“พระพิฆเนศพันปี” แห่งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ประติมากรรมเก่าแก่จากชวา
“พระพิฆเนศพันปี” แห่งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ประติมากรรมเก่าแก่จากชวา
ภายในอาคารมหาสุรสิงหนาทของ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ยังมีโบราณวัตถุจากดินแดนต่าง ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จัดแสดงอยู่มากมาย หนึ่งในประติมากรรมที่สะดุดตาและมีเรื่องราวน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง คือ พระคเณศ 4 กรจากจันทิสิงหส่าหรี เกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย ประติมากรรมศิลปะชวาตะวันออกที่มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 15–16 หรือมากกว่าหนึ่งพันปีมาแล้ว
องค์พระคเณศมีความสูงประมาณ 172 เซนติเมตร เป็นประติมากรรมจำหลักศิลาแบบนูนสูง แสดงพระคเณศในลักษณะประทับนั่ง โดยสิ่งแรกที่อาจทำให้ผู้ชมต้องหยุดมองก็คือฐานที่พระองค์ประทับอยู่ เพราะแทนที่จะเป็นฐานดอกบัวหรือฐานประดับลวดลายทั่วไป กลับเป็น บัลลังก์ที่เกี่ยวข้องกับกะโหลกมนุษย์
และเมื่อสังเกตองค์ประติมากรรมอย่างละเอียด จะพบว่ากะโหลกไม่ได้ปรากฏอยู่เพียงบริเวณฐานเท่านั้น แต่ยังถูกนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของเครื่องทรงและเครื่องประดับอีกด้วย ทั้งศิราภรณ์ กุณฑล พาหุรัด เข็มขัด รัดองค์ ทองพระกร ทองพระบาท และภูษาทรง ต่างมีลวดลายที่เกี่ยวข้องกับกะโหลกมนุษย์ ทำให้พระคเณศองค์นี้มีบรรยากาศแตกต่างจากภาพพระพิฆเนศที่คนไทยคุ้นเคยกันเป็นอย่างมาก
พระคเณศองค์นี้มี 4 กร ตามลักษณะประติมานวิทยาที่พบได้ในศิลปะอินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พระหัตถ์ด้านบนขวาทรงถือ ขวาน ส่วนพระหัตถ์ด้านบนซ้ายทรงถือ พวงลูกประคำ ขณะที่พระหัตถ์ด้านล่างทั้งสองข้างทรงถือ ถ้วยขนม ซึ่งเป็นหนึ่งในสิ่งของที่มีความสัมพันธ์กับพระคเณศในคติฮินดู
นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดอีกอย่างที่น่าสนใจมาก นั่นคือ สายยัชโญปวีตรูปงู ที่พาดผ่านพระวรกาย ลักษณะของงูและกะโหลกที่ปรากฏอยู่ร่วมกันทำให้ประติมากรรมองค์นี้มีบรรยากาศที่ดูเข้มขรึมและลึกลับกว่ารูปพระคเณศที่มักพบเห็นในศิลปกรรมไทยร่วมสมัย
แต่เหตุใดพระคเณศองค์นี้จึงมีเครื่องทรงเป็นกะโหลกมากมาย?
คำตอบส่วนหนึ่งต้องย้อนกลับไปทำความเข้าใจบริบทของ ศิลปะชวาตะวันออก ในช่วงเวลาที่ประติมากรรมถูกสร้างขึ้น เพราะโลกศาสนาในชวาโบราณไม่ได้มีเพียงคติฮินดูแบบใดแบบหนึ่ง หากแต่เกิดการผสมผสานระหว่างแนวคิดทางศาสนาและปรัชญาหลายสาย ทั้งคติฮินดูและพุทธ โดยเฉพาะแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับความตาย การเปลี่ยนผ่าน และการพ้นไปจากโลกแห่งวัตถุ
กะโหลกมนุษย์ในงานศิลปกรรมจึงไม่จำเป็นต้องหมายถึง “ความน่ากลัว” เพียงอย่างเดียวอย่างที่คนสมัยใหม่อาจรู้สึกเมื่อมองเห็น แต่สามารถมีความหมายเกี่ยวข้องกับ ความไม่เที่ยงของชีวิต ความตาย และการก้าวข้ามข้อจำกัดของโลกทางกายภาพ ได้ด้วย
การนำภาพกะโหลกมาเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องทรงของเทพจึงอาจช่วยสื่อถึงอำนาจเหนือความกลัวและความตาย หรือสะท้อนแนวคิดทางศาสนาที่มองว่าความตายเป็นส่วนหนึ่งของวัฏจักรแห่งการดำรงอยู่
นี่จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้พระคเณศองค์นี้ดูแตกต่างจากภาพจำของพระพิฆเนศที่มักถูกนำเสนอในฐานะเทพแห่งศิลปวิทยา ความรู้ และความสำเร็จเพียงด้านเดียว เพราะเมื่ออยู่ในบริบทของศิลปะชวาตะวันออก พระองค์ยังสามารถปรากฏผ่านรูปแบบที่มีความเข้มข้นทางสัญลักษณ์มากกว่านั้น
อีกสิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้ตัวประติมากรรมก็คือ เส้นทางที่องค์พระคเณศเดินทางจากเกาะชวามาสู่ประเทศไทย
ตามประวัติที่บันทึกไว้ พระคเณศองค์นี้ถูกนำมาจากบริเวณ จันทิสิงหส่าหรี (Candi Singhasari) บนเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย และมีประวัติกล่าวว่า ผู้สำเร็จราชการเกาะชวาซึ่งเป็นชาวฮอลันดาได้น้อมเกล้าฯ ถวายแด่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ในคราวเสด็จประพาสชวาเมื่อ พ.ศ. 2439
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่การเดินทางไปยังดินแดนต่างประเทศของพระมหากษัตริย์สยามไม่ได้มีความหมายเพียงเรื่องการท่องเที่ยว แต่ยังเป็นโอกาสในการศึกษาโลกภายนอก ทั้งด้านการเมือง การปกครอง ศิลปวัฒนธรรม สถาปัตยกรรม และโบราณวัตถุ การเดินทางไปชวาจึงทำให้เกิดการพบเห็นศิลปกรรมที่มีรูปแบบแตกต่างจากศิลปะในสยามอย่างมาก
จากโบราณวัตถุชิ้นหนึ่งที่เคยประดิษฐานอยู่ในดินแดนชวา วันนี้องค์พระคเณศจึงได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของมรดกที่จัดแสดงอยู่ในประเทศไทย ให้คนรุ่นหลังสามารถมองเห็นประติมากรรมจากโลกเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เมื่อกว่าพันปีก่อนได้ด้วยตาของตนเอง
ที่น่าสนใจคือคำว่า “พระพิฆเนศพันปี” เป็นคำเรียกในเชิงให้ภาพและช่วยให้เข้าใจอายุของประติมากรรมได้ง่าย แต่หากกล่าวในเชิงวิชาการมากขึ้น ควรเรียกว่า พระคเณศศิลปะชวาตะวันออก อายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 15–16 ซึ่งจะสื่อถึงทั้งช่วงเวลาทางประวัติศาสตร์และแหล่งกำเนิดของงานได้ชัดเจนกว่า
เมื่อยืนมองพระคเณศองค์นี้ สิ่งที่เห็นจึงไม่ใช่เพียงรูปเทพเจ้าที่มีเศียรเป็นช้างสูงเกือบเท่าคน หากแต่เป็นเหมือนหน้าต่างบานหนึ่งที่เปิดให้เราเดินย้อนเวลากลับไปยังโลกของชวาโบราณ โลกที่ศาสนา ศิลปะ ความตาย และความเชื่อเกี่ยวกับจักรวาลถูกถ่ายทอดออกมาเป็นหินก้อนเดียว
กะโหลกที่เรียงรายอยู่ตามเครื่องทรงอาจทำให้พระคเณศองค์นี้ดูน่าเกรงขามในสายตาคนปัจจุบัน แต่สำหรับผู้สร้างเมื่อกว่าพันปีก่อน รายละเอียดเหล่านั้นอาจกำลังพูดถึงเรื่องที่ลึกกว่าความน่ากลัว นั่นคือ การยอมรับว่าชีวิตและความตายเป็นส่วนหนึ่งของจักรวาล และการก้าวข้ามความกลัวอาจเป็นหนทางไปสู่ความรู้และความหลุดพ้น
จากประติมากรรมศิลาในดินแดนชวา สู่พระราชพิธีในสมัยรัชกาลที่ 5 และมาถึงห้องจัดแสดงของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครในปัจจุบัน พระคเณศ 4 กรองค์นี้จึงไม่ได้เป็นเพียง “พระพิฆเนศพันปี” ที่มีความงดงามและแปลกตาเท่านั้น แต่ยังเป็น พยานเงียบ ๆ ของประวัติศาสตร์ที่เชื่อมโยงไทย อินโดนีเซีย และโลกวัฒนธรรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้าด้วยกัน มานานกว่าพันปีอีกด้วย.
เขียนโดย dukedick
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
10 เลขฮิต "OK ล็อตเตอรี่" งวดวันที่ 16 กันยายน 2569
มหาวิทยาลัยไทยที่ติดอันดับโลก อันดับ 1 ของไทยอยู่ที่เท่าไร?
หมายเลขบนหมวกตำรวจมีไว้ทำไม ตัวเลขที่เห็นทุกวัน แท้จริงใช้ระบุตัวเจ้าหน้าที่
ถ้ำคริสตัลยักษ์แห่งไนกา ดินแดนใต้พิภพที่เต็มไปด้วยผลึกสูงเท่าตึก
หุงข้าวเตาถ่านแบบโบราณ “เช็ดน้ำ” ภูมิปัญญาจากครัวไทยที่ใช้เพียงข้าว น้ำ และไฟ
อำเภอที่ขอแยกตัวเป็นจังหวัด อำเภอล่าสุดของประเทศไทย
เช้าวันจันทร์ที่คิดว่าแค่เปลี่ยนสายพาน สุดท้ายลากยาวทั้งวันกับเจ้า Triton 2012
ไขปริศนา “ลิ้นทองคำ” จากสุสานโบราณริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียน สิ่งแทนเสียงของผู้ตายในโลกหลังความตาย
เรื่องจริงใน “รามายณะ” อะไรคือหลักฐาน อะไรยังเป็นข้อสันนิษฐาน
นักกีฬา HYROX กลั้นอุจจาระไม่อยู่แต่แข่งต่อจนชนะ ทำดราม่าด้านสุขอนามัย
เปิดค่าใช้จ่ายจริงของนักเรียนเตรียมทหาร ตั้งแต่สมัครจนจบการศึกษา ต้องเตรียมเงินเท่าไร
เปิด 5 ห้างที่เงินสะพัดมากที่สุดในไทย อันดับ 1 คนเดินวันละหลักแสน
ถ้ำคริสตัลยักษ์แห่งไนกา ดินแดนใต้พิภพที่เต็มไปด้วยผลึกสูงเท่าตึก
เช้าวันจันทร์ที่คิดว่าแค่เปลี่ยนสายพาน สุดท้ายลากยาวทั้งวันกับเจ้า Triton 2012
“ลิซ่า” ปรากฏตัวกลาง TIFF 2026 แฟนๆ ส่งเสียงต้อนรับคึกคัก






