เปิดรายชื่อ 5 ประเทศในฝัน เด็กไทย นิยมไปเรียนต่อมากที่สุด
เมื่อครู่นี้ ผู้เขียนได้อ่านข้อมูลเกี่ยวกับการเดินทางไปศึกษาต่อต่างประเทศของนักเรียนไทยแล้วพบตัวเลขที่น่าสนใจไม่น้อย เพราะแม้เวลาจะเปลี่ยนไป ค่าใช้จ่ายในการเรียนต่างประเทศจะสูงขึ้น และเส้นทางการศึกษาในประเทศไทยจะมีทางเลือกมากขึ้น แต่ “การไปเรียนเมืองนอก” ก็ยังเป็นความฝันของครอบครัวไทยจำนวนไม่น้อย
คำถามที่ตามมาก็คือ หากเด็กไทยต้องเลือกประเทศสักแห่งเพื่อไปเรียนต่อ ประเทศไหนคือจุดหมายที่ได้รับความนิยมมากที่สุด?
คำตอบจากข้อมูลการเคลื่อนย้ายนักเรียนระหว่างประเทศที่เผยแพร่โดย ICEF Monitor ซึ่งรวบรวมข้อมูลจาก UNESCO Institute for Statistics รวมถึงข้อมูลจากรัฐบาลและหน่วยงานด้านการศึกษาของประเทศปลายทาง พบว่า ออสเตรเลียขึ้นมาเป็นอันดับ 1 อย่างโดดเด่น โดยมีนักเรียนไทยประมาณ 19,360 คนในปี 2022
ตัวเลขดังกล่าวทิ้งห่างอันดับ 2 อย่างสหราชอาณาจักรที่ประมาณ 5,405 คน และสหรัฐอเมริกาที่ประมาณ 5,010 คนอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่แคนาดาอยู่ที่ประมาณ 2,755 คน และอียิปต์ประมาณ 2,955 คนตามปีอ้างอิงของข้อมูลแต่ละประเทศ
แต่มีเรื่องหนึ่งที่ผู้เขียนอยากย้ำตั้งแต่ต้น เพราะเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับการอ่านสถิติชุดนี้
ตัวเลขของทั้ง 5 ประเทศไม่ได้เป็นข้อมูลของปีเดียวกันทั้งหมด
ออสเตรเลียและสหราชอาณาจักรเป็นตัวเลขปี 2022 ขณะที่สหรัฐฯ ใช้ข้อมูลปีการศึกษา 2021/22 ส่วนอียิปต์เป็นข้อมูลปี 2020 และแคนาดาเป็นข้อมูลปี 2022 ดังนั้นอันดับนี้ควรมองเป็น “ภาพรวมจุดหมายปลายทางสำคัญของนักเรียนไทยจากข้อมูลล่าสุดที่มีในชุดรายงานนั้น” ไม่ใช่การจัดอันดับที่นำตัวเลขจากปีเดียวกันมาเปรียบเทียบแบบตรง ๆ
จุดนี้อาจดูเป็นรายละเอียดเล็กน้อย แต่สำหรับคนที่ต้องการข้อมูลที่ถูกต้อง ถือว่าสำคัญมาก เพราะการนำตัวเลขคนละปีมาเขียนว่าเป็น “สถิติล่าสุดของทั้ง 5 ประเทศ” อาจทำให้ผู้อ่านเข้าใจคลาดเคลื่อนได้
แล้วแต่ละประเทศมีอะไรดึงดูดนักเรียนไทย?
ลองไล่ดูทีละอันดับกัน
อันดับ 1 “ออสเตรเลีย” นักเรียนไทยประมาณ 19,360 คน
ถ้าถามว่าประเทศไหนมาแรงที่สุดในข้อมูลชุดนี้ คำตอบค่อนข้างชัดเจนว่า ออสเตรเลีย
ICEF Monitor ระบุว่า ในปี 2022 มีนักเรียนไทยที่เดินทางไปศึกษาในออสเตรเลียประมาณ 19,360 คน เพิ่มขึ้นประมาณ 78% จากข้อมูลก่อนหน้าในชุดที่รายงานนำมาเปรียบเทียบ และทำให้ออสเตรเลียกลายเป็นปลายทางอันดับ 1 ของนักเรียนไทยอย่างโดดเด่น
ลองเทียบกับอันดับ 2 ซึ่งอยู่ที่ 5,405 คน จะเห็นความแตกต่างทันทีว่าออสเตรเลียไม่ได้ขึ้นอันดับ 1 แบบเฉือนกันเพียงเล็กน้อย แต่มีจำนวนสูงกว่าหลายเท่าตัว
เหตุผลหนึ่งที่ออสเตรเลียเป็นที่สนใจของคนไทยมานาน คือมีระบบการศึกษาที่รองรับนักเรียนต่างชาติหลากหลายระดับ ตั้งแต่โรงเรียน หลักสูตรภาษาอังกฤษ วิทยาลัยและสายอาชีพ ไปจนถึงระดับมหาวิทยาลัย ทำให้นักเรียนไม่ได้มีเพียงเส้นทางเดียวในการเข้าสู่ระบบการศึกษาของประเทศ
สำหรับครอบครัวไทย เรื่องภาษาอังกฤษก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญ เพราะการเรียนในสภาพแวดล้อมที่ใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันช่วยให้ผู้เรียนได้ฝึกทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียน
นอกจากนี้ ออสเตรเลียยังมีสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงในระดับนานาชาติ และมีประสบการณ์ในการรับนักเรียนต่างชาติเป็นจำนวนมาก
ที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือ หากมองข้อมูลของรัฐบาลออสเตรเลียในช่วงหลัง ก็ยังเห็นความสำคัญของตลาดไทยอยู่ ไม่ได้หายไปหลังจากข้อมูลปี 2022
ดังนั้น ตัวเลข 19,360 คนจึงไม่ควรถูกมองเพียงว่าเป็นตัวเลขหนึ่งในตาราง แต่สะท้อนว่าออสเตรเลียเป็นตลาดการศึกษาที่คนไทยให้ความสนใจอย่างจริงจังมาอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนขอเตือนอีกครั้งว่า ตัวเลข “นักเรียนไทย 19,360 คนในปี 2022” กับตัวเลขจากฐานข้อมูลออสเตรเลียในปีหลัง ๆ ไม่ควรนำมาเทียบกันแบบตรง ๆ เพราะแต่ละฐานข้อมูลอาจใช้คำนิยามและวิธีนับแตกต่างกัน
นี่คือเหตุผลว่าทำไมการอ่านข่าวสถิติการศึกษา จึงต้องดูทั้ง “จำนวน” และ “วิธีการนับ” ไปพร้อมกัน
อันดับ 2 “สหราชอาณาจักร” ประมาณ 5,405 คน
รองลงมาคือ สหราชอาณาจักร หรือ UK ซึ่งมีนักเรียนไทยประมาณ 5,405 คนในปี 2022 ตามข้อมูลที่ ICEF Monitor นำเสนอ
หากออสเตรเลียเป็นประเทศที่มีจำนวนสูงอย่างโดดเด่น สหราชอาณาจักรก็เป็นอีกประเทศที่มี “ชื่อชั้น” ทางการศึกษาซึ่งดึงดูดนักเรียนไทยมาเป็นเวลานาน
มหาวิทยาลัยของอังกฤษหลายแห่งเป็นที่รู้จักในระดับโลก ขณะที่ระบบการศึกษามีหลักสูตรให้เลือกจำนวนมาก โดยเฉพาะระดับปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษา
อีกเหตุผลที่ทำให้สหราชอาณาจักรได้รับความสนใจคือระยะเวลาเรียนในบางหลักสูตร เช่น หลักสูตรปริญญาโทจำนวนมากที่สามารถเรียนจบได้ภายในประมาณ 1 ปี ซึ่งแตกต่างจากบางประเทศที่อาจใช้เวลานานกว่า
สำหรับครอบครัวที่คำนวณค่าใช้จ่ายโดยรวมแล้ว เรื่อง “ระยะเวลา” จึงมีความหมายไม่น้อย
เพราะค่าใช้จ่ายในการไปเรียนต่างประเทศไม่ได้มีเฉพาะค่าเล่าเรียน แต่ยังมีค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าประกัน ค่าใช้จ่ายส่วนตัว และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เมื่อระยะเวลาเรียนสั้นลง ค่าใช้จ่ายบางส่วนก็อาจลดลงตามไปด้วย แม้จะไม่ได้หมายความว่าการเรียนในอังกฤษจะถูกกว่าประเทศอื่นเสมอไป
นี่จึงเป็นอีกเหตุผลที่ผู้เขียนมองว่า หากจะเลือกประเทศเรียนต่อ ไม่ควรมองเฉพาะ “ค่าเทอมต่อปี” แต่ควรมองค่าใช้จ่ายตลอดหลักสูตรด้วย
อันดับ 3 “สหรัฐอเมริกา” ประมาณ 5,010 คน
อันดับ 3 ได้แก่ สหรัฐอเมริกา โดยตัวเลขในรายงานอยู่ที่ประมาณ 5,010 คนในปีการศึกษา 2021/22 อ้างอิงข้อมูลจาก Institute of International Education หรือ IIE ผ่านโครงการ Open Doors
สหรัฐฯ มีจุดเด่นที่หลายคนคุ้นเคยดี นั่นคือมีมหาวิทยาลัยจำนวนมากและมีหลักสูตรให้เลือกแทบทุกสาขา ตั้งแต่วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ การแพทย์ ธุรกิจ เศรษฐศาสตร์ ศิลปศาสตร์ ไปจนถึงสาขาเฉพาะทางอีกจำนวนมาก
สำหรับนักเรียนที่ยังไม่แน่ใจว่าตัวเองต้องการเรียนอะไร ระบบการศึกษาของสหรัฐฯ ยังมีความยืดหยุ่นในหลายระดับ ทำให้ผู้เรียนสามารถสำรวจความสนใจและเลือกเส้นทางการเรียนที่เหมาะสมกับตัวเองได้
แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ ตัวเลข 5,010 คนไม่ได้เป็นตัวเลขล่าสุดที่สุดของสหรัฐฯ
ข้อมูล Open Doors 2024 ระบุว่า ในปีการศึกษา 2023/24 มีนักเรียนไทยในสหรัฐฯ รวม 5,310 คน ซึ่งมากกว่าตัวเลข 5,010 คนในปี 2021/22 เล็กน้อย
ตัวเลข 5,310 คนดังกล่าวยังแบ่งออกเป็นหลายกลุ่ม ได้แก่ นักศึกษาระดับปริญญาตรี 2,192 คน ระดับบัณฑิตศึกษา 1,922 คน นักเรียนในหลักสูตรที่ไม่ใช่ปริญญา 244 คน และผู้เข้าร่วมโครงการฝึกงานหลังจบการศึกษา หรือ OPT อีก 952 คน
ข้อมูลนี้ทำให้เห็นว่า “นักเรียนไทยในสหรัฐฯ” ไม่ได้หมายถึงเฉพาะเด็กที่กำลังเรียนปริญญาตรีเท่านั้น แต่ยังรวมถึงนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาและผู้ที่อยู่ในเส้นทางหลังสำเร็จการศึกษาตามระบบของสหรัฐฯ ด้วย
ตรงนี้จึงเป็นอีกตัวอย่างว่า เวลาอ่านตัวเลขนักเรียนต่างชาติ ต้องดูด้วยว่าแหล่งข้อมูลกำลังนับใครและนับในช่วงเวลาใด
อันดับ 4 “อียิปต์” ประมาณ 2,955 คน จุดหมายที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง
มาถึงอันดับที่หลายคนอาจรู้สึกว่า “เอ๊ะ ทำไมอียิปต์ติดอันดับด้วย?”
คำตอบอยู่ที่ลักษณะของกลุ่มผู้เรียน
ข้อมูลที่ ICEF Monitor นำเสนอระบุว่า อียิปต์มีนักเรียนไทยประมาณ 2,955 คนในปี 2020 โดยเป็นข้อมูลจาก UNESCO
ตัวเลขนี้ควรอ่านอย่างระมัดระวัง เพราะไม่ควรนำไปตีความว่านักเรียนไทยทุกคนที่เดินทางไปอียิปต์มีวัตถุประสงค์เหมือนกับผู้ที่ไปเรียนออสเตรเลีย อังกฤษ หรือสหรัฐฯ
อียิปต์มีบทบาทสำคัญในฐานะศูนย์กลางการศึกษาด้าน ศาสนาอิสลาม ภาษาอาหรับ และอิสลามศึกษา โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยอัล-อัซฮัร ซึ่งมีความสำคัญอย่างมากต่อโลกมุสลิม
สำหรับนักเรียนไทยมุสลิมบางส่วน การเดินทางไปศึกษาที่อียิปต์จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของการไปเรียนต่างประเทศ แต่เป็นการเดินทางไปยังแหล่งการศึกษาที่มีประวัติศาสตร์และความสำคัญทางศาสนาโดยตรง
นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมอียิปต์จึงปรากฏอยู่ในข้อมูลปลายทางสำคัญของนักเรียนไทย แม้หากมองจากภาพรวมทั่วไปแล้ว หลายคนอาจนึกถึงประเทศตะวันตกก่อน
ผู้เขียนเห็นว่า ประเด็นนี้น่าสนใจมาก เพราะทำให้เห็นว่าคำว่า “เรียนต่อต่างประเทศ” ของคนไทยไม่ได้มีความหมายเหมือนกันทั้งหมด
บางคนไปเพื่อภาษา
บางคนไปเพื่อปริญญา
บางคนไปเพื่อสายอาชีพ
บางคนไปเพื่อโอกาสในการทำงาน
และบางคนไปเพื่อศึกษาศาสนาและวัฒนธรรมอย่างจริงจัง
ดังนั้นตัวเลขเดียวกันอาจสะท้อนความต้องการที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
อันดับ 5 “แคนาดา” ประมาณ 2,755 คน
อีกประเทศที่อยู่ในกลุ่ม 5 อันดับแรกคือ แคนาดา ด้วยตัวเลขประมาณ 2,755 คนในปี 2022
แคนาดาเป็นอีกประเทศที่ได้รับความสนใจจากนักเรียนต่างชาติอย่างต่อเนื่อง โดยมีระบบการศึกษาที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ และมีสถาบันการศึกษาหลากหลายตั้งแต่ระดับวิทยาลัยไปจนถึงมหาวิทยาลัย
สำหรับนักเรียนไทย จุดที่น่าสนใจของแคนาดาไม่ได้อยู่ที่ชื่อเสียงทางการศึกษาเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงสภาพแวดล้อมที่มีความเป็นสังคมนานาชาติสูง
นักเรียนจากหลายประเทศเดินทางไปศึกษาในแคนาดา ทำให้ผู้เรียนมีโอกาสพบปะผู้คนจากหลากหลายวัฒนธรรม ซึ่งถือเป็นประสบการณ์ที่หาได้ยากจากการเรียนอยู่ในสภาพแวดล้อมเดิม
อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลังแคนาดามีการปรับนโยบายเกี่ยวกับนักเรียนต่างชาติหลายด้าน ดังนั้นผู้ที่กำลังสนใจควรตรวจสอบข้อมูลจากรัฐบาลแคนาดาและสถาบันการศึกษาโดยตรงก่อนสมัคร เพราะกฎเรื่องวีซ่า ค่าเล่าเรียน สิทธิในการทำงาน และเงื่อนไขหลังเรียนจบสามารถเปลี่ยนแปลงได้
กล่าวง่าย ๆ คือ “ประเทศยอดนิยม” ไม่ได้แปลว่า “เงื่อนไขเหมือนเดิมตลอดเวลา”
ตัวเลข 5 ประเทศ เมื่อเอามาวางเรียงกัน
หากนำตัวเลขตามชุดข้อมูลที่ ICEF Monitor นำเสนอมาเรียงกัน จะเห็นภาพค่อนข้างชัดเจนว่า
อันดับ 1 ออสเตรเลีย — 19,360 คน — ปี 2022
อันดับ 2 สหราชอาณาจักร — 5,405 คน — ปี 2022
อันดับ 3 สหรัฐอเมริกา — 5,010 คน — ปีการศึกษา 2021/22
อันดับ 4 อียิปต์ — 2,955 คน — ปี 2020
อันดับ 5 แคนาดา — 2,755 คน — ปี 2022
นอกจากนี้ยังมี ญี่ปุ่นประมาณ 2,735 คนในปี 2022 ซึ่งตัวเลขอยู่ใกล้เคียงกับแคนาดามาก ดังนั้นหากพูดถึง “ประเทศที่คนไทยนิยมไปเรียนต่อ” ก็ไม่ควรมองเพียง 5 ประเทศนี้แล้วจบ เพราะยังมีประเทศอื่นที่มีนักเรียนไทยเดินทางไปศึกษาเป็นจำนวนไม่น้อยเช่นกัน
ข้อมูลชุดเดียวกันยังระบุว่า เยอรมนี มาเลเซีย ซาอุดีอาระเบีย และนิวซีแลนด์ เมื่อรวมกันแล้วมีนักเรียนไทยมากกว่า 2,500 คนในข้อมูลปี 2020 อีกด้วย
นั่นหมายความว่าโลกของการเรียนต่อต่างประเทศของคนไทยไม่ได้มีแค่สหรัฐฯ อังกฤษ และออสเตรเลีย แต่มีทางเลือกอีกมากมาย
ทำไม “ออสเตรเลีย” ถึงทิ้งห่างประเทศอื่น?
คำถามนี้น่าสนใจที่สุด
เพราะเมื่อดูตัวเลข 19,360 คนเทียบกับอันดับ 2 ที่ 5,405 คน ความแตกต่างค่อนข้างมาก
เหตุผลไม่ได้มีเพียงข้อเดียว
ประการแรกคือ ภาษาอังกฤษ
ออสเตรเลียเป็นประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก จึงตอบโจทย์นักเรียนที่ต้องการพัฒนาภาษาอังกฤษควบคู่กับการเรียนวิชาชีพหรือวิชาการ
ประการที่สองคือ ความหลากหลายของหลักสูตร
นักเรียนไม่ได้จำเป็นต้องเดินทางไปเรียนมหาวิทยาลัยอย่างเดียว แต่ยังมีหลักสูตรภาษา วิทยาลัย และการศึกษาสายวิชาชีพให้เลือก
ประการที่สามคือ ตลาดการศึกษาต่างชาติที่มีขนาดใหญ่
ออสเตรเลียมีประสบการณ์ในการรับนักเรียนจากทั่วโลกมาเป็นเวลานาน ระบบต่าง ๆ จึงถูกพัฒนาเพื่อรองรับนักเรียนต่างชาติในหลายระดับ
ประการที่สี่คือ ระยะทาง
เมื่อเทียบกับสหรัฐฯ หรือยุโรป ออสเตรเลียอยู่ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ทำให้การเดินทางจากประเทศไทยสะดวกกว่าในแง่ระยะทางและเวลา แม้ค่าเดินทางจะยังเป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องวางแผนก็ตาม
และอีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามคือ เครือข่ายคนไทย
เมื่อประเทศใดมีคนไทยไปเรียนหรือพำนักอยู่จำนวนมาก นักเรียนรุ่นใหม่ก็อาจได้รับข้อมูลจากรุ่นพี่ เพื่อน หรือครอบครัวที่มีประสบการณ์มาก่อน ทำให้การตัดสินใจง่ายขึ้น
พูดอีกแบบหนึ่งก็คือ เมื่อมีคนไปก่อน ก็ย่อมมีคนรุ่นต่อไปกล้าตามไปมากขึ้น
แต่ “ประเทศยอดนิยม” ไม่ได้แปลว่า “เหมาะกับทุกคน”
ผู้เขียนเห็นว่าประเด็นนี้สำคัญที่สุด
การเห็นตัวเลขเกือบ 20,000 คนในออสเตรเลียอาจทำให้หลายครอบครัวคิดทันทีว่า ถ้าอย่างนั้นส่งลูกไปออสเตรเลียน่าจะดีที่สุด
แต่ความจริงไม่ใช่เช่นนั้น
เพราะการเลือกประเทศเรียนต่อควรเริ่มจากคำถามว่า “ลูกของเราต้องการเรียนอะไร?” มากกว่าคำถามว่า “คนอื่นไปประเทศไหน?”
หากต้องการเรียนด้านเทคโนโลยีหรือวิทยาศาสตร์บางแขนง สหรัฐฯ อาจมีตัวเลือกที่ตอบโจทย์มากกว่า
หากต้องการเรียนหลักสูตรที่ใช้เวลาสั้นและมองหามหาวิทยาลัยชื่อดัง สหราชอาณาจักรอาจเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ
หากต้องการเส้นทางด้านภาษาอังกฤษหรือสายวิชาชีพ ออสเตรเลียอาจตอบโจทย์
หากต้องการศึกษาศาสนาอิสลามและภาษาอาหรับ อียิปต์มีความสำคัญในอีกมิติหนึ่ง
ขณะที่แคนาดาอาจเหมาะกับผู้ที่ให้ความสำคัญกับระบบการศึกษาและสภาพแวดล้อมนานาชาติ
ดังนั้น “อันดับ” เป็นเพียงข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ไม่ใช่คำตอบสำเร็จรูป
อีกเรื่องที่พ่อแม่ต้องคิดให้รอบคอบกว่าคำว่า “ค่าเทอม”
สำหรับผู้ปกครองที่กำลังคิดจะส่งลูกไปเรียนต่างประเทศ ผู้เขียนอยากฝากไว้ว่า อย่าคำนวณเฉพาะค่าเล่าเรียน
เพราะค่าใช้จ่ายจริงประกอบด้วยหลายส่วน
ทั้งค่าเล่าเรียน
ค่าที่พัก
ค่าอาหาร
ค่าเดินทาง
ค่าประกันสุขภาพ
ค่าวีซ่าและเอกสาร
ค่าอุปกรณ์การเรียน
ค่าใช้จ่ายส่วนตัว
รวมถึงค่าเดินทางกลับประเทศไทยในช่วงปิดภาคเรียน
บางประเทศอาจมีค่าเล่าเรียนสูง แต่หลักสูตรสั้นกว่า ขณะที่บางประเทศค่าเล่าเรียนอาจดูไม่สูงนัก แต่ใช้เวลาเรียนนานกว่า
ดังนั้นการเปรียบเทียบที่ถูกต้องควรดู “ค่าใช้จ่ายตลอดหลักสูตร” มากกว่าดูเพียงค่าใช้จ่ายต่อปี
และถ้าเป็นครอบครัวที่มีงบประมาณจำกัด การมีเงินสำรองสำหรับกรณีฉุกเฉินก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม
เพราะชีวิตจริงของนักเรียนต่างประเทศไม่ได้มีแต่ห้องเรียน
มีทั้งวันที่เจ็บป่วย วันที่เที่ยวบินถูกยกเลิก วันที่ต้องย้ายที่พัก วันที่ต้องซื้ออุปกรณ์การเรียนใหม่ หรือวันที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด
การเตรียมเงินสำรองจึงมีความสำคัญไม่แพ้การเตรียมเอกสารสมัครเรียน
ตัวเลข 40,720 คน ก็บอกอะไรเราได้มากกว่าที่คิด
ข้อมูลของ ICEF Monitor ระบุว่า นักเรียนไทยที่ศึกษาอยู่ต่างประเทศในทุกภาคการศึกษามีประมาณ 40,720 คนในปี 2022 ขณะที่ข้อมูล UNESCO ปี 2020 ระบุว่ามีนักเรียนไทยในระดับอุดมศึกษาที่ศึกษาอยู่ต่างประเทศประมาณ 32,066 คน
ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่าการเดินทางไปศึกษาต่างประเทศของคนไทยยังเป็นตลาดที่มีขนาดไม่น้อย
และที่น่าสนใจคือรายงานไม่ได้มองเฉพาะมหาวิทยาลัยเท่านั้น
เพราะนักเรียนไทยจำนวนหนึ่งเดินทางไปเรียนหลักสูตรระยะสั้น หลักสูตรภาษา วิทยาลัย หรือสายวิชาชีพด้วย
นี่จึงเป็นเหตุผลที่การพูดว่า “นักเรียนไทยไปเรียนต่อต่างประเทศ” ไม่ควรตีความว่าหมายถึงเฉพาะเด็กที่ไปเรียนปริญญาตรีหรือปริญญาโทเท่านั้น
ในมุมมองของผู้เขียนเห็นว่า ตัวเลขทั้ง 5 ประเทศสะท้อนเรื่องหนึ่งได้ชัดเจนมาก นั่นคือ คนไทยไม่ได้มองการศึกษาในต่างประเทศด้วยเหตุผลเดียวกัน
บางครอบครัวต้องการให้ลูกเก่งภาษา
บางครอบครัวต้องการวุฒิจากมหาวิทยาลัยต่างประเทศ
บางคนต้องการประสบการณ์ชีวิต
บางคนต้องการเรียนเฉพาะทางที่ประเทศไทยมีทางเลือกน้อยกว่า
บางคนต้องการสร้างเครือข่ายระหว่างประเทศ
และบางคนต้องการเดินทางไปศึกษาศาสนาและวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้ง
ดังนั้นการจัดอันดับจึงเป็นเพียง “ภาพใหญ่”
สิ่งสำคัญกว่าคือการถามว่า ทำไมคนไทยถึงไปประเทศนั้น และไปแล้วได้อะไรกลับมา
ผู้เขียนมองว่า สำหรับครอบครัวที่กำลังวางแผนเรื่องการศึกษาของลูกหลาน ข้อมูลลักษณะนี้มีประโยชน์อย่างมาก เพราะช่วยให้เห็นภาพว่าตลาดการศึกษานานาชาติของไทยกำลังมุ่งหน้าไปทางไหน
แต่ก็ไม่ควรใช้ตัวเลขเหล่านี้เป็นเหตุผลเดียวในการตัดสินใจ
เพราะประเทศที่มีคนไทยไปเรียนมากที่สุด ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นประเทศที่ดีที่สุดสำหรับลูกของเราเสมอไป
เช่นเดียวกับการเลือกบ้านหรือเลือกงาน ไม่มีคำตอบเดียวที่เหมาะกับทุกคน
สรุป 5 ประเทศ จุดหมายยอดนิยมของนักเรียนไทย
หากสรุปจากข้อมูลชุดที่ ICEF Monitor เผยแพร่ ประเทศที่ปรากฏอยู่ในกลุ่มจุดหมายปลายทางสำคัญของนักเรียนไทย ได้แก่
อันดับ 1 ออสเตรเลีย — 19,360 คน
อันดับ 2 สหราชอาณาจักร — 5,405 คน
อันดับ 3 สหรัฐอเมริกา — 5,010 คน
อันดับ 4 อียิปต์ — 2,955 คน
อันดับ 5 แคนาดา — 2,755 คน
โดยต้องย้ำว่า ตัวเลขดังกล่าวมาจากปีอ้างอิงที่แตกต่างกัน จึงไม่ควรนำไปตีความว่าเป็นการจัดอันดับสถิติปี 2026 หรือเป็นตัวเลขล่าสุดของแต่ละประเทศในปัจจุบันโดยตรง
หากมองเฉพาะภาพรวม ออสเตรเลียยังโดดเด่นที่สุดในชุดข้อมูลนี้ และตัวเลข 19,360 คนในปี 2022 ก็สูงกว่าอันดับ 2 อย่างสหราชอาณาจักรหลายเท่าตัว
ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ก็ยังมีนักเรียนไทยในระบบการศึกษาระดับอุดมศึกษาจำนวนมาก โดยข้อมูล Open Doors 2024 ระบุ 5,310 คนในปีการศึกษา 2023/24
สำหรับอียิปต์ ตัวเลขที่อยู่ในอันดับ 4 ควรทำความเข้าใจบริบทด้านการศึกษาศาสนาอิสลามและภาษาอาหรับร่วมด้วย ไม่ควรนำไปตีความแบบเดียวกับประเทศตะวันตก
ส่วนแคนาดาก็เป็นอีกปลายทางที่มีบทบาทในตลาดนักเรียนไทย และตัวเลข 2,755 คนในปี 2022 อยู่ใกล้เคียงกับญี่ปุ่นที่ประมาณ 2,735 คน ทำให้เห็นว่าการเลือกประเทศของนักเรียนไทยมีความหลากหลายมากกว่าที่หลายคนคิด
ท้ายที่สุด ผู้เขียนเห็นว่า “เรียนต่อต่างประเทศ” ไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียงเรื่องของการได้ไปใช้ชีวิตเมืองนอก
แต่มันคือการลงทุนระยะยาว
ลงทุนด้วยเงินของครอบครัว
ลงทุนด้วยเวลาหลายปีของผู้เรียน
และที่สำคัญที่สุด คือการลงทุนกับอนาคต
ดังนั้นก่อนตัดสินใจว่าจะส่งลูกหลานไปประเทศใด ควรถามให้ครบทั้ง เรียนอะไร ค่าใช้จ่ายเท่าไร ใช้เวลากี่ปี คุณภาพสถาบันเป็นอย่างไร สภาพแวดล้อมเหมาะกับเด็กหรือไม่ และหลังเรียนจบมีเส้นทางอย่างไร
เพราะสุดท้ายแล้ว ประเทศที่คนไทยไปเรียนมากที่สุด อาจไม่ใช่ประเทศที่เหมาะกับลูกของเรามากที่สุด
อันดับ 1 บอกได้ว่า “คนส่วนใหญ่เลือกที่ไหน” แต่ไม่ได้บอกว่า “เราควรเลือกที่ไหน”
และนี่อาจเป็นคำถามที่สำคัญกว่าตัวเลข 19,360 คนเสียอีก
แหล่งที่มาของข้อมูล :
-
ICEF Monitor — Outbound mobility trends for five key sending markets in Asia รายงานข้อมูลการเคลื่อนย้ายนักเรียนไทยไปศึกษาต่างประเทศ โดยระบุข้อมูล UNESCO ปี 2020 ว่านักเรียนไทยในระดับอุดมศึกษาที่ศึกษาในต่างประเทศมีประมาณ 32,066 คน และเมื่อรวมทุกภาคการศึกษา ตัวเลขในปี 2022 อยู่ที่ประมาณ 40,720 คน โดยออสเตรเลีย 19,360 คน สหราชอาณาจักร 5,405 คน สหรัฐฯ 5,010 คน แคนาดา 2,755 คน และอียิปต์ 2,955 คนตามปีอ้างอิงของแต่ละแหล่งข้อมูล
-
Institute of International Education — Open Doors 2024 ข้อมูลนักเรียนไทยในสหรัฐอเมริกา ระบุว่าในปีการศึกษา 2023/24 มีนักเรียนไทยรวม 5,310 คนในระดับอุดมศึกษาและกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา โดยข้อมูลดังกล่าวช่วยให้เห็นภาพที่ใหม่ขึ้นกว่าตัวเลข 5,010 คนในปีการศึกษา 2021/22
-
UNESCO Institute for Statistics (UIS) เป็นแหล่งข้อมูลพื้นฐานด้านสถิติการศึกษาระหว่างประเทศที่ ICEF Monitor ใช้เป็นส่วนหนึ่งในการวิเคราะห์การเคลื่อนย้ายนักเรียนระหว่างประเทศ โดยข้อมูลของแต่ละประเทศอาจมีปีล่าสุดแตกต่างกันตามความพร้อมของข้อมูล
-
EducationFair.net ซึ่งรวบรวมข้อมูลตลาดการศึกษาต่างประเทศของไทย นำเสนอชุดตัวเลขเดียวกัน ได้แก่ ออสเตรเลีย 19,360 คน สหราชอาณาจักร 5,405 คน สหรัฐฯ 5,010 คน อียิปต์ 2,955 คน แคนาดา 2,755 คน และญี่ปุ่น 2,735 คน พร้อมระบุแหล่งข้อมูลว่าเป็นข้อมูลจาก UNESCO/หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
AI วิเคราะห์สถิติเลขท้าย 3 ตัวบนและเลขท้าย 2 ตัวล่าง งวด 16 ก.ย.69
5 มหาวิทยาลัยที่ค่าเรียนแพทย์แพงที่สุดในไทย อันดับ 1 หลายล้านบาท
เปิด 5 ห้างที่เงินสะพัดมากที่สุดในไทย อันดับ 1 คนเดินวันละหลักแสน
ช็อกโกแลตต่างจากโกโก้ไหม
ความลับใต้สายน้ำ: ทำไม “สมบัติทองคำ” ใต้แม่น้ำเจ้าพระยาจึงไม่มีใครแตะต้องได้
เชียงใหม่ได้คะแนนนักท่องเที่ยวสูงสุดของไทยจนติดอันดับ 3 ของโลก
เห็นทุกครั้งแต่แทบไม่เคยสนใจ หลักกิโลเมตรข้างถนนมีไว้ทำอะไร
ภาษี พ.ร.บ. และประกันรถ ต่างกันตรงไหน
เปิดคลังตัวเลขและเหตุการณ์สำคัญ งวดวันที่ 16 กันยายน 2569
ทำไม 9.9 ถึงกลายเป็นวันช้อปใหญ่? จากวันที่จำง่าย สู่แคมเปญที่คนรอซื้อของทุกปี
ส่องสถิติ & ความน่าจะเป็น “เลขท้าย 2 ตัวล่าง” งวด 16 กันยายน 2569... งวดนี้ตัวไหนมีแววมาวิน?
9 กันยายน คือ World EV Day วันรถยนต์ไฟฟ้าโลก แล้ววันนี้เขาต้องการให้เรามอง EV ในมุมไหน?
5 มหาวิทยาลัยที่ค่าเรียนแพทย์แพงที่สุดในไทย อันดับ 1 หลายล้านบาท
