หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ขับ Grab ได้วันละเท่าไหร่ เปิดตัวเลขรายได้ GrabBike และ GrabCar พร้อมเหตุผลว่าทำไมหลายคนเลือกขับ และต้องหักต้นทุนอะไรบ้าง

เขียนโดย EvaAqua

ขับ Grab ได้วันละเท่าไหร่? เปิดตัวเลขรายได้ ทำไมคนถึงเลือกขับกันเยอะ

เห็นรถ Grab วิ่งอยู่เต็มถนน หลายคนคงเคยสงสัยว่า ขับ Grab วันหนึ่งได้เงินเท่าไหร่?

คำตอบที่ตรงที่สุดคือ ไม่มีตัวเลขเดียวสำหรับคนขับทุกคน เพราะรายได้ขึ้นอยู่กับจำนวนรอบ ชั่วโมงที่ทำงาน พื้นที่ และประเภทบริการ

แต่ข้อมูลจาก Grab ในปัจจุบันมีตัวเลขหนึ่งที่น่าสนใจมาก

Grab ระบุว่า GrabBike มีโอกาสสร้างรายได้กว่า 36,000 บาทต่อเดือน ขณะที่การสมัครขับรถยนต์ระบุว่า มีโอกาสสร้างรายได้กว่า 45,000 บาทต่อเดือน โดยทั้งสองตัวเลขขึ้นอยู่กับจำนวนรอบ ประเภทบริการ และความสามารถในการรับงาน

ตัวเลขนี้จึงควรมองเป็น “โอกาสสร้างรายได้” ไม่ใช่เงินเดือนการันตี

ขับ Grab ได้วันละเท่าไหร่?

ถ้าเอาตัวเลขที่ Grab เปิดเผยมาเฉลี่ยทางคณิตศาสตร์แบบง่าย ๆ

แต่ต้องย้ำว่า นี่ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยรายได้ต่อวันของคนขับ

เพราะตัวเลขของ Grab เป็น “โอกาสสร้างรายได้” และขึ้นอยู่กับจำนวนรอบ ประเภทบริการ และความสามารถในการรับงาน

ดังนั้นคนที่ขับวันละ 4–5 ชั่วโมง ย่อมไม่ควรนำตัวเลขเดียวกับคนที่วิ่งเต็มวันมาเปรียบเทียบกัน

รายได้จริงมีตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักพันต่อวันได้

ข้อมูลจาก Grab เองมีตัวอย่างผู้ขับที่เลือกขับเป็นงานเสริม โดยหนึ่งกรณีระบุว่ารายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 400–500 บาทต่อวัน จากการขับในช่วงเย็นและวันหยุด

ขณะที่บทความของ Grab ที่รวบรวมประสบการณ์ผู้ขับ GrabCar ระบุว่ามีผู้ขับบางรายทำรายได้ 2,000–3,000 บาทต่อวันหลังหักค่าใช้จ่าย แต่กรณีดังกล่าวเป็นประสบการณ์เฉพาะบุคคล ไม่ควรนำไปเป็นค่าเฉลี่ยของคนขับทั้งหมด

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคำถามว่า “ขับ Grab วันละกี่บาท” จึงตอบแบบเลขเดียวไม่ได้

ตัวเลขสำคัญที่ต้องแยกให้ออก: รายได้ กับ กำไร

นี่อาจเป็นจุดที่คนกำลังสนใจขับ Grab มองข้ามมากที่สุด

รายได้จากการรับงาน ไม่เท่ากับเงินที่เหลือในกระเป๋า

เพราะระหว่างวิ่งงานยังมีต้นทุน เช่น

Grab เองก็มีข้อมูลเกี่ยวกับต้นทุนพลังงานของรถที่ใช้วิ่งงาน โดยยกตัวอย่างรถที่วิ่งประมาณ 250 กิโลเมตรต่อวัน ซึ่งต้นทุนพลังงานแตกต่างกันอย่างมากตามประเภทพลังงานและวิธีชาร์จ

เพราะฉะนั้นต้องคิดแบบนี้

รายได้จากงาน − ต้นทุนการทำงาน = เงินที่เหลือจริง

รถที่ประหยัดน้ำมันหรือใช้ EV ชาร์จต้นทุนต่ำอาจเหลือเงินมากกว่ารถที่มีต้นทุนพลังงานสูง แม้จะรับงานจำนวนใกล้เคียงกัน

แล้วทำไมคนถึงเลือกขับ Grab กันเยอะ?

คำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่ “รายได้สูง” เพียงอย่างเดียว

1. เลือกเวลาทำงานได้

Grab ระบุว่าการขับสามารถเป็นได้ทั้ง งานอิสระ งานเสริม หรือทำเป็นงานประจำ และคนขับสามารถเลือกเวลาทำงานได้ตามรูปแบบของตัวเอง

สำหรับคนทำงานประจำ นี่เป็นข้อแตกต่างสำคัญ

ไม่จำเป็นต้องลาออกจากงานเดิม แต่อาจเปิดแอปหลังเลิกงานหรือในวันหยุดเพื่อหารายได้เพิ่ม

2. ไม่จำเป็นต้องมีตารางงานตายตัว

อาชีพแบบแพลตฟอร์มมีความยืดหยุ่นกว่างานที่ต้องเข้างานตามเวลา

Grab ระบุว่าคนขับสามารถเริ่มหรือเลิกงานได้ตามต้องการ โดยเปิดแอปเพื่อรับงาน

จุดนี้ทำให้เหมาะกับคนหลายกลุ่ม ตั้งแต่นักศึกษา คนทำงานประจำ ไปจนถึงคนที่ต้องการทำเป็นอาชีพหลัก

3. รถหรือมอเตอร์ไซค์ที่มีอยู่แล้วสามารถนำมาสร้างรายได้

สำหรับบางคน ต้นทุนสำคัญไม่ได้อยู่ที่การซื้ออุปกรณ์ใหม่ แต่เป็นการนำทรัพยากรที่มีอยู่แล้วมาใช้ให้เกิดรายได้

มีรถอยู่แล้ว → ใช้รถรับงาน

มีมอเตอร์ไซค์อยู่แล้ว → รับส่งคน ส่งอาหาร หรือส่งของ

นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่งานลักษณะนี้เข้าถึงคนจำนวนมาก

4. มีหลายประเภทงาน

คนขับไม่ได้จำกัดอยู่กับงานประเภทเดียว

Grab เปิดให้คนขับสามารถทำบริการหลายรูปแบบ เช่น ส่งคน ส่งของ และส่งอาหาร ขึ้นอยู่กับประเภทบริการและคุณสมบัติของผู้ขับ

หมายความว่าเวลาที่ความต้องการของลูกค้าแตกต่างกัน คนขับก็มีช่องทางรับงานมากกว่าหนึ่งรูปแบบ

5. รายได้เข้าตามงานที่ทำ

Grab ระบุว่าคนขับสามารถดูรายได้จากการขับในแต่ละวันและรายงานรายได้รายสัปดาห์ผ่านระบบได้

จึงต่างจากเงินเดือนประจำที่ต้องรอรอบจ่าย

สำหรับบางคน ความรู้สึกว่า “วันนี้ทำงานแล้วเห็นรายได้ของวันนี้” ก็เป็นแรงจูงใจสำคัญ

แต่ขับ Grab ไม่ได้แปลว่าจะได้เงินเยอะทุกวัน

นี่คือส่วนที่ต้องพูดให้ชัด

จำนวนเงินที่คนขับได้รับขึ้นอยู่กับหลายตัวแปร

พื้นที่ → ช่วงเวลา → จำนวนงาน → ประเภทบริการ → จำนวนชั่วโมง → ต้นทุนรถ

คนที่อยู่ในพื้นที่ที่มีความต้องการสูงอาจมีโอกาสรับงานมากกว่าคนที่อยู่ในพื้นที่งานน้อย

ขณะเดียวกันคนที่ขับช่วงเวลาที่มีความต้องการสูงก็อาจทำรอบได้มากกว่า

ดังนั้น “ขยันขับ” อย่างเดียวไม่ใช่คำตอบทั้งหมด

การบริหารเวลาและต้นทุนก็สำคัญไม่แพ้กัน

ถ้าจะดูว่าคุ้มหรือไม่ ต้องดู “รายได้ต่อชั่วโมง”

สมมติคนหนึ่งทำเงินได้ 1,500 บาทต่อวัน

ถ้าทำงาน 5 ชั่วโมง

= 300 บาท/ชั่วโมงก่อนหักต้นทุน

แต่ถ้าต้องใช้เวลา 10 ชั่วโมง

= 150 บาท/ชั่วโมงก่อนหักต้นทุน

และหากยังต้องหักน้ำมัน ค่าเสื่อมรถ หรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ตัวเลขที่เหลือจริงก็จะลดลงอีก

เพราะฉะนั้นคนที่กำลังคิดจะขับ Grab ไม่ควรถามแค่

“วันนี้ได้กี่บาท?”

แต่ควรถามเพิ่มว่า

“วันนี้ใช้เวลากี่ชั่วโมง และสุดท้ายเหลือเงินจริงเท่าไหร่?”


สรุปแล้ว ขับ Grab ได้วันละเท่าไหร่

คำตอบที่ปลอดภัยที่สุดจากข้อมูลที่มีคือ ไม่มีรายได้ต่อวันที่ตายตัว

ปัจจุบัน Grab ระบุโอกาสสร้างรายได้ กว่า 36,000 บาท/เดือนสำหรับ GrabBike และ กว่า 45,000 บาท/เดือนสำหรับการขับรถยนต์ โดยตัวเลขขึ้นอยู่กับจำนวนรอบ ประเภทบริการ และความสามารถในการรับงาน

ถ้าแปลงเป็นค่าเฉลี่ยทางคณิตศาสตร์จะอยู่ประมาณ 1,200–1,500 บาทต่อวันเมื่อหารด้วย 30 วัน แต่ ไม่ควรเรียกตัวเลขนี้ว่า “รายได้เฉลี่ยของคนขับ Grab”

เพราะคนขับแต่ละคนทำงานไม่เท่ากัน

บางคนขับเป็นงานเสริมไม่กี่ชั่วโมง ขณะที่บางคนทำเต็มวัน

ดังนั้นเหตุผลที่คนเลือกขับ Grab จำนวนมากอาจไม่ได้มีเพียงเรื่องเงิน แต่รวมถึง ความยืดหยุ่น การเลือกเวลาทำงาน และการเปลี่ยนรถหรือเวลาว่างให้กลายเป็นรายได้

สุดท้ายแล้วคำถามที่สำคัญกว่า “ขับ Grab ได้วันละเท่าไหร่” คือ

“หลังหักต้นทุนทั้งหมดแล้ว เราเหลือเงินต่อชั่วโมงเท่าไหร่?”

นั่นต่างหากคือตัวเลขที่บอกว่าอาชีพนี้ คุ้มสำหรับเราแค่ไหน

Grab Thailand — หน้าสมัคร GrabBike: ระบุโอกาสสร้างรายได้กว่า 36,000 บาท/เดือน และเงื่อนไขขึ้นกับจำนวนรอบและประเภทบริการ
Grab Thailand — หน้าสมัครคนขับรถยนต์: ระบุโอกาสสร้างรายได้กว่า 45,000 บาท/เดือน
Grab Thailand — ระบบ In-App Statement: ข้อมูลเกี่ยวกับการตรวจสอบรายได้รายวันและรายสัปดาห์ของคนขับ
Grab Thailand — Driver Stories: กรณีศึกษารายได้และรูปแบบการทำงานของคนขับ
Grab Thailand — ข้อมูลรถ EV สำหรับคนขับ: ตัวอย่างต้นทุนพลังงานและระยะทางในการวิ่งงาน
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
EvaAqua's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 5 ครั้ง
เขียนโดย EvaAqua
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ไม่ใช่จีน! ประเทศนี้ส่งคนมาเที่ยวไทยกว่า 4.5 ล้านคนความศรัทธาที่ซ่อนเร้นทำไมจังหวะผูกเนคไทให้แฟนถึงทำให้ใจเต้นแรง6 โรงพยาบาลในดูไบ ที่อยู่ในระบบส่งต่อผู้ป่วยสุดไฮเทค ทั้งรถสปอร์ตและเฮลิคอปเตอร์ประเทศที่บินเข้าประเทศไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลกเห็นทุกครั้งแต่แทบไม่เคยสนใจ หลักกิโลเมตรข้างถนนมีไว้ทำอะไรเปิด 5 ห้างที่เงินสะพัดมากที่สุดในไทย อันดับ 1 คนเดินวันละหลักแสนความลับใต้สายน้ำ: ทำไม “สมบัติทองคำ” ใต้แม่น้ำเจ้าพระยาจึงไม่มีใครแตะต้องได้ลองวัดความยาวของชีวิตกับเวลาของโลกทำไมภาพเงาริมหน้าต่างจึงดูน่าค้นหาปริศนา 3,000 ปี อียิปต์โบราณกับเครื่องราง "ด้วงสคารับ" ผู้กุมความลับแห่งการเกิดใหม่และทางช้างเผือกเปิดคลังตัวเลขและเหตุการณ์สำคัญ งวดวันที่ 16 กันยายน 2569
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ทำไมจังหวะผูกเนคไทให้แฟนถึงทำให้ใจเต้นแรง6 โรงพยาบาลในดูไบ ที่อยู่ในระบบส่งต่อผู้ป่วยสุดไฮเทค ทั้งรถสปอร์ตและเฮลิคอปเตอร์ลองวัดความยาวของชีวิตกับเวลาของโลกทำไมชุดเอี๊ยมในครัวถึงดูโรแมนติกปนเซ็กซี่ความศรัทธาที่ซ่อนเร้นทำไมภาพเงาริมหน้าต่างจึงดูน่าค้นหา
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
6 ต้นไม้ข้างทางในไทย ที่คนต่างชาติปักหมวดซื้อขายกันหลักแสน ทำไมศาลไม่เปิดสำนวนคดีให้ใครดูก็ได้6 โรงพยาบาลในดูไบ ที่อยู่ในระบบส่งต่อผู้ป่วยสุดไฮเทค ทั้งรถสปอร์ตและเฮลิคอปเตอร์ลองวัดความยาวของชีวิตกับเวลาของโลก
ตั้งกระทู้ใหม่