เหตุใดจึงพบผู้พิการทางสายตาขายสลากบ่อย
* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th
บนทางเท้าหน้าตลาด สถานีรถไฟ หรือย่านสำนักงาน หลายคนคงเคยได้ยินคำถามสั้น ๆ ว่า “รับสลากไหมครับ” จากผู้ขายที่ถือถาดไม้และใช้ไม้เท้าช่วยเดิน ภาพนี้อยู่ในชีวิตประจำวันของไทยมานานจนบางคนเข้าใจไปเองว่าอาชีพขายสลากสงวนไว้สำหรับคนตาบอด หรือคนตาบอดต้องมีความสามารถพิเศษในการอ่านเลขบนกระดาษ
ความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้นทั้งหมด สิ่งที่ทำให้พบผู้พิการทางสายตาในอาชีพนี้บ่อย คือการที่ระบบตัวแทนจำหน่ายสลากของรัฐเปิดช่องให้คนพิการและองค์กรด้านคนพิการเข้าถึงสลากเพื่อใช้สร้างรายได้ของตนเอง ไม่ใช่เพราะความพิการเป็นเงื่อนไขของอาชีพ และก็ไม่มีข้อมูลทางการที่ยืนยันว่าผู้พิการทางสายตาเป็นผู้ขาย “ส่วนใหญ่” ของประเทศ
สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลระบุตัวแทนจำหน่ายไว้หลายประเภท ทั้งบุคคลทั่วไปและสมาคม มูลนิธิ หรือองค์กรการกุศล สำหรับองค์กรที่ทำงานด้านผู้พิการ ต้องมีหลักฐานการส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้พิการ และต้องแสดงรายชื่อสมาชิกผู้พิการที่รับสลากไปจำหน่ายไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของจำนวนสลากที่องค์กรรับไป นี่คือกลไกสำคัญที่ทำให้สลากกลายเป็นช่องทางประกอบอาชีพของผู้พิการจำนวนหนึ่ง
คำว่า “โควตา” ในบริบทนี้จึงไม่ใช่เงินช่วยเหลือที่แจกเปล่า ผู้รับสลากยังต้องรับผิดชอบการค้า รับสลากตามงวด ปฏิบัติตามเงื่อนไข และขายปลีกให้ผู้บริโภคโดยตรง ผู้ที่ได้รับสิทธิในฐานะคนพิการแต่ไม่สามารถจำหน่ายเองได้ตามสภาพ ก็อาจให้ผู้ดูแลเป็นผู้จำหน่ายแทนได้ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล
ระบบนี้มีเป้าหมายให้เกิดรายได้ที่พึ่งพาตัวเองได้ เพราะการขายสลากเริ่มต้นได้โดยไม่ต้องมีหน้าร้านขนาดใหญ่ ใช้เงินลงทุนตามจำนวนสลากที่รับมา และสามารถเลือกพื้นที่ขายให้เหมาะกับการเดินทางหรือเครือข่ายที่ตนมีอยู่ กองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการยังระบุเอกสารเกี่ยวกับการรับสลากไว้เป็นส่วนหนึ่งของการขอกู้เพื่อค้าสลาก สำหรับผู้ที่มีโควตาด้วย
แต่การมองเรื่องนี้ผ่านคำว่า “อาชีพของคนตาบอด” เพียงคำเดียวก็อาจแคบเกินไป เพราะผู้พิการไม่ใช่กลุ่มเดียวกันทั้งหมด บางคนขายด้วยตนเอง บางคนทำงานผ่านสมาคมหรือมูลนิธิ บางคนมีผู้ดูแลช่วยด้านการเดินทางและการจัดการสินค้า ขณะเดียวกันยังมีผู้พิการอีกมากที่ทำงานในอาชีพอื่น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับสลากเลย
ส่วนเรื่องความจำและการจัดการเลขสลาก ต้องแยกจากภาพจำแบบโรแมนติก ผู้ขายแต่ละคนมีวิธีทำงานต่างกัน บางคนจำตำแหน่งและหมวดของสลากได้ดีจากการจัดถาดอย่างเป็นระบบ บางคนใช้การสัมผัส การบอกข้อมูลจากผู้ช่วย หรือเทคนิคที่ฝึกฝนจากงานซ้ำ ๆ ทักษะเหล่านี้เป็นความชำนาญของแต่ละบุคคล ไม่ใช่คุณสมบัติอัตโนมัติของผู้พิการทางสายตาทุกคน
สิ่งที่ควรเห็นจากภาพผู้ขายสลากบนถนนจึงไม่ใช่เรื่องน่าสงสารหรือเรื่องเหนือธรรมชาติ แต่เป็นผลของนโยบายที่พยายามเปิดทางให้ผู้พิการมีรายได้จากการทำงานจริง พร้อมข้อจำกัดจริงเช่นกัน หากจะสนับสนุนผู้ขายรายใด การซื้อในราคาที่กำหนดและปฏิบัติต่อกันอย่างให้เกียรติ ย่อมตรงกับเจตนาของการสร้างอาชีพมากกว่าการมองเขาเป็นเพียงสัญลักษณ์ของโชคหรือความสงสาร
เลขปฏิทินหลวงพ่อรวย งวด 16 ก.ย. 69
รวม เลขปฏิทินจีน งวด 16/9/69
ส่องสถิติ 16 ก.ย. ย้อนหลัง 10 ปี เลขไหนออกซ้ำไม่เลิก?
รวมเลขเด็ดสํานักข่าว งวด 16 ก.ย 69
เปิดค่าใช้จ่ายจริงของนักเรียนเตรียมทหาร ตั้งแต่สมัครจนจบการศึกษา ต้องเตรียมเงินเท่าไร
หลุมก๊าซดาร์วาซาไหม้ต่อเนื่องได้อย่างไร
“หลุมดักรถถัง” ที่ชายแดน อวสาน T-59 เขมรจอดเดี้ยงที่ช่องจอม
เปิด 5 ห้างที่เงินสะพัดมากที่สุดในไทย อันดับ 1 คนเดินวันละหลักแสน
ตำนานทรงผมนักเรียนไทย จากผมเกรียนถึงวันที่ “ทรงนักเรียน” ไม่ใช่กฎกลางอีกต่อไป
ฟิลิป ไม่ใช่ชื่อคน เปิดศัพท์ลับลูกเรือ ผู้โดยสารแบบไหนถึงโดนเรียกชื่อนี้
คนไทยใช้ Android หรือ iPhone มากกว่ากัน เปิดตัวเลขล่าสุด 2026
อย่าเอารองเท้าไปถู! เฉลย “แปรงข้างบันไดเลื่อน” มีไว้กันจุดเสี่ยง
เปิด 5 เกาะในไทยที่ต่างชาติไปมาก ที่สุด อันดับ 1 นักท่องเที่ยวทะลุหลายล้านคน!
ตำนานทรงผมนักเรียนไทย จากผมเกรียนถึงวันที่ “ทรงนักเรียน” ไม่ใช่กฎกลางอีกต่อไป
"เต้ย จรินทร์พร" เลิกแฟนฝรั่งแล้ว! จากกันด้วยดี..ตอนนี้โสดสนิทไร้คนรู้ใจ
"ตะเข็บ" ไม่กัด ไม่ต่อย ไม่เป็นพิษ บุกบ้านช่วงหน้าฝน มันคือตะขาบตัวจิ๋วหรือตัวอะไรกันแน่?
นกเอี้ยงเลี้ยงควายเฒ่า จากบทอาขยานสู่ความจริงของธรรมชาติ
ทำไมยิ่งคนเห็นเหตุการณ์เยอะ เวลาเกิดอุบัติเหตุกลับยิ่งไม่มีใครยื่นมือช่วย?
ตำนานทรงผมนักเรียนไทย จากผมเกรียนถึงวันที่ “ทรงนักเรียน” ไม่ใช่กฎกลางอีกต่อไป
"ตะเข็บ" ไม่กัด ไม่ต่อย ไม่เป็นพิษ บุกบ้านช่วงหน้าฝน มันคือตะขาบตัวจิ๋วหรือตัวอะไรกันแน่?
นกเอี้ยงเลี้ยงควายเฒ่า จากบทอาขยานสู่ความจริงของธรรมชาติ
ทำไมยิ่งคนเห็นเหตุการณ์เยอะ เวลาเกิดอุบัติเหตุกลับยิ่งไม่มีใครยื่นมือช่วย?


