พกเครื่องรางแต่ดวงยังพัง? เจาะลึก โอมาโมริ ถุงพรแห่งญี่ปุ่น กับเครื่องหมายดอกจันที่หลายคนมองข้าม
เวลาใครไปเที่ยวญี่ปุ่น ของฝากยอดฮิตที่ต้องมีติดมือกลับมาเกือบทุกคนคงหนีไม่พ้น "โอมาโมริ" (Omamori) หรือถุงเครื่องรางโชคดีสีสันสดใสจากศาลเจ้า ที่เรามักจะเอามาแขวนกระเป๋า แขวนรถ หรือใส่ไว้ในกระเป๋าสตางค์กันใช่ไหมครับ
หลายคนซื้อมาเพราะเห็นว่าน่ารักดี บางคนตั้งใจซื้อมาบูชาจริงจังเพราะอยากให้ช่วยเรื่องความรัก การงาน หรือเรื่องสุขภาพ แต่เคยสงสัยไหมว่าทำไมพกไปนานๆ แล้วรู้สึกชีวิตก็ยังนิ่งๆ เหมือนเดิม หรือบางทีดวงพังกว่าเดิมซะงั้น?
จริงๆ แล้ว คนญี่ปุ่นเขามีความเชื่อและความเข้าใจเกี่ยวกับโอมาโมริที่ลึกซึ้งกว่าการเป็นแค่ "ของดีประจำศาลเจ้า" เยอะมากเลยครับ และสิ่งนี้แหละที่คนไทยอย่างเราๆ มักมองข้ามกันไปแบบไม่รู้ตัว
คำว่า "โอมาโมริ" มาจากกริยาที่แปลว่า "การปกป้องคุ้มครอง" ด้านในถุงผ้าซาตินสวยๆ นั้น ไม่ได้ว่างเปล่าอย่างที่คิดนะครับ แต่มันคือการอัญเชิญ "สถิตแห่งเทพเจ้า" (Ofuda) ที่ทำจากไม้หรือกระดาษพับและผ่านพิธีกรรมทางศาสนาเสร็จสรรพเรียบร้อยมาไว้ข้างใน
เพราะฉะนั้น ถุงเครื่องรางที่เราถือกันอยู่ มันไม่ใช่แค่ของมงคลธรรมดา แต่เปรียบเสมือน "เสี้ยวพลังของเทพเจ้า" ที่เราพกพาเดินทางไปไหนมาไหนด้วยตลอดเวลานั่นเอง
ตรงนี้แหละครับคือจุดเปลี่ยน! คนส่วนใหญ่พอได้มาก็แขวนทิ้งไว้ในกระเป๋าบ้าง โยนไว้ในก้นถุงบ้าง หรือหนักสุดคือแอบแกะถุงผ้าเปิดออกดูข้างในว่ามีอะไร ซึ่งรู้ไหมว่าตามความเชื่อของคนญี่ปุ่น การแกะถุงโอมาโมริถือเป็นการ "ปล่อยให้พลังเทพเจ้าหลุดลอยไป" และถุงนั้นก็จะกลายเป็นแค่เศษผ้าธรรมดาทันที
อีกเรื่องที่คนเข้าใจผิดกันเยอะมากคือเรื่อง "หมดอายุ" เครื่องรางญี่ปุ่นไม่ใช่พระเครื่องบ้านเราที่ยิ่งเก่ายิ่งมีพุทธคุณนะครับ แต่เขามีกฎเหล็กว่า โอมาโมริมีอายุใช้งานแค่ 1 ปีเท่านั้น!
เหตุผลก็เพราะตลอด 1 ปีเต็ม ถุงเครื่องรางนี้ได้ช่วย "ดูดซับสิ่งโชคร้ายและสิ่งอัปมงคล" แทนตัวเราไปจนเต็มกลืนแล้ว พอครบปี พลังคุ้มครองก็จะหมดลง แถมยังสะสมพลังลบไว้เต็มไปหมด
คนญี่ปุ่นเลยมีประเพณีนำโอมาโมริชิ้นเก่ากลับไปคืนที่ศาลเจ้าในพิธีเผาทำลายช่วงปีใหม่ เพื่อส่งเทพเจ้ากลับสู่สรวงสวรรค์ แล้วค่อยบูชาชิ้นใหม่มาแทน แต่พวกเราส่วนใหญ่เล่นเก็บสะสมไว้เต็มบ้าน บางชิ้นผ่านไปเป็นสิบปีก็ยังพกอยู่ แบบนี้แทนที่จะได้โชคดี อาจกลายเป็นพกพลังงานลบสะสมไว้กับตัวแทนซะงั้น
นอกจากนี้ โอมาโมริไม่ใช่ "เวทมนตร์เนรมิตฝัน" ครับ คนญี่ปุ่นมองว่าเครื่องรางคือ "ตัวช่วยเสริมกำลังใจ" เท่านั้น ถ้าเราบูชาเครื่องรางเรื่องการสอบ แต่ไม่เคยอ่านหนังสือเลย เทพเจ้าท่านก็ช่วยไม่ได้เหมือนกัน
เพราะหัวใจของการพกโอมาโมริ คือการเป็นเตือนสติให้เราตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด แล้วเทพเจ้าจะช่วยหนุนหลังให้อีกแรงหนึ่งต่างหาก
ครั้งหน้าที่ได้ไปเที่ยวญี่ปุ่น หรือมีโอกาสได้บูชาโอมาโมริ ลองเปลี่ยนมุมมองนิดนึงนะครับ ปฏิบัติต่อถุงเครื่องรางด้วยความเคารพ พกติดตัวให้อยู่ในที่สะอาด และอย่าลืมเปลี่ยนใหม่เมื่อครบปี รับรองว่าพลังแห่งพรและความสบายใจจะส่งผลให้ชีวิตเรามีจังหวะที่ดีขึ้นอย่างแน่นอนครับ!
Jinja Honcho (The Association of Shinto Shrines): Shinto Beliefs and Sacred Objects Guidelines.
หนึ่งวันของเทวดา เขาทำอะไรกันบ้าง
วัย 30+ แฮงค์แล้วร่างพัง! รวมวิธีกู้ร่างหลังปาร์ตี้ งบไม่เกินแบงก์ร้อย หาซื้อง่ายใกล้ตัว
ความงามในความไม่สมบูรณ์แบบ รู้จัก "วาบิซาบิ" ปรัชญาญี่ปุ่นที่ชวนให้เราหลงรักรอยร้าวของชีวิต
การเดินทางของ Fairy Queen รถไฟไอน้ำที่เก่าแก่ที่สุดในโลกซึ่งยังคงวิ่งได้จริง
นักสำรวจพบ 'ดาวคล้ายโลก' ขนาดใกล้เคียงอยู่ห่างออกไป 150 ปีแสง
เปิดรายได้ "คนขายที่ปัดน้ำฝนข้างทาง" ขายดีขนาดไหน?
เปิด 5 อันดับ มหาวิทยาลัยไทยที่มีหลักสูตรค่าเรียนสูงที่สุด บางแห่งแตะ 5 ล้านบาท”
มากกว่าแค่การลากคราดบนกรวด: เจาะลึกอาชีพ "นักจัดสวนหินญี่ปุ่น" งานศิลป์สายเซนที่สร้างรายได้ไม่ธรรมดา
ข้าวเหนียวไทยไม่ได้กินแค่ในไทย! 5 ประเทศที่ซื้อข้าวเหนียวไทยมากที่สุด
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
5 ทริคซักผ้าให้หอมฟุ้งเหมือนร้านซักอบรีด ด้วยเงิน 20 บาท
ทำไมภาษาไทยถึงไม่ต้องใส่ "จุด" จบประโยคเหมือนภาษาอังกฤษ
6 ทริคเปิดแอร์ให้เย็นเร็ว แต่ไม่ต้องตั้ง 20 องศา ค่าไฟไม่พุ่ง
เปิด 5 อันดับ หอพักมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในไทย น่าอยู่แค่ไหน?
มากกว่าแค่การลากคราดบนกรวด: เจาะลึกอาชีพ "นักจัดสวนหินญี่ปุ่น" งานศิลป์สายเซนที่สร้างรายได้ไม่ธรรมดา
😃 ชวนลองเข้ามาดูรูปภาพของสิ่งแปลก ๆ ที่คุณอาจไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นมาก่อน 😁

