50 ปีผ่านไป ทำไม Gen Z จีนจึงหันกลับไปหา “เหมา” ในฐานะ “คุณครู”?
เมื่อครู่นี้ ผู้เขียนได้อ่านบทความหนึ่งที่พูดถึงปรากฏการณ์ทางสังคมในประเทศจีน แล้วรู้สึกว่าน่าสนใจจนอยากนำมาเล่าต่อ เพราะเรื่องนี้ไม่ได้เป็นเพียงกระแสในโลกออนไลน์ธรรมดา ๆ แต่กำลังสะท้อนให้เห็นบางอย่างเกี่ยวกับความคิด ความรู้สึก และความกังวลของคนรุ่นใหม่จีนในยุคปัจจุบัน
บุคคลที่ถูกพูดถึงคือ “เหมา เจ๋อตุง” อดีตผู้นำคนสำคัญที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์จีน ผู้ถึงแก่อสัญกรรมไปตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 1976
แต่ในปี 2026 หรือ 50 ปีหลังจากวันที่เขาจากโลกนี้ไป ชื่อของเขากลับปรากฏขึ้นอีกครั้งในพื้นที่ที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง นั่นคือหน้าจอโทรศัพท์มือถือของคนหนุ่มสาวจีน
ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ คนรุ่นใหม่บางส่วนไม่ได้เรียกเขาว่า “เหมา เจ๋อตุง” อย่างเดียว แต่ใช้คำว่า “教员” ซึ่งแปลได้ในความหมายว่า “ครู” หรือ “คุณครู” เป็นคำเรียกแทน
คำถามจึงเกิดขึ้นทันทีว่า
เหตุใดชายผู้จากไปแล้วครึ่งศตวรรษจึงกลับมาได้รับความสนใจจากคนรุ่นใหม่?
เหตุใดหนังสือของเขาจึงกลับมาได้รับความสนใจจากนักศึกษามหาวิทยาลัย?
และเหตุใดแนวคิดของผู้นำจากศตวรรษที่ 20 จึงสามารถถูกนำมาใช้พูดถึงปัญหาของคนหนุ่มสาวจีนในศตวรรษที่ 21 ได้อีกครั้ง?
คำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่ “ความคิดถึงอดีต” เพียงอย่างเดียว
แต่อาจอยู่ที่ปัญหาของ “ปัจจุบัน” ที่กำลังทำให้คนรุ่นใหม่บางส่วนหันกลับไปค้นหาคำอธิบายจากประวัติศาสตร์
จากชายในหนังสือประวัติศาสตร์ สู่ “คุณครู” บนหน้าจอมือถือ
ถ้าเราเปิดดูโลกออนไลน์ของจีนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จะพบว่าภาพของเหมา เจ๋อตุงไม่ได้อยู่เฉพาะในพิพิธภัณฑ์ หนังสือประวัติศาสตร์ หรือสถานที่สำคัญของประเทศเท่านั้น
ภาพของเขากลับถูกนำมาตัดต่อเป็นวิดีโอสั้น ถูกประกอบเข้ากับเพลง ถูกนำไปเล่าเรื่องราวชีวิตในช่วงวัยหนุ่ม และถูกหยิบยกคำพูดหรือแนวคิดต่าง ๆ มาพูดถึงอีกครั้ง
โดยเฉพาะบน Bilibili ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มวิดีโอที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่คนรุ่นใหม่ของจีน
มีทั้งคลิปที่เล่าชีวิตของเหมาในช่วงวัยหนุ่ม คลิปเกี่ยวกับสงครามและการปฏิวัติ คลิปเกี่ยวกับบทบาทของเขาในการก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน รวมถึงคลิปที่นำภาพของเขามาเชื่อมโยงกับปัญหาของคนหนุ่มสาวในยุคปัจจุบัน
กระแสนี้มีทั้งคนที่ชื่นชมจริงจัง คนที่สนใจประวัติศาสตร์ และคนที่นำภาพของเหมาไปใช้ในเชิงวัฒนธรรมอินเทอร์เน็ต
ดังนั้น หากเห็นคนหนุ่มสาวจีนใช้คำว่า “คุณครู” เรียกเหมา ก็ไม่ควรรีบด่วนสรุปว่าคนเหล่านั้นต้องการย้อนกลับไปใช้ชีวิตในจีนยุคเหมา
เพราะความหมายของคำเรียกหนึ่งคำในโลกออนไลน์อาจซับซ้อนกว่านั้นมาก
สำหรับบางคน “คุณครู” อาจเป็นคำแสดงความเคารพ
สำหรับบางคนอาจเป็นคำที่ใช้ในชุมชนของผู้สนใจประวัติศาสตร์
สำหรับบางคนอาจหมายถึงความสนใจในแนวคิดทางการเมือง
และสำหรับอีกกลุ่มหนึ่ง อาจเป็นเพียงภาษาทางวัฒนธรรมที่พวกเขาหยิบมาใช้เพื่อพูดถึงบุคคลในประวัติศาสตร์
แต่ไม่ว่าจะเป็นความหมายแบบใด สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธได้ยากก็คือ
เหมา เจ๋อตุงกำลังกลับมาอยู่ในบทสนทนาของคนรุ่นใหม่บางส่วนอีกครั้ง
แล้วคำว่า “คุณครู” มาจากไหน?
เรื่องนี้มีที่มาทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ
ในช่วงการปฏิวัติวัฒนธรรม เหมา เจ๋อตุงเคยได้รับการยกย่องด้วยคำเรียก “ผู้ยิ่งใหญ่สี่ประการ” ซึ่งเกี่ยวข้องกับภาพลักษณ์ของเขาในฐานะครู ผู้นำ ผู้บัญชาการ และผู้นำผู้ถือหางเสือ
คำว่า “ครู” จึงไม่ได้เป็นคำที่เพิ่งถูกสร้างขึ้นในยุคอินเทอร์เน็ต
แต่มีรากมาจากวัฒนธรรมการเมืองในยุคของเหมาเอง
ที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือ เอกสารการประเมินประวัติศาสตร์ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนในปี 1981 เองก็ยังกล่าวถึงเหมาในฐานะ “ผู้นำและครูผู้ยิ่งใหญ่” แม้เอกสารฉบับเดียวกันจะวิพากษ์วิจารณ์ความผิดพลาดร้ายแรงของเขาอย่างชัดเจนด้วยก็ตาม
นี่ทำให้คำว่า “ครู” มีความหมายทางประวัติศาสตร์มากกว่าคำเรียกทั่วไป
มันสะท้อนภาพของเหมาในฐานะผู้สอนแนวคิด ผู้สร้างอุดมการณ์ และผู้ที่ถูกนำเสนอว่าเป็นบุคคลสำคัญในการกำหนดทิศทางของประเทศ
เมื่อคำนี้ถูกนำกลับมาใช้ในโลกออนไลน์ยุคใหม่ จึงเกิดการเชื่อมโยงระหว่างอดีตกับปัจจุบันขึ้นโดยอัตโนมัติ
คนรุ่นหนึ่งอาจเคยได้ยินคำว่า “ครูเหมา” ในบริบททางการเมือง
แต่คนอีกรุ่นหนึ่งกลับนำคำเดียวกันมาใช้บนโลกออนไลน์
ความหมายอาจเปลี่ยนไปบ้างตามยุคสมัย แต่รากของคำยังคงเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์จีนในศตวรรษที่ 20
หลักฐานอีกชิ้นที่น่าสนใจยิ่งกว่าคลิปในโลกออนไลน์ คือ “หนังสือ”
หากมองเฉพาะกระแสในอินเทอร์เน็ต เราอาจคิดว่านี่เป็นเพียงเรื่องของคนบางกลุ่มที่ชอบทำคลิปเกี่ยวกับบุคคลในประวัติศาสตร์
แต่เมื่อหันมาดูข้อมูลจากห้องสมุดมหาวิทยาลัย ก็จะพบสิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กัน
ห้องสมุดมหาวิทยาลัยชิงหัว หรือ Tsinghua University Library มีการเผยแพร่อันดับหนังสือที่ถูกยืมในแต่ละปี
ข้อมูลของปี 2019 ระบุว่า “毛泽东选集” หรือ “รวมบทนิพนธ์ของเหมา เจ๋อตุง” อยู่ในอันดับ 1 ของหนังสือที่ถูกยืม โดยมีการยืม 216 ครั้งในปีนั้น
และเรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงปีเดียว
ข้อมูลจากห้องสมุดมหาวิทยาลัยชิงหัวแสดงให้เห็นว่า “毛泽东选集” ยังคงอยู่ในอันดับ 1 ของหนังสือกระดาษที่ถูกยืมในปี 2024 และปี 2025 ด้วย
ตัวเลขนี้น่าสนใจมาก
แต่ก็ต้องตีความอย่างระมัดระวัง
การที่หนังสือของเหมาเป็นหนังสือที่ถูกยืมมากที่สุด ไม่ได้หมายความว่านักศึกษาชิงหัวทุกคนที่ยืมหนังสือเล่มนี้เป็นผู้สนับสนุนแนวคิดของเหมา
นักศึกษาอาจยืมเพื่อเรียน
อาจยืมเพื่อทำรายงาน
อาจสนใจประวัติศาสตร์
อาจสนใจการเมือง
หรืออาจต้องการศึกษาความคิดของบุคคลที่มีอิทธิพลต่อประเทศจีน
แต่สิ่งที่ข้อมูลนี้บอกเราได้อย่างชัดเจนก็คือ
หนังสือของเหมาไม่ได้กลายเป็นสิ่งที่คนรุ่นใหม่ “ไม่แตะต้อง”
ตรงกันข้าม มันยังคงถูกหยิบออกจากชั้นหนังสือและถูกอ่านอย่างต่อเนื่อง
และนั่นเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก
เพราะเมื่อคนหนุ่มสาวหยิบหนังสือเก่าของผู้นำที่จากไปแล้ว 50 ปีขึ้นมาอ่าน พวกเขาอาจไม่ได้กำลังมองหาอดีตอย่างเดียว
พวกเขาอาจกำลังมองหาคำอธิบายบางอย่างสำหรับชีวิตของตัวเอง
ทำไมคนรุ่นใหม่ต้องกลับไปหาอดีต?
ลองมองกลับมาที่ชีวิตของคนหนุ่มสาวจีนในวันนี้
พวกเขาเติบโตขึ้นในประเทศที่แตกต่างจากจีนในสมัยของพ่อแม่อย่างมาก
จีนในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมาเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เมืองขยายตัว โครงสร้างพื้นฐานพัฒนา การศึกษาแพร่หลายขึ้น และเศรษฐกิจเติบโตจนจีนกลายเป็นหนึ่งในประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของโลก
คนรุ่นพ่อแม่จำนวนมากจึงมีประสบการณ์กับการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน
จากชนบทเข้าสู่เมือง
จากรายได้น้อยสู่รายได้ที่สูงขึ้น
จากโอกาสทางการศึกษาที่จำกัดไปสู่ระบบการศึกษาที่ขยายตัว
จากเศรษฐกิจแบบปิดมากขึ้นไปสู่เศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกับโลก
แต่คนรุ่นลูกกำลังพบว่าเส้นทางดังกล่าวไม่ได้ราบรื่นเหมือนเดิมเสมอไป
สิ่งที่คนรุ่นพ่อแม่เคยทำแล้วประสบความสำเร็จ อาจไม่ได้รับประกันผลลัพธ์แบบเดียวกันสำหรับลูกหลาน
เรียนสูงขึ้นไม่ได้แปลว่าจะได้งานที่ต้องการ
ทำงานหนักไม่ได้แปลว่าจะซื้อบ้านได้
เข้าเมืองใหญ่ไม่ได้แปลว่าจะมีชีวิตมั่นคง
และการแข่งขันที่สูงขึ้นก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะก้าวไปข้างหน้าพร้อมกัน
ตรงกันข้าม บางคนกลับรู้สึกว่าตัวเองต้องวิ่งเร็วขึ้นเรื่อย ๆ เพียงเพื่อรักษาสถานะเดิมเอาไว้
นี่คือพื้นฐานทางสังคมที่ทำให้คำอย่าง “996”, “นอนราบ” และ “Involution” หรือ “เน่ยจวน” กลายเป็นคำที่ถูกพูดถึงในหมู่คนรุ่นใหม่จีน
คำว่า 996 หมายถึงการทำงานตั้งแต่ 9 โมงเช้าถึง 3 ทุ่ม สัปดาห์ละ 6 วัน
ส่วน “นอนราบ” สื่อถึงการเลือกถอนตัวจากการแข่งขันบางรูปแบบ ไม่ต้องการไล่ตามความสำเร็จตามมาตรฐานของสังคมอย่างไม่สิ้นสุด
ขณะที่ “Involution” ใช้อธิบายการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยผลตอบแทนที่ได้รับไม่ได้เพิ่มขึ้นตามความพยายาม
ลองนึกภาพคนสิบคนแข่งขันกันเพื่อแย่งที่นั่งสิบที่นั่ง
เดิมทุกคนทำงานวันละแปดชั่วโมงก็เพียงพอ
แต่วันหนึ่งมีคนหนึ่งเริ่มทำงานสิบสองชั่วโมง
คนอื่นจึงต้องทำตาม
สุดท้ายทุกคนทำงานหนักขึ้น แต่จำนวนที่นั่งกลับไม่ได้เพิ่มขึ้น
สิ่งที่เพิ่มขึ้นคือความเหนื่อย
นี่เป็นความรู้สึกที่คนรุ่นใหม่จำนวนหนึ่งพยายามอธิบายด้วยคำว่า “Involution”
และเมื่อคนรู้สึกว่าระบบการแข่งขันไม่ยุติธรรม พวกเขาก็อาจหันไปสนใจแนวคิดที่ตั้งคำถามต่อความเหลื่อมล้ำและความสัมพันธ์ระหว่างทุนกับสังคม
ตรงนี้เองที่แนวคิดของเหมากลับมาได้รับความสนใจ
ตัวเลขการว่างงานก็เป็นอีกชิ้นส่วนหนึ่งของภาพใหญ่
ข้อมูลด้านตลาดแรงงานช่วยทำให้เราเข้าใจบริบทนี้ได้ดีขึ้น
สำนักงานสถิติแห่งชาติจีนได้ปรับวิธีการเผยแพร่อัตราการว่างงานของเยาวชน โดยตั้งแต่ปี 2024 มีการเผยแพร่ตัวเลขของกลุ่มอายุ 16–24 ปีที่ “ไม่รวมผู้ที่กำลังศึกษาอยู่” เพื่อให้สะท้อนสถานการณ์ของคนหนุ่มสาวที่ออกจากระบบการศึกษาและกำลังเข้าสู่ตลาดแรงงานได้ชัดเจนขึ้น
สำหรับเดือนกรกฎาคม 2026 ตัวเลขกลุ่มดังกล่าวอยู่ที่ 17.9% ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้ต้องอ่านให้ถูกต้อง
มันไม่ได้หมายความว่า “เยาวชนจีนทั้งหมด 17.9% ไม่มีงานทำ”
แต่หมายถึงอัตราการว่างงานของประชากรในเขตเมืองอายุ 16–24 ปีที่ไม่อยู่ในสถานศึกษาและเข้าเกณฑ์แรงงานตามนิยามทางสถิติ
สำนักงานสถิติจีนอธิบายว่าการแยกนักเรียนออกจากกลุ่มนี้ช่วยให้เห็นสถานการณ์ของเยาวชนที่เข้าสู่ตลาดแรงงานจริงได้แม่นยำขึ้น
ดังนั้นจึงไม่ควรนำตัวเลขนี้ไปกล่าวเกินจริง
แต่ในอีกด้านหนึ่ง ตัวเลขดังกล่าวก็ช่วยให้เราเห็นว่าการเปลี่ยนผ่านจากโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยเข้าสู่ตลาดแรงงานยังเป็นโจทย์สำคัญสำหรับคนรุ่นใหม่ของจีน
เมื่อประกอบกับราคาที่อยู่อาศัย การแข่งขันทางการศึกษา และแรงกดดันจากตลาดแรงงาน จึงไม่แปลกที่คนหนุ่มสาวบางส่วนจะตั้งคำถามว่า
“ถ้าพยายามมากแล้วชีวิตยังไม่ดีขึ้น แล้วปัญหาอยู่ตรงไหน?”
และเมื่อคำถามนี้เกิดขึ้น แนวคิดทางการเมืองจากอดีตย่อมสามารถถูกนำกลับมาพิจารณาใหม่ได้
เหมาในสายตาคนรุ่นใหม่อาจไม่ใช่ “เหมาตัวจริง” ทั้งหมด
นี่เป็นอีกจุดหนึ่งที่สำคัญมาก
เวลาพูดว่า “Gen Z จีนกลับมาชื่นชมเหมา” เราต้องระวังไม่ให้คำพูดนี้กว้างเกินหลักฐาน
เพราะคนหนุ่มสาวจีนไม่ได้มีความคิดเห็นเหมือนกันทั้งหมด
บางคนอาจสนับสนุนแนวคิดของเหมา
บางคนอาจสนใจเพียงประวัติศาสตร์
บางคนอาจชอบภาพลักษณ์ของเขาในช่วงวัยหนุ่ม
บางคนอาจสนใจคำพูดหรือข้อเขียนของเขา
และบางคนอาจใช้ภาพของเหมาเป็นสัญลักษณ์ในการพูดถึงความไม่พอใจต่อสังคมปัจจุบัน
ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน
ที่สำคัญ คนรุ่นใหม่ที่หยิบเหมากลับมาพูดถึงอาจไม่ได้รู้สึกผูกพันกับ “จีนยุคเหมา” ในแบบเดียวกับคนที่มีชีวิตอยู่ในช่วงเวลานั้น
สำหรับคนที่เคยผ่านเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์จริง ความทรงจำอาจเต็มไปด้วยประสบการณ์ส่วนตัว
แต่สำหรับคนที่เกิดหลังจากนั้นหลายสิบปี เหมาอาจเป็นภาพจากหนังสือ ภาพยนตร์ คลิปสั้น รูปปั้น และคำพูดในโลกออนไลน์
เมื่อประสบการณ์ตรงไม่มีอยู่ ภาพจำของบุคคลก็สามารถถูกสร้างขึ้นใหม่ได้
นี่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์ทั่วโลก
คนรุ่นหนึ่งอาจจำเขาในฐานะผู้สร้าง
อีกรุ่นอาจจำเขาในฐานะผู้ทำลาย
และอีกรุ่นหนึ่งอาจมองเขาเป็นเพียงบุคคลที่มีความซับซ้อนและควรศึกษาอย่างรอบด้าน
เหมาก็เช่นเดียวกัน
ต้องไม่ลืมว่าเหมาไม่ได้มีเพียง “ด้านวีรบุรุษ”
หากพูดถึงกระแสความนิยมเหมาโดยไม่พูดถึงความผิดพลาดครั้งใหญ่ของยุคเหมา บทความก็จะไม่สมบูรณ์
เพราะประวัติศาสตร์จีนสมัยใหม่ไม่สามารถแยกเหมาออกจากเหตุการณ์อย่าง Great Leap Forward และ Cultural Revolution ได้
การก้าวกระโดดครั้งใหญ่ในช่วงปลายทศวรรษ 1950 และต้นทศวรรษ 1960 นำไปสู่ความเสียหายทางเศรษฐกิจและวิกฤตอาหารครั้งใหญ่
ส่วนการปฏิวัติวัฒนธรรมที่เริ่มขึ้นในปี 1966 และดำเนินไปจนถึงปี 1976 ก่อให้เกิดความวุ่นวายทางการเมืองและสังคมอย่างรุนแรง
มติประวัติศาสตร์ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนปี 1981 ระบุว่าการปฏิวัติวัฒนธรรมเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ และเป็นความเสียหายที่หนักหน่วงที่สุดครั้งหนึ่งต่อพรรค ประเทศ และประชาชนนับตั้งแต่การก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน
เอกสารฉบับเดียวกันยังระบุว่า เหมาต้องรับผิดชอบอย่างสำคัญต่อความผิดพลาดเหล่านั้น แต่ก็ไม่ได้โยนความผิดทั้งหมดให้กับเขาเพียงคนเดียว พร้อมทั้งแยก “แนวคิดเหมา เจ๋อตุง” ออกจากแนวคิดที่ผิดพลาดบางประการในช่วงการปฏิวัติวัฒนธรรมด้วย
นี่จึงเป็นเหตุผลที่การประเมินเหมาต้องทำอย่างระมัดระวัง
เขาเป็นบุคคลสำคัญในการก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน
แต่เขาก็เป็นผู้นำที่เกี่ยวข้องกับนโยบายซึ่งสร้างความเสียหายมหาศาล
สองสิ่งนี้สามารถเป็นความจริงพร้อมกันได้
แล้วเหตุใดพรรคคอมมิวนิสต์จีนยังคงรักษาสถานะของเหมาไว้?
นี่ก็เป็นอีกหนึ่งชิ้นส่วนที่ทำให้ภาพทั้งหมดสมบูรณ์
หลังยุคเหมา จีนไม่ได้เลือกที่จะลบเขาออกจากประวัติศาสตร์
ในทางตรงกันข้าม พรรคคอมมิวนิสต์จีนยังคงรักษาบทบาทของเขาไว้ในเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์ของประเทศ
มติปี 1981 วางกรอบการประเมินเหมาไว้ทั้งด้านความสำเร็จและความผิดพลาด โดยยืนยันว่าความสำเร็จของช่วงก่อนหน้านั้นมีความสำคัญอย่างมาก ขณะเดียวกันก็ยอมรับความผิดพลาดร้ายแรงของการปฏิวัติวัฒนธรรมอย่างชัดเจน
ต่อมาในมติประวัติศาสตร์ปี 2021 พรรคก็ยังคงวาง “การฟื้นฟูอันยิ่งใหญ่ของประชาชาติจีน” ไว้เป็นส่วนสำคัญของเรื่องเล่าประวัติศาสตร์สมัยใหม่
ภายใต้กรอบดังกล่าว เหมาจึงยังคงมีสถานะเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญของการก่อตั้งจีนยุคใหม่
ดังนั้น คนรุ่นใหม่จีนจึงไม่ได้เติบโตขึ้นมาในสังคมที่ “ไม่มีเหมา”
ตรงกันข้าม พวกเขายังคงเห็นภาพของเหมาอยู่ในพื้นที่สาธารณะ หนังสือ ประวัติศาสตร์ การศึกษา และวัฒนธรรมของประเทศ
เมื่อรวมกับการที่โลกออนไลน์เปิดโอกาสให้คนหยิบภาพเหล่านี้มาตัดต่อและตีความใหม่ เหมาจึงสามารถกลับเข้ามาอยู่ในวัฒนธรรมร่วมสมัยได้อย่างไม่ยากนัก
แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือ “เหมา” กำลังถูกใช้เพื่อพูดเรื่องอะไร
ถ้าคนหนุ่มสาวเพียงแค่ดูคลิปประวัติศาสตร์แล้วชื่นชมเหมา เรื่องนี้คงไม่ซับซ้อนนัก
แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือ แนวคิดของเหมากำลังถูกนำไปเชื่อมโยงกับเรื่องร่วมสมัย
เรื่องความเหลื่อมล้ำ
เรื่องความมั่งคั่ง
เรื่องทุน
เรื่องชนชั้น
เรื่องงาน
เรื่องบ้าน
เรื่องการแข่งขัน
และเรื่องความรู้สึกว่าคนรุ่นใหม่บางส่วนกำลังไม่ได้รับโอกาสเท่ากับคนรุ่นก่อน
ตรงนี้ทำให้ “เหมา” กลายเป็นมากกว่าบุคคล
เขากลายเป็นสัญลักษณ์
และเมื่อบุคคลทางประวัติศาสตร์กลายเป็นสัญลักษณ์ ความหมายของเขาก็สามารถเปลี่ยนไปตามคนที่นำสัญลักษณ์นั้นมาใช้
คนรุ่นหนึ่งอาจใช้เหมาเพื่อพูดถึงการปฏิวัติ
คนอีกรุ่นใช้เพื่อพูดถึงความเสมอภาค
อีกกลุ่มใช้เพื่อพูดถึงความเข้มแข็งของชาติ
ขณะที่บางคนอาจใช้เพื่อแสดงความไม่พอใจต่อความเหลื่อมล้ำ
ดังนั้น การถามเพียงว่า “ทำไม Gen Z จีนถึงชอบเหมา?” อาจเป็นคำถามที่ง่ายเกินไป
คำถามที่ลึกกว่าคือ
“ทำไมคนหนุ่มสาวบางส่วนจึงรู้สึกว่าภาษาทางความคิดของเหมายังสามารถอธิบายปัญหาของพวกเขาได้?”
และคำถามนี้ต่างหากที่น่าสนใจ
การกลับมาของเหมาอาจสะท้อนความรู้สึกที่พูดตรง ๆ ได้ยาก
ในสังคมที่การพูดเรื่องการเมืองบางประเด็นมีความละเอียดอ่อน คนอาจเลือกใช้บุคคลในประวัติศาสตร์เป็นตัวกลางในการพูดถึงสิ่งที่ตัวเองสนใจ
การพูดถึงเหมาอาจเป็นการพูดถึงประวัติศาสตร์
แต่ในบางกรณีอาจเป็นการพูดถึงปัจจุบันด้วย
พูดถึงความเหลื่อมล้ำโดยไม่ต้องพูดชื่อใคร
พูดถึงทุนโดยไม่ต้องระบุบริษัท
พูดถึงชนชั้นโดยไม่ต้องวิจารณ์บุคคลในปัจจุบัน
พูดถึงความยุติธรรมผ่านเรื่องราวในอดีต
นี่เป็นเหตุผลที่นักวิชาการบางคนมองว่ากระแสการกลับมาของเหมาอาจมีนัยทางการเมืองมากกว่าการรำลึกถึงอดีต
แต่ก็ต้องระวังอีกเช่นกัน
เราไม่สามารถสรุปจากคลิปไวรัลหรือความคิดเห็นในอินเทอร์เน็ตเพียงอย่างเดียวว่าเยาวชนจีนกำลังรวมตัวกันเป็นขบวนการทางการเมืองใหม่
หลักฐานที่มีอยู่แสดงให้เห็นถึงความสนใจและการกลับมาปรากฏตัวของเหมาในวัฒนธรรมออนไลน์และพื้นที่การอ่านของคนรุ่นใหม่บางส่วน
แต่การเปลี่ยนแปลงนั้นจะพัฒนาไปถึงขั้นเป็นอัตลักษณ์ทางการเมืองที่ยั่งยืนหรือไม่ ยังเป็นเรื่องที่ต้องติดตามต่อไป
ครึ่งศตวรรษผ่านไป ทำไมชื่อของชายคนนี้ยังไม่หายไป?
คำตอบส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเหมาไม่ใช่เพียงอดีตผู้นำธรรมดา
เขาเป็นหนึ่งในบุคคลที่มีอิทธิพลต่อทิศทางจีนมากที่สุดในศตวรรษที่ 20
เขามีส่วนสำคัญต่อการก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีนในปี 1949
เขามีบทบาทต่อการกำหนดทิศทางทางการเมืองของจีนในช่วงหลายทศวรรษ
เขาเกี่ยวข้องกับสงคราม การปฏิวัติ การสร้างรัฐ และการเปลี่ยนแปลงทางสังคมครั้งใหญ่
แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็เกี่ยวข้องกับความผิดพลาดที่สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงเช่นกัน
ดังนั้นจึงแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะพูดถึงประวัติศาสตร์จีนร่วมสมัยโดยไม่พูดถึงเหมา
สิ่งที่เปลี่ยนไปจึงไม่ใช่การที่เหมา “กลับมา” ในความหมายว่าเขาเคยหายไป
แต่เป็นวิธีที่คนแต่ละยุคนำเขากลับมาตีความ
และในปี 2026 คนรุ่นใหม่บางส่วนกำลังตีความเหมาใหม่ผ่านปัญหาของชีวิตตัวเอง
ในมุมมองของผู้เขียนเห็นว่า การกลับมาของเหมาในหมู่คนรุ่นใหม่จีนไม่ควรถูกมองแบบสุดโต่งว่าเป็นเพียง “กระแสคลั่งไคล้ผู้นำเก่า” และก็ไม่ควรถูกมองกลับด้านว่าเป็นหลักฐานว่าคนรุ่นใหม่ทั้งหมดกำลังต้องการย้อนประเทศกลับไปสู่อดีต
ความจริงน่าจะซับซ้อนกว่านั้นมาก
คนรุ่นใหม่อาจกำลังมองหา “คำอธิบาย”
พวกเขาเกิดในประเทศที่ร่ำรวยขึ้นและทันสมัยขึ้นกว่าจีนในอดีตอย่างมหาศาล แต่ในเวลาเดียวกัน พวกเขาก็ต้องเผชิญการแข่งขันที่หนักขึ้น ความคาดหวังที่สูงขึ้น และตลาดแรงงานที่ไม่ได้เปิดโอกาสให้ทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน
เมื่อสิ่งที่พ่อแม่เคยทำแล้วประสบความสำเร็จไม่สามารถรับประกันความสำเร็จให้กับลูกได้อีกต่อไป คนรุ่นใหม่ย่อมเริ่มตั้งคำถาม
ทำไม?
ใครได้ประโยชน์?
ใครเสียประโยชน์?
ทำไมคนบางกลุ่มร่ำรวยขึ้นอย่างรวดเร็ว?
ทำไมการทำงานหนักจึงไม่ได้หมายความว่าจะมีชีวิตที่มั่นคง?
และเมื่อคำถามเหล่านี้เกิดขึ้น แนวคิดที่พูดถึงความเหลื่อมล้ำและความขัดแย้งทางชนชั้นก็ย่อมสามารถกลับมาได้รับความสนใจได้
ไม่จำเป็นว่าคนเหล่านั้นจะเชื่อทุกอย่างของเหมา
แต่อาจเป็นเพราะ “ภาษาของเหมา” ช่วยให้พวกเขาอธิบายความรู้สึกบางอย่างได้ง่ายขึ้น
นี่คือเหตุผลว่าทำไมการเรียกเขาว่า “คุณครู” จึงน่าสนใจ
เพราะคำว่า “ครู” ไม่ได้หมายถึงคนที่ผู้เรียนต้องเชื่อทุกคำ
ครูที่แท้จริงคือคนที่ทำให้ผู้เรียนกลับไปคิดต่อ
และในกรณีของเหมา สิ่งที่น่าจับตามองก็คือ คนรุ่นใหม่กำลังเรียนรู้จากเขาอย่างไร
พวกเขากำลังเรียนรู้ประวัติศาสตร์หรือกำลังสร้างประวัติศาสตร์ฉบับใหม่ขึ้นมาในโลกออนไลน์?
พวกเขากำลังชื่นชมตัวบุคคล หรือกำลังใช้ตัวบุคคลเป็นสัญลักษณ์?
พวกเขาต้องการกลับไปหาอดีต หรือกำลังใช้เรื่องราวในอดีตเพื่อวิพากษ์ปัจจุบัน?
คำถามเหล่านี้ยังไม่มีคำตอบที่ตายตัว
แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ
เหมา เจ๋อตุงยังไม่จบลงพร้อมกับวันที่เขาถึงแก่อสัญกรรม
เพราะบุคคลทางประวัติศาสตร์อาจจากไปได้
แต่ความคิดเกี่ยวกับบุคคลนั้นสามารถถูกส่งต่อ ถูกตีความ และถูกนำกลับมาใช้ใหม่ได้เสมอ
จาก “คุณครู” ในอดีต สู่คำถามของคนรุ่นใหม่ในวันนี้
50 ปีหลังจากการจากไปของเหมา เจ๋อตุง ชื่อของเขายังคงอยู่ในจีน
อยู่ในหนังสือ
อยู่ในรูปปั้น
อยู่ในพิพิธภัณฑ์
อยู่ในบทเรียนประวัติศาสตร์
และในเวลานี้กำลังอยู่ในคลิปวิดีโอของคนรุ่นใหม่
สิ่งที่น่าสนใจจึงไม่ใช่เพียงว่า “ทำไมเหมายังดัง”
แต่คือ “ทำไมคนรุ่นใหม่ยังต้องการพูดถึงเขา”
บางทีคำตอบอาจไม่ได้อยู่ในปี 1949
ไม่ได้อยู่ในปี 1966
ไม่ได้อยู่ในปี 1976
แต่อยู่ในปี 2026
เพราะเมื่อคนรุ่นใหม่ต้องเผชิญกับปัญหาของตัวเอง พวกเขาย่อมเลือกหยิบเครื่องมือทางความคิดจากสิ่งที่พวกเขารู้จัก
บางคนหยิบหนังสือเศรษฐศาสตร์
บางคนหยิบปรัชญา
บางคนหยิบประวัติศาสตร์
และบางคนหยิบ “เหมา เจ๋อตุง” ขึ้นมา
ไม่ว่าจะเห็นด้วยกับเขาหรือไม่ก็ตาม
สิ่งนี้สะท้อนความจริงอย่างหนึ่งของประวัติศาสตร์ว่า บุคคลสำคัญไม่ได้มีชีวิตอยู่เพียงในยุคของตัวเอง
แต่ยังสามารถมี “ชีวิตหลังความตายทางความคิด” ได้อีกยาวนาน
และเหมา เจ๋อตุง คือหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด
สำหรับคนรุ่นเก่า เขาอาจเป็นผู้นำที่มีทั้งความยิ่งใหญ่และความผิดพลาด
สำหรับนักประวัติศาสตร์ เขาคือบุคคลที่ต้องศึกษาด้วยหลักฐานและบริบท
สำหรับรัฐบาลจีน เขายังคงเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องเล่าการก่อตั้งประเทศ
แต่สำหรับคนหนุ่มสาวบางส่วนในจีนยุค 2026 เขากำลังกลายเป็น “คุณครู” อีกครั้ง
ไม่ใช่เพราะอดีตถูกลืม
แต่เพราะคนรุ่นใหม่กำลังใช้สายตาของตัวเองมองอดีต
และบางที สิ่งที่พวกเขากำลังค้นหาในตัวชายผู้จากไปเมื่อ 50 ปีก่อน อาจไม่ใช่คำตอบว่า “จีนควรกลับไปเป็นเหมือนเดิมหรือไม่”
แต่อาจเป็นคำตอบสำหรับคำถามที่ใกล้ตัวกว่านั้นมาก
“เหตุใดชีวิตของพวกเราจึงกลายเป็นแบบนี้ และเราจะเข้าใจมันได้อย่างไร?”
นี่อาจเป็นเหตุผลที่ชื่อของ “เหมา เจ๋อตุง” ยังไม่หายไปจากความทรงจำของจีน
และนี่อาจเป็นเหตุผลที่คำว่า “คุณครู” ยังคงถูกเรียกขาน แม้เจ้าของชื่อนั้นจะจากโลกนี้ไปแล้วถึงครึ่งศตวรรษก็ตาม
เพราะสุดท้ายแล้ว ประวัติศาสตร์ไม่เคยเป็นเพียงเรื่องของคนที่จากไป
แต่ยังเป็นเรื่องของคนที่ยังมีชีวิตอยู่ และกำลังพยายามหาความหมายของโลกที่พวกเขาต้องใช้ชีวิตต่อไป
แหล่งที่มาของข้อมูล :
-
BBC News รายงานปรากฏการณ์การกลับมาได้รับความสนใจของเหมา เจ๋อตุงในกลุ่มคนรุ่นใหม่จีน เนื้อหาเกี่ยวกับการใช้คำว่า “教员” หรือ “คุณครู” การพูดถึงเหมาในโลกออนไลน์ ตลอดจนมุมมองของนักศึกษาและนักวิชาการต่อกระแสดังกล่าว
-
ห้องสมุดมหาวิทยาลัยชิงหัว (Tsinghua University Library) ข้อมูลอันดับหนังสือที่ถูกยืมระบุว่า “毛泽东选集” หรือ “รวมบทนิพนธ์ของเหมา เจ๋อตุง” อยู่ในอันดับ 1 ของรายการยืมหนังสือกระดาษประจำปี 2019 โดยมีจำนวนการยืม 216 ครั้ง
-
Tsinghua University Library ข้อมูลอันดับหนังสือปี 2024 และ 2025 แสดงให้เห็นว่า “毛泽东选集” ยังคงอยู่ในอันดับ 1 ของหนังสือกระดาษที่ถูกยืมในทั้งสองปี
-
สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (National Bureau of Statistics of China) อธิบายวิธีการจัดทำอัตราการว่างงานของเยาวชน โดยระบุว่ามีการเผยแพร่ตัวเลขกลุ่มอายุ 16–24 ปีที่ไม่รวมผู้ที่กำลังศึกษาอยู่ เพื่อสะท้อนสถานการณ์ของเยาวชนที่เข้าสู่ตลาดแรงงานได้แม่นยำยิ่งขึ้น
-
ข้อมูลอัตราการว่างงานเยาวชนจีนปี 2026 ระบุว่าอัตราการว่างงานของกลุ่มอายุ 16–24 ปีที่ไม่รวมผู้เรียนอยู่ อยู่ที่ 17.9% ในเดือนกรกฎาคม 2026 โดยแหล่งข้อมูลดังกล่าวอ้างอิงข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติจีน
-
มติคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนปี 1981 หรือ “Resolution on Certain Questions in the History of Our Party Since the Founding of the People’s Republic of China” ประเมินบทบาทของเหมา เจ๋อตุงทั้งด้านความสำเร็จและความผิดพลาด โดยยอมรับว่าการปฏิวัติวัฒนธรรมเป็นความผิดพลาดร้ายแรงและก่อให้เกิดความเสียหายอย่างหนักต่อพรรค ประเทศ และประชาชน
-
เอกสารประวัติศาสตร์ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนปี 1981 ยังระบุถึงบทบาทของเหมา เจ๋อตุงในฐานะผู้นำสำคัญของประเทศ พร้อมย้ำว่าความสำเร็จและความผิดพลาดของยุคดังกล่าวต้องได้รับการพิจารณาอย่างรอบด้าน ไม่ควรลบล้างหรือปกปิดความผิดพลาด และไม่ควรปฏิเสธผลงานที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น
-
ข้อมูลจาก Bilibili ยังพบเนื้อหาปี 2026 ที่ใช้คำว่า “教员” หรือ “คุณครู” เชื่อมโยงกับเหมา เจ๋อตุง และนำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับแนวคิดหรือชีวิตของเขาแก่ผู้ชมร่วมสมัย เช่น คลิป “青年教员给当代年轻人的成长课” ที่เผยแพร่ในเดือนมีนาคม 2026
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
ส่องกระแสเลขเด่นหวยลาววันนี้ 10 กันยายน 2569 เลขไหนมาแรงในโซเชียล?
ความลับใต้สายน้ำ: ทำไม “สมบัติทองคำ” ใต้แม่น้ำเจ้าพระยาจึงไม่มีใครแตะต้องได้
ประเทศที่บินเข้าประเทศไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลก
เปิดสถิติหวยย้อนหลัง 20 ปี งวด 16 กันยายน 69
เปิดคลังตัวเลขและเหตุการณ์สำคัญ งวดวันที่ 16 กันยายน 2569
ไก่ไหว้เจ้าหันหัวผิดหรือเปล่า? เปิดความเชื่อคนรุ่นเก่า พร้อมวิธีจัดที่หลายบ้านยังทำ
ทำไม "อุโมงค์ทางลอดพัทยา" ขุดแป๊บเดียวเสร็จ แต่น้ำท่วมทีไรจมก่อนเพื่อนตลอด?
เปิด 5 เขตกรุงเทพฯ ที่มีเงินฝากมากที่สุด อันดับ 1 เงินทะลุ 6 แสนล้าน!
เปิด 5 ห้างที่เงินสะพัดมากที่สุดในไทย อันดับ 1 คนเดินวันละหลักแสน
“สวัสดี” ดังไกลทั่วโลก! เปิดความหมายดั้งเดิม แท้จริงแล้วคือ “คำอวยพร” ไม่ใช่แค่คำทักทาย
AI วิเคราะห์สถิติเลขท้าย 3 ตัวบนและเลขท้าย 2 ตัวล่าง งวด 16 ก.ย.69
ภาษีอะไรที่ทำเงินให้รัฐบาลมากที่สุด? เปิดตัวเลขแต่ละประเภท
ด่วน! CIB บุกวัดดังอยุธยา จับ “หลวงพ่ออติโชติ” เจ้าอาวาสพระอารามหลวง ปมฟอกเงิน-ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ พบหลักฐานคลิปฉาวในกุฏิ
ส่องกระแสเลขเด่นหวยลาววันนี้ 10 กันยายน 2569 เลขไหนมาแรงในโซเชียล?
ไก่ไหว้เจ้าหันหัวผิดหรือเปล่า? เปิดความเชื่อคนรุ่นเก่า พร้อมวิธีจัดที่หลายบ้านยังทำ
เปิด 5 เขตกรุงเทพฯ ที่มีเงินฝากมากที่สุด อันดับ 1 เงินทะลุ 6 แสนล้าน!
“สวัสดี” ดังไกลทั่วโลก! เปิดความหมายดั้งเดิม แท้จริงแล้วคือ “คำอวยพร” ไม่ใช่แค่คำทักทาย
ทำไม "อุโมงค์ทางลอดพัทยา" ขุดแป๊บเดียวเสร็จ แต่น้ำท่วมทีไรจมก่อนเพื่อนตลอด?
51 กลุ่มชาติพันธุ์สู่สภาฯ ครั้งแรก! เปิดประตูเสียงชุมชน ขึ้นโต๊ะนโยบายไทย
ไก่ไหว้เจ้าหันหัวผิดหรือเปล่า? เปิดความเชื่อคนรุ่นเก่า พร้อมวิธีจัดที่หลายบ้านยังทำ
เปิดศึก “ฉลากแดง” อินเดีย ทำไม Fanta สูตรเดียวกันถึงต่างกันคนละโลก?
ย้อนตำนาน “โพลาริส” น้ำดื่มขวดแรกของไทย ทำไมคนรุ่นก่อนเรียกน้ำว่า “โพลาริส”