หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ แชร์ลิ้ง Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม

แอลกอฮอล์ทำให้ร่างกายรับมือความหนาวอย่างไร

เขียนโดย TEN OUT OF TEN

* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th

คืนที่อากาศหนาวจัด ภาพคนยกแก้วเหล้าขึ้นจิบเพื่อให้หายหนาวดูคุ้นตาจนหลายคนเชื่อว่าแอลกอฮอล์ช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกายได้จริง ความรู้สึกอุ่นวาบหลังดื่มก็เกิดขึ้นจริง แต่สิ่งที่เกิดกับอุณหภูมิแกนกลางร่างกายกลับเป็นคนละเรื่อง

เมื่อแอลกอฮอล์เข้าสู่ร่างกาย หลอดเลือดบริเวณผิวหนังจะขยายตัว เลือดอุ่นจากด้านในจึงไหลมาใกล้ผิวมากขึ้น แก้มอาจแดง มือหรือหน้าอกอาจรู้สึกอุ่น จึงเหมือนว่าความหนาวลดลงแล้ว

คำตอบคือ แอลกอฮอล์ไม่ได้สร้างความร้อนเพิ่มให้ร่างกาย แต่เปิดทางให้ความร้อนที่มีอยู่ระบายออกสู่ภายนอกง่ายขึ้น ผิวหนังสูญเสียความร้อนเร็วกว่าเดิม ขณะเดียวกันแอลกอฮอล์ยังลดการสั่น ซึ่งเป็นกลไกธรรมชาติที่ร่างกายใช้สร้างความร้อน และทำให้การตัดสินใจหรือการเคลื่อนไหวแย่ลงได้

ภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำ หรือ hypothermia เริ่มเป็นภาวะฉุกเฉินเมื่ออุณหภูมิแกนกลางต่ำกว่า 35 องศาเซลเซียส อาการที่ควรระวังคือสั่นมาก พูดไม่ชัด เดินเซ ง่วงผิดปกติ สับสน หายใจช้า หรือหมดสติ จุดอันตรายคือผู้ที่เริ่มสับสนอาจไม่รู้ตัวว่าตนเองกำลังหนาวเกินไป และยิ่งตัดสินใจผิดพลาดได้ง่าย

ความเสี่ยงไม่ได้มีเฉพาะกลางพายุหิมะ เสื้อผ้าเปียก ลมแรง การนั่งนิ่งอยู่กลางแจ้ง หรือการตกน้ำเย็น ล้วนเร่งการสูญเสียความร้อนได้ หากมีแอลกอฮอล์ร่วมด้วย ความรู้สึกว่า “ยังไหว” อาจหลอกให้คนอยู่ในที่หนาวนานเกินควร

ถ้าต้องอยู่ในอากาศหนาว วิธีที่ช่วยจริงคือเข้าที่กำบัง เปลี่ยนเสื้อผ้าเปียกเป็นเสื้อผ้าแห้ง ใส่เสื้อหลายชั้น คลุมศีรษะและมือ แล้วค่อยทำให้ร่างกายอบอุ่นอย่างนุ่มนวล ไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์ก่อนออกไปข้างนอกหรือก่อนนอนในคืนหนาว

หากสงสัยว่าใครมีภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำ ให้พาเข้าที่อุ่นอย่างระมัดระวัง ถอดเสื้อผ้าเปียก ห่มผ้าแห้ง และติดต่อหน่วยฉุกเฉินทันที โดยเฉพาะเมื่อมีอาการสับสน ซึมมาก หายใจช้า หรือหมดสติ แก้วที่ทำให้ผิวรู้สึกอุ่นชั่วครู่ จึงไม่ใช่อุปกรณ์คลายหนาว แต่เป็นปัจจัยที่ทำให้ร่างกายเสียความร้อนและประเมินอันตรายพลาดได้

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
TEN OUT OF TEN's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 51 ครั้ง
เขียนโดย TEN OUT OF TEN
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
กินข้าวแล้วง่วง ไม่ใช่แค่กินอิ่ม: กลไกฮอร์โมนหลังมื้ออาหารที่ทำให้หนังตาหย่อนขอเลขใหญ่ไทยกับปู่ย่า งวด 1 พ.ย. 2569 แยกชุดเด่น 3 ตัวบนและเลข 2 ตัวล่าง10 ชื่อ ที่คนไทยใช้มากที่สุด ชื่อเดียวมากถึงหลักแสนคนเลขวิ่งสนามบินน้ำ งวด 1 พ.ย. 69 เปิดแนวทางเลขเด่นจากใบเขียนมือ เทียบข้อมูลอีกงวดมีเลขอะไรน่าสนใจมหาทักษา งวด 1 พ.ย. 69 เปิดตารางเลขมงคล 6 ตัว พร้อมแนวทางจับคู่เลข 2 ตัว–3 ตัวสบู่เบนเนทเป็นของใคร? รู้จักชาย ปราบเล่ง และบทบาทของบุ๋ม ปนัดดาเหรียญเงินบาทไทยที่ถูกผลิต น้อยที่สุด และหายากมาก ที่สุดในปัจจุบันเปิดกระแสเลขปฏิทินงวดต้นเดือน พ.ย. 69 คอหวยจับตาตัวเลขบนปฏิทิน ลุ้นแนวทางก่อนวันออกรางวัล5 จังหวัดไทยที่ชื่อยาว อ่านยาก และชวนให้สะกดผิดสวยแปลกตา! “ปลากั้ง” ปลาช่อนขนาดเล็ก ครีบแต้มสีส้มแดง พบได้ในธรรมชาติไทยจิ้งหรีดติดหนอนขนม้าลงน้ำแม้คืนเดือนมืดจริงไหม?UN ลงมติเรียกร้องให้ยุติคว่ำบาตรคิวบา 130 ต่อ 17 ในปี 2026: ทำไมคะแนนเห็นชอบลดลง?
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ขอเลขใหญ่ไทยกับปู่ย่า งวด 1 พ.ย. 2569 แยกชุดเด่น 3 ตัวบนและเลข 2 ตัวล่างจิ้งหรีดติดหนอนขนม้าลงน้ำแม้คืนเดือนมืดจริงไหม?กินข้าวแล้วง่วง ไม่ใช่แค่กินอิ่ม: กลไกฮอร์โมนหลังมื้ออาหารที่ทำให้หนังตาหย่อนเจาะแนวทาง "สำนักใต้ฟ้า" งวด 1 พ.ย. 69 คัดเลขเดี่ยวเน้นๆ พร้อมชุดสองตัวจัดเต็มUN ลงมติเรียกร้องให้ยุติคว่ำบาตรคิวบา 130 ต่อ 17 ในปี 2026: ทำไมคะแนนเห็นชอบลดลง?สวยแปลกตา! “ปลากั้ง” ปลาช่อนขนาดเล็ก ครีบแต้มสีส้มแดง พบได้ในธรรมชาติไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สุขภาพ
กินข้าวแล้วง่วง ไม่ใช่แค่กินอิ่ม: กลไกฮอร์โมนหลังมื้ออาหารที่ทำให้หนังตาหย่อนวันสะเก็ดเงินโลก 29 ตุลาคม "สะเก็ดเงินไม่ติด ความสนิทไปต่อ" ชวนมองข้ามผิวหนัง เห็นโรคร่วมที่ต้องเฝ้าระวังผักสวนหลังบ้านปนเปื้อนสารเคมี: เมื่อไรที่ "อย่าเก็บ" สำคัญกว่า "ล้างยังไง"Bundibugyo เป็นไวรัสอีโบลาชนิดใด และต่างจากสายพันธุ์ที่คนคุ้นชื่ออย่างไร?
ตั้งกระทู้ใหม่