ต้า – ยัต : เรื่องนี้ใครผิด ใครถูก?
ต้า – ยัต : เรื่องนี้ใครผิด ใครถูก?
หรือจริง ๆ แล้ว “ทั้งคู่ต่างก็แพ้”
ดราม่าระหว่าง “ต้า เฟ็ดเฟ่” กับ “ยัต ชัยโสโร” เป็นเรื่องที่ผมคิดว่าเราไม่ควรรีบตัดสินว่าใครเป็นคนดี ใครเป็นคนเลวจากคลิปไม่กี่คลิป หรือจากการที่ใครร้องไห้ ใครพูดเก่งกว่าใคร
เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่เรื่องเงิน
แต่มันคือเรื่องของ เพื่อนที่รู้จักกันมานานหลายสิบปี แล้ววันหนึ่งต้องมานั่งคุยกันเรื่องเงิน หุ้น บริษัท และคดีความต่อหน้าคนทั้งประเทศ
จากข้อมูลที่ออกมาจากทั้งสองฝ่าย ประเด็นสำคัญมีทั้งเรื่องการเบิกเงิน การแบ่งผลประโยชน์ สัดส่วนหุ้น การบริหารบริษัท และการฟ้องร้อง ซึ่งแต่ละฝ่ายก็มีเหตุผลและมุมมองของตัวเอง
ดังนั้น ถ้าถามผมว่า
“ใครผิด?”
ผมตอบตรง ๆ ว่า ตอนนี้ยังไม่ควรฟันธง
เพราะการเป็นฝ่ายพูดได้ดีกว่า ไม่ได้แปลว่าเป็นฝ่ายถูก
การร้องไห้ ไม่ได้แปลว่าเป็นฝ่ายถูก
การมีหลักฐานบางชิ้น ก็ไม่ได้แปลว่าชนะทุกประเด็น
สุดท้ายสิ่งที่ตอบว่าใครผิดใครถูกจริง ๆ ต้องเป็น ข้อเท็จจริง เอกสาร ข้อตกลง และกระบวนการยุติธรรม
แต่สิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าเห็นได้ชัดมากจากเรื่องนี้คือ
“ธุรกิจกับมิตรภาพ ถ้าไม่มีระบบ วันหนึ่งอาจกลายเป็นศัตรูกันได้”
ตอนเป็นเพื่อนกัน เราอาจคิดว่า
“ไม่เป็นไรหรอก เพื่อนกัน”
เงินเข้ามาก็ไม่ได้ทำบัญชีละเอียด
หุ้นก็ไม่ได้คุยกันให้ชัด
ใครมีสิทธิ์เบิกเงินเท่าไหร่ก็ไม่ได้เขียนไว้
ใครทำหน้าที่อะไร ใครมีสิทธิ์ตัดสินใจเรื่องไหนก็ไม่ได้กำหนด
เพราะตอนนั้นทุกคนไว้ใจกัน
แต่ปัญหาคือ...
ความไว้ใจเป็นสิ่งที่ดี แต่ความไว้ใจไม่ควรมาแทนระบบ
ยิ่งทำธุรกิจด้วยกัน ยิ่งเป็นเพื่อนสนิท ยิ่งต้องทำเอกสารให้ชัด
ไม่ใช่เพราะเราไม่ไว้ใจกัน
แต่เพราะเราอยากรักษาความเป็นเพื่อนเอาไว้ในวันที่มีปัญหา
---
อีกเรื่องหนึ่งที่สังคมควรเรียนรู้จากกรณีนี้คือ
อย่าเอาความเป็น “แฟนคลับ” ไปแทนคำว่า “ความจริง”
ผมเห็นคนจำนวนมากเลือกข้างทันที
บางคนบอก “ต้าโดนกระทำ”
บางคนบอก “ยัตถูก”
บางคนด่าอีกฝ่ายเหมือนตัวเองอยู่ในเหตุการณ์มาตลอด 20-30 ปี
แต่ความจริงคือ...
เราเป็นคนนอก
เราไม่ได้อยู่ในบริษัท
เราไม่ได้เห็นบัญชีทั้งหมด
เราไม่ได้อยู่ในทุกบทสนทนา
เราไม่รู้ว่าข้อตกลงในอดีตพูดกันไว้อย่างไร
และเราไม่รู้ว่าเหตุการณ์บางอย่างมีบริบทก่อนหน้าอะไรอีกบ้าง
ดังนั้นเราสามารถ “วิจารณ์” ได้
แต่ไม่ควร “พิพากษา”
---
และสิ่งที่ผมรู้สึกว่าน่าเสียดายที่สุดคือ
คนสองคนที่เคยสร้างเสียงหัวเราะให้คนจำนวนมาก กลับต้องมาทำร้ายกันด้วยเรื่องเงินและความไม่ไว้วางใจ
ไม่ว่าในท้ายที่สุดใครจะเป็นฝ่ายถูกมากกว่ากัน
ผมคิดว่าทั้งสองคนก็ต้องสูญเสียบางอย่างไปแล้ว
อาจไม่ใช่แค่เงิน
แต่อาจเป็น มิตรภาพ ความทรงจำ และความสัมพันธ์ที่สร้างกันมาหลายสิบปี
เงินหลายล้านอาจหาใหม่ได้
แต่เพื่อนที่อยู่ด้วยกันมานานหลายสิบปี
บางครั้งต่อให้มีเงินเป็นร้อยล้าน ก็ซื้อกลับมาไม่ได้
---
บทเรียนที่ผมได้จากเรื่องนี้
1. เพื่อนรักก็ต้องทำบัญชี
อย่าคิดว่าเป็นเพื่อนกันแล้วไม่ต้องทำเอกสาร
2. หุ้นต้องชัดตั้งแต่วันแรก
ใครถือกี่เปอร์เซ็นต์ มีสิทธิ์อะไร ออกจากบริษัทอย่างไร ต้องเขียนให้ชัด
3. เงินบริษัทต้องแยกจากเงินส่วนตัว
ไม่ว่าจะสนิทกันแค่ไหน
4. ปัญหาเล็ก ๆ ต้องรีบคุย
เพราะปัญหาเรื่องเงิน 200,000 บาท ถ้าไม่เคลียร์วันนี้ อาจกลายเป็นปัญหาหลายสิบล้านในวันหน้า
5. อย่าให้คนภายนอกเป็นคนตัดสินความสัมพันธ์ของเรา
โซเชียลมีเดียสามารถสร้างแรงกดดันมหาศาลได้ แต่คนในโซเชียลไม่ได้เป็นคนรับผิดชอบชีวิตของเรา
6. อย่ารีบเลือกข้างจากคลิปเดียว
ฟังทั้งสองฝ่าย แล้วรอหลักฐาน
---
สุดท้ายผมไม่ได้อยากให้เรื่องนี้จบด้วยคำว่า
“ต้าแพ้” หรือ “ยัตแพ้”
เพราะถ้าคนสองคนที่เคยเป็นเพื่อนกันมานานต้องมาสู้กันเรื่องเงินจนความสัมพันธ์พัง
คนที่แพ้ที่สุดอาจไม่ใช่ต้า และไม่ใช่ยัต
แต่อาจเป็นคำว่า
“มิตรภาพ”
และนี่อาจเป็นบทเรียนที่แพงที่สุดสำหรับคนทำธุรกิจทุกคนว่า
«“ความไว้ใจทำให้เราเริ่มต้นธุรกิจด้วยกันได้
แต่ระบบที่ชัดเจนต่างหาก ที่ทำให้เรายังเป็นเพื่อนกันได้ในวันที่ธุรกิจมีปัญหา”»
ส่วนเรื่องใครผิดใครถูกในทางกฎหมาย
ปล่อยให้หลักฐานและกระบวนการยุติธรรมเป็นคนตอบ
ส่วนคนดูอย่างเรา...
อย่าเพิ่งตัดสินคนจากน้ำตา
และอย่าเพิ่งตัดสินคนจากคำพูด
เพราะบางครั้งความจริงไม่ได้อยู่ในคลิปที่เราเห็น
แต่อยู่ในเอกสารที่เราไม่เคยเห็นเลยก็ได้
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
รู้หรือไม่? เปิดรายได้พนักงานส่งพัสดุของแต่ละแอป วันหนึ่งได้เท่าไร
ดูหนัง–ซีรีส์ฟรีอาจไม่ฟรีอย่างที่คิด! เปิดโทษละเมิดลิขสิทธิ์ เตือนคนปล่อยคอนเทนต์เถื่อน เสี่ยงทั้งคุกทั้งปรับ
รมว.วัฒนธรรมเอาจริง! จ่อส่งหนังสือทักท้วง Miss Universe Cambodia ปมใช้ภาพหญิงกำแพงเพชร หากไม่แก้ เตรียมใช้กฎหมาย
เปิด 5 โรงเรียนหญิงล้วนเก่าแก่ของไทย ที่มีประวัติยาวนานกว่าศตวรรษ
แมคาเดเมีย (Macadamia): ราชินีแห่งถั่ว กับขุมทรัพย์โภชนาการจากออสเตรเลีย
ส่องเลข 3 สำนักพิมพ์ งวด 1 ต.ค. 69 ตัวไหนมีข้อมูลตรงกัน
แปลปกสลาก งวด 1 ต.ค. 69 ส่องตัวเลขจากภาพปกสลากกินแบ่งรัฐบาล
โรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทย
MRT เตาปูนกลับมาเปิดปกติแล้ว รมช.คมนาคมเผยปมไฟไหม้ พบประกายไฟจากชุดสายไฟ 750 โวลต์
ตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหน
งูมัลกา (Mulga Snake): นักล่าแห่งผืนดินแห้งแล้ง ของทวีปออสเตรเลีย กับฉายา King Brown กัดคนได้ถึงตาย
เปิด 5 สินค้าเกษตรจากลาวที่เข้าสู่ตลาดไทย สินค้าไหนมีบทบาทสำคัญที่สุด
ดูหนัง–ซีรีส์ฟรีอาจไม่ฟรีอย่างที่คิด! เปิดโทษละเมิดลิขสิทธิ์ เตือนคนปล่อยคอนเทนต์เถื่อน เสี่ยงทั้งคุกทั้งปรับ
รมว.วัฒนธรรมเอาจริง! จ่อส่งหนังสือทักท้วง Miss Universe Cambodia ปมใช้ภาพหญิงกำแพงเพชร หากไม่แก้ เตรียมใช้กฎหมาย
แมคาเดเมีย (Macadamia): ราชินีแห่งถั่ว กับขุมทรัพย์โภชนาการจากออสเตรเลีย
MRT เตาปูนกลับมาเปิดปกติแล้ว รมช.คมนาคมเผยปมไฟไหม้ พบประกายไฟจากชุดสายไฟ 750 โวลต์
เปิด 5 สินค้าส่งออกของลาวที่คนไทยอาจคาดไม่ถึง หนึ่งในนั้นทำเงินเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์
เปิดตำนาน "วัดศรีสุพรรณ" อุโบสถเงินหลังแรกของโลก ที่เชียงใหม่
แมคาเดเมีย (Macadamia): ราชินีแห่งถั่ว กับขุมทรัพย์โภชนาการจากออสเตรเลีย
วงแหวนแฟร์รี่ (Fairy Circles): ปริศนาวงกลมกลางทะเลทราย ที่เรายังต้องหาคำตอบกันต่อไป...
เปิด 5 สินค้าเกษตรจากลาวที่เข้าสู่ตลาดไทย สินค้าไหนมีบทบาทสำคัญที่สุด