หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

รถลุยน้ำท่วมแล้วควรทำอะไรทันที 7 จุดที่ต้องเช็กก่อนสตาร์ตเครื่อง

เขียนโดย EvaAqua

รถลุยน้ำท่วมแล้วควรทำอะไรทันที? 7 จุดที่ต้องเช็กก่อนสตาร์ตเครื่อง

รถเพิ่งลุยน้ำมา น้ำลดแล้ว รถยังจอดอยู่ตรงหน้า หลายคนอาจคิดเหมือนกันว่า “ลองสตาร์ตดู ถ้าติดก็น่าจะไม่เป็นอะไร”

แต่ตรงนี้ต้องหยุดก่อน

คำแนะนำด้านยานยนต์ของ AAA ระบุว่า รถที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม ไม่ควรสตาร์ตก่อนผ่านการตรวจโดยช่าง เพราะน้ำอาจเข้าไปถึงเครื่องยนต์ ระบบส่งกำลัง ระบบเชื้อเพลิง ระบบเบรก และระบบไฟฟ้าได้

ที่สำคัญ รถที่ยังดูเหมือนปกติในวันแรก อาจมีปัญหาทางไฟฟ้าหรือการกัดกร่อนตามมาในภายหลังได้

ดังนั้นหลังน้ำลด สิ่งที่ควรทำคือ เช็ก 7 จุดต่อไปนี้ก่อน

1. หยุดก่อน อย่าเพิ่งสตาร์ตเครื่อง

นี่คือข้อสำคัญที่สุด

ถ้ารถดับขณะลุยน้ำ หรือถูกน้ำท่วมจนไม่แน่ใจว่าน้ำเข้าไปถึงส่วนสำคัญหรือไม่ อย่าลองสตาร์ตซ้ำเพียงเพื่อดูว่าเครื่องติดหรือไม่

เหตุผลคือ หากมีน้ำเข้าไปในทางดูดอากาศ น้ำอาจถูกดูดเข้าไปในเครื่องยนต์ และการหมุนของเครื่องยนต์สามารถทำให้เกิดความเสียหายรุนแรงได้

จำง่าย ๆ:

รถน้ำท่วม = อย่าใช้การสตาร์ตเครื่องเป็นวิธีตรวจรถ

ให้ใช้การตรวจสภาพและให้ช่างประเมินแทน

2. เช็กระดับน้ำและร่องรอยว่าน้ำขึ้นถึงไหน

ก่อนแตะระบบต่าง ๆ ให้ดูสภาพรถจากภายนอกก่อน

สังเกต คราบน้ำ โคลน เศษวัสดุ และแนวน้ำ บริเวณประตู ห้องเครื่อง ซุ้มล้อ และห้องโดยสาร

หากน้ำเคยขึ้นสูงจนเข้าไปในห้องโดยสาร ความเสี่ยงจะไม่ได้อยู่เฉพาะเครื่องยนต์ แต่รวมถึงสายไฟ กล่องควบคุม และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จำนวนมากด้วย

อย่าเปิดประตูรถขณะที่ระดับน้ำภายนอกยังสูงจนไม่ปลอดภัย เพราะอาจทำให้น้ำไหลเข้ารถมากขึ้น และพื้นที่น้ำท่วมอาจมีเศษวัสดุหรือกระแสไฟฟ้าที่มองไม่เห็น

3. เช็กช่องรับอากาศและกรองอากาศ

จุดนี้สำคัญกับเครื่องยนต์โดยตรง

ระบบเครื่องยนต์ต้องใช้อากาศในการทำงาน แต่หากรถลุยน้ำจนมีน้ำเข้าสู่ทางดูดอากาศ น้ำอาจถูกส่งต่อเข้าเครื่องยนต์ได้

ดังนั้นควรตรวจ ช่องรับอากาศ กล่องกรองอากาศ และไส้กรองอากาศ โดยเฉพาะถ้ารถลุยน้ำลึกหรือเครื่องยนต์ดับระหว่างอยู่ในน้ำ

หากพบว่ากรองอากาศเปียก มีน้ำ หรือมีคราบโคลน ไม่ควรฝืนสตาร์ตเอง ควรให้ช่างตรวจต่อ

4. เช็กน้ำมันเครื่องและของเหลวต่าง ๆ

น้ำไม่ได้มีโอกาสเข้าเฉพาะเครื่องยนต์

ช่างควรตรวจระบบที่มีของเหลว เช่น น้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ และระบบที่เกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อน เพื่อดูว่ามีน้ำหรือสิ่งปนเปื้อนเข้าไปหรือไม่

AAA ระบุว่าหลังรถถูกน้ำท่วม ควรตรวจชิ้นส่วนเครื่องกลและระบบที่มีของเหลว หากพบการปนเปื้อนต้องระบายของเหลว ทำความสะอาดตามความเหมาะสม และเติมของเหลวใหม่ก่อนนำรถกลับมาใช้งาน

เพราะฉะนั้น อย่าดูแค่ว่าน้ำมันยังมีอยู่หรือไม่ แต่ต้องดูด้วยว่ามีน้ำปนอยู่หรือเปล่า

5. เช็กระบบไฟฟ้า แบตเตอรี่ และกล่องควบคุม

รถยนต์ยุคใหม่มีระบบอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก ตั้งแต่ ECU เซนเซอร์ต่าง ๆ ไปจนถึงสายไฟและขั้วต่อ

ปัญหาคือระบบบางส่วนอาจยังทำงานได้หลังน้ำลด แต่ความชื้นหรือสิ่งสกปรกที่ตกค้างสามารถนำไปสู่การกัดกร่อนและปัญหาในภายหลังได้

ดังนั้นหากน้ำขึ้นถึงบริเวณอุปกรณ์ไฟฟ้า อย่าคิดว่าแห้งแล้วเท่ากับปลอดภัย

การตรวจแบตเตอรี่ สายไฟ ขั้วต่อ กล่องควบคุม และระบบไฟฟ้าควรให้ช่างดำเนินการ โดยเฉพาะรถที่มีระบบอิเล็กทรอนิกส์ซับซ้อน

6. เช็กเบรกและช่วงล่าง

หลังลุยน้ำ สิ่งที่ต้องคิดต่อไม่ใช่แค่ “เครื่องติดไหม”

แต่ต้องถามว่า “รถหยุดได้ปลอดภัยหรือเปล่า?”

น้ำและสิ่งสกปรกในน้ำท่วมสามารถเข้าไปสัมผัสส่วนต่าง ๆ ของระบบเบรกและช่วงล่างได้ จึงควรตรวจเบรกและชิ้นส่วนที่ได้รับน้ำ โดยเฉพาะรถที่ลุยน้ำลึกหรือแช่น้ำนาน

อย่าเพิ่งทดลองขับบนถนนจริงเพื่อทดสอบเบรก หากยังไม่ได้ตรวจสภาพรถอย่างเหมาะสม

7. เช็กห้องโดยสารและร่องรอยน้ำภายในรถ

ถ้าน้ำเข้าในห้องโดยสาร ต้องคิดถึงปัญหามากกว่าพรมเปียก

ทั้งเบาะ พรม ใต้พรม สายไฟ และอุปกรณ์ไฟฟ้าที่อยู่บริเวณพื้นรถอาจได้รับความเสียหาย

ความชื้นที่ค้างอยู่ยังเพิ่มโอกาสเกิดกลิ่นอับ เชื้อรา และการกัดกร่อนของชิ้นส่วนต่าง ๆ ได้

จุดที่ควรถ่ายภาพไว้คือ

  • คราบระดับน้ำ
  • พรมและเบาะ
  • แผงหน้าปัด
  • ห้องเครื่อง
  • บริเวณใต้ฝากระโปรง
  • ช่องกรองอากาศ
  • ชิ้นส่วนที่เห็นร่องรอยโคลนหรือเศษวัสดุ

แล้วเมื่อไรถึงจะสตาร์ตได้?

คำตอบคือ อย่าตัดสินจากระดับน้ำเพียงอย่างเดียว

ถ้ารถผ่านน้ำตื้นโดยน้ำไม่ได้เข้าไปถึงส่วนสำคัญ ความเสี่ยงย่อมน้อยกว่ารถที่น้ำเข้าเครื่องยนต์หรือห้องโดยสาร แต่ไม่ควรใช้ตัวเลขระดับน้ำเพียงตัวเดียวเป็นเกณฑ์ตัดสินรถทุกคัน

AAA แนะนำว่ารถที่ถูกน้ำท่วมควรได้รับการตรวจโดยช่างที่มีความรู้ก่อนกลับมาใช้งาน และหากสงสัยว่าน้ำเข้าเครื่องยนต์หรือระบบสำคัญ ควรใช้รถลากแทนการทดลองขับ

สรุปง่าย ๆ

สถานการณ์สิ่งที่ควรทำ
ลุยน้ำเล็กน้อย แต่รถทำงานปกติ ตรวจเบรกและสังเกตความผิดปกติก่อนใช้งาน
รถดับระหว่างลุยน้ำ อย่าสตาร์ตซ้ำ
น้ำเข้าเครื่อง/ช่องรับอากาศ อย่าสตาร์ต ให้ช่างตรวจ
น้ำเข้าห้องโดยสาร ตรวจระบบไฟฟ้าและความชื้น
รถแช่น้ำหรือระดับน้ำสูง เรียกรถลากและตรวจโดยช่าง
ไม่แน่ใจว่าน้ำเข้าเครื่องหรือไม่ อย่าเสี่ยง ให้ช่างตรวจ

อย่าลืมถ่ายรูปก่อนเคลื่อนย้ายรถ

ถ้ารถได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม ควรถ่ายภาพสภาพรถและระดับน้ำที่เห็นได้ก่อนเคลื่อนย้าย หากทำได้อย่างปลอดภัย

หลักฐานเหล่านี้มีประโยชน์เมื่อต้องติดต่อบริษัทประกันภัย

ในประเทศไทย คปภ. มีเอกสารแนบท้ายสำหรับความคุ้มครองความเสียหายจากน้ำท่วม โดยรายละเอียดการชดใช้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและวงเงินตามกรมธรรม์ของแต่ละคัน


7 จุดที่ควรจำให้ขึ้นใจ

1. ระดับน้ำและคราบน้ำ
2. ช่องรับอากาศและกรองอากาศ
3. น้ำมันเครื่องและของเหลว
4. ระบบไฟฟ้าและแบตเตอรี่
5. เบรกและช่วงล่าง
6. ห้องโดยสารและใต้พรม
7. สภาพโดยรวมก่อนตัดสินใจสตาร์ต

แต่มีข้อหนึ่งที่สำคัญกว่า 7 ข้อนี้ทั้งหมด

ถ้าไม่แน่ใจว่าน้ำเข้าเครื่องหรือระบบสำคัญหรือไม่ อย่าเสี่ยงสตาร์ต ให้ช่างตรวจแทน

เพราะการเสียเวลาตรวจรถหนึ่งครั้ง อาจถูกกว่าการลองสตาร์ตแล้วทำให้ความเสียหายเพิ่มขึ้นหลายเท่า

AAA Automotive — แนวทางตรวจรถที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม ครอบคลุมเครื่องยนต์ ระบบส่งกำลัง ระบบไฟฟ้า เบรก และของเหลว
AAA Insurance — คำแนะนำไม่ให้สตาร์ตรถที่ถูกน้ำท่วม และข้อมูลความเสียหายต่อเครื่องยนต์/ระบบไฟฟ้า
AAA Club Alliance — ขั้นตอนหลังรถถูกน้ำท่วม ตั้งแต่ประเมินสถานการณ์ ถ่ายภาพ เรียกรถลาก และตรวจโดยช่าง
สำนักงาน คปภ. — ข้อมูลความคุ้มครองภัยน้ำท่วมสำหรับรถยนต์และเอกสารแนบท้ายกรมธรรม์
Toyota Customer Service — ข้อมูลระบบไฟฟ้าและส่วนประกอบต่าง ๆ ของรถยนต์ที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสภาพ
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
EvaAqua's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 66 ครั้ง
เขียนโดย EvaAqua
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: อเมริกาโน่ดำ
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ปูแดงเกาะคริสต์มาส การอพยพครั้งยิ่งใหญ่ที่เปลี่ยนทั้งเกาะให้กลายเป็นทะเลสีแดงอำเภอเดียวพื้นที่ใหญ่กว่ากรุงเทพฯ เกือบ 3 เท่า แต่ทำไมคนกลับไม่ค่อยรู้จักโรงแรมขนาดยักษ์ที่ใหญ่ที่สุด มีห้องพักมากสุดอันดับ 1 ในไทยประวัติและที่มาของ “ขนมครก” ขนมไทยโบราณที่อยู่คู่คนไทยมาหลายร้อยปีเก๋งขาวไล่ยิงกระบะผัวเมียเจ็บหนีขึ้นโรงพัก ถูกจับแล้ว1 พร้อมกับอาวุธปืนลูกซองยาว แต่ยังปากแข็งปฏิเสธ ส่วนอีก 1 ผู้การฯเมืองคอน สั่งไล่ล่ามนุษย์ตายจากโรค HIV ปีละเท่าไหร่? ตัวเลขล่าสุดจากทั่วโลกและไทยเลขเด็ด "คำชะโนด" งวดวันที่ 16 ตุลาคม 69..เลขเด่น 7 มาแรง!เปิดแนวทางหวย “อโนทัย” งวด 16 ต.ค. 69 จับตาเลขเด่น 3-7 เหนือ-ใต้ เลขไหนถูกพูดถึงบ้าง108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียงเลขลับวงใน งวด 1 ตุลาคม 69สถิติหวย 1 ต.ค. ย้อนหลัง 10 ปี เลข 59 ซ้ำ 3 ครั้ง พบ 594-726 ออกซ้ำยิง "จอม ฉวาง" ขาใหญ่คอทะลุดับคาดสาเหตุขัดแย้งส่วนตัว
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
อำเภอที่มีชื่อยาวที่สุด เพียง 2 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทยจังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ไม่มีอำเภอเมืองเหมือนจังหวัดอื่นๆ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ภาชนะอีนาเมลมีรอยกะเทาะ ใส่อาหารต่อได้ไหม? เผยจุดเสี่ยงที่หลายบ้านมองข้าม5 ไม้หายากทรงคุณค่า พลิกตำนานสู่ "ด้ามและฝักมีดโบราณ" ที่ช่างชั้นครูต้องหามาครอบครองปฐมบทแห่งการตื่นรู้: "เวทนานุปัสสี" | การเดินทางสู่เกาะแห่งสันติสุขและวิหารแห่งความว่าง (สร้างกับ เอไอ)มัลแวร์คืออะไร
ตั้งกระทู้ใหม่