หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

7 โรงเรียนที่นักเรียนสร้างรายได้จากสิ่งที่เรียน ก่อนจบการศึกษา


เขียนโดย Gario

การเรียนในโรงเรียนยุคนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การนั่งเรียนในห้องแล้วรอจบการศึกษาเท่านั้น หลายโรงเรียนเริ่มเปิดโอกาสให้นักเรียนเปลี่ยนความรู้จากบทเรียนให้กลายเป็นสินค้าและบริการจริง ตั้งแต่การปลูกพืช ทำอาหาร ผลิตงานหัตถกรรม ออกแบบสินค้า ไปจนถึงการวางแผนต้นทุน การตลาด และการขาย

 

แนวคิดนี้สอดคล้องกับนโยบาย Learn to Earn หรือเรียนรู้เพื่อสร้างรายได้ ของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งมุ่งให้นักเรียน “คิดได้ ทำเป็น ขายเป็น” และสามารถนำทักษะไปต่อยอดเป็นอาชีพได้ตั้งแต่ยังเรียนอยู่

 

1. โรงเรียนเชียงยืนพิทยาคม จ.มหาสารคาม — เปลี่ยนใบไม้เป็นสินค้าสร้างรายได้

 

โรงเรียนเชียงยืนพิทยาคมมีโครงการ “Eco Print หยิบทุนธรรมชาติ…สร้างสรรค์บนผืนผ้า” ให้นักเรียนนำทรัพยากรธรรมชาติมาสร้างลวดลายบนผืนผ้า โดยเชื่อมโยงกับการเรียนรู้ด้านอาชีพและการประกอบอาชีพจริง

 

แนวคิดของโรงเรียนคือ “1 ห้องเรียน 1 อาชีพ 1 ผลิตภัณฑ์” นักเรียนได้เรียนรู้ผ่านการลงมือทำ และสามารถต่อยอดผลงานไปสู่การสร้างรายได้ระหว่างเรียนได้ โครงการดังกล่าวได้รับการเผยแพร่เป็น Best Practice ระดับดีเด่นของ สมศ. ในปี 2569 ด้วย

 

จุดที่น่าสนใจจึงไม่ได้อยู่ที่การทำผ้าสวยเพียงอย่างเดียว แต่คือการให้นักเรียนเรียนตั้งแต่การสร้างผลิตภัณฑ์จนถึงแนวคิดในการนำไปขายจริง

 

2. โรงเรียนบ้านป่าสัก (ทศพลอยุสรณ์) — นักเรียน ม.1 ผลิตน้ำยาใช้เองและนำไปขาย

 

กรณีนี้น่าสนใจเพราะผู้เรียนไม่ได้อยู่ในระดับอาชีวศึกษา แต่เป็นนักเรียน ชั้น ม.1 ที่นำความรู้จากโครงงานวิทยาศาสตร์มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อจำหน่าย

 

ผลิตภัณฑ์ที่โรงเรียนระบุว่ามีลูกค้าสนับสนุน ได้แก่ น้ำยาอเนกประสงค์และน้ำยาล้างจาน นักเรียนได้ทดลองผลิตและนำไปจำหน่ายในกิจกรรมของโรงเรียน ชุมชน ตลาดนัด และงานนิทรรศการ รวมถึงการแข่งขันศิลปหัตถกรรมนักเรียน

 

จุดสำคัญคือเด็กได้เรียนรู้ตั้งแต่การคิดโครงงาน ผลิตสินค้า ไปจนถึงการนำสินค้าออกสู่ตลาด ทำให้บทเรียนไม่ได้จบอยู่บนกระดาษ

 

3. โรงเรียนปายวิทยาคาร จ.แม่ฮ่องสอน — เรียนงานช่างแล้วต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์

 

โรงเรียนปายวิทยาคารเป็นหนึ่งในสถานศึกษาที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาแม่ฮ่องสอนนำมาใช้ขับเคลื่อนแนวคิด Future Skill – Learn to Earn

 

ในปี 2568 โรงเรียนจัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ “สร้างงานสร้างอาชีพด้วยผลิตภัณฑ์ชุดม้านั่งไม้เทียม” ให้นักเรียนเรียนรู้ผ่านการลงมือทำจริง

 

แนวทางนี้ทำให้ทักษะด้านงานช่างไม่ได้อยู่แค่ในห้องเรียน แต่สามารถนำไปสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีโอกาสจำหน่ายและต่อยอดเป็นงานอาชีพหลังเรียนได้

 

4. โรงเรียน อ.ฮ.ลิงค์ฯ — จากสมุนไพรท้องถิ่นสู่สินค้าขายจริง

 

โรงเรียน อ.ฮ.ลิงค์ฯ มีแนวทางที่น่าสนใจในการนำ ภูมิปัญญาท้องถิ่นและสมุนไพรในชุมชน มาเป็นวัตถุดิบในการสร้างผลิตภัณฑ์

 

โรงเรียนอธิบายกระบวนการผ่านแนวคิด Local Wisdom, Innovation และ Knowledge to Income โดยให้นักเรียนเรียนรู้การออกแบบผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ รวมถึงการพัฒนาสินค้าให้พร้อมสำหรับการจำหน่ายจริง

 

หนึ่งในตัวอย่างคือ เทียนหอมอโรมา ซึ่งถูกพัฒนาเป็นส่วนหนึ่งของแนวคิด “1 โรงเรียน 1 ผลิตภัณฑ์” และเชื่อมโยงความรู้ไปสู่การสร้างรายได้ระหว่างเรียน

 

นี่จึงเป็นตัวอย่างของการนำสิ่งที่มีอยู่ในชุมชนมาเพิ่มมูลค่าด้วยความรู้จากโรงเรียน

 

5. โรงเรียนไทยรัฐวิทยา — ผลงานนักเรียนถูกนำไปขายในงานใหญ่

 

อีกตัวอย่างที่เห็นภาพเรื่อง “เรียนแล้วขายจริง” ได้ชัด คือเครือข่ายโรงเรียนไทยรัฐวิทยา

 

ในงานไทยรัฐแฟร์ 2569 มีการนำผลิตภัณฑ์จาก 17 โรงเรียนไทยรัฐวิทยา รวมกว่า 71 รายการ จำนวน 1,627 ชิ้น มาจำหน่ายที่ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ระหว่างวันที่ 25–28 มิถุนายน 2569

 

ที่สำคัญยังมีนักเรียนจากโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 55 และไทยรัฐวิทยา 95 เข้าร่วมฝึกประสบการณ์การขายสินค้าและเรียนรู้การเป็นผู้ประกอบการรุ่นเยาว์ด้วย

 

ตัวเลข 1,627 ชิ้นทำให้เห็นว่าไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมเล็ก ๆ ในโรงเรียน แต่มีการนำผลงานของนักเรียนจำนวนมากออกมาสู่ตลาดจริง

 

6. โรงเรียนบ้านศาลาใหม่ จ.นราธิวาส — ทำสินค้าแล้วเข้าสู่ระบบสหกรณ์นักเรียน

 

โรงเรียนบ้านศาลาใหม่ จ.นราธิวาส ใช้กิจกรรมสหกรณ์นักเรียนเป็นพื้นที่ให้นักเรียนเรียนรู้เรื่องการผลิต การขาย และการบริหารเงิน

 

ในกิจกรรม SALAMAI Smart CO OP DAY ปี 2569 นักเรียนมีทั้งฐานร้านค้าสหกรณ์ การทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย และตลาดนัดผลิตภัณฑ์สหกรณ์นักเรียน โดยนักเรียนแต่ละระดับชั้นนำสินค้าแฮนด์เมดที่ร่วมกันทำมาวางจำหน่ายจริง และรายได้เข้าสู่ระบบปันผลของสหกรณ์

 

จุดที่น่าสนใจจึงอยู่ที่เด็กไม่ได้เรียนแค่ “ทำของขาย” แต่ได้สัมผัสตั้งแต่การผลิต บัญชี การขาย ไปจนถึงระบบปันผล

 

7. โรงเรียนในโครงการ Learn to Earn จ.สงขลา — ผลิตภัณฑ์จากห้องเรียนสู่ตลาด

 

ในปี 2569 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1 เดินหน้าโครงการ Learn to Earn โดยลงพื้นที่ประเมินผลิตภัณฑ์งานอาชีพของนักเรียนจากโรงเรียนต่าง ๆ

 

มีการคัดเลือกโรงเรียนหลายแห่งเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยตัวอย่างรายชื่อที่เข้าร่วมในรอบหนึ่ง ได้แก่ โรงเรียนบ้านม่วงงาม โรงเรียนวัดบ้านพร้าว โรงเรียนวัดขนุน โรงเรียนวัดประตูไชย โรงเรียนวัดป่าขาด โรงเรียนวัดปะโอ โรงเรียนวัดเลียบ โรงเรียนบ้านขนุน และโรงเรียนวัดทำนบตางหน

 

สิ่งที่น่าสนใจคือโครงการไม่ได้เน้นเพียงการทำผลิตภัณฑ์ แต่ให้นักเรียนเรียนรู้ทักษะที่เกี่ยวข้องกับการสร้างรายได้จริง ตั้งแต่การผลิต การคำนวณต้นทุน การกำหนดราคา การประชาสัมพันธ์ ไปจนถึงการจำหน่าย

 

เมื่อห้องเรียนกลายเป็นสนามธุรกิจขนาดเล็ก

 

ทั้ง 7 ตัวอย่างสะท้อนแนวทางเดียวกัน คือ นักเรียนไม่ได้รอให้เรียนจบแล้วค่อยเริ่มทำงาน แต่ได้ทดลองสร้างสินค้าและบริการตั้งแต่ยังอยู่ในโรงเรียน

 

สิ่งที่ได้จึงมีมากกว่ารายได้ เพราะนักเรียนยังได้ฝึกคำนวณต้นทุน ตั้งราคา ทำบัญชี ออกแบบสินค้า สื่อสารกับลูกค้า และเรียนรู้ว่าของที่ตัวเองผลิตขึ้นมาจะทำอย่างไรให้มีคนยอมจ่ายเงินซื้อ

 

ยิ่งไปกว่านั้น หลายโครงการไม่ได้มองรายได้เป็นเป้าหมายเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการให้เด็กค้นพบความถนัดของตัวเอง และนำทักษะไปต่อยอดเป็นอาชีพในอนาคต ซึ่งตรงกับแนวคิด Learn to Earn ที่ภาครัฐกำลังผลักดันอย่างต่อเนื่อง

 

ดังนั้นคำว่า “เรียนให้จบแล้วค่อยทำงาน” อาจกำลังเปลี่ยนไป เพราะสำหรับนักเรียนกลุ่มนี้ ห้องเรียนสามารถเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานจริงได้ตั้งแต่ก่อนรับใบประกาศนียบัตร

เนื้อหาโดย: Gario
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Gario's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 21 ครั้ง
เขียนโดย Gario
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: Wisdom Insight
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
แบคเตรีย: อารยธรรมที่สาบสูญ ดินแดนพันนครที่เปลี่ยนโฉมหน้าประวัติศาสตร์โลกโรงแรมขนาดยักษ์ที่ใหญ่ที่สุด มีห้องพักมากสุดอันดับ 1 ในไทยทำไมฝาท่อระบายน้ำตามถนนถึงชอบทำเป็นวงกลม? คำตอบไม่ได้มีแค่ “เพราะมันตกลงรูไม่ได้”เลขลับวงใน งวด 1 ตุลาคม 69เริ่มวันนี้ ! ยืนยันสิทธิ “ไทยช่วยไทย พลัส” 1–15 ต.ค. 2569 ผ่านเป๋าตัง รัฐร่วมจ่ายสูงสุด 1,000 บาทรหัสเลขมูเตลู "หมอปลาย พรายกระซิบ" 1 ตุลาคม 2569สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 1/10/69หวยออกงวด 1 ต.ค. 69 เปิดเลขชนเลข เลขเด็ด เลขเด่น เลขดัง หลายสำนักชนกันเพียบถูกรางวัลที่ 1 ได้ 6 ล้าน แต่ทำไมเงินที่รับจริงไม่ถึง 6 ล้านสถิติหวยลาว 1 ต.ค. 69 ย้อนหลังวันพฤหัสบดี ตัวเลข 4 ตัว 3 ตัว 2 ตัว มีอะไรให้สังเกตปฏิทินจีน งวด 1 ต.ค. 69 ย้อนรอยเลข 7-0-9-5-6 เปิดชุด 2 ตัว-3 ตัวเดือดกลางสภา! “โรม” ไม่ยอมถอนคำพูด ปมพาดพิง “สุชาดา” ก่อนถูกเชิญออกจากห้องประชุม
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
แบคเตรีย: อารยธรรมที่สาบสูญ ดินแดนพันนครที่เปลี่ยนโฉมหน้าประวัติศาสตร์โลกเดือดต่อเนื่อง! “ไอซ์ รักชนก” เปิดคำถามถึง “ไอเดียร์ สุชาดา” ปมสามี-ทรัพย์สิน ก่อนเจอสวนกลับเรื่องสามีเหมือนกันทำไมฝาท่อระบายน้ำตามถนนถึงชอบทำเป็นวงกลม? คำตอบไม่ได้มีแค่ “เพราะมันตกลงรูไม่ได้”สถิติหวยลาว 1 ต.ค. 69 ย้อนหลังวันพฤหัสบดี ตัวเลข 4 ตัว 3 ตัว 2 ตัว มีอะไรให้สังเกตเริ่มวันนี้ ! ยืนยันสิทธิ “ไทยช่วยไทย พลัส” 1–15 ต.ค. 2569 ผ่านเป๋าตัง รัฐร่วมจ่ายสูงสุด 1,000 บาทน้ำท่วม 1 ตุลาคม 2569 ปภ.ชี้ 30 จังหวัดกระทบ 3.35 ล้านคน ประกันภัยพิบัติเริ่มคุ้มครองวันนี้
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ทำไมฝาท่อระบายน้ำตามถนนถึงชอบทำเป็นวงกลม? คำตอบไม่ได้มีแค่ “เพราะมันตกลงรูไม่ได้”ทำไมจับราวบันไดเลื่อนแล้วมือค่อย ๆ ไหลไปข้างหน้า ทั้งที่เท้ายืนอยู่กับขั้นเดิม?กรมอุตุฯ ยืนยัน การระบายน้ำจาก “เขื่อนตะผ่านเซะ” ในเมียนมา ไม่ส่งผลให้น้ำท่วมประเทศไทย เนื่องจากอยู่คนละลุ่มน้ำทำความรู้จัก "โครงการสำคัญของในหลวงรัชกาลที่ 9" จากแนวพระราชดำริสู่การพัฒนาประเทศ
ตั้งกระทู้ใหม่