เปิดเงินเดือนพนักงานดับเพลิง อาชีพที่ต้องวิ่งเข้าหากองไฟ รายได้คุ้มความเสี่ยงแค่ไหน?
เมื่อครู่นี้ ผู้เขียนได้อ่านบทความหนึ่งเกี่ยวกับอาชีพ “พนักงานดับเพลิง” แล้วเกิดคำถามขึ้นมาว่า คนที่มีหน้าที่วิ่งเข้าหากองไฟในเวลาที่คนทั่วไปต้องรีบวิ่งหนีออกมา พวกเขามีรายได้เดือนละเท่าไร ต้องฝึกฝนมากแค่ไหน และเหตุใดเมื่อเกิดเพลิงไหม้ ประชาชนทั่วไปจึงมักถูกเจ้าหน้าที่กันออกจากพื้นที่ แต่บางครั้งกลับมีประชาชนบางคนสามารถเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยหรือเข้าใกล้จุดเกิดเหตุได้
คำถามเหล่านี้อาจดูเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา แต่เมื่อพิจารณาให้ลึกลงไปกลับมีรายละเอียดมากกว่าที่หลายคนคิด
เพราะงานดับเพลิงไม่ใช่เพียงการถือสายยางแล้วฉีดน้ำใส่ไฟ หากเป็นงานที่ต้องอาศัยการฝึกอบรม ความรู้เกี่ยวกับไฟและควัน การใช้เครื่องมือ การทำงานเป็นทีม การประเมินความเสี่ยง ตลอดจนการตัดสินใจภายใต้สถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ทุกวินาที
ที่สำคัญ ผู้ที่ยืนอยู่หน้าแนวเพลิงไม่ได้มีเพียงหน้าที่ “ดับไฟ” เท่านั้น แต่ยังอาจต้องค้นหาผู้ติดอยู่ภายในอาคาร ช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ ควบคุมสถานการณ์ ป้องกันไม่ให้ไฟลุกลาม และทำงานร่วมกับหน่วยกู้ภัยหรือหน่วยงานอื่น ๆ
ดังนั้น เมื่อพูดถึงรายได้ของพนักงานดับเพลิง จึงไม่ควรมองเพียงตัวเลขเงินเดือน แต่ควรมองไปถึงลักษณะงาน ความรับผิดชอบ และระดับการฝึกอบรมที่อยู่เบื้องหลังเครื่องแบบด้วย
พนักงานดับเพลิงมีรายได้เท่าไร?
คำตอบคือ “มีรายได้” แต่ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้กับพนักงานดับเพลิงทั่วประเทศ
เหตุผลสำคัญคือ พนักงานดับเพลิงในประเทศไทยสามารถอยู่ภายใต้หน่วยงานและรูปแบบการจ้างที่แตกต่างกัน เช่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล หรือหน่วยงานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอื่น ๆ
ดังนั้น อัตราค่าตอบแทนจึงต้องพิจารณาจากตำแหน่ง ประเภทการจ้าง คุณวุฒิ ทักษะ รวมถึงหลักเกณฑ์ของหน่วยงานต้นสังกัด
ตัวอย่างเอกสารงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งหนึ่งพบการกำหนดค่าตอบแทนตำแหน่งพนักงานดับเพลิงไว้ที่ 12,840 บาทต่อเดือน และอีกอัตราหนึ่ง 14,350 บาทต่อเดือน โดยเป็นข้อมูลของหน่วยงานนั้น ไม่ใช่ตัวเลขที่สามารถนำไปเหมารวมว่าพนักงานดับเพลิงทุกคนทั่วประเทศได้รับเท่ากัน
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคำถามว่า “พนักงานดับเพลิงได้เงินเดือนเท่าไร” จึงต้องระบุให้ชัดเสียก่อนว่า เป็นพนักงานดับเพลิงของหน่วยงานใด ประเภทการจ้างอะไร และอยู่ในระดับใด
นอกจากนี้ ยังต้องแยกคำว่า “เงินเดือน” กับ “ค่าตอบแทน” ออกจากกัน เพราะเจ้าหน้าที่บางประเภทอยู่ในระบบพนักงานจ้าง ขณะที่บางตำแหน่งอยู่ในระบบข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ซึ่งมีโครงสร้างรายได้และสิทธิประโยชน์แตกต่างกัน
งานหนักแค่ไหน ทำไมถึงต้องฝึกอบรม?
หลายคนเห็นรถดับเพลิงวิ่งผ่านแล้วอาจคิดว่า เมื่อเกิดไฟไหม้ เจ้าหน้าที่ก็ขึ้นรถไปถึงที่เกิดเหตุ แล้วฉีดน้ำจนไฟดับ
แต่ความจริงไม่ง่ายเช่นนั้น
การเข้าระงับเหตุเพลิงไหม้จำเป็นต้องอาศัยความรู้และการฝึกอบรม เพราะไฟแต่ละประเภทมีพฤติกรรมแตกต่างกัน วัสดุที่กำลังไหม้ก็ไม่เหมือนกัน และสถานที่เกิดเหตุก็มีความเสี่ยงต่างกัน
ไฟไหม้บ้านพักอาศัยกับไฟไหม้โรงงาน ไฟไหม้รถยนต์กับไฟไหม้ร้านอาหาร หรือไฟไหม้ในอาคารสูง ล้วนมีปัจจัยที่ต้องประเมินแตกต่างกัน
นอกจากตัวไฟแล้ว ยังมีควัน ความร้อน โครงสร้างอาคาร สายไฟ ถังแก๊ส วัตถุไวไฟ และสิ่งกีดขวางต่าง ๆ ที่อาจทำให้สถานการณ์เปลี่ยนจากเหตุเล็กกลายเป็นเหตุรุนแรงได้ภายในเวลาไม่นาน
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยมีระบบการฝึกอบรมบุคลากรด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และมีหลักสูตรเฉพาะทางหลายด้าน โดยผู้ผ่านหลักสูตรจะได้รับใบประกาศนียบัตรตามหลักเกณฑ์ของหลักสูตรนั้น ๆ
และในปี 2569 ยังมีการจัด หลักสูตรพนักงานดับเพลิงขั้นก้าวหน้า โดยศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 4 จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีการมอบวุฒิบัตรแก่ผู้ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรดังกล่าวด้วย
เพียงเท่านี้ก็สะท้อนให้เห็นแล้วว่า งานดับเพลิงไม่ใช่งานที่ใครจะเดินเข้าไปทำหน้าที่ในแนวเพลิงได้โดยไม่มีการเตรียมความพร้อม
นักดับเพลิงกับนักผจญเพลิงเหมือนกันหรือไม่?
คำสองคำนี้ถูกใช้ปะปนกันอยู่บ่อยครั้ง แต่หากพูดถึงระดับความสามารถในการเข้าปฏิบัติงานกับเพลิง สิ่งสำคัญคือ ต้องพิจารณาจากหลักสูตรและคุณสมบัติที่บุคคลนั้นผ่านการฝึกอบรม ไม่ควรดูเพียงชื่อเรียก
โดยหลักการฝึกที่ผู้เขียนต้องการชวนให้ผู้อ่านทำความเข้าใจ สามารถอธิบายภาพรวมได้ว่า ผู้ปฏิบัติงานด้านดับเพลิงมีระดับการฝึกและความสามารถที่แตกต่างกัน
นักดับเพลิงเบื้องต้น คือผู้ที่ผ่านการฝึกในระดับพื้นฐาน สามารถปฏิบัติงานสนับสนุนและทำงานในบริเวณที่มีความเสี่ยงตามขอบเขตที่ได้รับการฝึก ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถเดินเข้าไปในใจกลางกองเพลิงได้ทุกกรณี
นักดับเพลิงระดับกลาง มีทักษะและประสบการณ์มากขึ้น สามารถทำหน้าที่สนับสนุนการปฏิบัติการในแนวหน้าหรือบริเวณใกล้แนวเพลิงตามหน้าที่และคำสั่งของผู้ควบคุมเหตุ
ส่วน นักดับเพลิงระดับสูงหรือผู้ผ่านการฝึกขั้นก้าวหน้า จะได้รับการฝึกที่ซับซ้อนมากขึ้น และอาจมีความสามารถในการปฏิบัติงานในสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยงสูงกว่า ทั้งนี้ การจะเข้าถึงตัวเพลิงจริงยังต้องขึ้นอยู่กับการประเมินสถานการณ์ อุปกรณ์ป้องกัน และคำสั่งของผู้ควบคุมเหตุ ไม่ใช่ว่าเพียงผ่านหลักสูตรแล้วจะสามารถเข้าไปในกองไฟได้ทุกสถานการณ์
จุดนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะคำว่า “ผ่านการอบรม” ไม่ได้แปลว่า “มีสิทธิ์เข้าไปได้ทุกที่”
ในสถานการณ์จริง การปฏิบัติงานต้องอยู่ภายใต้ระบบบัญชาการเหตุการณ์และการประเมินความปลอดภัยของพื้นที่ด้วย
แล้ว “นักผจญเพลิง” แตกต่างจาก “นักดับเพลิง” อย่างไร?
หากใช้คำในเชิงการปฏิบัติงาน “นักผจญเพลิง” มักสื่อถึงผู้ที่มีหน้าที่เข้าปฏิบัติการกับเหตุเพลิงไหม้และสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงโดยตรง
แต่ไม่ควรสรุปแบบตายตัวว่า นักผจญเพลิงทุกคนต้องผ่านหลักสูตรเดียวกันทั่วประเทศ หรือใครก็ตามที่ผ่านหลักสูตรหนึ่งแล้วจะมีอำนาจเข้าพื้นที่ทุกประเภท
ในประเทศไทยมีการฝึกอบรมหลายหลักสูตร และระดับการฝึกก็แตกต่างกันไปตามภารกิจของหน่วยงาน
ระบบการเรียนรู้ของ ปภ. เองก็มีการอบรมพัฒนาบุคลากรด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยหลายรูปแบบ และผู้ผ่านการอบรมจะได้รับใบประกาศนียบัตรตามหลักสูตร
เพราะฉะนั้น หากมีใครเข้าไปช่วยเหลือเหตุเพลิงไหม้ เราจึงไม่สามารถมองจากภายนอกแล้วสรุปทันทีว่า “เขาต้องเป็นนักผจญเพลิงระดับสูงแน่นอน”
จำเป็นต้องมีข้อมูลยืนยันว่าเขาเป็นใคร สังกัดหน่วยงานใด ผ่านการอบรมหลักสูตรอะไร และในวันเกิดเหตุได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างไร
ประเด็นที่น่าสงสัย พ่อค้าบะหมี่เกี๊ยวเข้าไปในที่เกิดเหตุได้อย่างไร?
ประเด็นนี้เป็นส่วนที่น่าสนใจมาก
เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ ประชาชนทั่วไปมักถูกเจ้าหน้าที่กันออกจากพื้นที่ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย เพราะพื้นที่เกิดเหตุไม่ใช่สถานที่ที่บุคคลทั่วไปควรเข้าไปโดยพลการ
เพราะเหตุใด?
คำตอบง่าย ๆ คือ เจ้าหน้าที่ไม่สามารถรู้ล่วงหน้าได้ว่าภายในอาคารมีอะไรอยู่บ้าง
อาจมีถังแก๊ส สารเคมี วัตถุไวไฟ สายไฟที่เสียหาย โครงสร้างที่กำลังอ่อนตัว หรือควันที่เป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ
ดังนั้น แม้คนหนึ่งจะมีความตั้งใจดี อยากเข้าไปช่วยคนที่ติดอยู่ข้างใน แต่ถ้าไม่มีความรู้และอุปกรณ์ที่เหมาะสม ก็อาจกลายเป็นผู้ประสบภัยเพิ่มขึ้นมาอีกคนหนึ่ง
ในข่าวเกี่ยวกับเหตุเพลิงไหม้หลายครั้ง เราจึงเห็นเจ้าหน้าที่พยายามควบคุมพื้นที่ ไม่ให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในจุดอันตราย
แต่เมื่อย้อนกลับมาที่กรณี “พ่อค้าบะหมี่เกี๊ยว” คำถามที่ควรถามจึงไม่ใช่เพียงว่า “ทำไมเขาถึงเข้าไปได้?”
แต่ควรถามให้ลึกกว่านั้นว่า
พ่อค้าบะหมี่เกี๊ยวคนนี้ผ่านการอบรมหลักสูตรใดมา และในขณะเกิดเหตุมีสถานะหรือประสบการณ์อะไรที่ทำให้สามารถเข้าไปช่วยเหลือได้?
เพราะถ้าบุคคลดังกล่าวเป็นเพียงประชาชนทั่วไปที่ไม่ได้ผ่านการฝึกและไม่มีอุปกรณ์ป้องกัน การเข้าไปในพื้นที่เพลิงไหม้ก็อาจเป็นอันตรายอย่างยิ่ง
ในทางกลับกัน หากเขาเคยผ่านการอบรมด้านดับเพลิง กู้ภัย การจัดการแก๊ส หรือมีประสบการณ์เฉพาะด้าน ก็เป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยอธิบายได้ว่าเหตุใดเขาจึงตัดสินใจเข้าไปช่วยในสถานการณ์นั้น
แต่ตรงนี้ต้องย้ำว่า ยังไม่ควรฟันธงว่าเขาผ่านหลักสูตรนักดับเพลิงระดับใด หากไม่มีเอกสารหรือคำสัมภาษณ์ที่ยืนยัน
นี่เป็นจุดที่บทความจำนวนมากมักพลาด เพราะเห็นคนหนึ่งเข้าไปช่วยดับไฟ แล้วรีบเรียกว่า “นักผจญเพลิง” ทั้งที่ความจริงอาจเป็นเพียงประชาชนที่มีประสบการณ์เฉพาะทาง หรืออาจเคยได้รับการฝึกในหลักสูตรอื่นมาก่อน
การแยกข้อเท็จจริงออกจากข้อสันนิษฐานจึงสำคัญมาก
คนทั่วไปสามารถช่วยดับไฟได้หรือไม่?
คำตอบคือ “ช่วยได้ในบางสถานการณ์” แต่ไม่ได้หมายความว่าควรเข้าไปในกองเพลิง
หากเกิดไฟไหม้ขนาดเล็กและผู้พบเหตุมีความรู้ในการใช้ถังดับเพลิง การแจ้งเหตุอย่างรวดเร็วและใช้เครื่องมืออย่างถูกต้องอาจช่วยจำกัดความเสียหายได้
แต่เมื่อไฟลุกลาม มีควันจำนวนมาก มีถังแก๊ส มีโครงสร้างอาคาร หรือไม่สามารถประเมินความเสี่ยงได้ การเข้าไปเองอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต
มีกรณีข่าวในประเทศไทยที่ประชาชนพยายามเข้าไปช่วยเหตุเพลิงไหม้จนได้รับอันตรายมาแล้ว เช่น ไทยพีบีเอสเคยรายงานเหตุเพลิงไหม้ร้านขายยางในเขตภาษีเจริญ ซึ่งมีอาสาสมัครชายคนหนึ่งพลัดตกจากหลังคาขณะเข้าไปช่วยดับไฟและได้รับบาดเจ็บ
ขณะเดียวกันก็มีกรณีที่ผู้มีประสบการณ์เฉพาะด้านสามารถช่วยแก้ปัญหาได้อย่างถูกจุด เช่น ข่าวเหตุไฟไหม้ร้านก๋วยเตี๋ยวในปี 2567 ซึ่งชายขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างที่เคยทำงานร้านขายแก๊สและผ่านการอบรมของกระทรวงพลังงาน เข้าไปช่วยปิดวาล์วถังแก๊สก่อนควบคุมสถานการณ์ โดยข่าวระบุถึงประสบการณ์และการฝึกอบรมของเขาไว้อย่างชัดเจน
นี่จึงเป็นตัวอย่างที่ดีว่า “ความรู้” กับ “ความกล้า” เป็นคนละเรื่องกัน
คนที่กล้าเข้าไปอาจไม่ได้หมายความว่าเป็นคนที่มีคุณสมบัติพร้อมเข้าไป และคนที่มีความรู้ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเข้าไปเสี่ยงทุกครั้ง
สิ่งสำคัญที่สุดคือ ต้องประเมินความปลอดภัยก่อน
ทำไมประชาชนจึงถูกกันออกจากพื้นที่?
เหตุผลไม่ได้เป็นเพราะเจ้าหน้าที่ต้องการขัดขวางคนที่อยากช่วย แต่เพราะพื้นที่เกิดเหตุเพลิงไหม้สามารถเปลี่ยนเป็นพื้นที่อันตรายได้อย่างรวดเร็ว
ตัวอย่างเช่น หากอาคารเกิดไฟไหม้จนโครงสร้างได้รับความเสียหาย ผู้ที่ยืนอยู่ภายในอาจถูกวัสดุตกใส่ได้ หากมีถังแก๊สหรือวัตถุไวไฟก็อาจเพิ่มความรุนแรงของเหตุ และหากมีควันหนาทึบ การมองเห็นและการหายใจก็จะมีปัญหา
กรณีเหตุเพลิงไหม้อาคารขนาดใหญ่ที่กรุงเทพมหานครรายงานในปี 2569 เจ้าหน้าที่พบว่าภายในอาคารมีกลุ่มควันหนาทึบและผู้ประสบภัยบางส่วนหลบอยู่บริเวณด้านหลัง ทำให้การเข้าถึงตัวผู้ประสบภัยทำได้ยาก
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมพื้นที่เกิดเหตุจึงต้องมีการจัดระเบียบ
คนทั่วไปอาจคิดว่า “เข้าไปช่วยอีกแรงก็น่าจะดี”
แต่ในมุมของเจ้าหน้าที่ หากมีคนจำนวนมากเข้าไปในพื้นที่โดยไม่มีการควบคุม อาจทำให้การช่วยเหลือยากขึ้น และเจ้าหน้าที่อาจต้องเสียเวลาเพิ่มในการดูแลความปลอดภัยของผู้ที่เข้าไปช่วยเอง
ดังนั้น การถูกกันออกจากพื้นที่จึงไม่ใช่การห้ามประชาชนมีน้ำใจ แต่เป็นมาตรการเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตเพิ่มขึ้น
งานดับเพลิงจึงไม่ได้มีแค่วันที่เกิดไฟไหม้
อีกเรื่องที่คนทั่วไปอาจไม่ค่อยเห็นคือ ก่อนที่จะออกไปดับไฟ เจ้าหน้าที่ต้องเตรียมความพร้อมอยู่ตลอด
รถดับเพลิงต้องพร้อมใช้งาน อุปกรณ์ต้องพร้อม เครื่องมือช่วยชีวิตต้องตรวจสอบ และบุคลากรต้องฝึกซ้อม
เพราะเมื่อได้รับแจ้งเหตุ ไม่มีเวลามานั่งศึกษาวิธีใช้เครื่องมือในขณะนั้น
ทุกอย่างต้องเกิดจากการฝึกมาก่อน
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยมีระบบฝึกอบรมออนไลน์และการพัฒนาบุคลากรด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยมีทั้งหลักสูตรความรู้ด้านกฎหมายและหลักสูตรฝึกอบรมเฉพาะด้าน รวมถึงหลักสูตรพนักงานดับเพลิงขั้นก้าวหน้าที่มีการจัดฝึกจริง
ดังนั้น คนที่เห็นเจ้าหน้าที่เพียงไม่กี่นาทีในข่าว อาจไม่ได้เห็นอีกหลายชั่วโมงหรือหลายวันที่อยู่เบื้องหลังการเตรียมพร้อม
แล้วจังหวัดไหนงานดับเพลิงเยอะที่สุด?
คำถามนี้ก็น่าสนใจ แต่ต้องระวังการใช้คำว่า “มากที่สุด”
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยมีชุดข้อมูลสถิติการเกิดอัคคีภัยในประเทศไทย จำแนกตามปีตั้งแต่ พ.ศ. 2562–2568 และมีข้อมูลความเสียหายประกอบ
แต่การจะบอกว่าจังหวัดใด “งานเยอะที่สุด” ต้องกำหนดก่อนว่าจะวัดจากอะไร
จะวัดจากจำนวนเหตุเพลิงไหม้?
จำนวนครั้งที่รถดับเพลิงออกปฏิบัติการ?
จำนวนประชากรต่อจำนวนเหตุ?
พื้นที่รับผิดชอบ?
จำนวนเหตุสาธารณภัยทั้งหมด?
หรือจำนวนเจ้าหน้าที่ที่มีอยู่?
ตัวเลขแต่ละแบบสามารถให้คำตอบแตกต่างกันได้
ยิ่งไปกว่านั้น กรุงเทพมหานครเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ ไม่ใช่ “จังหวัด” ในความหมายเดียวกับจังหวัดอื่น ๆ ดังนั้น หากจะเปรียบเทียบข้อมูลอย่างจริงจัง ต้องกำหนดขอบเขตให้ชัดเจนเสียก่อน
เพราะฉะนั้น การเขียนว่าจังหวัดที่ไฟไหม้บ่อยที่สุดคือจังหวัดที่พนักงานดับเพลิงได้เงินเดือนสูงที่สุด จึงไม่ใช่ข้อสรุปที่ถูกต้อง
จำนวนเหตุไฟไหม้กับอัตราค่าตอบแทนเป็นคนละเรื่องกัน
ยิ่งเสี่ยงมาก เงินเดือนยิ่งสูงจริงหรือ?
ไม่จำเป็น
ค่าตอบแทนของพนักงานดับเพลิงไม่ได้ถูกกำหนดด้วยสูตรง่าย ๆ ว่า “เสี่ยงมาก = เงินเดือนมาก”
แต่ขึ้นอยู่กับประเภทตำแหน่ง ระบบการจ้าง หน่วยงาน ระดับ คุณวุฒิ และหลักเกณฑ์ด้านค่าตอบแทน
ดังนั้น คนที่ต้องเข้าเวรและพร้อมออกเหตุในพื้นที่ที่มีเหตุเพลิงไหม้บ่อย อาจมีภาระงานมาก แต่ไม่ได้หมายความว่าเงินเดือนพื้นฐานจะถูกปรับขึ้นตามจำนวนเหตุโดยอัตโนมัติ
นี่คือสิ่งที่คนสนใจอาชีพนี้ควรทำความเข้าใจให้ชัด
อย่าเลือกงานจากตัวเลขเงินเดือนเพียงอย่างเดียว แต่ควรดูประเภทการจ้าง เวลาปฏิบัติงาน สวัสดิการ ความก้าวหน้า และลักษณะงานจริงประกอบด้วย
อาชีพที่คนหนึ่งต้องวิ่งเข้าหา ในวันที่คนอื่นกำลังวิ่งหนี
ท้ายที่สุด สิ่งที่ทำให้อาชีพพนักงานดับเพลิงแตกต่างจากงานทั่วไปอาจไม่ใช่เพียงเรื่องเงินเดือน
แต่คือ “ความพร้อมที่จะเผชิญความเสี่ยง”
เมื่อมีเสียงแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเลือกได้ง่าย ๆ ว่า วันนี้อยากไปหรือไม่อยากไป เพราะนั่นคือหน้าที่
และเมื่อไปถึงสถานที่เกิดเหตุ สิ่งที่อยู่ตรงหน้าอาจไม่ใช่เพียงเปลวไฟ แต่อาจเป็นทั้งควัน ความร้อน โครงสร้างอาคารที่ไม่มั่นคง วัตถุไวไฟ หรือผู้ประสบภัยที่กำลังรอความช่วยเหลือ
จึงไม่แปลกที่คนทั่วไปจะสงสัยว่า เหตุใดบางคนถึงสามารถเข้าไปใกล้จุดเกิดเหตุได้ ในขณะที่ประชาชนทั่วไปถูกกันออก
คำตอบไม่ได้อยู่ที่ความกล้าเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การฝึกอบรม ความรู้ ประสบการณ์ อุปกรณ์ และคำสั่งในการปฏิบัติงาน
ส่วนกรณีพ่อค้าบะหมี่เกี๊ยวที่เข้าไปช่วยเหลือ หากจะตอบให้ถูกต้องที่สุด เราต้องรู้ก่อนว่าเขาเป็นใคร ผ่านการฝึกอบรมอะไร และในวันเกิดเหตุมีสถานะหรือได้รับอนุญาตให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างไร
หากมีข้อมูลยืนยันว่าเขาผ่านการฝึกอบรมด้านดับเพลิงหรือกู้ภัย นั่นก็จะช่วยอธิบายได้ว่าทำไมเขาจึงมีความรู้เพียงพอที่จะเข้าใกล้สถานการณ์
แต่หากยังไม่มีข้อมูลดังกล่าว ก็ไม่ควรเรียกเขาว่า “นักผจญเพลิงระดับสูง” เพียงเพราะเห็นภาพว่าเขาเข้าไปช่วยดับไฟ
เพราะเรื่องความปลอดภัย ไม่ควรตัดสินจากภาพเพียงไม่กี่วินาที
ในมุมมองของผู้เขียนเห็นว่า อาชีพพนักงานดับเพลิงเป็นหนึ่งในงานที่สังคมอาจเห็นเฉพาะตอนเกิดเหตุ แต่เบื้องหลังกลับเต็มไปด้วยการฝึกฝนและการเตรียมพร้อมที่คนทั่วไปไม่ค่อยได้เห็น
รายได้อาจเป็นสิ่งที่คนกำลังหางานอยากรู้ แต่สิ่งที่ควรถามควบคู่กันคือ งานนั้นต้องรับผิดชอบอะไร ต้องผ่านการฝึกระดับไหน ต้องทำงานกี่ชั่วโมง และต้องเผชิญความเสี่ยงมากเพียงใด
เพราะเงินเดือนเป็นเพียงตัวเลขหนึ่งบนกระดาษ
แต่เมื่อเสียงไซเรนดังขึ้น และรถดับเพลิงกำลังมุ่งหน้าไปยังจุดเกิดเหตุ ตัวเลขนั้นไม่สามารถบอกได้เลยว่าเจ้าหน้าที่คนหนึ่งต้องใช้ความรู้ ความกล้า และการฝึกฝนมากเพียงใดเพื่อทำให้คนที่กำลังติดอยู่ในกองเพลิงมีโอกาสได้กลับออกมาอย่างปลอดภัย
แหล่งที่มาของข้อมูล :
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) — ระบบ DDPM E-Learning ซึ่งเป็นระบบห้องเรียนออนไลน์สำหรับการฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากรด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และมีการออกใบประกาศนียบัตรเมื่อผ่านหลักสูตร (elearning.disaster.go.th)
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย — ข่าวการฝึกอบรม “หลักสูตรพนักงานดับเพลิงขั้นก้าวหน้า รุ่นที่ 3/2569” และพิธีมอบวุฒิบัตรแก่ผู้ผ่านการฝึกอบรม เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 (dpmrc4.disaster.go.th)
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย — ชุดข้อมูล “สถิติรายปีการเกิดอัคคีภัย” ซึ่งรวบรวมข้อมูลการเกิดอัคคีภัยในประเทศไทยจำแนกตามปี พ.ศ. 2562–2568 พร้อมข้อมูลความเสียหาย (catalog.disaster.go.th)
ไทยพีบีเอส — รายงานเหตุเพลิงไหม้ในกรุงเทพมหานคร ซึ่งอธิบายถึงความยากลำบากในการเข้าถึงผู้ประสบภัยจากกลุ่มควันหนาทึบและสภาพพื้นที่เกิดเหตุ (thaipbs.or.th)
ไทยพีบีเอส — รายงานกรณีอาสาสมัครได้รับบาดเจ็บจากการเข้าไปช่วยเหตุเพลิงไหม้ร้านขายยางในเขตภาษีเจริญ ซึ่งสะท้อนความเสี่ยงของผู้ที่เข้าไปช่วยเหลือในพื้นที่เกิดเหตุ (thaipbs.or.th)
เรื่องเล่าเช้านี้ — รายงานกรณีชายขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างเข้าช่วยเหตุไฟไหม้ร้านก๋วยเตี๋ยว โดยระบุว่าเจ้าตัวเคยทำงานร้านขายแก๊สและผ่านการอบรมของกระทรวงพลังงาน จึงมีประสบการณ์ในการจัดการวาล์วถังแก๊ส ([YouTube: เรื่องเล่าเช้านี้])
ไทยรัฐ — รายงานเหตุไฟไหม้ร้านบะหมี่เกี๊ยวที่มีถังแก๊ส และกรณีทหารเข้าไปช่วยปิดวาล์วและนำถังออกจากจุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของการที่ผู้มีประสบการณ์หรือผ่านการฝึกสามารถช่วยจัดการสถานการณ์เฉพาะหน้าได้ (thairath.co.th)
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
5 คณะที่เรียนจบมาแล้ว มีอาชีพรองรับมากกว่าที่คิด
“นุช” เจอคำสั่งศาลฎีกากลางรายการโหนกระแส คดีฟ้องพ่ออดีตแฟนยุติ
โรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทย
กู้ภัยบางละมุงค้นหาจระเข้ หลังเด็กอ้างพบในลำห้วย สุดท้ายไม่พบตัว ภาพที่นำมาแสดงถูกสงสัยว่าเป็น AI
พระบุญสิน หรือ “แม่ทัพกุ้ง” แจงภาพคู่ “นุช” ยืนยันไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว ไม่เคยมอบหมายให้เป็นผู้ติดตาม
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
“ทนายตั้ม” สวมเกราะดำ ยื่นหลักฐานเพิ่ม DSI ขอสอบเส้นทางการเงิน “กัน จอมพลัง”
คุณนุชออกโรงชี้แจง ปมมีภาพถ่ายร่วมสัมภาษณ์ “หนุ่ม กรรชัย” ยอมรับผิด พร้อมขอโทษทุกฝ่าย
รู้หรือไม่? เปิดรายได้พนักงานส่งพัสดุของแต่ละแอป วันหนึ่งได้เท่าไร
เด็กไทยเกิดน้อยลงแค่ไหน ? ตัวเลขใหม่กำลังบอกอะไรเกี่ยวกับอนาคตไทย
ญาติสาวไทยถูกฆ่าหมกกระเป๋าที่ไต้หวัน เล่าไม่รู้เดินทางไปเมื่อไหร่ แฟนเกาหลีกับผู้ก่อเหตุเป็นคนละคน
Sanook แจงปม “นุช” เคยเป็น Sales เมื่อ 15 ปีก่อน ยืนยันปัจจุบันไม่ได้เป็นพนักงาน
นักวิชาการ ม.อ.ไม่ปลื้ม! "ลิซ่า" ชวนดื่มหมดแก้ว ลั่น! เหยื่อเหล้าในไทยตายเยอะกว่าก่อการร้ายทั่วโลก
กู้ภัยบางละมุงค้นหาจระเข้ หลังเด็กอ้างพบในลำห้วย สุดท้ายไม่พบตัว ภาพที่นำมาแสดงถูกสงสัยว่าเป็น AI
เด็กไทยเกิดน้อยลงแค่ไหน ? ตัวเลขใหม่กำลังบอกอะไรเกี่ยวกับอนาคตไทย
เปิด 5 โรงเรียนหญิงล้วนเก่าแก่ของไทย ที่มีประวัติยาวนานกว่าศตวรรษ
“ต้นฉบับฟิล์มกระจก” อยู่ในไทย! รมว.วัฒนธรรมแจงปม Miss Universe Cambodia นำภาพประวัติศาสตร์ไปใช้ ย้ำเป็นมรดกความทรงจำแห่งโลก
ทำไมป่วยแล้วยังฝืน เปิดเบื้องหลังคนทำงาน ไม่กล้าลา เพราะความรับผิดชอบกดดัน
มั่วบ้านงาน โผล่ทุกเทศกาล เปิด 4 สายเนียน เบื้องหลังมีทั้งกินฟรี สร้างภาพ จนถึงอาการที่ต้องระวัง
ชานมไข่มุกแพ้ เปิด น้ำมะนาวฟัก เครื่องดื่มไต้หวันที่ต่างชาติลองแล้วติดใจ
ฮ่องเต้จีนทำไมต้องมี สายลูกปัดบังหน้า เหตุผลแท้จริงไม่ใช่แค่ความสวยงาม
