อิจฉาริษยา ต่างกันนิดเดียว! รู้สึกแบบนี้ผิดไหม แล้วจะเปลี่ยนเป็นพลังบวกยังไงดี
เคยเป็นกันไหม เวลาเปิดโซเชียลเห็นชีวิตคนอื่นดีจัง เพิ่งออกรถใหม่ ได้ไปเที่ยวต่างประเทศ แล้วลึก ๆ ในใจมันแอบมีความรู้สึก "อิจฉา" หรือ "ริษยา" แวบเข้ามานิดนึง ความจริงแล้วการที่เราเผลอมีความรู้สึกแบบนี้ขึ้นมา ไม่ใช่เรื่องผิดหรือแปลกอะไรเลย เพราะมนุษย์เราทุกคนมีสัญชาตญาณของการเปรียบเทียบติดตัวมาตั้งแต่เกิด ไม่ได้แปลว่าเราเป็นคนจิตใจเลวร้ายอะไร เพียงแต่จุดวัดใจมันอยู่ที่ว่า หลังจากความรู้สึกนั้นเกิดขึ้นแล้ว เราจะรับมือและปรับความคิดต่อยังไงต่างหาก
จริง ๆ แล้วเวลาที่พูดคำว่า "อิจฉาริษยา" ติดปากกันไปนั้น ในทางภาษาศาสตร์และอารมณ์ สองคำนี้มีความเข้มข้นต่างกันอยู่พอสมควร คำว่า "อิจฉา" มักจะหมายถึงความรู้สึก อยากมี อยากเป็น หรืออยากได้ดีเหมือนเขาบ้าง ซึ่งเป้าหมายคืออยากยกระดับตัวเองขึ้นไป แต่คำว่า "ริษยา" จะมีความร้ายแรงกว่ามาก เพราะมันคืออารมณ์ ไม่อยากเห็นคนอื่นได้ดี หรือ อยากฉุดเขาลงมา ซึ่งสาเหตุที่ชอบพูดควบคู่กัน ก็เพราะความอิจฉาที่ไม่ได้รับการจัดการ มักจะค่อย ๆ สะสมจนกลายเป็นความริษยาในที่สุดนั่นเอง
ถ้าลองสังเกตดูดี ๆ ความอิจฉานี่แหละคือ "เข็มทิศ" ชั้นดีที่บอกว่าแท้จริงแล้วชีวิตเรากำลังต้องการอะไร เช่น ถ้าเห็นเพื่อนได้ไปเที่ยวต่างประเทศบ่อย ๆ แล้วรู้สึกอิจฉา นั่นอาจจะเป็นสัญญาณบอกว่าลึก ๆ ตัวเองกำลังโหยหาความอิสระ หรืออยากหาเวลาพักผ่อนให้ตัวเองบ้าง แทนที่จะปล่อยให้ความรู้สึกนั้นมานั่งกัดกินใจจนเป็นทุกข์ เราสามารถสวิตช์มุมมองใหม่ โดยเอาความอิจฉานั้นมาแปลงเป็นแรงบันดาลใจ แล้วตั้งเป้าหมายลงมือทำเพื่อพาตัวเองไปถึงจุดนั้นบ้างดีกว่า
วิธีแก้ทางอารมณ์แบบง่ายที่สุดเวลาความรู้สึกนี้แวบเข้ามา คือการฝึกตั้งสติแล้วยอมรับมันตรง ๆ โดยไม่ต้องซ้ำเติมตัวเอง บอกตัวเองในใจว่า "โอเค ตอนนี้เรากำลังรู้สึกอิจฉานะ แต่ไม่เป็นไรหรอก ไม่ต้องคิดว่าตัวเองแย่ หรือเป็นคนไม่ดีนะ" จากนั้นค่อย ๆ ดึงสายตากลับมารดน้ำต้นไม้ในแปลงของตัวเอง เพราะความสำเร็จของคนอื่นไม่ได้มาลดทอนโอกาสหรือคุณค่าในตัวเรา โลกนี้ไม่ได้มีเค้กแค่ชิ้นเดียว และคนเราต่างก็มีจังหวะเวลาชีวิตที่ไม่เท่ากัน การยินดีกับผู้อื่น หรือที่เรียกว่า " มุทิตา" ความสุขใจเมื่อเห็นผู้อื่นได้ดี จึงเป็นเหมือนการเปิดประตูให้ใจสงบและมีพลังบวกมากขึ้น
การก้าวผ่านความอิจฉาจึงไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นคนดีแบบสมบูรณ์แบบจนห้ามมีความรู้สึกรัก โลภ โกรธ หลง แต่คือการรู้ทันอารมณ์ตัวเอง แล้วเลือกเปลี่ยนพลังงานลบเหล่านั้นให้กลายเป็นแรงผลักดันในการพัฒนาตัวเองในแบบที่เป็น แล้วเพื่อน ๆ ล่ะ เวลาเผลอมีความรู้สึกแบบนี้แวบเข้ามาในใจ มีวิธีดึงสติตัวเองกลับมากันยังไงบ้าง แวะมาร่วมแชร์มุมมองกันได้นะ
5 คณะที่เรียนจบมาแล้ว มีอาชีพรองรับมากกว่าที่คิด
อดีตนักบอลทีมชาติ "ไดโกะ นิชิ" ประกาศว่าแต่งงานกับดาราสาว "มามิ คามูระ" แล้ว!!
ชวนเข้ามาดูอาหาร 15 ชนิดที่มักเข้าใจผิดว่าเหมือนกันกันบ่อย ๆ และวิธีแยกความแตกต่าง
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
รู้หรือไม่? เปิดรายได้พนักงานส่งพัสดุของแต่ละแอป วันหนึ่งได้เท่าไร
เคยสงสัยไหม ? ทำไม 1 ปีถึงมี 12 เดือน ไม่ใช่ 10 หรือ 13
ลดน้ำหนักทันงานแต่ง แต่หยุดยาไม่ถึง 3 เดือน น้ำหนักกลับมามากกว่าเดิม
ปฏิทินจีนเทียบปฏิทินไอ้ไข่ งวด 1 ต.ค. 2569 เลขไหนน่าสนใจ
5 เมนูอาหารไทยโบราณที่หาทานยาก ชื่อคุ้นหู แต่คนรุ่นใหม่อาจไม่เคยชิม
เผยเหตุผลที่ "ซีรี่ส์จีน" มักมีแต่พล็อตเรื่องเก่าๆ ทั้งข้ามมิติ ย้อนเวลา และอาศัยระบบต่างๆ
CNN, MS NOW และ POLITICO ฟ้องทรัมป์ หลังถูกห้ามเข้าทำเนียบขาว
เปิด 5 โรงเรียนหญิงล้วนเก่าแก่ของไทย ที่มีประวัติยาวนานกว่าศตวรรษ
เปิด 5 โรงเรียนหญิงล้วนเก่าแก่ของไทย ที่มีประวัติยาวนานกว่าศตวรรษ
อดีตนักบอลทีมชาติ "ไดโกะ นิชิ" ประกาศว่าแต่งงานกับดาราสาว "มามิ คามูระ" แล้ว!!
ชวนเข้ามาดูอาหาร 15 ชนิดที่มักเข้าใจผิดว่าเหมือนกันกันบ่อย ๆ และวิธีแยกความแตกต่าง
เคยสงสัยไหม ? ทำไม 1 ปีถึงมี 12 เดือน ไม่ใช่ 10 หรือ 13
เผยเหตุผลที่ "ซีรี่ส์จีน" มักมีแต่พล็อตเรื่องเก่าๆ ทั้งข้ามมิติ ย้อนเวลา และอาศัยระบบต่างๆ
CNN, MS NOW และ POLITICO ฟ้องทรัมป์ หลังถูกห้ามเข้าทำเนียบขาว








