หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

นกเอี้ยงเลี้ยงควายเฒ่า จากบทอาขยานสู่ความจริงของธรรมชาติ

เขียนโดย dukedicknarak

 

นกเอี้ยงเลี้ยงควายเฒ่า จากบทอาขยานสู่ความจริงของธรรมชาติ เมื่อ “กาฝาก” ในภาษาเปรียบเปรย กลับกลายเป็น “ผู้ช่วย” ในระบบนิเวศ

ภาพของควายตัวใหญ่กำลังเดินเอื่อย ๆ อยู่กลางทุ่งนา ขณะที่นกตัวเล็กสีดำเกาะอยู่บนหลัง คอยเดินจิกไปตามผิวหนังหรือบินโฉบลงไปตามพื้นหญ้า เป็นภาพธรรมดาที่ครั้งหนึ่งเคยพบเห็นได้แทบทุกแห่งในชนบทไทย ภาพเล็ก ๆ ระหว่างสัตว์สองชนิดนี้เองที่กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำในวัยเด็ก ผ่านถ้อยคำที่ว่า “นกเอี้ยงเลี้ยงควายเฒ่า” และบทอาขยานที่ใช้สอนใจเด็กไทยมาหลายยุคหลายสมัย

ในบทดอกสร้อยสุภาษิตที่เผยแพร่ในสื่อการศึกษาของไทย มีเนื้อหาที่เปรียบพฤติกรรมของนกเอี้ยงกับคนที่พยายามหลีกเลี่ยงงานหนักและอาศัยประโยชน์จากผู้อื่น โดยบทที่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายกล่าวถึงนกเอี้ยงที่หาอาหารบนหลังควาย ก่อนจะนำพฤติกรรมดังกล่าวมาเปรียบกับคนที่ทำตัวเป็น “กาฝาก” และเอาเปรียบผู้อื่น

แต่หากเราลองวางหนังสือเรียนลง แล้วหันกลับไปมองภาพนั้นด้วยสายตาของนักธรรมชาติวิทยา เรื่องราวกลับแตกต่างออกไปอย่างน่าสนใจ เพราะ นกเอี้ยงไม่ได้เป็นเพียงสัตว์ที่อาศัยควายเพื่อหาอาหารโดยฝ่ายเดียว ความสัมพันธ์ระหว่างสัตว์ทั้งสองสามารถเป็นความสัมพันธ์ที่ต่างฝ่ายต่างได้รับประโยชน์ได้ เพียงแต่รูปแบบของประโยชน์นั้นไม่ได้เกิดขึ้นเหมือนกันในทุกสถานการณ์

ลองจินตนาการถึงควายตัวหนึ่งกำลังเดินผ่านทุ่งหญ้า ทุกครั้งที่มันก้าวย่าง ขยับหาง สะบัดตัว หรือแหวกกอหญ้า แมลงจำนวนหนึ่งย่อมถูกรบกวนและเคลื่อนตัวออกจากที่ซ่อน บางชนิดบินขึ้นจากพื้น บางชนิดไต่ไปตามต้นหญ้า ขณะที่แมลงบางส่วนอาจอยู่บนตัวควายเอง

สำหรับนกเอี้ยงแล้ว สิ่งเหล่านี้คือโอกาสในการหาอาหาร

นกจึงอาจเดินตามควาย บินตามควาย หรือเกาะอยู่บนหลังของมัน เพื่อใช้ประโยชน์จากกิจกรรมของสัตว์ขนาดใหญ่ที่ช่วยทำให้แหล่งอาหารเคลื่อนไหวและมองเห็นได้ง่ายขึ้น นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ภาพ “นกเอี้ยงกับควาย” ปรากฏอยู่ในภูมิทัศน์ชนบทของไทยมาอย่างยาวนาน

 

ในบางกรณี นกเอี้ยงยังสามารถจิกกินแมลงหรือสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่อยู่บริเวณผิวหนังของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมได้ด้วย จึงมีโอกาสช่วยลดสิ่งที่สร้างความรำคาญให้กับควาย ขณะเดียวกันนกก็ได้อาหารเป็นสิ่งตอบแทนโดยไม่ต้องออกล่าเหยื่อในพื้นที่กว้างเพียงลำพัง แหล่งข้อมูลด้านธรรมชาติขององค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติเองก็อธิบายความสัมพันธ์นี้ว่าเป็น “ภาวะการได้ประโยชน์ร่วมกัน” หรือ protocooperation ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้รับประโยชน์ แต่สามารถดำรงชีวิตแยกจากกันได้

ตรงนี้เองที่ทำให้เรื่อง “นกเอี้ยงเลี้ยงควายเฒ่า” น่าสนใจขึ้นอย่างมาก

เพราะถ้ามองจากมุมของคนแต่งบทอาขยาน นกเอี้ยงดูเหมือนกำลัง “เอาเปรียบ” ควาย มันไม่ต้องไถนา ไม่ต้องลากเกวียน ไม่ต้องแบกของ แต่กลับขึ้นไปอยู่บนหลังควายและหาอาหารกินได้อย่างสบาย ๆ จึงถูกนำมาใช้เป็นอุปมาเพื่อเตือนใจว่า คนเราไม่ควรหลบเลี่ยงงานหนักแล้วคอยอาศัยแรงของผู้อื่น

แต่ธรรมชาติไม่ได้มีศีลธรรมแบบเดียวกับมนุษย์

นกไม่ได้ขึ้นหลังควายเพราะต้องการเป็นกาฝาก และควายก็ไม่ได้ทำหน้าที่เป็น “ผู้เสียสละ” ให้กับนกโดยตั้งใจ ทั้งสองชนิดเพียงตอบสนองต่อโอกาสทางอาหารและประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการอยู่ใกล้กัน

นี่คือความแตกต่างอันน่าสนใจระหว่าง “ความหมายเชิงเปรียบเปรย” กับ “ความหมายทางชีววิทยา”

ในภาษาของมนุษย์ เราอาจเรียกคนที่คอยรับประโยชน์จากผู้อื่นโดยไม่ตอบแทนว่า “กาฝาก” แต่ในทางนิเวศวิทยา นักวิทยาศาสตร์จะพิจารณาว่า สิ่งมีชีวิตแต่ละฝ่ายได้รับหรือเสียประโยชน์อย่างไร และความสัมพันธ์นั้นเกิดขึ้นในลักษณะใด

สำหรับนกเอี้ยงกับควาย คำว่า protocooperation จึงมีความเหมาะสมในกรณีที่ทั้งสองฝ่ายได้รับประโยชน์ แต่ไม่จำเป็นต้องพึ่งพากันตลอดชีวิต เพราะต่างฝ่ายต่างสามารถอยู่รอดได้หากแยกจากกัน

อย่างไรก็ตาม มีรายละเอียดอีกอย่างที่ควรทำความเข้าใจ นั่นคือ ไม่ใช่ทุกครั้งที่นกเอี้ยงเกาะหรือเดินตามควายจะต้องเป็น mutualism หรือ protocooperation เสมอไป

หากนกเพียงติดตามควายเพื่อจับแมลงที่แตกตื่นจากการเคลื่อนไหวของควาย ขณะที่ควายไม่ได้รับหรือเสียประโยชน์อย่างมีนัยสำคัญ ความสัมพันธ์ในเหตุการณ์นั้นอาจใกล้เคียงกับ ภาวะอิงอาศัย (commensalism) มากกว่า กล่าวคือฝ่ายหนึ่งได้ประโยชน์ ส่วนอีกฝ่ายแทบไม่ได้รับผลกระทบ

แหล่งข้อมูลด้านการจัดการสัตว์ป่าของไทยก็ยกตัวอย่างว่า นกเอี้ยงหรือนกยางที่เดินตามวัวควายสามารถได้ประโยชน์จากการจับแมลงที่ถูกสัตว์ขนาดใหญ่รบกวน ขณะที่วัวควายอาจไม่ได้รับประโยชน์โดยตรงในทุกกรณี แต่บางครั้งนกที่จิกกินปรสิตบนตัวสัตว์ก็อาจทำให้สัตว์ได้รับประโยชน์เช่นกัน

ดังนั้น ธรรมชาติจริง ๆ จึงละเอียดอ่อนกว่าคำจำกัดความสั้น ๆ ในหนังสือเรียน

นกเอี้ยงไม่ได้มีหน้าที่ “เลี้ยงควาย” และควายก็ไม่ได้มีหน้าที่ “เลี้ยงนกเอี้ยง” ทั้งสองเพียงมาใช้ประโยชน์จากโอกาสที่เกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน และในบางสถานการณ์ ผลประโยชน์ของทั้งคู่ก็สามารถมาบรรจบกันได้อย่างน่าทึ่ง

ลองมองภาพนั้นอีกครั้ง

ควายเดินไปข้างหน้าอย่างช้า ๆ ส่วนหนึ่งของทุ่งหญ้าที่มันผ่านถูกสั่นสะเทือน แมลงที่ซ่อนอยู่เริ่มเคลื่อนไหว นกเอี้ยงเห็นโอกาสและบินตามมา ควายอาจได้รับประโยชน์จากการที่แมลงหรือปรสิตบางส่วนถูกกำจัด ส่วนนกก็ได้รับอาหารจากสิ่งมีชีวิตที่มันพบระหว่างทาง

สัตว์ขนาดใหญ่จึงกลายเป็นเหมือน “ผู้เปิดประตู” ให้กับสัตว์ตัวเล็ก

และนี่เป็นหนึ่งในกลไกเล็ก ๆ ที่ทำให้ระบบนิเวศมีความซับซ้อน เพราะสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดไม่ได้ดำรงอยู่โดยแยกขาดจากกัน แต่เชื่อมโยงผ่านอาหาร พฤติกรรม และสิ่งแวดล้อมรอบตัว

สำหรับคนไทย ภาพของนกเอี้ยงบนหลังควายยังมีความหมายมากกว่าความสัมพันธ์ทางชีววิทยา มันเป็นภาพของชนบท เป็นภาพของท้องนา เป็นเสียงร้องของนกในยามเช้า และเป็นความทรงจำของเด็กหลายรุ่นที่เคยท่องบทอาขยานว่า “นกเอ๋ยนกเอี้ยง”

ที่น่าสนใจก็คือ บทอาขยานนั้นอาจตั้งใจสอนว่า อย่าเป็นคนที่คอยเอาเปรียบผู้อื่น แต่ธรรมชาติกลับกำลังสอนบทเรียนอีกด้านหนึ่งให้เราเห็นว่า การอยู่ร่วมกันไม่ได้หมายความว่าทุกฝ่ายต้องทำหน้าที่เหมือนกัน หรือให้สิ่งตอบแทนในรูปแบบเดียวกัน

บางครั้ง ฝ่ายหนึ่งให้สิ่งที่อีกฝ่ายต้องการโดยไม่รู้ตัว

บางครั้ง สิ่งที่ดูเหมือนการพึ่งพาอาศัยอาจเป็นเพียงการใช้ประโยชน์จากโอกาสเดียวกัน

และบางครั้ง ความสัมพันธ์นั้นก็กลายเป็นความร่วมมือที่ทั้งสองฝ่ายได้รับประโยชน์

นี่คือเหตุผลที่การมองธรรมชาติด้วยสายตาทางวิทยาศาสตร์ทำให้เรื่องราวธรรมดา ๆ รอบตัวเรากลับน่าสนใจขึ้นมาได้เสมอ

นกเอี้ยงไม่ได้เป็นกาฝากของควาย และควายก็ไม่ได้เป็นผู้รับใช้ของนก

พวกมันเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตสองชนิดที่เดินทางผ่านโลกใบเดียวกัน และพบว่าการอยู่ใกล้กันในบางช่วงเวลา สามารถทำให้ทั้งคู่ได้รับสิ่งที่ต้องการ

ส่วนคำสอนเรื่อง “อย่าเป็นกาฝาก” นั้น เป็นบทเรียนของมนุษย์

แต่บทเรียนจากธรรมชาติอาจเป็นอีกเรื่องหนึ่ง—

โลกใบนี้เต็มไปด้วยความสัมพันธ์ และการจะเข้าใจว่าความสัมพันธ์หนึ่งเป็นการเอาเปรียบ การพึ่งพา หรือการเกื้อกูลกัน เราต้องมองให้ลึกกว่าภาพที่เห็นเพียงผิวเผิน

เนื้อหาโดย: dukedicknarak
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
dukedicknarak's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 17 ครั้ง
เขียนโดย dukedicknarak
สวัสดีครับ ผมเป็นนักเขียนที่ชอบงานเขียนทางด้านเกร็ดความรู้ต่างๆ ไม่วาจะเป็นเกี่ยวกับสัตว์โลกน่ารัก หรือ เกร็ดความรู้ และเรื่องราวที่น่าสนใจต่างๆ
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
รวม เลขปฏิทินจีน งวด 16/9/69รวมเลขเด็ดสํานักข่าว งวด 16 ก.ย 69"ตะเข็บ" ไม่กัด ไม่ต่อย ไม่เป็นพิษ บุกบ้านช่วงหน้าฝน มันคือตะขาบตัวจิ๋วหรือตัวอะไรกันแน่?เปิดค่าใช้จ่ายจริงของนักเรียนเตรียมทหาร ตั้งแต่สมัครจนจบการศึกษา ต้องเตรียมเงินเท่าไรทำไมยิ่งคนเห็นเหตุการณ์เยอะ เวลาเกิดอุบัติเหตุกลับยิ่งไม่มีใครยื่นมือช่วย?ส่องสถิติ 16 ก.ย. ย้อนหลัง 10 ปี เลขไหนออกซ้ำไม่เลิก?เลขปฏิทินหลวงพ่อรวย งวด 16 ก.ย. 69ตำนานทรงผมนักเรียนไทย จากผมเกรียนถึงวันที่ “ทรงนักเรียน” ไม่ใช่กฎกลางอีกต่อไปเปิด 5 ห้างที่เงินสะพัดมากที่สุดในไทย อันดับ 1 คนเดินวันละหลักแสนหลุมก๊าซดาร์วาซาไหม้ต่อเนื่องได้อย่างไรฟิลิป ไม่ใช่ชื่อคน เปิดศัพท์ลับลูกเรือ ผู้โดยสารแบบไหนถึงโดนเรียกชื่อนี้“หลุมดักรถถัง” ที่ชายแดน อวสาน T-59 เขมรจอดเดี้ยงที่ช่องจอม
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เปิด 5 เกาะในไทยที่ต่างชาติไปมาก ที่สุด อันดับ 1 นักท่องเที่ยวทะลุหลายล้านคน!ตำนานทรงผมนักเรียนไทย จากผมเกรียนถึงวันที่ “ทรงนักเรียน” ไม่ใช่กฎกลางอีกต่อไป"เต้ย จรินทร์พร" เลิกแฟนฝรั่งแล้ว! จากกันด้วยดี..ตอนนี้โสดสนิทไร้คนรู้ใจ"ตะเข็บ" ไม่กัด ไม่ต่อย ไม่เป็นพิษ บุกบ้านช่วงหน้าฝน มันคือตะขาบตัวจิ๋วหรือตัวอะไรกันแน่?ทำไมยิ่งคนเห็นเหตุการณ์เยอะ เวลาเกิดอุบัติเหตุกลับยิ่งไม่มีใครยื่นมือช่วย?
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ตำนานทรงผมนักเรียนไทย จากผมเกรียนถึงวันที่ “ทรงนักเรียน” ไม่ใช่กฎกลางอีกต่อไป"ตะเข็บ" ไม่กัด ไม่ต่อย ไม่เป็นพิษ บุกบ้านช่วงหน้าฝน มันคือตะขาบตัวจิ๋วหรือตัวอะไรกันแน่?ทำไมยิ่งคนเห็นเหตุการณ์เยอะ เวลาเกิดอุบัติเหตุกลับยิ่งไม่มีใครยื่นมือช่วย?"Scilla siberica" ดอกไม้ป่า ที่มีความสวยงามมาก แต่ก็มีพิษ
ตั้งกระทู้ใหม่