หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ลืมเปิด โหมดเครื่องบิน อันตรายไหม เฉลยความจริง ทำไมแอร์ยังย้ำให้เปิด

เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า


เมื่อครู่นี้ ผู้เขียนได้อ่านบทความหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องใกล้ตัวที่คนเดินทางด้วยเครื่องบินแทบทุกคนต้องเคยเจอ นั่นคือเสียงประกาศจากลูกเรือก่อนเครื่องขึ้นว่า “กรุณาเปิดโหมดเครื่องบิน” หรือ Airplane Mode

คำสั่งสั้น ๆ เพียงไม่กี่คำนี้ หลายคนทำตามจนเป็นนิสัย บางคนกดตั้งแต่ยังไม่ทันนั่งเรียบร้อยด้วยซ้ำ แต่ก็มีคนอีกไม่น้อยที่อดสงสัยไม่ได้ว่า หากเผลอลืมเปิด หรือไม่เปิดเลย จะเกิดอะไรขึ้นกันแน่?

โทรศัพท์จะไปรบกวนระบบเครื่องบินจริงหรือไม่?

เครื่องบินจะมีปัญหาจนถึงขั้นตกหรือไม่?

และที่หลายคนสงสัยที่สุดคือ หากเราไม่เปิดโหมดเครื่องบิน ลูกเรือจะรู้หรือเปล่าว่าโทรศัพท์ของเรายังเปิดสัญญาณมือถืออยู่?

เรื่องนี้หากตอบแบบสั้น ๆ ว่า “ไม่เปิดแล้วเครื่องบินจะตก” ถือว่าเกินจริง แต่หากบอกว่า “ไม่เปิดก็ไม่เป็นอะไร เพราะเครื่องบินสมัยใหม่ปลอดภัยหมดแล้ว” ก็ไม่ถูกต้องเช่นกัน

ความจริงอยู่ตรงกลาง และมีรายละเอียดทางเทคนิคที่น่าสนใจกว่าที่หลายคนคิด

โทรศัพท์หนึ่งเครื่องไม่ได้ทำให้เครื่องบินตก แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่ต้องปฏิบัติตามกฎ

สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ FAA ระบุว่า เครื่องบินพาณิชย์ส่วนใหญ่สามารถทนต่อการรบกวนจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบพกพาได้ และตั้งแต่ปี 2013 เป็นต้นมา FAA ได้เปิดทางให้สายการบินสามารถขยายการใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของผู้โดยสารในหลายช่วงของเที่ยวบินได้ หากสายการบินประเมินแล้วว่าเครื่องบินและระบบที่เกี่ยวข้องรองรับการใช้งานดังกล่าวได้อย่างปลอดภัย

แต่ตรงนี้มีรายละเอียดสำคัญ

“เครื่องบินรองรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้” ไม่ได้แปลว่า “ผู้โดยสารเปิดระบบมือถือได้ทุกอย่างตามใจ”

FAA ยังคงแนะนำว่าโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีระบบสื่อสารเซลลูลาร์ควรอยู่ในโหมดเครื่องบิน หรือปิดการเชื่อมต่อเครือข่ายมือถือ โดยสามารถเปิด Wi-Fi ได้หากเครื่องบินมีระบบ Wi-Fi และสายการบินอนุญาต

นี่คือเหตุผลว่าทำไมก่อนเครื่องขึ้น ผู้โดยสารจึงยังได้ยินคำประกาศให้เปิดโหมดเครื่องบินอยู่เสมอ

แล้วโหมดเครื่องบินทำหน้าที่อะไรกันแน่?

หลายคนเข้าใจว่า Airplane Mode คือการ “ปิดโทรศัพท์”

แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่

โทรศัพท์ยังเปิดอยู่ สามารถดูรูป ดูวิดีโอที่ดาวน์โหลดไว้ อ่านหนังสือ ฟังเพลง หรือใช้งานฟังก์ชันต่าง ๆ ที่ไม่ต้องเชื่อมต่อเครือข่ายได้ เพียงแต่โหมดนี้มีหน้าที่สำคัญในการปิดการเชื่อมต่อวิทยุที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายมือถือเป็นหลัก

และในโทรศัพท์สมัยใหม่ ผู้ใช้สามารถเปิด Wi-Fi หรือ Bluetooth กลับขึ้นมาได้ในบางกรณี หากสายการบินอนุญาต

ดังนั้นคำว่า “เปิดโหมดเครื่องบิน” จึงไม่ได้หมายความว่า “ห้ามใช้โทรศัพท์”

แต่หมายถึง ให้ปิดการเชื่อมต่อบางอย่างที่อาจไม่จำเป็นระหว่างอยู่บนเครื่อง และใช้งานระบบที่สายการบินอนุญาต

FAA เองระบุไว้อย่างชัดเจนว่า หากเครื่องบินมีระบบ Wi-Fi และสายการบินอนุญาต ผู้โดยสารสามารถใช้ Wi-Fi ได้ แม้โทรศัพท์จะอยู่ในโหมดเครื่องบินก็ตาม

แล้วทำไมต้องสนใจเรื่องสัญญาณมือถือ?

ตรงนี้ต้องย้อนกลับไปดูว่าโทรศัพท์มือถือทำงานอย่างไร

เมื่อเราเปิดเครือข่ายมือถือ โทรศัพท์ไม่ได้อยู่นิ่ง ๆ รอให้เรากดโทรออกเท่านั้น แต่โทรศัพท์จะทำงานร่วมกับเครือข่ายเพื่อค้นหาและรักษาการเชื่อมต่อกับสถานีฐาน

เมื่อโทรศัพท์อยู่บนเครื่องบินที่กำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงและอยู่ในระดับความสูงมาก สภาพการเชื่อมต่อจึงแตกต่างจากตอนที่เราเดินอยู่บนพื้นดินอย่างมาก

นอกจากเรื่องการส่งสัญญาณแล้ว ยังมีประเด็นด้านการใช้คลื่นความถี่กับระบบโทรศัพท์ภาคพื้นดินด้วย

สหรัฐฯ มีประวัติข้อจำกัดการใช้โทรศัพท์มือถือบนอากาศยานมายาวนาน โดย FCC เริ่มมีนโยบายห้ามใช้โทรศัพท์มือถือบนอากาศยานตั้งแต่ปี 1984 ก่อนที่จะกำหนดเป็นกฎอย่างเป็นทางการในปี 1991 ส่วนหนึ่งมาจากความกังวลเกี่ยวกับการรบกวนระบบโทรศัพท์มือถือภาคพื้นดิน

ดังนั้น เรื่องโหมดเครื่องบินจึงไม่ได้มีแค่คำถามว่า “สัญญาณจะทำให้เครื่องบินรวนหรือไม่”

แต่ยังเกี่ยวข้องกับ การจัดการการส่งสัญญาณและการใช้เครือข่ายโทรศัพท์มือถือด้วย

แล้วโทรศัพท์จะรบกวนระบบนำร่องของเครื่องบินหรือไม่?

นี่เป็นอีกประเด็นที่ต้องอธิบายอย่างระมัดระวัง

FAA ระบุว่ากฎเกี่ยวกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบพกพามีพื้นฐานมาจากความเป็นไปได้ที่อุปกรณ์เหล่านี้อาจรบกวนระบบนำร่องหรือระบบสื่อสารของเครื่องบิน จึงมีข้อกำหนดให้ผู้ดำเนินการประเมินว่าอุปกรณ์ประเภทใดสามารถใช้งานบนเครื่องบินแต่ละแบบได้อย่างปลอดภัย

ด้าน EASA หรือสำนักงานความปลอดภัยการบินแห่งสหภาพยุโรป ก็ระบุในแนวทางปัจจุบันว่าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบพกพาอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อระบบอิเล็กทรอนิกส์ของอากาศยานได้ ระบบที่เกี่ยวข้องอาจรวมถึงเครื่องยนต์ เครื่องมือวัด ระบบนำร่อง ระบบสื่อสาร และระบบออโตไพลอต โดยความเสี่ยงขึ้นอยู่กับลักษณะของอากาศยานและอุปกรณ์ด้วย

เพราะฉะนั้น การบอกว่า “โทรศัพท์ไม่มีทางรบกวนเครื่องบินเลย” ก็ไม่ใช่คำอธิบายที่ถูกต้อง

แต่การบอกว่า “โทรศัพท์หนึ่งเครื่องจะทำให้เครื่องบินตกแน่นอน” ก็เกินกว่าหลักฐานเช่นกัน

สิ่งที่ถูกต้องกว่าคือ อุตสาหกรรมการบินมีมาตรการประเมินและควบคุมความเสี่ยงจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้แน่ใจว่าอุปกรณ์ที่อนุญาตให้ใช้งานจะไม่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของเครื่องบิน

แล้วถ้าลืมเปิดโหมดเครื่องบินล่ะ?

หากผู้โดยสารเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าโทรศัพท์ยังไม่ได้เปิดโหมดเครื่องบิน ไม่จำเป็นต้องตกใจ

สิ่งที่ควรทำคือเปิดโหมดเครื่องบินตามคำแนะนำของสายการบินทันที

ไม่ควรคิดว่า “สายไปแล้ว” และไม่ควรตื่นตระหนกว่าการที่โทรศัพท์ยังเปิดสัญญาณอยู่ไม่กี่นาทีจะทำให้เครื่องบินเกิดอันตรายทันที

แต่ก็ไม่ควรใช้เหตุผลนี้เป็นข้ออ้างในการจงใจไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำ

เพราะกฎความปลอดภัยไม่ได้ออกแบบขึ้นจากแนวคิดว่า “อุปกรณ์หนึ่งเครื่องจะทำให้เกิดอุบัติเหตุแน่นอน” แต่เป็นการควบคุมความเสี่ยงของอุปกรณ์จำนวนมากที่อยู่บนเครื่องบินพร้อมกัน

ลองนึกภาพเครื่องบินหนึ่งลำที่มีผู้โดยสารเป็นร้อยคน

หากทุกคนคิดว่า “โทรศัพท์ของฉันเครื่องเดียวคงไม่เป็นไร” แล้วต่างคนต่างเปิดระบบส่งสัญญาณตามใจ ความเสี่ยงและการควบคุมก็ย่อมแตกต่างจากการที่ทุกคนปฏิบัติตามขั้นตอนเดียวกัน

แล้วแอร์สามารถรู้หรือไม่ว่าโทรศัพท์ของใครไม่ได้เปิดโหมดเครื่องบิน?

เรื่องนี้มักถูกพูดต่อ ๆ กันจนกลายเป็นความเข้าใจผิด

ความจริงไม่ควรฟันธงว่า ลูกเรือมีเครื่องมือที่สามารถสแกนโทรศัพท์ของผู้โดยสารทุกคนแล้วขึ้นข้อความว่า “นายคนนี้ยังไม่เปิด Airplane Mode”

ไม่มีหลักฐานจาก FAA หรือ EASA ที่ระบุว่าลูกเรือบนเที่ยวบินทั่วไปมีระบบดังกล่าวเพื่อระบุสถานะโหมดเครื่องบินของโทรศัพท์แต่ละเครื่องโดยตรง

แต่ในอีกด้านหนึ่ง ก็ไม่ควรตีความว่า “ลูกเรือไม่มีทางรู้หรือจัดการอะไรได้”

เพราะลูกเรือสามารถเห็นการใช้งานที่ฝ่าฝืนคำสั่งได้ และสายการบินมีขั้นตอนของตนเองเกี่ยวกับการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

ที่สำคัญ FAA ระบุให้ผู้โดยสารให้ความสนใจกับคำแนะนำของลูกเรือ เพราะลูกเรือมีหน้าที่ด้านความปลอดภัยโดยตรง

ดังนั้น ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่ว่า “แอร์จับได้หรือไม่”

แต่คือ

เมื่อได้รับคำแนะนำด้านความปลอดภัยแล้ว ก็ควรทำตาม

แล้วทำไมบางสายการบินถึงให้ใช้โทรศัพท์ได้มากขึ้น?

ตรงนี้สะท้อนให้เห็นว่าโลกการบินไม่ได้หยุดอยู่กับกฎแบบเดิม

ปัจจุบันเทคโนโลยีของเครื่องบิน ระบบสื่อสาร และระบบเชื่อมต่อบนเครื่องพัฒนาขึ้นมาก ทำให้บางสายการบินสามารถอนุญาตให้ผู้โดยสารใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้มากกว่าสมัยก่อน

EASA ระบุว่าผู้ดำเนินการสามารถอนุญาตให้ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบพกพาได้ หากผ่านการประเมินและเป็นไปตามเงื่อนไขทางเทคนิคที่กำหนด เพื่อให้มั่นใจว่าอุปกรณ์ดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อระบบของอากาศยาน

ในสหภาพยุโรปเองก็มีการพัฒนาระบบที่ทำให้ผู้โดยสารสามารถใช้บริการสื่อสารผ่านโทรศัพท์มือถือบนเครื่องบินได้ในเที่ยวบินที่มีระบบรองรับ โดยเป็นการใช้โครงสร้างพื้นฐานและอุปกรณ์ที่ออกแบบมาสำหรับการใช้งานบนอากาศยานโดยเฉพาะ

นั่นหมายความว่า การใช้โทรศัพท์บนเครื่องบินไม่ได้มีคำตอบเดียวสำหรับทุกเที่ยวบินทั่วโลก

ขึ้นอยู่กับเครื่องบิน ระบบที่ติดตั้ง สายการบิน และกฎของพื้นที่นั้น ๆ

เรื่องแบตเตอรี่ก็เป็นอีกเหตุผลที่ควรเปิดโหมดเครื่องบิน

นอกจากเรื่องความปลอดภัยแล้ว ยังมีเหตุผลด้านการใช้งานโทรศัพท์เอง

หากโทรศัพท์พยายามค้นหาเครือข่ายที่สัญญาณไม่เสถียร อุปกรณ์อาจใช้พลังงานเพิ่มขึ้นจากการพยายามเชื่อมต่อ ทั้งนี้ปริมาณการใช้แบตเตอรี่จริงแตกต่างกันไปตามรุ่นโทรศัพท์ ระบบปฏิบัติการ การตั้งค่า และสภาพสัญญาณ

ดังนั้นไม่ควรพูดเหมารวมว่า “ไม่เปิดโหมดเครื่องบินแล้วแบตเตอรี่จะหมดแน่นอน”

แต่การปิดการเชื่อมต่อมือถือเมื่อไม่ได้ใช้งาน ย่อมช่วยลดการทำงานที่ไม่จำเป็นบางส่วนได้

สำหรับคนที่เดินทางหลายชั่วโมง เรื่องนี้อาจมีประโยชน์ไม่น้อย เพราะแบตเตอรี่ที่เหลืออยู่ยังจำเป็นสำหรับการติดต่อ การใช้บัตรโดยสารดิจิทัล การเรียกรถ หรือการติดต่อคนในครอบครัวหลังลงจากเครื่อง

แล้ว Wi-Fi กับโหมดเครื่องบินขัดกันหรือไม่?

ไม่จำเป็นต้องขัดกัน

โทรศัพท์จำนวนมากสามารถเปิดโหมดเครื่องบินก่อน จากนั้นผู้โดยสารสามารถเปิด Wi-Fi กลับขึ้นมาได้ หากสายการบินอนุญาตและเครื่องบินมีบริการดังกล่าว

FAA ก็ระบุแนวทางไว้ในลักษณะเดียวกันว่า ผู้โดยสารสามารถใช้ Wi-Fi บนอุปกรณ์ได้ หากเครื่องบินมีระบบ Wi-Fi ที่ติดตั้งไว้และสายการบินอนุญาต

เพราะฉะนั้น “เปิดโหมดเครื่องบิน” ไม่ได้เท่ากับ “ต้องนั่งดูหน้าจอเปล่า ๆ ตลอดเที่ยวบิน”

ผู้โดยสารยังสามารถใช้โทรศัพท์ได้หลายอย่าง เพียงแต่ต้องใช้ตามระบบและข้อกำหนดของเที่ยวบินนั้น

สิ่งที่ผู้โดยสารไม่ควรเข้าใจผิด

เรื่องนี้มีความเข้าใจผิดอยู่หลายข้อ

ข้อแรกคือ “ไม่เปิดโหมดเครื่องบิน = เครื่องบินจะตก” ข้อนี้เกินจริง

ข้อสองคือ “เครื่องบินสมัยใหม่ไม่มีปัญหากับโทรศัพท์ ดังนั้นจะเปิดอะไรก็ได้” ข้อนี้ก็ไม่ถูกต้อง เพราะการใช้งานยังขึ้นอยู่กับการประเมินของผู้ดำเนินการและข้อกำหนดของสายการบิน

ข้อสามคือ “แอร์มีเครื่องตรวจทุกเครื่องว่าใครเปิดหรือไม่เปิด Airplane Mode” ไม่ควรกล่าวเป็นข้อเท็จจริงโดยไม่มีหลักฐานรองรับ

ข้อสี่คือ “เปิดโหมดเครื่องบินแล้วห้ามใช้โทรศัพท์” ก็ไม่ถูกต้อง เพราะสามารถใช้งานหลายฟังก์ชันแบบออฟไลน์ และอาจเปิด Wi-Fi หรือ Bluetooth ได้ตามเงื่อนไขของสายการบิน

และข้อสุดท้ายคือ “ทุกประเทศมีกฎเหมือนกันหมด” ก็ไม่จริง เพราะกฎเกี่ยวกับการสื่อสารบนเครื่องบินและระบบที่สายการบินติดตั้งแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศและผู้ให้บริการ

ทำไมเรื่องง่าย ๆ แค่นี้จึงต้องมีกฎ?

เพราะการบินเป็นระบบที่ต้องจัดการความเสี่ยงอย่างละเอียด

อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้โดยสารนำขึ้นเครื่องมีจำนวนมาก และไม่ได้มีเพียงโทรศัพท์มือถือ แต่ยังรวมถึงแท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ นาฬิกาอัจฉริยะ กล้อง และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ประเภทอื่น ๆ

EASA จัดอุปกรณ์เหล่านี้อยู่ในกลุ่ม Portable Electronic Devices หรือ PEDs และระบุว่าผู้ดำเนินการต้องประเมินความเสี่ยงก่อนอนุญาตให้อุปกรณ์เหล่านี้ใช้งานบนเครื่องบิน

นอกจากนี้ อุปกรณ์ที่ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมยังมีประเด็นเรื่องความร้อน ควัน และไฟไหม้ ซึ่งเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สายการบินให้ความสำคัญ FAA ระบุว่าลูกเรือได้รับการฝึกให้รับมือกับเหตุการณ์แบตเตอรี่ลิเธียมเกิดความร้อนสูง บวม มีควัน หรือไฟไหม้บนห้องโดยสาร และผู้โดยสารควรแจ้งลูกเรือทันทีหากพบอาการดังกล่าว

ดังนั้น เมื่อพูดถึง “ความปลอดภัยของโทรศัพท์บนเครื่องบิน” จึงไม่ได้มีเพียงเรื่องสัญญาณรบกวนเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องแบตเตอรี่และการใช้งานอุปกรณ์อย่างปลอดภัยด้วย

สรุปแล้ว ถ้าไม่เปิดโหมดเครื่องบินจะเกิดอะไรขึ้น?

คำตอบที่ตรงที่สุดคือ

ไม่ได้หมายความว่าเครื่องบินจะตกทันที และไม่ควรทำให้เรื่องนี้กลายเป็นความหวาดกลัวเกินจริง

แต่การปล่อยให้โทรศัพท์เปิดระบบมือถืออยู่ก็ไม่ใช่สิ่งที่ควรจงใจทำ หากสายการบินกำหนดให้ใช้โหมดเครื่องบิน

เหตุผลไม่ได้มีเพียงเรื่องว่าโทรศัพท์หนึ่งเครื่องจะไปรบกวนเครื่องบินหรือไม่ แต่เกี่ยวข้องกับการควบคุมการส่งสัญญาณ การประเมินความเสี่ยงของระบบอากาศยาน การจัดการเครือข่าย และการปฏิบัติตามขั้นตอนของสายการบิน

และเมื่อสายการบินอนุญาตให้ใช้ Wi-Fi หรือระบบสื่อสารบนเครื่อง ก็สามารถใช้ตามเงื่อนไขที่กำหนดได้

พูดให้เข้าใจง่ายที่สุดก็คือ

โทรศัพท์มือถือไม่ได้เป็นตัวการที่จะทำให้เครื่องบินตกเพียงเพราะลืมเปิดโหมดเครื่องบิน

แต่ก็ไม่ควรใช้ประโยคนี้เป็นเหตุผลในการไม่ทำตามคำแนะนำของลูกเรือ

เพราะกฎความปลอดภัยในการบินไม่ได้มีไว้รอให้เกิดเหตุเสียก่อนแล้วค่อยแก้ไข แต่มีไว้เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงตั้งแต่ต้น

 

ในมุมมองของผู้เขียนมองว่าเรื่อง “โหมดเครื่องบิน” เป็นตัวอย่างที่ดีของเรื่องใกล้ตัวซึ่งถูกเล่าต่อกันมาจนบางครั้งเกินกว่าข้อเท็จจริง

ความจริงไม่ได้มีทั้งด้าน “น่ากลัวจนโทรศัพท์เครื่องเดียวทำเครื่องบินตก” และด้าน “ไม่ต้องสนใจกฎเพราะเครื่องบินสมัยใหม่ปลอดภัยอยู่แล้ว”

ความจริงอยู่ตรงกลาง

เทคโนโลยีการบินในปัจจุบันสามารถรองรับการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้มากขึ้น แต่การอนุญาตให้ใช้งานต้องผ่านการประเมินและอยู่ภายใต้เงื่อนไขของเครื่องบินและสายการบิน

ดังนั้น หากขึ้นเครื่องแล้วได้ยินประกาศให้เปิดโหมดเครื่องบิน สิ่งที่ผู้โดยสารต้องทำก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไร

เพียงกดเปิดโหมดเครื่องบิน

หากสายการบินอนุญาต ก็เปิด Wi-Fi ตามขั้นตอน

และเมื่อได้ยินคำสั่งจากลูกเรือ ก็ปฏิบัติตาม

เพียงเท่านี้ก็ไม่ต้องมานั่งกังวลว่า “แอร์จะรู้หรือไม่ว่าเราเปิดหรือยัง” เพราะประเด็นสำคัญของความปลอดภัยบนเครื่องบินไม่ใช่การหาวิธีหลบเลี่ยงกฎ แต่คือการช่วยกันทำตามขั้นตอนที่ถูกกำหนดไว้

บางครั้งความปลอดภัยก็ไม่ได้เริ่มต้นจากเทคโนโลยีราคาแพง

แต่อาจเริ่มต้นจากการกดปุ่มเล็ก ๆ บนโทรศัพท์ของเราเอง


แหล่งที่มาของข้อมูล :

Federal Aviation Administration (FAA) — ข้อมูลความปลอดภัยสำหรับผู้โดยสาร ระบุว่าโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบพกพาควรใช้งานในโหมดเครื่องบินหรือปิดการเชื่อมต่อเครือข่ายมือถือ และสามารถใช้ Wi-Fi ได้เมื่อเครื่องบินมีระบบและสายการบินอนุญาต

FAA Advisory Circular AC 91.21-1D — แนวทางเกี่ยวกับการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบพกพาบนอากาศยาน โดยระบุว่ากฎดังกล่าวเกี่ยวข้องกับความเป็นไปได้ที่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อาจรบกวนระบบนำร่องหรือระบบสื่อสารของอากาศยาน และผู้ดำเนินการสามารถอนุญาตอุปกรณ์ที่ประเมินแล้วว่าไม่กระทบต่อความปลอดภัยได้

FAA – Portable Electronic Devices Presser — FAA ระบุว่าการศึกษาพบว่าเครื่องบินพาณิชย์ส่วนใหญ่สามารถทนต่อการรบกวนจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบพกพาได้ และสายการบินสามารถขยายการใช้งานอุปกรณ์เหล่านี้ได้หลังจากประเมินความปลอดภัยของเครื่องบินและระบบที่เกี่ยวข้อง

European Union Aviation Safety Agency (EASA) — แนวทางปัจจุบันระบุว่าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบพกพาอาจมีความเสี่ยงต่อระบบของอากาศยาน และผู้ดำเนินการต้องมีการประเมินเพื่อให้แน่ใจว่าอุปกรณ์จะไม่ส่งผลกระทบต่อระบบนำร่อง ระบบสื่อสาร และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ ของเครื่องบิน

Federal Communications Commission (FCC) — เอกสารประวัติการกำกับดูแลการใช้โทรศัพท์มือถือบนอากาศยาน ระบุว่าสหรัฐฯ มีนโยบายเกี่ยวกับการใช้โทรศัพท์มือถือบนอากาศยานมาตั้งแต่ปี 1984 และกำหนดเป็นกฎในปี 1991 โดยเกี่ยวข้องกับความกังวลเรื่องการรบกวนระบบโทรศัพท์มือถือภาคพื้นดิน

FAA – Battery Safety — ข้อมูลด้านความปลอดภัยของอุปกรณ์ที่ใช้แบตเตอรี่ลิเธียม ระบุถึงความเสี่ยงจากอุปกรณ์ที่ร้อนผิดปกติ บวม มีควัน หรือเกิดไฟไหม้ และแนะนำให้ผู้โดยสารแจ้งลูกเรือทันทีหากพบความผิดปกติของอุปกรณ์หรือแบตเตอรี่

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
หนึ่งล้านเรื่องเล่า's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 8 ครั้ง
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
นักเขียนคอนเทนต์เชิงวิเคราะห์ด้านพฤติกรรมชีวิต สุขภาพ และสังคมเน้นการตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่ง พร้อมถ่ายทอดให้อ่านง่าย เข้าใจเร็ว และนำไปใช้ได้จริง
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
รู้หรือไม่? เปิดรายได้พนักงานส่งพัสดุของแต่ละแอป วันหนึ่งได้เท่าไรอำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทยทำไมพังพอนถึงเต้นรำหน้างูเห่า?8 เนื้อผ้าของผู้มีอำนาจสมัยโบราณ! ผืนไหนแพง ผืนไหนสงวนไว้สำหรับชนชั้นสูง6 คันธนูโบราณ งานสะสมสายอาวุธที่มีราคาแรง! จากสนามรบเก่าสู่ของสะสมระดับนักเลงของเก่าสถิติย้อนหลัง 10 ปี ออกเลขไหนบ้างมาดูกันส่องเลข 3 สำนักพิมพ์ งวด 1 ต.ค. 69 ตัวไหนมีข้อมูลตรงกันโรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทยประวัติศาสตร์ฟักทอง — จากพืชกู้ชีพยุคโบราณ สู่ผลผลิตที่ปลูกมาเพื่อทิ้งเปิด 5 โรงเรียนหญิงล้วนเก่าแก่ของไทย ที่มีประวัติยาวนานกว่าศตวรรษตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหนใบมีดโกน ของถูกที่ผลิตยาก เบื้องหลังเหล็กพิเศษ–ความร้อน–เจียร–เคลือบผิว
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ทำไมแผนที่ส่วนใหญ่เอาทิศเหนือไว้ด้านบน ทั้งที่โลกไม่มี “ด้านบน” จริง ๆ?
กระทู้อื่นๆในบอร์ด นิยาย เรื่องเล่า
6 จุดหมายดังติดโผ นักท่องเที่ยวเจอ ไม่เป็นมิตร เมืองในฝันก็ไม่รอด เหตุผลคืออะไรใบมีดโกน ของถูกที่ผลิตยาก เบื้องหลังเหล็กพิเศษ–ความร้อน–เจียร–เคลือบผิวค้นพบ ‘ความลับ’ ที่ซ่อนอยู่: กรุงเทพฯ ที่คุณ (อาจ) ไม่เคยเห็น47 โรนิน ญี่ปุ่น ตำนานล้างแค้นสะเทือนแผ่นดิน จากซามูไรไร้นายสู่วีรบุรุษ
ตั้งกระทู้ใหม่