7 สัญญาณเตือนจากเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ควรมองข้าม รู้ทันก่อนเรื่องเล็กกลายเป็นไฟไหม้
เครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับแทบทุกบ้าน ไม่ว่าจะเป็นตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ เครื่องซักผ้า ไมโครเวฟ หรือโทรทัศน์ หลายครั้งเราใช้งานทุกวันจนคุ้นชินกับเสียงและการทำงานของเครื่อง จึงอาจไม่ได้สังเกตว่าบางครั้งเครื่องใช้ไฟฟ้ากำลังส่งสัญญาณเตือนถึงความผิดปกติ
สิ่งสำคัญคือ อาการบางอย่างไม่ควรคิดว่า “เดี๋ยวก็คงหาย” เพราะความร้อน สายไฟชำรุด หรือกระแสไฟผิดปกติอาจนำไปสู่ไฟฟ้าลัดวงจร ไฟช็อต หรือไฟไหม้ได้ กฟภ. เองก็เตือนว่าสายไฟหรือปลั๊กที่ร้อนผิดปกติอาจเป็นสัญญาณก่อนเกิดไฟฟ้าลัดวงจร
1. ปลั๊กหรือสายไฟร้อนผิดปกติ
หากจับบริเวณปลั๊ก เต้ารับ หรือสายไฟแล้วพบว่าร้อนมากกว่าปกติ โดยเฉพาะทั้งที่เครื่องไม่ได้ใช้กำลังไฟสูงหรือใช้งานตามปกติ อย่าปล่อยผ่าน
ความร้อนอาจเกี่ยวข้องกับการสัมผัสของจุดต่อที่ไม่ดี สายไฟเสื่อมสภาพ การใช้กระแสไฟสูง หรือการต่อพ่วงที่ไม่เหมาะสม กฟภ. ระบุชัดว่าสายไฟที่ร้อนผิดปกติเป็นสัญญาณเตือนก่อนเกิดไฟฟ้าลัดวงจรได้
หากพบอาการนี้ควรหยุดใช้งานและให้ช่างไฟฟ้าตรวจสอบ โดยเฉพาะกรณีที่พบว่าปลั๊กหรือเต้ารับมีรอยไหม้ร่วมด้วย
2. มีกลิ่นไหม้ ทั้งที่ไม่มีอะไรถูกเผา
กลิ่นพลาสติกไหม้หรือกลิ่นเหมือนสายไฟไหม้จากเครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นอีกสัญญาณที่ไม่ควรมองข้าม
สาเหตุอาจมาจากชิ้นส่วนภายในที่มีความร้อนสูง ฉนวนสายไฟเสื่อม หรือจุดเชื่อมต่อทางไฟฟ้ามีความผิดปกติ หากยังฝืนใช้งานต่อ ความร้อนอาจสะสมมากขึ้นจนเกิดความเสียหายรุนแรง
หากได้กลิ่นไหม้ชัดเจน ควรหยุดใช้งานและตัดไฟอย่างปลอดภัย อย่าแกะเครื่องตรวจสอบเองหากไม่มีความรู้ด้านไฟฟ้า
3. มีเสียงแปลก ๆ จากเครื่องที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน
เครื่องใช้ไฟฟ้าหลายชนิดมีเสียงระหว่างทำงานเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าเสียงเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน เช่น มีเสียงหึ่ง เสียงจี๊ด เสียงแตก หรือเสียงเหมือนไฟฟ้าสปาร์ก ควรสังเกตทันที
โดยเฉพาะหากเสียงดังมาจากบริเวณปลั๊ก เต้ารับ หรือจุดต่อไฟ เพราะอาจสะท้อนถึงความผิดปกติของระบบไฟฟ้า
ไม่ควรทดลองเปิดใช้งานซ้ำหลายครั้งเพื่อดูว่าเสียงจะหายหรือไม่ เพราะหากต้นเหตุเกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้า การใช้งานต่ออาจเพิ่มความเสี่ยง
4. มีประกายไฟหรือแสงวาบตอนเสียบปลั๊ก
การเห็นประกายไฟเล็ก ๆ จากการเสียบปลั๊กบางกรณีอาจเกิดขึ้นได้ แต่ถ้าประกายไฟเกิดขึ้นบ่อย มีเสียงดังร่วมด้วย หรือเกิดบริเวณเต้ารับอย่างชัดเจน ไม่ควรมองเป็นเรื่องปกติ
โดยเฉพาะเต้ารับที่มีสภาพหลวม ชำรุด หรือมีร่องรอยดำไหม้ ควรหยุดใช้งานและให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ
กฟภ. มีคำแนะนำเกี่ยวกับปลั๊กและเต้ารับหลายกรณี รวมถึงเต้ารับหลวม ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรแก้ไขแทนการฝืนใช้งานต่อ
5. เครื่องตัดไฟหรือเบรกเกอร์ตัดบ่อย
หากเปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าแล้วเบรกเกอร์ตัดเป็นประจำ อย่าเพิ่งคิดว่าเป็นเพียงเพราะ “ไฟบ้านไม่พอ”
การตัดไฟอาจเกิดจากกระแสไฟเกิน ไฟฟ้าลัดวงจร หรืออุปกรณ์บางอย่างมีความผิดปกติ หากเกิดซ้ำ ๆ ควรหาสาเหตุแทนที่จะเปิดเบรกเกอร์กลับขึ้นมาแล้วใช้งานต่อ
กรณีที่ไม่สามารถระบุสาเหตุได้ ควรให้ช่างไฟฟ้าตรวจสอบระบบ โดยเฉพาะหากมีอาการร่วมอย่างกลิ่นไหม้ เสียงผิดปกติ หรือเต้ารับร้อน
6. เครื่องใช้ไฟฟ้าทำงาน ๆ หยุด ๆ หรือไฟกะพริบผิดปกติ
เครื่องใช้ไฟฟ้าที่เคยทำงานปกติ แต่เริ่มเปิดติดบ้างไม่ติดบ้าง เครื่องดับเอง หรือมีอาการทำงานผิดจังหวะ อาจเป็นสัญญาณว่ามีบางส่วนเริ่มเสื่อมสภาพ
อย่าพยายามเสียบและถอดปลั๊กซ้ำ ๆ เพื่อให้เครื่องกลับมาทำงาน เพราะหากปัญหาเกิดจากระบบไฟฟ้าหรือวงจรภายใน การฝืนใช้งานอาจทำให้ความเสียหายเพิ่มขึ้น
ถ้าเป็นเครื่องที่มีความสำคัญ เช่น ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ หรือเครื่องซักผ้า ควรหยุดใช้งานและตรวจสอบตามความเหมาะสม
7. เต้ารับหรือปลั๊กมีรอยดำ ละลาย หรือพลาสติกเปลี่ยนรูป
นี่เป็นหนึ่งในสัญญาณที่ควรให้ความสำคัญมากที่สุด
หากพบรอยดำ รอยไหม้ พลาสติกละลาย หรือบริเวณเต้ารับมีสีเปลี่ยนไป แสดงว่าบริเวณนั้นเคยมีความร้อนสูงผิดปกติ ไม่ควรนำปลั๊กกลับไปเสียบใช้งานเหมือนเดิม
นอกจากนี้ การใช้ปลั๊กพ่วงกับเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายชนิดพร้อมกันก็อาจทำให้เกิดกระแสไฟเกินและความร้อนสะสมได้ กฟภ. แนะนำให้เลือกปลั๊กพ่วงที่ได้มาตรฐานและมีระบบตัดไฟอัตโนมัติ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากกระแสไฟเกินและไฟฟ้าลัดวงจร
เจอสัญญาณเหล่านี้ ควรทำอย่างไร?
หลักง่าย ๆ คือ หยุดใช้ก่อน อย่าฝืน และอย่าแกะซ่อมเองหากไม่มีความรู้
ถ้าเป็นอุปกรณ์ที่สามารถถอดปลั๊กได้และไม่มีอันตรายจากการสัมผัส ควรหยุดใช้งานอย่างปลอดภัย แต่หากพบควัน กลิ่นไหม้รุนแรง ประกายไฟต่อเนื่อง หรือสงสัยว่าเกิดไฟฟ้าลัดวงจร ควรตัดกระแสไฟในจุดที่ปลอดภัยและออกห่างจากบริเวณอันตราย
สำหรับปัญหาระบบไฟฟ้าภายในบ้าน ควรให้ช่างไฟฟ้าที่มีความรู้ตรวจสอบแทนการทดลองซ่อมเอง เพราะความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจกลายเป็นอันตรายร้ายแรงได้
สุดท้ายแล้ว เครื่องใช้ไฟฟ้าไม่ได้พังแบบไม่มีสัญญาณเสมอไป หลายครั้งมันอาจเริ่มจาก “ปลั๊กร้อนขึ้นนิดหน่อย” “มีกลิ่นแปลก ๆ” “มีเสียงดังขึ้น” หรือ “เบรกเกอร์ตัดบ่อย” หากสังเกตเจอความผิดปกติเร็วและหยุดใช้งานทัน ก็มีโอกาสป้องกันความเสียหายที่ใหญ่กว่าตามมาได้
หากต้องการคำแนะนำเกี่ยวกับระบบไฟฟ้าในพื้นที่ของ กฟภ. สามารถติดต่อ PEA Contact Center หมายเลข 1129 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
7 อาชีพอิสระ คนธรรมดาก็เริ่มได้ ไม่ต้องมีร้าน
กินหมูย่างมื้อเช้าทุกวัน เสี่ยงอะไรบ้าง และปรับยังไงให้กินได้สบายขึ้น
ทำไมอาหารทอดถึงกรอบ แต่พอทิ้งไว้นานกลับนิ่ม?
4 เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ “เสียบปลั๊กทิ้งไว้ได้” 24 ชั่วโมง ไม่ต้องเดินถอดทุกครั้ง
7 จุดในตู้เย็นที่ไม่ควรเก็บอาหารทุกชนิด หลายบ้านวางผิดที่โดยไม่รู้ตัว
ฮอกวอตส์ไม่มีแม่บ้าน! สูตรน้ำยาเวทมนตร์ล้างคราบจากของในครัว
ศาสตร์แห่งการนอนโง่ ๆ ทำไมวันหยุดที่ไม่ทำอะไรอาจช่วยให้สมองคิดเก่งขึ้น
5 ทริคซักผ้าให้หอมฟุ้งเหมือนร้านซักอบรีด ด้วยเงิน 20 บาท
10 รถ EV ที่คนไทยกำลังแห่ซื้อ รุ่น ไหนมาแรงที่สุด?
หนึ่งวันของเทวดา เขาทำอะไรกันบ้าง
เปิดอันดับโลก ประเทศไหน “บ้าหวย” ที่สุด แชมป์ตัวจริงไม่ใช่ไทย
7 สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อใช้ Wi-Fi สาธารณะ เพราะความสะดวกอาจแลกมาด้วยข้อมูลส่วนตัว
กินหมูย่างมื้อเช้าทุกวัน เสี่ยงอะไรบ้าง และปรับยังไงให้กินได้สบายขึ้น
ฮอกวอตส์ไม่มีแม่บ้าน! สูตรน้ำยาเวทมนตร์ล้างคราบจากของในครัว
5 ของกินไวรัลที่คนไทยกำลังตามหา เปิดเมนูฮิตกระแสแรงจากโซเชียล
ทำไมอาหารทอดถึงกรอบ แต่พอทิ้งไว้นานกลับนิ่ม?
7 จุดในตู้เย็นที่ไม่ควรเก็บอาหารทุกชนิด หลายบ้านวางผิดที่โดยไม่รู้ตัว
ศาสตร์แห่งการนอนโง่ ๆ ทำไมวันหยุดที่ไม่ทำอะไรอาจช่วยให้สมองคิดเก่งขึ้น



