กองทุนน้ำมันติดลบ 9.2 หมื่นล้าน ดีเซล B7 41.44 บาท — ถ้าจะฟื้นกองทุนโดยไม่กระแทกประชาชน มีทางเลือกอะไรบ้าง?
เวลาพูดถึงราคาดีเซล เรามักได้ยินคำถามอยู่สองด้าน
“ทำไมราคาน้ำมันโลกลงแล้ว ราคาหน้าปั๊มไม่ลงตาม?”
กับอีกด้านคือ
“ถ้ากองทุนน้ำมันติดลบหนัก แล้วทำไมยังต้องใช้เงินพยุงราคาอีก?”
แต่โจทย์จริงไม่ได้มีสวิตช์แค่สองตำแหน่งว่า “อุดหนุน” หรือ “ไม่อุดหนุน” เพราะทั้งสองทางมีต้นทุน เพียงแต่ต้นทุนนั้นไปตกอยู่คนละที่และคนละเวลา
ข้อมูลล่าสุดที่เผยแพร่ถึงวันที่ 20 กันยายน 2569 ระบุว่า กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีฐานะรวมติดลบประมาณ 92,286 ล้านบาท แบ่งเป็นบัญชีน้ำมันติดลบ 52,256 ล้านบาท และบัญชี LPG ติดลบ 40,030 ล้านบาท
ขณะที่ราคาขายปลีกวันที่ 24 กันยายน 2569 ดีเซล B7 อยู่ที่ 41.44 บาทต่อลิตร
จุดที่ต้องอ่านให้ถูกคือ ตัวเลขสองชุดนี้เป็นข้อมูลคนละวัน ฐานะกองทุนเป็นภาพ ณ วันที่ 20 กันยายน ส่วนราคาดีเซลเป็นข้อมูลวันที่ 24 กันยายน
สถานการณ์นี้ทำให้เห็นโจทย์สำคัญอย่างหนึ่ง
หากเพิ่มการชดเชยมากขึ้น กองทุนก็ต้องรับภาระเพิ่ม แต่หากลดการชดเชยเร็วขึ้น ภาระบางส่วนก็ถูกส่งกลับมาที่ผู้ใช้น้ำมันและระบบขนส่งเร็วขึ้นเช่นกัน
ดังนั้นคำถามที่น่าสนใจกว่า “ควรตรึงราคาไหม” อาจเป็นว่า
ถ้าต้องฟื้นฐานะกองทุนไปพร้อมกับไม่สร้างแรงกระแทกให้ประชาชนทั้งหมดในคราวเดียว เรามีเครื่องมืออะไรให้เลือกบ้าง?
ก่อนอื่น ต้องเข้าใจก่อนว่า “ราคาหน้าปั๊ม” ไม่ใช่ราคาน้ำมันดิบก้อนเดียว
ราคาน้ำมันหนึ่งลิตรที่ผู้บริโภคจ่าย ประกอบจากหลายส่วน ทั้งราคาเนื้อน้ำมัน ภาษี เงินที่เกี่ยวข้องกับกองทุนน้ำมัน กองทุนอนุรักษ์พลังงาน ภาษีมูลค่าเพิ่ม และค่าการตลาด
บางช่วงน้ำมันบางประเภทถูกเรียกเก็บเงินส่งเข้ากองทุน แต่บางช่วงกองทุนกลับเป็นฝ่ายจ่ายเงินชดเชยออกมาเพื่อช่วยลดแรงกระแทกของราคาขายปลีก
ตัวอย่างเช่น โครงสร้างดีเซล ณ วันที่ 18 กันยายน 2569 ที่รัฐบาลเผยแพร่ ระบุว่าดีเซลธรรมดามีมาตรการลดราคา ณ โรงกลั่น 4 บาทต่อลิตร และได้รับเงินชดเชยจากกองทุนน้ำมัน 8.62 บาทต่อลิตร ทำให้ราคาขายปลีกในขณะนั้นอยู่ที่ 40.69 บาทต่อลิตรในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลตามเงื่อนไขของข้อมูลชุดดังกล่าว
แต่ตัวเลขนี้เป็น ภาพของวันที่ 18 กันยายน ไม่ใช่โครงสร้างที่ควรนำไปใช้แทนข้อมูลวันที่ 24 กันยายนโดยอัตโนมัติ เพราะอัตรากองทุนและราคาขายปลีกสามารถเปลี่ยนได้
ตรงนี้ทำให้เห็นว่า เวลาต้นทุนน้ำมันโลกเปลี่ยน ราคาหน้าปั๊มอาจไม่ได้ขยับในขนาดเดียวกันหรือในเวลาเดียวกันเสมอ เพราะยังมีองค์ประกอบอื่นอยู่ในสมการ
และเมื่อเข้าใจกลไกตรงนี้แล้ว เราจึงสามารถมอง “ทางเลือกเชิงนโยบาย” ได้ชัดขึ้น โดยไม่ต้องจำกัดตัวเองอยู่แค่คำว่า ขึ้นราคา หรือ ตรึงราคา
1. ทำให้คนเห็นโครงสร้างราคาง่ายขึ้น
ประเทศไทยมีการเผยแพร่ข้อมูลโครงสร้างราคาน้ำมันอยู่แล้ว แต่ในมุมผู้บริโภค สิ่งที่เห็นทุกครั้งเมื่อเข้าปั๊มยังเป็นตัวเลขสุดท้าย เช่น 41.44 บาทต่อลิตร
สิ่งที่อาจพัฒนาได้คือทำให้ข้อมูลที่มีอยู่แล้วเข้าถึงง่ายขึ้น เช่น ผ่านใบเสร็จ แอป หรือ QR Code ที่หัวจ่าย เพื่อให้เห็นว่า ณ วันนั้นราคาประกอบด้วยอะไร และน้ำมันชนิดนั้นกำลังส่งเงินเข้ากองทุนหรือได้รับการชดเชยจากกองทุนเท่าไร
อย่างไรก็ตาม คำว่า “ค่าผ่อนหนี้กองทุน X บาทต่อลิตร” ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง เพราะเงินที่เรียกเก็บเข้ากองทุนไม่ได้หมายความว่าทุกบาทถูกนำไปตัดหนี้โดยตรงในวันเดียวกัน
การแสดง เงินส่งเข้าหรือเงินชดเชยจากกองทุน แยกจาก ฐานะสุทธิและภาระหนี้ของกองทุน จะทำให้คนอ่านข้อมูลได้ตรงกว่า
ประโยชน์ของความโปร่งใสไม่ได้อยู่ที่การทำให้น้ำมันถูกลงทันที แต่อยู่ที่การทำให้ประชาชนตรวจสอบได้ว่าเงินเคลื่อนไปตรงไหน และนโยบายที่กำลังใช้อยู่มีต้นทุนอย่างไร
2. ใช้สูตรปรับราคาที่คาดการณ์ได้มากขึ้น
อีกเครื่องมือหนึ่งคือการกำหนดกติกาล่วงหน้าว่า เมื่อราคาต้นทุนโลกขึ้นหรือลง จะส่งผ่านมาถึงราคาขายปลีกและกองทุนอย่างไร
ตัวอย่างเชิงหลักการคือ หากต้นทุนโลกอยู่ในระดับสูงมาก อาจลดอัตราการเรียกเก็บหรือใช้กลไกช่วยลดแรงกระแทกบางส่วน
แต่เมื่อราคาต้นทุนลดลง ก็อาจแบ่งประโยชน์เป็นสองส่วน คือ ส่วนหนึ่งส่งต่อให้ผู้บริโภคผ่านราคาที่ลดลง และอีกส่วนใช้ช่วยฟื้นฐานะกองทุน
จุดสำคัญคือ ไม่ควรกำหนดตัวเลขอย่าง 0.50 บาท หรือ 2 บาทต่อลิตรขึ้นมาเป็นสูตรจริงโดยไม่มีการคำนวณ เพราะอัตราที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับราคาตลาดโลก ค่าเงินบาท ปริมาณการใช้ สภาพคล่องกองทุน ภาระหนี้ และผลต่อค่าครองชีพ
แนวคิด automatic fuel pricing และ price smoothing มีการศึกษาในต่างประเทศมานาน จุดประสงค์คือทำให้ราคามีกติกาที่คาดการณ์ได้มากขึ้น ขณะเดียวกันสามารถลดการส่งผ่านความผันผวนที่รุนแรงในระยะสั้นได้
แต่ก็มีข้อแลกเปลี่ยนชัดเจน
ยิ่งทำให้ราคาหน้าปั๊มนิ่ง ความผันผวนบางส่วนก็ยิ่งถูกย้ายไปอยู่ที่ภาครัฐหรือกองทุน
ต้นทุนจึงไม่ได้หายไป เพียงแต่เปลี่ยนคนรับและเปลี่ยนเวลาที่ต้องรับต้นทุนนั้น
3. จากช่วยทุกลิตรเท่ากัน ไปสู่การช่วยเฉพาะกลุ่ม
การช่วยราคาดีเซลแบบกว้างมีข้อดีเรื่องความง่าย เพราะทุกคนที่เติมเชื้อเพลิงชนิดเดียวกันได้ราคาเดียวกัน
แต่ข้อจำกัดคือ การอุดหนุนไม่ได้แยกว่าผู้ใช้แต่ละรายมีความจำเป็นทางเศรษฐกิจเหมือนกันหรือไม่
อีกทางเลือกหนึ่งจึงเป็นการปล่อยราคาทั่วไปให้สะท้อนต้นทุนมากขึ้น แล้วนำความช่วยเหลือไปเจาะจงยังกลุ่มที่กำหนด เช่น ระบบขนส่งสาธารณะ ผู้ประกอบการขนส่งบางประเภท หรือครัวเรือนและอาชีพที่เข้าเกณฑ์
เทคโนโลยีอย่างบัญชีดิจิทัล บัตร Fleet Card หรือระบบยืนยันสิทธิสามารถใช้เป็นช่องทางได้ แต่เทคโนโลยีไม่ใช่ส่วนที่ยากที่สุด
โจทย์จริงคือ ใครควรได้รับสิทธิ ใครไม่ควรได้รับสิทธิ และจะป้องกันทั้งการสวมสิทธิกับคนตกหล่นอย่างไร
จึงไม่ควรแบ่งง่าย ๆ ว่า “รถแพงคือคนรวย” หรือ “รถประเภทนี้ต้องได้รับอุดหนุนเสมอ” เพราะประเภทรถไม่ได้บอกฐานะหรือความจำเป็นของเจ้าของได้อย่างแม่นยำทุกกรณี
4. ทำฐานะกองทุนให้เป็น “เส้นทาง” ไม่ใช่ตัวเลขติดลบก้อนเดียว
คำว่า “ติดลบ 92,286 ล้านบาท” ทำให้เห็นขนาดปัญหา แต่ยังไม่ได้ตอบว่า ฐานะกำลังดีขึ้นหรือแย่ลงเร็วแค่ไหน
ข้อมูล ณ วันที่ 20 กันยายนที่รายงานโดย Energy News Center โดยอ้างข้อมูลสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ระบุว่า ช่วงนั้นกองทุนมีรายรับประมาณ 84 ล้านบาทต่อวัน ขณะที่มีรายจ่ายประมาณ 689 ล้านบาทต่อวัน โดยรายจ่ายส่วนใหญ่เป็นการชดเชยราคาน้ำมัน
ตัวเลขลักษณะนี้จึงมีประโยชน์มากกว่าการดูยอดติดลบเพียงก้อนเดียว เพราะทำให้เห็น “อัตราการเปลี่ยนแปลง” ของปัญหา
แนวคิดหนึ่งคือทำ Dashboard ที่รวมยอดคงเหลือ รายรับ รายจ่าย และสถานการณ์จำลอง เช่น
กรณีราคาน้ำมันโลกต่ำ / กรณีฐาน / กรณีราคาสูง
แล้วแสดงว่าภายใต้แต่ละสมมติฐาน ฐานะกองทุนอาจเปลี่ยนไปในทิศทางใด
วิธีนี้มีประโยชน์กว่าการประกาศว่า “อีก 18 เดือนหนี้ต้องหมด” แบบตายตัว เพราะราคาพลังงานและค่าเงินบาทเป็นตัวแปรที่รัฐควบคุมไม่ได้ทั้งหมด
5. ถ้าเกิดวิกฤตรอบใหม่ จะให้เครื่องมือไหนรับแรงก่อน?
เมื่อราคาน้ำมันโลกพุ่งขึ้น รัฐไม่ได้มีแค่กองทุนน้ำมันเป็นเครื่องมือเดียว
ในทางหลักการยังมีทั้งการส่งผ่านราคา การปรับภาษีชั่วคราว การใช้กองทุน หรือการผสมเครื่องมือหลายอย่างเข้าด้วยกัน
หากลดภาษี ต้นทุนไม่ได้หายไป แต่เปลี่ยนเป็นรายได้ภาครัฐที่ลดลง
หากใช้กองทุนมากขึ้น รายได้ภาษีอาจไม่ลดเท่ากัน แต่ภาระกลับไปสะสมที่ฐานะกองทุน
หากปล่อยราคาให้สะท้อนต้นทุนมากขึ้น ผู้ใช้น้ำมันก็รับแรงกระแทกเร็วขึ้น
ดังนั้นประเด็นสำคัญคือการกำหนดกติกาให้ชัดว่า เมื่อเกิดเหตุการณ์แต่ละระดับ ประเทศจะใช้เครื่องมือไหนก่อน หลัง หรือใช้ร่วมกันอย่างไร
ไม่มีทางเลือกไหนทำให้ต้นทุนหายไป
ถ้ามองทั้ง 5 แนวทางร่วมกัน จะเห็นว่าแต่ละข้อไม่ได้สร้างเงินใหม่ขึ้นมา
มันเป็นการตัดสินว่า ใครจะรับต้นทุนส่วนไหน รับเมื่อไร และประชาชนจะเห็นกติกานั้นชัดแค่ไหน
ความโปร่งใสทำให้รู้ว่าเงินไปไหน แต่ไม่ได้ทำให้ราคาลดทันที
สูตรราคาอัตโนมัติทำให้กติกาคาดการณ์ได้ แต่ไม่ได้กำจัดความผันผวน
การช่วยเฉพาะกลุ่มอาจทำให้เงินไปตรงเป้าหมายขึ้น แต่ต้องมีระบบคัดกรองที่ดี
Dashboard ทำให้เห็นเส้นทาง แต่การคาดการณ์ก็ต้องปรับตามสถานการณ์จริง
ส่วนการเลือกระหว่างภาษีกับกองทุน ก็คือการเลือกว่าจะวางภาระไว้ที่งบประมาณรัฐหรือฐานะของกองทุนมากน้อยเพียงใด
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการถกเรื่องน้ำมันไม่ควรจบเพียงคำถามว่า
“วันนี้จะลดอีกกี่บาท?”
แต่ควรถามต่อไปว่า
เมื่อราคาพลังงานผันผวน ประเทศต้องการแบ่งความเสี่ยงระหว่างประชาชน กองทุนน้ำมัน และงบประมาณรัฐอย่างไร?
เพราะสุดท้าย นโยบายไม่สามารถทำให้ต้นทุนหายไปได้
สิ่งที่ทำได้คือ ออกแบบวิธีแบ่งต้นทุนนั้นให้รับไหว ตรวจสอบได้ และมีกติกาที่คนเข้าใจ
แหล่งที่มา
สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง — ประมาณการฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
อ้างอิง https://www.offo.or.th/th/estimate/fuelfund-status
สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง — กบน. 154/69 กำหนดอัตราเงินฯ ประกาศ ณ วันที่ 23 กันยายน 2569
อ้างอิง https://www.offo.or.th/th/announcement/กบน-15469-กำหนดอัตราเงินฯ-ประกาศ-ณ-วันที่-23-กันยายน-2569
สำนักงานพลังงานจังหวัดอำนาจเจริญ — ราคาขายปลีกน้ำมัน วันที่ 24 กันยายน 2569
อ้างอิง https://amnatcharoen.energy.go.th/util
รัฐบาลไทย — รัฐบาลเปิดลำดับมาตรการพยุงดีเซลปี 69 และข้อมูลโครงสร้างราคาดีเซล ณ วันที่ 18 กันยายน 2569
อ้างอิง https://www.thaigov.go.th/th/news/169081
Energy News Center — ฐานะกองทุนน้ำ
เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี
ชอบหยิบสิ่งธรรมดามาตั้งคำถาม แล้วค้นให้ลึกจนเจอคำตอบที่ทำให้รู้สึกว่า “อ๋อ ที่แท้เป็นแบบนี้”
เล่าเรื่องให้เข้าใจง่าย มีที่มา และแยกข้อเท็จจริงออกจากความคิดเห็น
สถิติหวยออก ย้อนหลัง 10 ปี เลขท้าย 2 ตัว งวด 1 ตุลาคม
พัทยาอ่วม! ฝนถล่ม 5 ชั่วโมง น้ำท่วมจุดลุ่มต่ำ ชายหาดถูกกัดเซาะเป็นร่องลึก 2 เมตร
สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ สุสาน 2,200 ปีที่มนุษย์ยังไม่กล้าเปิด เพราะข้างในมีทะเลปรอท
ฮือฮา! Meta เปิดตัว Ray-Ban Meta Gen 3 แว่น AI รุ่นใหม่ ดึง “LISA” ร่วมออกแบบคอลเลกชันพิเศษ
เลขปฏิทินคำชะโนด 1 ต.ค. 69 เปิดเลขเด่น 9-5 ก่อนแตกชุด 2 ตัวและ 3 ตัว
สถิติหวย 1 ต.ค. ย้อนหลัง 10 ปี เลข 59 ซ้ำ 3 ครั้ง พบ 594-726 ออกซ้ำ
อำเภอที่มีชื่อเหมือนชื่อจังหวัด เพียงหนึ่งเดียวในประเทศไทย
เลขม้าสีหมอก 1/10/69 เปิดเลขเด่นบน-ล่าง พร้อมชุด 2 ตัว งวด 1 ตุลาคม 2569
ศาลพิพากษา ‘โกทร’ กับพวก คดียิง ‘สจ.โต้ง’ จากประหารชีวิตลดเหลือจำคุกตลอดชีวิต พร้อมชดใช้กว่า 8 แสนบาท
ฮ่องเต้จีนทำไมต้องมี สายลูกปัดบังหน้า เหตุผลแท้จริงไม่ใช่แค่ความสวยงาม
รู้จัก “จีโน โพลเกอร์” นักมายากลวัย 22 จากไพ่ของคุณตา สู่รองแชมป์ AGT 2026
10 เลขขายดี “เอี่ยมหลี สลากพารวย” งวด 1 ต.ค. 69 ลองไล่เช็กทีละตัว มีเลขไหนโผล่ซ้ำอีกบ้าง
สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ สุสาน 2,200 ปีที่มนุษย์ยังไม่กล้าเปิด เพราะข้างในมีทะเลปรอท
พัทยาอ่วม! ฝนถล่ม 5 ชั่วโมง น้ำท่วมจุดลุ่มต่ำ ชายหาดถูกกัดเซาะเป็นร่องลึก 2 เมตร





