หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

5 ภาพยนตร์ไทยที่ต่างชาติซื้อลิขสิทธิ์ไปรีเมก แล้วทำรายได้โดดเด่นที่สุด


เขียนโดย Gario

ภาพยนตร์ไทยไม่ได้ประสบความสำเร็จแค่ในประเทศเท่านั้น แต่หลายเรื่องยังสามารถก้าวข้ามพรมแดนจนผู้สร้างจากต่างประเทศสนใจซื้อลิขสิทธิ์ไปสร้างใหม่ในแบบของตัวเอง

 

บางเรื่องถูกนำไปสร้างในฮอลลีวูด บางเรื่องเดินทางไปถึงอินเดีย ขณะที่ภาพยนตร์ไทยยุคใหม่หลายเรื่องได้รับการรีเมกในประเทศเพื่อนบ้าน และบางเวอร์ชันสามารถสร้างรายได้หรือจำนวนผู้ชมได้สูงมากจนกลายเป็นภาพยนตร์ทำเงินระดับประเทศ

 

ต่อไปนี้คือ 5 เรื่องที่น่าสนใจเป็นพิเศษ

 

1. ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ – Shutter

 

หนึ่งในหนังผีไทยที่สร้างชื่อไปทั่วโลกคือ ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ ของผู้กำกับบรรจง ปิสัญธนะกูล และภาคภูมิ วงศ์ภูมิ

 

หลังประสบความสำเร็จในประเทศไทย หนังได้รับความสนใจจากต่างประเทศและถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ฮอลลีวูดเรื่อง Shutter ในปี 2008 โดยมี Joshua Jackson และ Rachael Taylor แสดงนำ และจัดจำหน่ายโดย 20th Century Fox

 

ฉบับฮอลลีวูดใช้งบสร้างประมาณ 8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และทำรายได้ทั่วโลกประมาณ 48.56 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ถือเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดว่าหนังสยองขวัญไทยสามารถถูกนำไปพัฒนาเป็นหนังตลาดโลกได้

 

ความสำเร็จของเรื่องนี้ยังช่วยทำให้ชื่อ “หนังผีไทย” เป็นที่รู้จักในตลาดต่างประเทศมากขึ้น และ Major Cineplex ระบุว่าต้นฉบับไทยเคยขายสิทธิ์ไปฉายในต่างประเทศกว่า 30 ประเทศ รวมถึงมีการขายสิทธิ์เพื่อรีเมกในเวอร์ชันต่าง ๆ

 

2. พี่มาก..พระโขนง – Pee Mak

 

พี่มาก..พระโขนง เป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ไทยที่ประสบความสำเร็จอย่างมหาศาล และต่อมาเรื่องราวก็ถูกนำไปสร้างใหม่ในต่างประเทศ

 

หนึ่งในเวอร์ชันที่ประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่นคือ Kang Mak from Pee Mak ของอินโดนีเซีย ซึ่งเข้าฉายในปี 2024 และดัดแปลงเรื่องราวของพี่มากให้เข้ากับวัฒนธรรมและบริบทของอินโดนีเซีย

 

ภาพยนตร์เรื่องนี้มีผู้ชมในอินโดนีเซียมากกว่า 4.86 ล้านคน และติดอยู่ในกลุ่มภาพยนตร์ทำเงินสูงสุดของประเทศในปี 2024 โดยข้อมูลจากรายงานตลาดภาพยนตร์อินโดนีเซียระบุจำนวนผู้ชมไว้ที่ประมาณ 4.86 ล้านคน ขณะที่นิตยสารของหน่วยงานจัดประเภทภาพยนตร์อินโดนีเซียรายงานยอดผู้ชมรวมไว้ที่ประมาณ 5.82 ล้านคน ซึ่งตัวเลขแตกต่างกันตามฐานข้อมูลและช่วงเวลาที่นับ

 

สิ่งที่น่าสนใจคือเรื่องนี้ไม่ได้ถูกนำไปสร้างใหม่แบบลอกต้นฉบับทั้งหมด แต่มีการปรับตัวละคร มุกตลก และรายละเอียดทางวัฒนธรรมให้เข้ากับผู้ชมอินโดนีเซีย

 

จึงเป็นตัวอย่างที่ดีว่า เรื่องราวของหนังไทยสามารถเดินทางไปยังต่างประเทศได้ หากมีการปรับให้เข้ากับวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างเหมาะสม

 

3. ฉลาดเกมส์โกง – Bad Genius

 

ถ้าพูดถึงภาพยนตร์ไทยที่ประสบความสำเร็จในตลาดต่างประเทศ ฉลาดเกมส์โกง ถือเป็นชื่อที่ขาดไม่ได้

 

หนังเข้าฉายในปี 2017 และสร้างกระแสอย่างมากทั้งในไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดจีน ซึ่งทำรายได้มากกว่า 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในประเทศจีนเพียงแห่งเดียว และกลายเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ไทยที่ประสบความสำเร็จในตลาดต่างประเทศมากที่สุด

 

ความสำเร็จดังกล่าวทำให้เกิดการซื้อลิขสิทธิ์ไปสร้างใหม่หลายประเทศ ทั้งอินเดียและสหรัฐอเมริกา

 

เวอร์ชันอินเดียใช้ชื่อว่า Farrey และเข้าฉายในปี 2023 ส่วนเวอร์ชันอเมริกันใช้ชื่อ Bad Genius และเข้าฉายในปี 2024 โดยทั้งสองเรื่องเป็นการนำโครงเรื่องจากภาพยนตร์ไทยมาปรับให้เข้ากับผู้ชมของตัวเอง

 

แม้เวอร์ชันอินเดียจะไม่ได้ประสบความสำเร็จด้านรายได้เท่าต้นฉบับ โดยข้อมูลหนึ่งระบุรายได้ทั่วโลกราว 3.2 โครรูปี แต่ความสำคัญของเรื่องนี้อยู่ที่การที่พล็อตหนังไทยสามารถถูกนำไปพัฒนาเป็นภาพยนตร์ในทั้งตลาดอินเดียและฮอลลีวูดได้

 

4. เพื่อนสนิท – Friend Zone

 

ภาพยนตร์รักของไทยก็สามารถเดินทางไปสู่ตลาดต่างประเทศได้เช่นกัน

 

Friend Zone เป็นภาพยนตร์ไทยที่ได้รับความนิยมอย่างมากในเอเชีย ก่อนที่จะถูกนำไปรีเมกในเวียดนามในชื่อ Yêu nhầm bạn thân ซึ่งเข้าฉายในปี 2025

 

ฉบับเวียดนามทำรายได้ทั่วโลกประมาณ 875,355 ดอลลาร์สหรัฐ โดยรายได้ส่วนใหญ่มาจากตลาดเวียดนาม ซึ่งทำเงินได้ประมาณ 845,252 ดอลลาร์สหรัฐ

 

แม้ตัวเลขจะไม่ได้สูงเท่ากับ Shutter หรือ Kang Mak แต่กรณีนี้น่าสนใจตรงที่เป็นการนำภาพยนตร์โรแมนติกคอมเมดี้ของไทยไปสร้างใหม่ให้เข้ากับตลาดเวียดนาม และกลายเป็นอีกตัวอย่างของการส่งออกทรัพย์สินทางปัญญาด้านภาพยนตร์ของไทย

 

ที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือ Friend Zone ยังถูกนำไปดัดแปลงในประเทศอื่น ๆ ด้วย แสดงให้เห็นว่าพล็อตเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนสนิทที่ไม่กล้าบอกความรู้สึกสามารถสื่อสารกับผู้ชมในหลายประเทศได้

 

5. 13 เกมสยอง – 13 Sins

 

อีกหนึ่งผลงานไทยที่ฮอลลีวูดสนใจคือ 13 เกมสยอง หรือ 13 Beloved

 

หนังไทยเรื่องนี้มีแนวคิดที่โดดเด่นมาก เมื่อชายคนหนึ่งได้รับโทรศัพท์ลึกลับและถูกเสนอให้ทำภารกิจ 13 อย่าง โดยแต่ละภารกิจจะยกระดับความรุนแรงและผลตอบแทนมากขึ้น

 

แนวคิดดังกล่าวดึงดูดความสนใจจาก The Weinstein Company ซึ่งซื้อลิขสิทธิ์ไปสร้างใหม่เป็นภาพยนตร์อเมริกันชื่อ 13 Sins ในปี 2014

 

อย่างไรก็ตาม หากวัดเฉพาะรายได้โรงภาพยนตร์ ฉบับรีเมกอเมริกันไม่ได้ประสบความสำเร็จมากนัก โดย Box Office Mojo รายงานรายได้ทั่วโลกราว 826,913 ดอลลาร์สหรัฐ

 

แต่เรื่องนี้ยังมีความสำคัญในแง่ของอุตสาหกรรม เพราะเป็นหลักฐานว่าพล็อตจากภาพยนตร์ไทยสามารถดึงดูดสตูดิโอฮอลลีวูดจนเกิดการซื้อลิขสิทธิ์อย่างเป็นทางการ

 

เมื่อหนังไทยไม่ได้จบแค่ในประเทศไทย

 

สิ่งที่น่าสนใจจากทั้ง 5 เรื่องคือ ความสำเร็จไม่ได้วัดกันแค่รายได้ของหนังต้นฉบับ แต่ยังสะท้อนถึง มูลค่าของไอเดียและเรื่องราวที่สามารถนำไปขายต่อในตลาดต่างประเทศได้

 

“ชัตเตอร์” แสดงให้เห็นว่าหนังผีไทยสามารถไปถึงฮอลลีวูด ขณะที่ “พี่มาก..พระโขนง” สามารถถูกนำไปปรับเป็นหนังอินโดนีเซียที่มีผู้ชมหลายล้านคน ส่วน “ฉลาดเกมส์โกง” แสดงให้เห็นว่าพล็อตหนังไทยสามารถเดินทางไปได้ไกลถึงอินเดียและสหรัฐฯ

 

ด้าน “Friend Zone” ก็พิสูจน์ว่าหนังรักไทยสามารถนำไปปรับใช้กับตลาดเอเชีย ส่วน “13 เกมสยอง” แม้รีเมกจะทำรายได้ไม่สูง แต่ก็แสดงให้เห็นว่าความคิดสร้างสรรค์จากวงการหนังไทยสามารถได้รับความสนใจจากฮอลลีวูด

 

ดังนั้น เมื่อพูดถึงหนังไทยที่ “ขายได้ต่างประเทศ” สิ่งสำคัญอาจไม่ได้อยู่ที่จำนวนเงินเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การที่เรื่องราวจากประเทศไทยสามารถถูกนำไปสร้างใหม่ในภาษา วัฒนธรรม และรูปแบบของประเทศอื่นได้ นี่ถือเป็นอีกหนึ่งสัญญาณว่าภาพยนตร์ไทยมีศักยภาพในการส่งออกมากกว่าที่หลายคนคิด

เนื้อหาโดย: Gario
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Gario's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 99 ครั้ง
เขียนโดย Gario
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
วัยรุ่นญี่ปุ่นใช้เวลาใน SNS น้อยที่สุดในบรรดา 24 ประเทศย้อนเวลา 13,000 ปี... ปริศนา "หญิงโบราณแห่งถ้ำลอด" และร่องรอยมนุษย์ยุคแรกในประเทศไทยสัญญาณเตือนจากหลังคาโลก เมื่อหิมาลัยเปลี่ยนไป ชีวิตเบื้องล่างจะอยู่อย่างไรเห็นทุกครั้งแต่แทบไม่เคยสนใจ หลักกิโลเมตรข้างถนนมีไว้ทำอะไรจังหวัดไหนมีธุรกิจจีนมากที่สุดในไทย กรุงเทพฯ ครองอันดับ 1 แต่เงินลงทุนสูงสุดอยู่ที่ระยองส่องสถิติหวยงวด "16 กันยายน" ย้อนหลัง 10 ปี (2558–2567) สรุปเลขไหนออกบ่อยสุด!เปิด 5 ห้างที่เงินสะพัดมากที่สุดในไทย อันดับ 1 คนเดินวันละหลักแสนเปิด 5 โรงเรียนเฉพาะทางที่สอบเข้ายาก ที่นั่งน้อยแต่คนแห่สมัคร ใครอยากเข้าเตรียมตัวให้ดี5 อำเภอเมืองบนดอยของไทย ที่ระดับความสูงสร้างเสน่ห์ต่างจากพื้นราบเปิด 5 อบต. รายได้สูงสุดในไทย อันดับ 1 ทะลุ 1,000 ล้านบาทโรงเรียนมัธยมที่มีการแข่งขันกันสูงและสอบเข้ายากมากที่สุดในประเทศไทยโค้งสุดท้ายหวยลาว 8 กันยายน 2569 ส่องเลขเด่นก่อนลุ้นคืนนี้ มีเลขไหนน่าจับตา?
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
จับตาราคา iPhone 18 Pro อาจขยับขึ้น ก่อน Apple เปิดตัวเปิด 5 โรงเรียนเฉพาะทางที่สอบเข้ายาก ที่นั่งน้อยแต่คนแห่สมัคร ใครอยากเข้าเตรียมตัวให้ดี
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เปิด 7 อำเภอที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดในไทย ใหญ่แค่ไหนเมื่อเทียบกับจังหวัดอื่นเงินเดือน 15,000 บาท อยู่จังหวัดไหนได้สบายกว่า? เทียบค่าเช่า ค่าอาหาร ค่าเดินทาง และเงินเหลือปลายเดือนจาก 70 สู่ 2,400 เที่ยวบิน AI กำลังช่วยเครื่องบินหลบ Contrail เพื่อลดโลกร้อนเจาะลึก "ประตูน้ำ" นวัตกรรมควบคุมวิถีน้ำจากยุคบูรพา สู่ระบบระบายน้ำเมืองหลวง
ตั้งกระทู้ใหม่