ไขสงสัย! ทำไมกินอาหารเผ็ดแล้วน้ำมูกไหล มะนาวช่วยแก้เผ็ดได้จริงไหม?
เคยสงสัยกันไหมว่า ทำไมเวลาเรานั่งกินส้มตำเผ็ดๆ หรืออาหารรสจัดจ้านทีไร น้ำมูกและน้ำตาถึงพร้อมใจกันไหลพรากออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ ทั้งที่ไม่ได้เป็นหวัดหรือร้องไห้เสียหน่อย อาการนี้เกิดขึ้นกับคนแทบทุกคนและกลายเป็นเรื่องธรรมดาบนโต๊ะอาหาร แต่ในทางวิทยาศาสตร์และกลไกของร่างกายนั้น มีคำอธิบายที่น่าสนใจและเต็มไปด้วยระบบการป้องกันตัวเองที่คุณอาจคาดไม่ถึง
สาเหตุหลักที่ทำให้น้ำมูกไหลเวลาทานอาหารเผ็ด เกิดจากสารเคมีที่ชื่อว่า "แคปไซซิน" (Capsaicin) ซึ่งเป็นสารให้ความเผ็ดร้อนที่พบได้ในพริกทุกชนิด เมื่อสารแคปไซซินสัมผัสกับปลายประสาทในช่องปาก ร่างกายจะถูกหลอกให้เข้าใจผิดว่าปากของเรากำลังเกิดความร้อนสูงหรือโดนไฟไหม้ กลไกการป้องกันตัวเองของร่างกายจึงสั่งการให้ระบบประสาทอัตโนมัติทำงานทันที เพื่อเร่งขับสารพิษหรือความร้อนนั้นออกจากร่างกาย หลอดเลือดในขั้วโพรงจมูกจะเกิดการขยายตัว ส่งผลให้เยื่อบุจมูกผลิตน้ำมูกออกมาเป็นจำนวนมากเพื่อช่วยชำระล้างและระบายความร้อน เช่นเดียวกับต่อมน้ำตาที่ผลิตน้ำตาออกมาเพื่อช่วยบรรเทาความรู้สึกเผ็ดร้อนที่ส่งผ่านประสาทส่วนกลางนั่นเอง
นอกจากนี้ หลายคนยังมีบทสรุปความเชื่อที่ว่า "ถ้าเผ็ดให้บีบมะนาวใส่ปาก" หรือ "กินของเปรี้ยวตามแล้วจะหายเผ็ด" ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ความเชื่อนี้เป็นเรื่องที่เข้าใจผิดกันมาอย่างยาวนาน! ทางวิทยาศาสตร์ยืนยันว่า น้ำมะนาวหรือรสเปรี้ยวไม่ได้มีคุณสมบัติในการล้างสารแคปไซซินออกจากลิ้นได้เลย สารแคปไซซินเป็นสารที่ไม่ละลายในน้ำ แต่จะละลายได้ดีในไขมันและกรดบางชนิด การกินมะนาวที่มีกรดซีตริกสูงอาจช่วยกระตุ้นการสร้างน้ำลายและหลอกประสาทรับรสให้รับรู้รสเปรี้ยวแทนชั่วคราว แต่ไม่ได้ช่วยลดระดับความเผ็ดร้อนจริงๆ ในช่องปาก แถมหากกินมะนาวเพียวๆ ในปริมาณมากขณะที่ปากกำลังร้อนระอุ อาจยิ่งสร้างความระคายเคืองให้เยื่อบุช่องปากหนักกว่าเดิมอีกด้วย
หากคุณกำลังเผ็ดจนทนไม่ไหว วิธีแก้เผ็ดที่ถูกต้องและได้ผลจริงตามหลักเคมี มีดังนี้:
1. ดื่มนมสดหรือผลิตภัณฑ์จากนม: ในนมมีโปรตีนที่ชื่อว่า "เคซีน" (Casein) ซึ่งมีหน้าที่จับและดักจับสารแคปไซซินให้หลุดออกจากตัวรับความรู้สึกบนลิ้น แล้วชะล้างลงสู่กระเพาะอาหารได้อย่างรวดเร็วที่สุด
2. อมน้ำมันหรืออาหารที่มีไขมันสูง: สารแคปไซซินละลายได้ดีในไขมัน การกวนปากด้วยน้ำมันมะกอก หรือกินอาหารที่มีไขมัน เช่น ไอศกรีม เนย หรือกะทิ จะช่วยละลายความเผ็ดออกไปได้ดีกว่าน้ำเปล่าหลายเท่า
3. ทานข้าวสวยหรือขนมปัง: อาหารประเภทแป้งจะช่วยดูดซับสารแคปไซซินที่เกาะอยู่ตามโคนลิ้นและกระพุ้งแก้ม ช่วยลดการสัมผัสโดยตรงของสารเผ็ดกับประสาทรับรส
4. หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำเย็นจัด: น้ำเปล่าไม่สามารถละลายสารแคปไซซินได้ การดื่มน้ำเย็นจะยิ่งทำให้สารเผ็ดกระจายตัวไปทั่วทั้งปาก และทำให้รู้สึกเผ็ดทวีคูณยิ่งขึ้น
คราวหน้าหากนั่งทานอาหารเผ็ดจัดแล้วน้ำมูกไหล ก็ไม่ต้องตกใจไป เพราะนั่นคือกลไกธรรมชาติตามปกติของร่างกาย และถ้าเผ็ดจนควันออกหู จำไว้ว่าอย่าวิ่งหามะนาว แต่ให้พุ่งตัวไปหากระป๋องนมหรือไอศกรีมแท่งโปรดทันที รับรองว่าหายเผ็ดชัวร์โดยไม่ต้องนั่งแสบปากฟรีแน่นอน!
กทม.แจงปม “ไม่พร่องน้ำ” ลั่นทำมาตลอดจนแทบไม่เหลือให้พร่อง! ฝนเท 200-300 ล้าน ลบ.ม. คลองเต็มในพริบตา
อำเภอเดียวพื้นที่ใหญ่กว่ากรุงเทพฯ เกือบ 3 เท่า แต่ทำไมคนกลับไม่ค่อยรู้จัก
เทศบาลที่มีรายได้สูงที่สุดในไทย
มนุษย์ตายเพราะช้างกี่คนต่อปี
ตลาดน้ำอันดับ 1 ของไทย ที่มีขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงมากที่สุด
โรงแรมขนาดยักษ์ที่ใหญ่ที่สุด มีห้องพักมากสุดอันดับ 1 ในไทย
เพชรแข็งที่สุดจริงไหม? ทำความเข้าใจความแข็ง แรงดึง และความหนาแน่น
น้ำท่วมบ้านยังไม่เสียใจเท่าถูกว่าแก่เกินแกง” บอสณวัฒน์เปิดใจ หลังปมเดือดกับนายกฯ อนุทิน
เลขลับวงใน งวด 1 ตุลาคม 69
พิมรี่พายเปิดโกดังให้ดู น้ำท่วมสินค้าจม! เผยตอนนี้ไม่มีเงินสด ต้องเร่งขายของหาเงินจ่ายลูกน้องกว่า 2,000 คน
อยุธยาน้ำยังขึ้นไม่หยุด! ชุมชนเกาะลอยจมน้ำสูง 1 เมตร ชาวบ้านกว่า 100 หลังคาเรือนอยู่กับน้ำมานานกว่าเดือน
เปิดแนวทางหวย “อโนทัย” งวด 16 ต.ค. 69 จับตาเลขเด่น 3-7 เหนือ-ใต้ เลขไหนถูกพูดถึงบ้าง
มนุษย์ตายเพราะช้างกี่คนต่อปี
คลิปซาบีดาแจกเงินหลังปิดโรงครัว ชวนตั้งคำถามถึงที่มาและความเหมาะสม
กทม.แจงปม “ไม่พร่องน้ำ” ลั่นทำมาตลอดจนแทบไม่เหลือให้พร่อง! ฝนเท 200-300 ล้าน ลบ.ม. คลองเต็มในพริบตา
น้ำท่วมบ้านยังไม่เสียใจเท่าถูกว่าแก่เกินแกง” บอสณวัฒน์เปิดใจ หลังปมเดือดกับนายกฯ อนุทิน
เทศบาลที่มีรายได้สูงที่สุดในไทย





