หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ แชร์ลิ้ง Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม

ทำไมฝรั่งต้อง “เคาะไม้” หลังพูดเรื่องดี ๆ? Knock on wood มีไว้กันอะไร

เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี

เคยเห็นในหนังหรือซีรีส์ไหมครับ

ใครบางคนพูดว่า

“ปีนี้ยังไม่เคยป่วยเลย...”

แล้วแทบจะทันที เขาก็เอื้อมมือไปแตะหรือเคาะโต๊ะไม้เบา ๆ พร้อมพูดว่า

“Knock on wood.”

หรือถ้าเป็นฝั่งอังกฤษ เราอาจได้ยินว่า

“Touch wood.”

พฤติกรรมเล็ก ๆ แบบนี้ดูเหมือนไม่มีอะไร

แต่จริง ๆ แล้วมันคือธรรมเนียมที่เชื่อมกับแนวคิดว่า

หลังพูดเรื่องดีออกไป เราไม่ควร “ท้าทายโชค” มากเกินไป

การเคาะไม้จึงเหมือนการทำอะไรสักอย่างเพื่อกันไม่ให้สิ่งดีที่เพิ่งพูดไป

“กลับด้านกลายเป็นเรื่องร้าย”

ทำไมต้องเคาะไม้ หลังพูดเรื่องดี?

สถานการณ์ที่เจอบ่อยที่สุดคือ หลังมีใครพูดอะไรในลักษณะว่า

จากนั้นก็จะรีบเติมว่า

“Knock on wood.”

เบื้องหลังคือความรู้สึกประมาณว่า

“อย่าพูดดีเกินไป เดี๋ยวโชคจะกลับด้าน”

แนวคิดแบบนี้ในภาษาอังกฤษมักอธิบายด้วยคำว่า

Tempting fate — การท้าทายโชคชะตา

การเคาะไม้จึงทำหน้าที่เหมือนพิธีแก้เคล็ดเล็ก ๆ

เพื่อบอกว่า

“เมื่อกี้ไม่ได้ท้านะ”

แล้วทำไมต้องเป็น “ไม้”?

ตรงนี้คือส่วนที่น่าสนใจที่สุดครับ

เพราะถ้าไปค้นที่มา จะพบคำอธิบายหลายแบบมาก

แต่ปัญหาคือ

ยังไม่มีหลักฐานที่ยืนยันได้ชัดว่า Knock on wood มีต้นกำเนิดจากเหตุการณ์เดียว

เรื่องที่เราได้ยินกันบ่อย เช่น

“มาจากคนโบราณเชื่อว่ามีวิญญาณอยู่ในต้นไม้”

หรือ

“มาจากการแตะไม้กางเขน”

จึงควรเรียกว่า

“ทฤษฎีที่อธิบายที่มา”

มากกว่าข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ที่พิสูจน์แล้ว

3 ทฤษฎีดังเรื่องที่มาของ Knock on wood

ทฤษฎีที่ 1 — วิญญาณในต้นไม้

นี่คือคำอธิบายที่คนเล่ากันมากที่สุด

ในหลายวัฒนธรรมโบราณ ต้นไม้บางชนิดถูกมองว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือเชื่อว่าเป็นที่สถิตของเทพและวิญญาณ

จึงมีข้อเสนอว่า การแตะหรือเคาะต้นไม้อาจเกี่ยวข้องกับการ

แต่ถึงจะฟังดูสมเหตุสมผล

เรายังไม่มีหลักฐานตรงที่เชื่อมธรรมเนียมโบราณเหล่านั้นกับวลี Knock on wood ในยุคปัจจุบันแบบแน่นอน

ทฤษฎีที่ 2 — ไม้กางเขนในคริสต์ศาสนา

อีกแนวคิดหนึ่งมองว่า “ไม้” อาจถูกเชื่อมกับ

ไม้กางเขนของพระเยซู

จึงมีผู้เสนอว่า การแตะไม้คือการขอความคุ้มครองหรืออ้างถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์

แต่ทฤษฎีนี้ก็ยังมีปัญหาเหมือนกัน

เพราะยังไม่มีหลักฐานแข็งแรงพอที่จะบอกว่า

นี่คือต้นกำเนิดโดยตรงของ Knock on wood

ทฤษฎีที่ 3 — เกมเด็กอังกฤษ

อันนี้ต่างจากสองทฤษฎีแรก เพราะไม่เกี่ยวกับวิญญาณหรือศาสนาเลย

นักคติชนบางคนเสนอว่า Touch wood อาจเกี่ยวข้องกับเกมเด็กอังกฤษที่เรียกว่า

Tiggy Touchwood

หลักของเกมคือ

ถ้าแตะไม้ได้ ก็จะอยู่ในเขตปลอดภัยและไม่ถูกจับ

จากแนวคิดว่า

“ไม้ = จุดที่ทำให้รอด”

จึงมีความเป็นไปได้ว่า ความหมายแบบนี้อาจค่อย ๆ กลายเป็นสำนวนแตะไม้เพื่อกันโชคร้ายในภายหลัง

Tiggy Touchwood คืออะไร?

Tiggy Touchwood เป็นชื่อที่ใช้เรียกเกมไล่จับแบบหนึ่งในอังกฤษ

กติกาสำคัญคือ เด็กที่กำลังถูกไล่สามารถไปแตะสิ่งที่เป็นไม้ เช่น

แล้วจะถือว่า

“ปลอดภัย”

ชั่วคราว

คนที่กำลังไล่จะจับไม่ได้

จึงเกิดแนวคิดง่าย ๆ ว่า

แตะไม้ = รอด

สิ่งที่ทำให้ทฤษฎีเกมเด็กน่าสนใจคือ มีหลักฐานว่ามีเกมลักษณะนี้ในอังกฤษช่วงศตวรรษที่ 19

ซึ่งอยู่ใกล้กับช่วงเวลาที่วลี

Touch wood

เริ่มปรากฏในเอกสารมากกว่าทฤษฎีที่ย้อนกลับไปหลายพันปี

อย่างไรก็ตาม

นี่ก็ยังเป็นเพียงทฤษฎีหนึ่ง ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย

แล้ววลีนี้เก่าแค่ไหน?

นี่คือจุดที่ทำให้คำอธิบายว่า

“มาจากชาวยุโรปโบราณแน่นอน”

ต้องระวังครับ

นักเขียนด้านภาษา Michael Quinion เคยรวบรวมตัวอย่างการใช้คำว่า

Touch wood

ในความหมายใกล้เคียงกับปัจจุบันที่พบในช่วงปลายศตวรรษที่ 19

ส่วนคำว่า

Knock on wood

แบบอเมริกันพบตัวอย่างชัดในช่วงต้นศตวรรษที่ 20

แปลว่า

แม้ความเชื่อเรื่องต้นไม้ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือการแก้เคล็ดอาจเก่าแก่มาก

แต่

หลักฐานของวลีที่เราใช้ทุกวันนี้กลับใหม่กว่าที่หลายคนคิด

ต้องเคาะกี่ครั้ง?

ไม่มีตัวเลขสากลครับ

บางคนแตะครั้งเดียว

บางคนเคาะสองหรือสามครั้ง

บางคนพูดเพียง

“Knock on wood.”

โดยไม่แตะอะไรเลย

ธรรมเนียมในแต่ละพื้นที่ก็แตกต่างกันออกไป

บางประเทศไม่ได้ใช้ไม้ด้วยซ้ำ

เช่น ในบางวัฒนธรรมมีธรรมเนียม

แตะเหล็ก

แทน

จุดร่วมจึงไม่ใช่ว่า “ไม้มีพลังเหนือธรรมชาติแบบเดียวกันทั่วโลก”

แต่คือแนวคิดว่า

เมื่อพูดเรื่องดีออกมา เราอาจอยากทำอะไรสักอย่างเพื่อกันไม่ให้โชคกลับด้าน

แล้วมันช่วยกันโชคร้ายจริงไหม?

ถ้ามองในเชิงวิทยาศาสตร์

ยังไม่มีหลักฐานว่าการเคาะไม้สามารถเปลี่ยนเหตุการณ์ในอนาคตหรือเปลี่ยนความน่าจะเป็นของโชคร้ายได้จริง

เคาะไม้ไม่ได้ทำให้รถเสียยากลง

ไม่ได้ป้องกันโรค

และไม่ได้เปลี่ยนโชคชะตาด้วยกลไกทางฟิสิกส์ที่พิสูจน์ได้

แต่พฤติกรรมแบบนี้ยังคงอยู่ได้ เพราะมันอาจทำหน้าที่ด้าน

ความรู้สึก

มากกว่า

หลังจากพูดสิ่งที่รู้สึกเหมือนกำลังท้าทายโชค การได้ทำพิธีเล็ก ๆ อาจทำให้เรารู้สึกว่า

“โอเค เราได้แก้เคล็ดแล้ว”

ทำไมคนที่ไม่เชื่อเรื่องโชค ยังเผลอเคาะไม้อยู่?

นี่คือส่วนที่น่าสนใจมากครับ

ทุกวันนี้หลายคนใช้ Knock on wood ทั้งที่ถ้าถามจริง ๆ อาจตอบว่า

“ไม่ได้เชื่อจริงจังหรอก”

แต่พอพูดว่า

“โปรเจกต์นี้ยังไม่มีปัญหาเลย...”

มือก็อาจเผลอ

ก๊อก ๆ

ลงบนโต๊ะทันที

เพราะพฤติกรรมบางอย่างสามารถเปลี่ยนจาก

ความเชื่อ

ไปเป็น

ธรรมเนียมทางสังคม

และสุดท้ายกลายเป็น

นิสัยทางภาษาและพฤติกรรม

ได้

บางครั้งคำว่า

“Knock on wood”

จึงไม่ได้หมายความว่าผู้พูดเชื่อว่ามีวิญญาณอยู่ในโต๊ะจริง ๆ

แต่มันอาจเป็นเพียงวิธีพูดว่า

“หวังว่าความโชคดีนี้จะยังอยู่ต่อไป”

จากความเชื่อ กลายเป็นส่วนหนึ่งของภาษา

นี่คล้ายกับภาษาไทยบางประโยค เช่น

“อย่าพูดเป็นลาง”

หรือ

“พูดดี ๆ เดี๋ยวเป็นจริง”

ผู้พูดไม่จำเป็นต้องเชื่อเรื่องโชคลางแบบจริงจังทุกครั้ง

แต่ทุกคนเข้าใจอารมณ์ของประโยคนั้น

Knock on wood ก็คล้ายกัน

มันค่อย ๆ เปลี่ยนจากพิธีหรือความเชื่อ

มาเป็น

ส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการพูด

ดังนั้น Knock on wood มาจากไหนกันแน่?

คำตอบที่ปลอดภัยที่สุดคือ

“ยังไม่รู้แน่ชัด”

เรามีหลายทฤษฎี เช่น

แต่ยังไม่มีหลักฐานที่ทำให้เราสามารถชี้ไปที่ทฤษฎีหนึ่งแล้วบอกว่า

“นี่คือต้นกำเนิดที่แท้จริง 100%”

และตรงนี้เองที่ทำให้เรื่องนี้น่าสนใจ

เพราะธรรมเนียมที่คนทั่วโลกจำนวนมากยังทำอยู่

กลับไม่มีใครสามารถตอบได้อย่างเด็ดขาดว่า

คนแรกที่เคาะไม้เพื่อกันโชคร้าย ทำไปเพราะอะไร

ครั้งต่อไปที่เห็นใครเคาะโต๊ะหลังพูดเรื่องดี ลองมองมันใหม่

เสียง

“ก๊อก ๆ”

เพียงไม่กี่ครั้งบนโต๊ะไม้

อาจดูเป็นแค่นิสัยเล็ก ๆ

แต่เบื้องหลังมีทั้ง

ความกลัวการท้าทายโชค
คติชนเรื่องต้นไม้
ศาสนา
เกมเด็ก
ภาษา
และธรรมเนียมทางสังคม

ซ้อนอยู่ด้วยกัน

และถึงต้นกำเนิดจริงจะยังเป็นปริศนา

คนยุคสมาร์ตโฟนก็ยังเผลอเอื้อมมือไปหาโต๊ะ หลังพูดว่า

“ช่วงนี้ชีวิตดีมาก...”

แล้วตามด้วย

ก๊อก ๆ — Knock on wood

เหมือนกำลังบอกโชคชะตาเบา ๆ ว่า

“เมื่อกี้ไม่ได้ท้านะ”


แหล่งข้อมูล:

1. History — Why Do People Knock on Wood for Luck? ข้อมูลเกี่ยวกับธรรมเนียม Knock on wood ทฤษฎีที่มา และความแตกต่างของความเชื่อในแต่ละประเทศ
History

2. World Wide Words — Touch Wood โดย Michael Quinion กล่าวถึงหลักฐานการใช้ Touch wood ช่วงปลายศตวรรษที่ 19 และ Knock on wood ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 รวมถึงข้อจำกัดของทฤษฎีต้นกำเนิดต่าง ๆ
World Wide Words

3. Folklore Thursday — The Origins of Touch Wood: Tree Spirits, the True Cross or Tag? ทบทวนทฤษฎีเรื่องวิญญาณในต้นไม้ ไม้กางเขน และเกมเด็ก
Folklore Thursday

4. The Bad Witch — บทสรุปแนวคิดของนักคติชน Steve Roud เกี่ยวกับเกม Tiggy Touchwood และความเป็นไปได้ในการเชื่อมกับสำนวน Touch wood
The Bad Witch

หมายเหตุ: ต้นกำเนิดของ Knock on wood / Touch wood ยังไม่สามารถยืนยันเป็นคำอธิบายเดียวได้ ทฤษฎีเรื่องวิญญาณในต้นไม้ ไม้กางเขน และเกมเด็กควรนำเสนอในฐานะข้อเสนอเกี่ยวกับที่มา ไม่ใช่ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ที่พิสูจน์แล้ว และไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ว่าการเคาะไม้สามารถเปลี่ยนโชคหรือเหตุการณ์ในอนาคตได้

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
พีรพัฒน์ พีพี's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 78 ครั้ง
เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี
เขียนบทความเกร็ดความรู้ เรื่องเล่า และ fact-check บน Postjung เน้นเช็กข้อเท็จจริงจากแหล่งทางการก่อนเผยแพร่ทุกครั้ง
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
10 VOTES (5/5 จาก 2 คน)
VOTED: ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์, พีรพัฒน์ พีพี
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
3 อำเภอของประเทศไทย ที่ขอแยกตัวเป็นจังหวัดใหม่เฮลิคอปเตอร์ตำรวจบินวนวาดรูปกล้วยบนฟ้าเหนือบ้านบ้านปากเซเปิด 2 ใบรัฐบาลไทย! เลข 3 ปะทะเลข 7 พร้อมชุดสามตัวตรง 4 แนวทาง งวด 16 พ.ย. 695 มหาวิทยาลัยไทยที่อัตราการแข่งขันสูงที่สุด บางสาขาคนสมัครหลายพัน แต่รับเพียงหลักสิบปฏิทินจีน งวด 16 พ.ย. 69 เผยเลขเด่น 426 จัดชุดสลับ 2 ตัว 3 ตัว ครบทุกตำแหน่งเปิด 10 จังหวัดประชากรเพิ่มขึ้น สวนทางภาพรวมเด็กเกิดน้อยเซียนเจ้ามือแยกขาดบน-ล่าง! เลข 2 คุมชุดบน เลข 9 นำชุดล่าง เปิดจุดต่าง 5 แนวทาง งวด 16 พ.ย. 69หนังที่ทำรายได้ถึง 1 แสนล้านบาท เรื่องแรกในประวัติศาสตร์โลกตารางใบเขียวเปิดเลขเด่นบน-ล่าง 6 ตัว จัดเลขเบิ้ล 6 คู่ พร้อมเลขจับคู่ 15 ชุด งวด 16 พ.ย. 69ภาพยนตร์ไทยเรื่องแรก ที่ทำรายได้รวมมากถึง 200 ล้านบาทเมียระแวงสามีปันใจ ประชดไปเปิดห้องกับชายอื่น สุดท้ายเดือดคว้าเก้าอี้ฟาดหัวแตก 4 เข็มทำโยเกิร์ตด้วยพริกชี้หนูทั้งเม็ด: นมข้นได้จริง แต่ยังไม่ใช่โยเกิร์ตที่กินได้อย่างปลอดภัย
ดู Hot Topic ทั้งหมด
ถอดรหัสปริศนา "สีม่วง" จากสัญลักษณ์แห่งชนชั้นสูง สู่ตัวแทนเวทมนตร์ด้านมืดในโลกแฟนตาซีเปิดตำนาน "เหรียญนางฟ้า" สู่ความจริงใต้สมุทร ไขปริศนาฟอสซิลรูปดาว 190 ล้านปีที่ธรรมชาติรังสรรค์ทายนิสัย “ความประหยัด” จาก 6 เมนูข้าวแกงจานโปรด ดาวดวงไหนอยู่เบื้องหลังกระเป๋าสตางค์ของคุณ ตามหลักการโหราศาตร์เชิงจิตวิทยาเปิดความหมาย "กอปร" อ่านอย่างไร แปลว่าอะไร? รู้จักคำไทยทรงคุณค่าที่พบบ่อยในงานเขียน
ตั้งกระทู้ใหม่