ชื่อเดิมของเมืองแพร่ คือเวียงนครโกสัย
จังหวัดที่สวยงามของประเทศไทยอีกหนึ่งจังหวัดคือแพร่ ชื่อเดิมคือเวียงนครโกสัย
เมืองแพร่ เป็นหนึ่งในนครรัฐโบราณแห่งลุ่มน้ำยมที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานนับพันปี ดินแดนแห่งนี้มิได้เป็นเพียงพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ที่มีความอุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าไม้และทรัพยากรธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์รวมของอารยธรรม ความเชื่อ และการเปลี่ยนผ่านทางภาษาศาสตร์ที่สะท้อนถึงวิวัฒนาการทางสังคมของแผ่นดินล้านนาอย่างเด่นชัด
หากย้อนรอยกลับไปในอดีตราวพุทธศตวรรษที่ 14 ตำนานและพงศาวดารท้องถิ่นบันทึกไว้ว่า เมืองนี้ก่อตั้งขึ้นโดยมีชื่อดั้งเดิมว่า "เมืองพล" หรือ "พลนคร" ครั้นเมื่ออิทธิพลทางวัฒนธรรมและศาสนาเริ่มขยายตัว รวมถึงในช่วงเวลาที่อาณาจักรขอมมีอำนาจปกครองในแถบนี้
จึงปรากฏการเรียกร้องขนานนามเมืองใหม่ว่า "โกศัยนคร" หรือ "เวียงโกศัย" ข้อสันนิษฐานทางประวัติศาสตร์และภาษาศาสตร์ชี้ให้เห็นว่า คำว่า "โกศัย" มีที่มาจากคำบาลี-สันสกฤตว่า โกเสยฺย ซึ่งแปลว่า ผ้าไหม หรือ ผ้าแพรเนื้อดี
สอดคล้องกับพงศาวดารเมืองเงินยางเชียงแสนและตำนานทางศาสนาที่อ้างอิงถึงชื่อดอยอันเป็นที่ประดิษฐานองค์พระธาตุช่อแฮ การขนานนามว่าเวียงโกศัยจึงเปรียบเสมือนการอุปมาถึงความมั่งคั่ง ความงดงาม และความงวดงามของอารยธรรมที่ละเอียดอ่อนดั่งผืนผ้าแพร
กระบวนการกลายมาเป็นชื่อ "เมืองแพร่" ในปัจจุบัน มีวิวัฒนาการผ่านการเปลี่ยนแปลงทางภาษาศาสตร์และศูนย์กลางอำนาจทางการเมือง 3 ระยะสำคัญดังนี้:
การเรียกชื่อตามสำเนียงท้องถิ่น (เมืองแพล - เมืองแป้): ในจารึกพ่อขุนรามคำแหงมหาราชแห่งกรุงสุโขทัย (ศิลาจารึกหลักที่ 1) ปรากฏชื่อเมืองนี้ว่า "เมืองแพล" ซึ่งเป็นการบันทึกตามเสียงเรียกในภาษาถิ่นล้านนา ขณะที่ชาวเมืองในท้องถิ่นออกเสียงว่า "เมืองแป้" คำว่า "แป้" ในภาษาไทยถิ่นเหนือ มีความหมายมงคลแปลว่า "ชัยชนะ" การเรียกว่าเมืองแป้จึงมีความหมายในเชิงสิริมงคลว่าเป็น "เมืองแห่งชัยชนะ" หรือเมืองที่เกรียงไกร
การกลายเสียงสู่ภาษาไทยกลาง (เมืองแพร - เมืองแพร่): เมื่อปฏิสัมพันธ์ระหว่างนครรัฐทางเหนือกับอาณาจักรสุโขทัยและอยุธยาเพิ่มมากขึ้น ชาวไทยภาคกลางได้นำคำว่า "แพล" หรือ "แป้" มาแปรเสียงตามระบบอักขรวิธีของภาษาไทยกลาง
กลายเป็นคำว่า "แพร" หรือ "แพร่" นอกจากนี้ การออกเสียงดังกล่าวยังไปสอดรับกับความหมายเดิมของคำว่า "โกศัย" ที่แปลว่าผ้าแพรพรรณ ทำให้คำว่า "แพร่" ถูกใช้เป็นตัวแทนของเมืองได้อย่างลงตัวทั้งในเชิงเสียงและความหมาย
การรวมศูนย์อำนาจและการเป็นจังหวัดแพร่: ในช่วงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) สยามได้ปฏิรูปการปกครองส่วนภูมิภาค ยกเลิกระบบเจ้าผู้ครองนครรัฐเดิม และจัดตั้งการปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาลขึ้น เมืองแพร่ได้รับการยกฐานะเป็น "จังหวัดแพร่" อย่างเป็นทางการภายใต้การปกครองของกระทรวงมหาดไทย
ชื่อ "แพร่" จึงกลายเป็นชื่อทางราชการที่ใช้สืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน
สรุปได้ว่า จาก "เมืองพล" ในยุคสร้างบ้านแปงเมือง เติบโตสู่ "เวียงโกศัย" ในยุคแห่งความรุ่งเรืองทางวัฒนธรรม จนเพี้ยนเสียงผ่านคำว่า "เมืองแพล" และ "เมืองแป้" ท้ายที่สุดคำว่า เมืองแพร่ ก็ได้กลายเป็นมรดกทางนามสาระที่บันทึกเรื่องราวการเดินทางอันยาวนานของนครแห่งนี้ไว้อย่างสมบูรณ์
เขียนโดย สร้อยนกเขา
ภาษาท้องถิ่นที่มีคนพูดมากที่สุดในประเทศไทย คือภาษาอะไร?
เจ๊ฟองเบียร์มาแล้ว! งวด 16 กันยายน 2569 ชูเลข 7 เด่น เน้น 73 โค้งสุดท้ายคอหวยจับตา
10 เลขฮิต "OK ล็อตเตอรี่" งวดวันที่ 16 กันยายน 2569
หมายเลขบนหมวกตำรวจมีไว้ทำไม ตัวเลขที่เห็นทุกวัน แท้จริงใช้ระบุตัวเจ้าหน้าที่
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
มหาวิทยาลัยไทยที่ติดอันดับโลก อันดับ 1 ของไทยอยู่ที่เท่าไร?
คนไทยใช้ Android หรือ iPhone มากกว่ากัน เปิดตัวเลขล่าสุด 2026
เปิดค่าใช้จ่ายจริงของนักเรียนเตรียมทหาร ตั้งแต่สมัครจนจบการศึกษา ต้องเตรียมเงินเท่าไร
อำเภอที่ขอแยกตัวเป็นจังหวัด อำเภอล่าสุดของประเทศไทย
แนวทางเลขลาว อ.น็อตตี้ วันจันทร์ที่ 14 ก.ย. 69
เปิด 5 ห้างที่เงินสะพัดมากที่สุดในไทย อันดับ 1 คนเดินวันละหลักแสน
เปิดเงินเดือนตำรวจและทหารแต่ละระดับชั้น ได้รับค่าตอบแทนอะไรเพิ่มเติมบ้าง
มหาวิทยาลัยที่คนลาวชอบที่สุด และนิยมเข้าเรียนมากที่สุดในไทย






