระยา อย่างไรก็ตาม การระบายน้ำต้องพิจารณาปริมาณน้ำในอ่าง ฝนที่คาดว่าจะตก และความต้องการใช้น้ำของพื้นที่ปลายน้ำร่วมกัน
4. เขื่อนวชิราลงกรณ จังหวัดกาญจนบุรี กำลังผลิตไฟฟ้า 300 เมกะวัตต์
เขื่อนวชิราลงกรณ หรือชื่อเดิมคือเขื่อนเขาแหลม ตั้งอยู่ในจังหวัดกาญจนบุรี บริเวณแม่น้ำแควน้อย มีความจุอ่างเก็บน้ำประมาณ 8,860 ล้านลูกบาศก์เมตร
โรงไฟฟ้ามีกำลังผลิตตามสัญญา 300 เมกะวัตต์ และผลิตพลังงานไฟฟ้าได้เฉลี่ยประมาณ 777 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี โดยมีเครื่องกำเนิดไฟฟ้า 3 เครื่อง เครื่องละ 100 เมกะวัตต์
หน้าที่สำคัญนอกเหนือจากการผลิตไฟฟ้า
- กักเก็บน้ำเพื่อการเกษตรและการใช้น้ำของชุมชน
- ช่วยบริหารจัดการปริมาณน้ำในแม่น้ำแควน้อย
- สนับสนุนการประมงน้ำจืด
- ช่วยบรรเทาผลกระทบจากน้ำหลากตามการบริหารจัดการของระบบน้ำ
- ส่งเสริมการท่องเที่ยวและกิจกรรมทางเศรษฐกิจรอบอ่างเก็บน้ำ
เขื่อนแห่งนี้ยังมีบทบาทต่อการคมนาคมทางน้ำในบางพื้นที่ โดยชุมชนรอบอ่างเก็บน้ำสามารถใช้เส้นทางน้ำและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวเป็นช่องทางสร้างรายได้ได้ด้วย
5. เขื่อนรัชชประภา จังหวัดสุราษฎร์ธานี กำลังผลิตไฟฟ้า 240 เมกะวัตต์
เขื่อนรัชชประภา หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อเขื่อนเชี่ยวหลาน ตั้งอยู่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี มีความจุอ่างเก็บน้ำประมาณ 5,639 ล้านลูกบาศก์เมตร และมีพื้นที่อ่างเก็บน้ำประมาณ 185 ตารางกิโลเมตร
โรงไฟฟ้ามีกำลังผลิตตามสัญญา 240 เมกะวัตต์ จากเครื่องกำเนิดไฟฟ้า 3 เครื่อง เครื่องละ 80 เมกะวัตต์ และผลิตพลังงานไฟฟ้าได้เฉลี่ยประมาณ 554 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี
หน้าที่สำคัญนอกเหนือจากการผลิตไฟฟ้า
- กักเก็บน้ำเพื่อใช้ประโยชน์ในพื้นที่
- สนับสนุนการบริหารจัดการน้ำในช่วงที่ฝนตกหนักหรือปริมาณน้ำลดลง
- เป็นแหล่งประมงน้ำจืด
- สนับสนุนการท่องเที่ยวทางธรรมชาติ
- สร้างรายได้ให้กับชุมชนจากบริการนำเที่ยว ที่พัก และกิจกรรมทางน้ำ
เขื่อนรัชชประภามีชื่อเสียงด้านภูมิทัศน์ภูเขาหินปูนและผืนน้ำ จึงเป็นตัวอย่างของเขื่อนที่มีบทบาททั้งด้านพลังงาน การจัดการน้ำ และการท่องเที่ยว
6. เขื่อนปากมูล จังหวัดอุบลราชธานี กำลังผลิตไฟฟ้า 136 เมกะวัตต์
เขื่อนปากมูลตั้งอยู่ในจังหวัดอุบลราชธานี เป็นเขื่อนผลิตไฟฟ้าพลังน้ำที่มีลักษณะเฉพาะแตกต่างจากเขื่อนขนาดใหญ่ที่มีอ่างเก็บน้ำขนาดมหึมา
โรงไฟฟ้ามีกำลังผลิตตามสัญญา 136 เมกะวัตต์ จากเครื่องกำเนิดไฟฟ้า 4 เครื่อง เครื่องละ 34 เมกะวัตต์ และผลิตพลังงานไฟฟ้าได้เฉลี่ยประมาณ 280 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี
หน้าที่และประเด็นสำคัญนอกเหนือจากการผลิตไฟฟ้า
- ช่วยบริหารจัดการระดับน้ำและการไหลของน้ำในบริเวณเขื่อน
- เกี่ยวข้องกับการใช้ประโยชน์จากแม่น้ำมูลและพื้นที่โดยรอบ
- เป็นแหล่งประมงและทรัพยากรที่ชุมชนท้องถิ่นใช้ประโยชน์
- มีบทบาทต่อการท่องเที่ยวในพื้นที่
- ต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อระบบนิเวศและการดำรงชีวิตของชุมชนประมง
เขื่อนปากมูลเป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า การพัฒนาไฟฟ้าพลังน้ำต้องพิจารณาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตของชุมชนควบคู่กันไปด้วย ไม่ใช่พิจารณาเฉพาะกำลังผลิตไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว
7. เขื่อนบางลาง จังหวัดยะลา กำลังผลิตไฟฟ้า 84 เมกะวัตต์
เขื่อนบางลางตั้งอยู่ในจังหวัดยะลา เป็นเขื่อนสำคัญของภาคใต้และเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาทรัพยากรน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำปัตตานี
โรงไฟฟ้าของเขื่อนบางลางมีกำลังผลิตตามสัญญา 84 เมกะวัตต์
หน้าที่สำคัญนอกเหนือจากการผลิตไฟฟ้า
- กักเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงที่ปริมาณน้ำตามธรรมชาติลดลง
- สนับสนุนการเกษตรและการใช้น้ำในพื้นที่
- ช่วยบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำปัตตานี
- สนับสนุนการประมงและกิจกรรมทางเศรษฐกิจรอบอ่างเก็บน้ำ
- เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติของจังหวัดยะลา
เขื่อนบางลางมีความสำคัญต่อการบริหารจัดการน้ำในภาคใต้ โดยการระบายน้ำจำเป็นต้องคำนึงถึงทั้งปริมาณน้ำที่มีอยู่ ความต้องการใช้น้ำ และสภาพฝนในพื้นที่ปลายน้ำ
8. เขื่อนสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี กำลังผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ 36 เมกะวัตต์
เขื่อนสิรินธรตั้งอยู่ในจังหวัดอุบลราชธานี มีความจุอ่างเก็บน้ำประมาณ 1,966.50 ล้านลูกบาศก์เมตร และมีกำลังผลิตไฟฟ้าพลังน้ำตามสัญญา 36 เมกะวัตต์ โดยผลิตไฟฟ้าได้เฉลี่ยประมาณ 52 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี
หน้าที่สำคัญนอกเหนือจากการผลิตไฟฟ้า
- กักเก็บน้ำเพื่อใช้ในพื้นที่
- สนับสนุนการชลประทานและการเกษตร
- ช่วยบริหารจัดการน้ำตามสถานการณ์
- สนับสนุนการประมงน้ำจืด
- เป็นแหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมพักผ่อนหย่อนใจ
บริเวณเขื่อนสิรินธรยังมีโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนทุ่นลอยน้ำ ซึ่งเป็นการใช้พื้นที่ผิวน้ำเพื่อผลิตพลังงานสะอาดเพิ่มเติมจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำเดิม
9. เขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น กำลังผลิตไฟฟ้า 25.20 เมกะวัตต์
เขื่อนอุบลรัตน์ตั้งอยู่ในจังหวัดขอนแก่น เป็นเขื่อนพลังน้ำแห่งแรกของ กฟผ. ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีความจุอ่างเก็บน้ำประมาณ 2,431 ล้านลูกบาศก์เมตร และพื้นที่อ่างเก็บน้ำประมาณ 388 ตารางกิโลเมตร
โรงไฟฟ้ามีกำลังผลิตตามสัญญา 25.20 เมกะวัตต์ และผลิตไฟฟ้าได้เฉลี่ยประมาณ 56.1 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี
หน้าที่สำคัญนอกเหนือจากการผลิตไฟฟ้า
- กักเก็บน้ำเพื่อสนับสนุนการเกษตร
- เป็นแหล่งน้ำสำหรับกิจกรรมต่าง ๆ ในพื้นที่ตามแผนจัดสรรน้ำ
- ช่วยบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝนและฤดูแล้ง
- สนับสนุนการประมงน้ำจืด
- เป็นแหล่งท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจ
เขื่อนอุบลรัตน์จึงมีความสำคัญต่อภาคอีสานทั้งด้านน้ำและพลังงาน แม้กำลังผลิตไฟฟ้าจะน้อยกว่าเขื่อนหลักในภาคเหนือและภาคตะวันตกก็ตาม
ตารางสรุปกำลังผลิตไฟฟ้าของเขื่อนที่กล่าวถึง
ชื่อเขื่อน| จังหวัด| กำลังผลิตไฟฟ้าตามสัญญา
เขื่อนภูมิพล| ตาก| 779.20 เมกะวัตต์
เขื่อนศรีนครินทร์| กาญจนบุรี| 720 เมกะวัตต์
เขื่อนสิริกิติ์| อุตรดิตถ์| 500 เมกะวัตต์
เขื่อนวชิราลงกรณ| กาญจนบุรี| 300 เมกะวัตต์
เขื่อนรัชชประภา| สุราษฎร์ธานี| 240 เมกะวัตต์
เขื่อนปากมูล| อุบลราชธานี| 136 เมกะวัตต์
เขื่อนบางลาง| ยะลา| 84 เมกะวัตต์
เขื่อนสิรินธร| อุบลราชธานี| 36 เมกะวัตต์
เขื่อนอุบลรัตน์| ขอนแก่น| 25.20 เมกะวัตต์
หมายเหตุ: ตารางนี้เป็นตัวอย่างเขื่อนที่มีโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไม่ใช่รายชื่อเขื่อนทั้งหมดในประเทศไทย และกำลังผลิตตามสัญญาไม่ใช่ปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้จริงในแต่ละปี
เขื่อนมีหน้าที่อะไรบ้าง นอกจากผลิตไฟฟ้า?
เมื่อพิจารณาโดยรวม จะเห็นว่าเขื่อนขนาดใหญ่มีบทบาทสำคัญอย่างน้อย 5 ด้าน
1. กักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง
น้ำที่กักเก็บไว้ในช่วงฤดูฝนสามารถนำมาจัดสรรใช้ในช่วงที่ฝนตกน้อย ช่วยสนับสนุนการเกษตรและกิจกรรมต่าง ๆ ที่ต้องใช้น้ำ
2. ช่วยบริหารจัดการน้ำท่วม
เขื่อนบางแห่งสามารถกักเก็บน้ำส่วนหนึ่งไว้ชั่วคราวเมื่อมีน้ำไหลเข้าอ่างมาก แต่ประสิทธิภาพในการบรรเทาน้ำท่วมขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำที่มีอยู่ พื้นที่ว่างในอ่าง และการประสานงานกับระบบระบายน้ำอื่น ๆ จึงไม่ใช่ว่าเขื่อนทุกแห่งจะป้องกันน้ำท่วมได้ทั้งหมด
3. สนับสนุนการเกษตรและชลประทาน
น้ำจากเขื่อนสามารถถูกจัดสรรเข้าสู่ระบบชลประทานเพื่อสนับสนุนการเพาะปลูก โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ต้องพึ่งพาน้ำจากอ่างเก็บน้ำในช่วงฤดูแล้ง
4. เป็นแหล่งประมงและการท่องเที่ยว
อ่างเก็บน้ำหลายแห่งเป็นแหล่งประมงน้ำจืดและสถานที่ท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้กับชุมชนจากการขายอาหาร การให้บริการที่พัก และกิจกรรมทางน้ำ ทั้งนี้ต้องดำเนินการภายใต้ข้อกำหนดด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม
5. ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้ระบบไฟฟ้า
โรงไฟฟ้าพลังน้ำสามารถเพิ่มหรือลดการผลิตตามความเหมาะสมของปริมาณน้ำและความต้องการใช้ไฟฟ้า ส่วนโรงไฟฟ้าระบบสูบกลับยังช่วยเก็บพลังงานส่วนเกินในรูปของน้ำที่สูบขึ้นไปยังอ่างเก็บน้ำ เพื่อกลับมาผลิตไฟฟ้าในช่วงที่ต้องการได้
สรุป: เขื่อนเป็นทั้งแหล่งพลังงานและหัวใจของการบริหารจัดการน้ำ
เขื่อนภูมิพล เขื่อนศรีนครินทร์ และเขื่อนสิริกิติ์ เป็นตัวอย่างของเขื่อนที่มีกำลังผลิตไฟฟ้าสูงและมีบทบาทสำคัญต่อการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำขนาดใหญ่ ขณะที่เขื่อนวชิราลงกรณ เขื่อนรัชชประภา เขื่อนปากมูล เขื่อนบางลาง เขื่อนสิรินธร และเขื่อนอุบลรัตน์ ต่างมีหน้าที่สนับสนุนการใช้น้ำและกิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่ของตนเอง
สิ่งสำคัญคือ กำลังผลิตไฟฟ้าที่ระบุเป็นเมกะวัตต์ไม่ได้หมายความว่าเขื่อนจะผลิตไฟฟ้าได้เต็มกำลังตลอด 24 ชั่วโมง เพราะการผลิตจริงขึ้นอยู่กับน้ำที่มีอยู่ ความต้องการใช้ไฟฟ้า และการเดินเครื่องของโรงไฟฟ้า
ดังนั้น คุณค่าของเขื่อนจึงไม่ควรวัดจากปริมาณไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาทั้งความมั่นคงด้านน้ำ พลังงาน การเกษตร ระบบนิเวศ และผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบร่วมกันด้วย
7 ประเทศที่มีสอนวิชาภาษาไทย คนไทยอาจไม่รู้ว่าภาษาบ้านเราไปไกลถึงต่างแดน!
ทำไมเงินไทยถึงเรียกว่า “บาท” ทั้งที่หลายประเทศใช้คำว่า ดอลลาร์ ปอนด์ หรือเยน?
เบื้องหลังธุรกิจที่เสี่ยง แต่รายได้ดี หลายๆคู่เลือกใช้บริการ
ทำไมแมลงเม่าถึงชอบบินเข้าหาหลอดไฟในคืนที่ฝนตก ? เผยเหตุผลที่หลายคนอาจไม่เคยรู้
จังหวัดที่มี "สนามบิน 2 แห่ง" ในจังหวัดเดียว
10 จังหวัดที่มีคนจนมากที่สุดในไทย ทำไมบางพื้นที่ยังเผชิญความยากจน
เสือตกถังพลังเงินดี งวด 16 ต.ค. 2569 เปิดเลขเด่น 1 เลขรอง 5 พร้อมชุด 2 ตัว 3 ตัว และเลขเบิ้ล
กิ้งก่ากับแย้ต่างกันอย่างไร
ทำไมประเทศนี้จึงเขียน Laos แต่ออกเสียง ลาว
ไขปริศนา “นกฮูก” นักล่าไร้เสียงแห่งราตรี! ทำไมปีกของมันถึงบินได้เงียบกริบจนเหยื่อไม่ทันรู้ตัว?
เปิด 5 จังหวัดที่มีทุเรียนราคาสูงที่สุดในไทย จังหวัดไหนครองตลาดพรีเมียม
ทำไมซองอาหารบางชนิดถึงต้องใช้กรรไกร ทั้งที่ซองขนมทั่วไปฉีกด้วยมือได้?
7 ประเทศที่มีสอนวิชาภาษาไทย คนไทยอาจไม่รู้ว่าภาษาบ้านเราไปไกลถึงต่างแดน!
จับคู่ให้ถูกจาน: อาหารบางอย่างกินด้วยกันแล้วร่างกายใช้ประโยชน์ได้ดีขึ้น
อำเภอที่คนจีนนิยมไปที่สุด มีคนจีนมาเที่ยวมากที่สุดในไทย
ทำไมซองอาหารบางชนิดถึงต้องใช้กรรไกร ทั้งที่ซองขนมทั่วไปฉีกด้วยมือได้?
กิ้งก่ากับแย้ต่างกันอย่างไร
เบื้องหลังธุรกิจที่เสี่ยง แต่รายได้ดี หลายๆคู่เลือกใช้บริการ
มีเลขจดแจ้งแล้วปลอดภัยจริงไหม? สิ่งที่ควรเช็กก่อนซื้อเครื่องสำอางออนไลน์
7 ประเทศที่มีสอนวิชาภาษาไทย คนไทยอาจไม่รู้ว่าภาษาบ้านเราไปไกลถึงต่างแดน!
ทำไมซองอาหารบางชนิดถึงต้องใช้กรรไกร ทั้งที่ซองขนมทั่วไปฉีกด้วยมือได้?
เบื้องหลังธุรกิจที่เสี่ยง แต่รายได้ดี หลายๆคู่เลือกใช้บริการ