หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ขวดจิ๋วเต็มบ้าน! จิตวิทยาการกวาดสบู่โรงแรมที่เราทำเงียบ ๆ

เขียนโดย evileyes

* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th

ก่อนปิดกระเป๋าออกจากโรงแรม หลายคนมีช่วงเวลาสั้น ๆ ที่ยืนมองถาดของใช้ในห้องน้ำ แล้วมือก็เริ่มหยิบสบู่ก้อนเล็ก แชมพูขวดจิ๋ว ครีมนวด หมวกอาบน้ำ หรือชุดแปรงสีฟันใส่กระเป๋าอย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งที่บางชิ้นยังไม่เคยเปิดใช้เลยด้วยซ้ำ

เรื่องนี้ไม่ใช่ความแปลกประหลาด และก็ไม่จำเป็นต้องตีความว่าเป็นความตระหนี่เสมอไป เพราะสิ่งที่เราหยิบกลับบ้านมักเป็นของใช้สิ้นเปลืองที่โรงแรมเตรียมไว้ให้แขกแล้ว เพียงแต่เบื้องหลังการหยิบมีทั้งความรู้สึกว่า “จ่ายค่าห้องไปแล้ว” ความสนุกเล็ก ๆ ของการได้ของขนาดน่ารัก และความหวังว่าสักวันมันจะมีประโยชน์จริง

เมื่อของชิ้นเล็กทำให้รู้สึกว่าพักคุ้มขึ้น

ค่าห้องพักไม่ได้ถูกคิดแยกรายการว่าเป็นเตียงหนึ่งส่วน สบู่อีกหนึ่งส่วน แต่ของที่จับต้องได้กลับช่วยให้สมองรู้สึกถึง “มูลค่า” ได้ชัดกว่า เราอาจไม่ได้คิดว่าจะประหยัดเงินจากแชมพูขวดละไม่กี่สิบมิลลิลิตรจริงจัง ทว่าแค่เห็นมันอยู่ในกระเป๋าก็เหมือนได้ปิดบัญชีการเข้าพักอย่างสมบูรณ์

ความรู้สึกนี้คล้ายกับเวลาซื้อบุฟเฟต์แล้วพยายามเลือกของที่ดูคุ้ม หรือเก็บซองเครื่องปรุงที่เหลือจากการสั่งอาหารไว้ใช้ทีหลัง มันคือแรงผลักให้ใช้สิทธิ์ของตัวเองให้เต็มที่ โดยเฉพาะเมื่อสิ่งนั้นถูกวางไว้ตรงหน้าและหยิบได้ง่าย

อีกด้านหนึ่ง ของใช้โรงแรมมีคุณสมบัติที่ทำให้ตัดใจยากมาก: มันใหม่ สะอาด ขนาดพกพาได้ และมักแพ็กมาอย่างเรียบร้อย ต่างจากของใช้ที่บ้านซึ่งเป็นขวดใหญ่หน้าตาคุ้นชิน ความจิ๋วของมันจึงทำให้ดูมีค่ากว่าปริมาณจริงอยู่เล็กน้อย

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่หยิบ แต่อยู่ที่หยิบแล้วลืม

สิ่งของเหล่านี้เริ่มกลายเป็นภาระเมื่อมันย้ายจากกระเป๋าเดินทางไปอยู่ในลิ้นชัก แล้วถูกทับด้วยชุดใหม่จากทริปถัดไป ผ่านไปไม่นาน บ้านก็มีสบู่ก้อนหลายสิบก้อน หมวกอาบน้ำที่ไม่เคยถูกแกะ และขวดแชมพูคนละกลิ่นที่ไม่มีใครกล้าเปิด เพราะคิดว่า “เก็บไว้ก่อน เดี๋ยวได้ใช้”

การเก็บของสำรองให้ความรู้สึกปลอดภัยอยู่แล้ว ยิ่งของชิ้นนั้นได้มาฟรีในความรู้สึกของเรา ก็ยิ่งยากจะทิ้ง ทั้งที่ความจริงเราได้จ่ายค่าห้องไปเรียบร้อยแล้ว การเก็บต่อจึงไม่ได้ทำให้ความคุ้มเพิ่มขึ้น หากไม่มีโอกาสนำกลับมาใช้

ของที่คุ้มที่สุดคือของที่ถูกใช้จริง ไม่ใช่ของที่นอนรวมกันอยู่ในตะกร้า จึงไม่ต้องรู้สึกผิดหากเปิดตู้แล้วพบว่ามีมากเกินจำเป็น การคัดออกไม่ได้แปลว่าฟุ่มเฟือย แต่เป็นการคืนพื้นที่และทำให้สิ่งที่มีอยู่ได้ทำหน้าที่ของมัน

เปลี่ยนกองขวดจิ๋วให้มีงานทำ

• จัดเป็นชุดเดินทางหนึ่งชุดต่อหนึ่งคน ใส่ถุงซิปหรือกระเป๋าเล็ก แล้ววางไว้ใกล้กระเป๋าเดินทาง หยิบไปใช้ได้ทันทีเมื่อมีทริปค้างคืน

• กันไว้สำหรับวันที่ไปแคมป์ปิ้ง ไปต่างจังหวัด หรือพักบ้านเพื่อน ของขนาดเล็กช่วยลดภาระการพกขวดใหญ่ได้มาก

• คัดเฉพาะของที่ยังไม่เปิด ซองไม่ฉีก และสภาพดี เพื่อนำไปให้หน่วยงานหรือกลุ่มอาสาที่รับของใช้จำเป็น โดยตรวจเงื่อนไขการรับบริจาคก่อนทุกครั้ง

• ตั้งจำนวนสูงสุดที่อนุญาตให้เก็บ เช่น แชมพูไม่เกิน 6 ขวด สบู่ไม่เกิน 10 ก้อน เมื่อเกินจำนวนให้เลือกใช้ก่อนหรือส่งต่อ

มีอีกเรื่องที่ควรจำไว้ก่อนหยิบกลับมา: ของใช้แบบใช้ครั้งเดียวสร้างขยะบรรจุภัณฑ์ไม่น้อย หากโรงแรมเปลี่ยนไปใช้ขวดเติมขนาดใหญ่หรือมีจุดให้ขอของใช้เฉพาะเมื่อจำเป็น ก็อาจเป็นทางเลือกที่ลดขยะได้ดีกว่า ในฐานะแขก เราเลือกหยิบเท่าที่มีแผนจะใช้ได้ โดยไม่ต้องทำให้การพักผ่อนกลายเป็นภารกิจล่าของฟรี

แน่นอนว่าเงื่อนไขของแต่ละโรงแรมอาจต่างกัน ของที่จัดไว้เป็นของใช้สำหรับแขกมักนำกลับได้ แต่ของที่ติดตั้งถาวร เช่น ผ้าเช็ดตัว ไดร์เป่าผม หรืออุปกรณ์ในห้อง ย่อมไม่ใช่ของที่ควรหยิบติดมือ หากไม่แน่ใจ การถามพนักงานสั้น ๆ ช่วยให้สบายใจกว่า

ครั้งหน้าที่กำลังจะเช็กเอาต์ ลองถามตัวเองแค่ข้อเดียวว่า “ถ้าหยิบกลับไป ฉันจะใช้มันเมื่อไร” ถ้าคำตอบชัดเจน ขวดจิ๋วนั้นก็เป็นของพกพาที่มีประโยชน์มาก แต่ถ้าตอบไม่ได้ การปล่อยให้มันอยู่ในห้องอาจคุ้มกว่าในอีกความหมายหนึ่ง คือเราไม่ต้องพกของกลับไปเพิ่มในบ้าน และไม่ต้องกลับมาเจอกองสะสมที่ไม่รู้จะจัดการอย่างไรในภายหลัง

เนื้อหาโดย: evileyes
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
evileyes's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 41 ครั้ง
เขียนโดย evileyes
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
รางวัลที่ 1 เลขซ้ำ 5 หลัก เกิดยากแค่ไหนในทางสถิติศุกร์ 13 ไม่ได้สาปเรา แต่สมองอาจทำให้วันธรรมดาดูซวยเหล็กกล้าคาร์บอนสูงเจอน้ำทะเลก็เกิดสนิม! แล้วทำไม USS Abraham Lincoln ถึงเลือก “ไทย” เป็นจุดพักใหญ่?7 อาชีพอิสระ คนธรรมดาก็เริ่มได้ ไม่ต้องมีร้านเปิด 5 อันดับ มหาวิทยาลัยไทยที่มีหลักสูตรค่าเรียนสูงที่สุด บางแห่งแตะ 5 ล้านบาท”เปิด 9 คณะที่มีคนสมัครมากที่สุดในไทย เด็กไทยแห่เรียนอะไรกัน?ไปชุมนุมอย่างรู้สิทธิ: เช็กกฎหมายและเตรียมตัวให้ปลอดภัยทำไมขั้นบันไดเลื่อนต้องมี “ร่องยาว ๆ” เต็มพื้น? ไม่ได้ทำไว้กันลื่นอย่างเดียว4 เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ “เสียบปลั๊กทิ้งไว้ได้” 24 ชั่วโมง ไม่ต้องเดินถอดทุกครั้ง“ข้าวกล้อง” กับ “ข้าวซ้อมมือ” ต่างกันตรงไหน เข้าใจได้ในไม่กี่นาทีแพงจนประเมินค่าไม่ได้! เจาะลึก ‘กล้วยไม้กาดาพูล’ และต้นไม้ระดับมหาเศรษฐีที่ราคาสูงยิ่งกว่าทองคำเปิดโลกเงาใต้คีย์บอร์ด เผยรายได้ตัวเลขจริงของ ‘แฮกเกอร์’ เขาหาเงินกันอย่างไร?
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ศุกร์ 13 ไม่ได้สาปเรา แต่สมองอาจทำให้วันธรรมดาดูซวยเสียบสายชาร์จเข้ามือถือ หรือเสียบปลั๊กก่อน? วิธีที่ถูกต้องที่คุณอาจยังไม่เคยรู้!ทำไมขั้นบันไดเลื่อนต้องมี “ร่องยาว ๆ” เต็มพื้น? ไม่ได้ทำไว้กันลื่นอย่างเดียวแพงจนประเมินค่าไม่ได้! เจาะลึก ‘กล้วยไม้กาดาพูล’ และต้นไม้ระดับมหาเศรษฐีที่ราคาสูงยิ่งกว่าทองคำไปชุมนุมอย่างรู้สิทธิ: เช็กกฎหมายและเตรียมตัวให้ปลอดภัย“ข้าวกล้อง” กับ “ข้าวซ้อมมือ” ต่างกันตรงไหน เข้าใจได้ในไม่กี่นาที
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
5 ห้องที่ถูกปิดตาย พร้อมตำนานที่ทำให้ไม่มีใครกล้าเปิดศุกร์ 13 ไม่ได้สาปเรา แต่สมองอาจทำให้วันธรรมดาดูซวยทำไมขั้นบันไดเลื่อนต้องมี “ร่องยาว ๆ” เต็มพื้น? ไม่ได้ทำไว้กันลื่นอย่างเดียวแพงจนประเมินค่าไม่ได้! เจาะลึก ‘กล้วยไม้กาดาพูล’ และต้นไม้ระดับมหาเศรษฐีที่ราคาสูงยิ่งกว่าทองคำ
ตั้งกระทู้ใหม่